- หน้าแรก
- ผู้ถูกเลือกให้เข้าสู่ในโลกแห่งกฎสยองระดับ เอส
- ตอนที่ 13 ท่านผู้อำนวยการ ผมเอาของขวัญมาให้
ตอนที่ 13 ท่านผู้อำนวยการ ผมเอาของขวัญมาให้
ตอนที่ 13 ท่านผู้อำนวยการ ผมเอาของขวัญมาให้
ตอนที่ 13 ท่านผู้อำนวยการ ผมเอาของขวัญมาให้
เมื่อหลินหยวนเดินมาถึงประตูทางออกของห้องดับจิต เขาก็อดไม่ได้ที่จะขยี้ตาตัวเอง
"หืม?"
เมื่อมองออกไปนอกประตู เขาไม่สามารถมองเห็นภาพด้านนอกได้อย่างชัดเจน มันมีความรู้สึกพร่ามัวราวกับ 'มองดูดอกไม้ผ่านม่านหมอก'
เขาหันขวับกลับไปมองด้านหลัง และพบว่ามันไม่ได้เป็นปัญหาที่ดวงตาของเขา
เพราะภาพเบื้องหลังยังคงชัดเจนแจ่มแจ้ง ไร้ซึ่งความรู้สึกขมุกขมัวแต่อย่างใด
หลินหยวนยิ่งมั่นใจมากขึ้นไปอีกว่าต้องมีบางสิ่งซ่อนอยู่ในห้องดับจิตแห่งนี้แน่ๆ
แต่ก็เหมือนเดิม เขาไม่สามารถวิเคราะห์อะไรออกเลย
หลังจากหยุดเดินเพียงชั่วครู่ หลินหยวนก็ก้าวเดินต่อไป
และทันทีที่เขาก้าวเท้าพ้นประตูห้องดับจิต ภาพที่เคยพร่ามัวก็กลับมาชัดเจนอีกครั้ง
มันยังคงเป็นโถงทางเดินอันเงียบสงัดเช่นเดิม
ทว่าเมื่อหลินหยวนหันกลับไปมองในห้องดับจิตผ่านบานประตู มันกลับมืดสนิทเหมือนก่อนหน้านี้ไม่มีผิด
หลินหยวนจำได้แม่นยำว่าตอนเดินออกมา เขาไม่ได้ปิดไฟในห้องดับจิตเลยนี่นา
"หรือว่าปัญหาจะอยู่ที่ประตู?"
หลินหยวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ชั่งใจว่าเขาควรจะลองงัดประตูห้องดับจิตบานนี้ออกไปดีไหม
ด้วยความเป็นคนคิดปุ๊บทำปั๊บ ทันทีที่ความคิดนี้แล่นเข้ามาในหัว หลินหยวนก็สตาร์ทเครื่องเลื่อยไฟฟ้าในมือทันที
ใบเลื่อยที่หมุนด้วยความเร็วสูงปะทะเข้ากับประตูเหล็ก
ทว่ากลับไม่มีประกายไฟแตกกระจายอย่างที่คิด หลินหยวนลงมือเลื่อยอยู่ถึงสามนาทีเต็ม
ประตูบานนั้นยังคงนิ่งสนิท ไม่ปรากฏแม้แต่รอยขีดข่วน
"ชิ ดูเหมือนว่าจะถอดไม่ออกแฮะ ช่างมันเถอะ"
สิ้นเสียงของเขา ผู้ชมในไลฟ์สดก็เข้าใจถึงพฤติกรรมประหลาดๆ ของหลินหยวนเมื่อครู่นี้ในที่สุด
[นี่นายกะจะเหมาหมดทุกอย่างเลยใช่มั้ยเนี่ย? เข้าห้องดับจิตไปหั่นหัวคนมาหัวนึงยังไม่พอ ตอนนี้ยังคิดจะงัดประตูเขาไปอีกเหรอ?]
[ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน ประตูบานนี้คุณภาพดีจริงๆ แฮะ]
[ตาถึงไม่เบานะลูกพี่หลิน ประตูบานนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ประตูธรรมดาๆ]
[ฮ่าๆ ในที่สุดก็ได้เห็นลูกพี่หลินหน้าแตกสักที]
[ฉันรู้สึกว่าห้องดับจิตแห่งนี้เต็มไปด้วยความแปลกประหลาด ขนาดประตูยังพิเศษขนาดนี้เลย]
[เอาจริงๆ ฉันว่ามันก็ปกตินะ สิ่งก่อสร้างในโลกแห่งเรื่องเล่าสยองขวัญน่ะถูกทำลายยากจะตาย ไม่อย่างนั้นจะมัวหาลูกกุญแจกันไปทำไมล่ะ? ถ้าลูกพี่หลินแค่พังประตูใหญ่ของโรงพยาบาล ก็หนีออกไปได้ดื้อๆ เลยไม่ใช่หรือไง?]
[ตอนนี้ฉันแค่อยากรู้ว่า ลูกพี่หลินแกมีแรงจูงใจอะไรถึงอยากจะงัดประตูเหล็กบานเบ้อเริ่มนี่ออกไป? ตอนนี้มือซ้ายแกหิ้วหัวคนอยู่สองหัว มือขวาก็ถือเลื่อยไฟฟ้าอันเบ้อเริ่ม ต่อให้งัดประตูออกไปได้ แกจะเทินมันไว้บนหัวหรือไง?]
[พูดก็พูดเถอะ ในกระเป๋าเสื้อแกยังมีของอีกเพียบเลยนะ ทั้งมือถือ ไฟแช็ก สายออกซิเจน มีของจุกจิกเป็นกองเลย นี่แกเป็นพวกบ้าสมบัติเหรอวะ?]
ในขณะที่ทุกคนกำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่นั้น หลินหยวนผู้เป็นคนชิลๆ เมื่อทำไม่ได้ เขาก็แค่ล้มเลิกความตั้งใจ
หลังจากปรายตามองความมืดมิดหลังบานประตูเป็นครั้งสุดท้าย หลินหยวนก็หันหลังเดินจากไป
แสดงให้เห็นถึงทัศนคติอันไร้ซึ่งความกังวลของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ไม่นานนัก หลินหยวนก็เดินผ่านโถงทางเดินอันยาวเหยียด กลับมาจนถึงล็อบบี้ของโรงพยาบาลอีกครั้ง
ไป๋เจี๋ยยังคงฟุบหลับปุ๋ยอยู่ที่เคาน์เตอร์ต้อนรับ
หลินหยวนเหลือบมองไป๋เจี๋ยขณะที่เดินผ่าน จากนั้นเขาก็วางหัวมนุษย์ในมือลงบนพื้น แล้วล้วงเอาโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋า
"มาวอร์มอัปกันหน่อยดีกว่า"
สิ้นคำพูด เพลงที่คุ้นหูเป็นอย่างดีก็ดังขึ้น
"จะนอนหาพ่องงง! ลุกขึ้นมามันส์!"
หลินหยวนไม่รู้ว่าเดี๋ยวเขาจะต้องต่อสู้กับผู้อำนวยการหรือไม่
และการอยู่ในสถานะ 'ดีดสุดขีด' ที่ทำให้ค่าสถานะทางร่างกายพุ่งกระฉูดนั้น มันไม่ง่ายเลยที่จะปรับตัวให้เข้ากับพลังนั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ
หากค่าสถานะเหนือกว่าคู่ต่อสู้แบบทิ้งห่าง จุดบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ นี้ก็คงไม่เป็นปัญหา
แต่หากต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่สูสี เขาอาจจะพ่ายแพ้เพราะเหตุนี้ได้
ดังนั้น ในเมื่อทางผ่านมีไป๋เจี๋ยอยู่ เขาก็เลยกะจะเอาเธอมาเป็นกระสอบทรายซ้อมมือซะหน่อย
ทันทีที่เสียงเพลงบรรเลงขึ้น ไป๋เจี๋ยก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันทีตามคาด
"หนวกหูโว้ย!"
หลังจากประโยคเปิดตัวอันแสนคุ้นเคย การต่อสู้ก็เริ่มต้นขึ้นทันที
ทว่าผลลัพธ์สุดท้ายก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง หลังจากที่ฆ่าไป๋เจี๋ยไปสิบครั้งรวด ในที่สุดหลินหยวนก็รู้สึกว่าเขาปรับตัวเข้ากับพลังได้ดีพอแล้ว
ในเวลานี้ ล็อบบี้เต็มไปด้วยซากศพของไป๋เจี๋ยเกลื่อนกลาดไปหมด
"อืมมม สะใจดีแฮะ"
หลินหยวนหยิบหัวทั้งสองบนพื้นขึ้นมาอย่างพึงพอใจ และปิดเพลงที่กำลังบรรเลงอยู่
เขาเริ่มมุ่งหน้าไปยังโถงทางเดินเพียงเส้นเดียวที่ยังไม่ได้ไปเยือน
และในไลฟ์สด ตอนนี้ทุกคนต่างก็พากันกระหน่ำพิมพ์คอมเมนต์เป็นเสียงเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมาย
[ลูกพี่หลิน ช่วยทำตัวให้เหมือนคนปกติหน่อยเถอะ!]
พยาบาลกะดึกที่ถูกฆ่าตายซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงสิบครั้งรวด ช่างดูน่าเวทนาเกินไปจริงๆ
แน่นอนว่าคอมเมนต์เหล่านั้นก็เป็นแค่การแซวเล่นเท่านั้น ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาก็รู้ดีว่านี่คือตัวประหลาดสุดสยองที่สามารถคร่าชีวิตคนได้
หากหลินหยวนถูกฆ่าตาย พวกตัวประหลาดเหล่านี้ก็จะบุกมารุกรานประเทศเซี่ย และก็คงจะไม่มีตัวประหลาดหน้าไหนมาเห็นอกเห็นใจมนุษย์ที่ถูกพวกมันฆ่าหรอก
… … … …
อันที่จริง หลินหยวนไม่ได้มีความสนใจในเรื่องการทรมานและฆ่าฟันหรอกนะ
เหตุผลหลักก็คือไป๋เจี๋ยไม่สามารถมอบค่าอารมณ์ด้านลบให้เขาได้อีกต่อไปแล้ว
และหลังจากที่ถูกปลุกให้ตื่น ประโยคเปิดตัวซ้ำซากจำเจของเธอก็ทำเอาหลินหยวนเบื่อหน่ายสุดๆ
แต่ใครใช้ให้ไป๋เจี๋ยมีความสามารถในการคืนชีพอย่างไม่มีขีดจำกัดกันล่ะ?
เธอไม่ได้แข็งแกร่งจนเกินรับมือ แต่ก็ไม่ได้อ่อนแอจนเกินไป
เธอจึงกลายเป็นเป้าซ้อมมือที่ยอดเยี่ยมที่สุดยังไงล่ะ!
เพื่อที่จะปรับตัวให้เข้ากับค่าสถานะที่พุ่งกระฉูดหลังจากเปิดใช้งานสกิลฉายาให้ได้เร็วที่สุด หลินหยวนก็เลยไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำแบบนี้
บางครั้ง ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยก็นำไปสู่ความสูญเสียครั้งใหญ่ได้
แม้ว่าหลินหยวนจะชอบเต้นรำอยู่บนปลายมีด แต่เขาก็อยากจะเต้นรำให้จบเพลงและโค้งคำนับได้อย่างสมบูรณ์แบบมากกว่า
ดังนั้น รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ จึงเป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจ จะมาทำเป็นประมาทเลินเล่อไม่ได้เด็ดขาด
"เหลือเวลาอีกสิบนาที"
เขาเสียเวลาไปกับการซ้อมมือกับไป๋เจี๋ยมากทีเดียว
เวลาที่เสียงระฆังตีบอกชั่วโมงจะดังนั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
หลินหยวนยังไม่ได้เตรียมตัวที่จะเผชิญหน้ากับรปภ. ดังนั้นทางที่ดีคือต้องหาผู้อำนวยการให้เจอโดยเร็วที่สุด
ห้องต่างๆ ที่อยู่สองฝั่งของโถงทางเดินเส้นนี้ ล้วนเป็นห้องทำงานของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล
ซึ่งรวมถึงห้องพักเวร, ห้องรปภ., ห้องผู้อำนวยการ ฯลฯ
หลินหยวนไม่ได้ลองเปิดเข้าไปในห้องอื่นๆ เป้าหมายของเขานั้นชัดเจนมาก
โชคดีที่โถงทางเดินเส้นนี้ไม่ได้ยาวนัก และไม่นานหลินหยวนก็มองเห็นห้องผู้อำนวยการอยู่ที่สุดปลายทาง
อันดับแรก เขาโยนหัวแม่ของผู้อำนวยการเข้าไปซ่อนไว้ในตู้ดับเพลิงที่แขวนอยู่บนผนัง
ของสิ่งนี้ไม่เหมาะที่จะหิ้วเข้าไปข้างในตรงๆ ไม่อย่างนั้นก็มีโอกาสสูงที่จะปะทะกันในทันที
อย่างไรก็ตาม หลินหยวนคิดอยู่ครู่หนึ่งเกี่ยวกับหัวของไป๋เจี๋ย และท้ายที่สุดเขาก็ตัดสินใจถือมันไว้ในมือ
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเตรียมพร้อม ก่อนจะเปิดประตูห้องผู้อำนวยการออก
ทันทีที่ประตูเปิดออก สิ่งแรกที่หลินหยวนมองเห็นคือชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน
เขาเป็นชายร่างอ้วนฉุ นัยน์ตาที่หรี่เล็กลงจนแทบจะเป็นเส้นตรง จ้องมองหลินหยวนที่กำลังเดินเข้ามาด้วยความละโมบ
และในวินาทีที่เขาสบตากับผู้อำนวยการ หลินหยวนก็ใช้ 'เนตรสำรวจ' ทันที
[เฉียนกั๋วผิง]
[พละกำลัง: 15]
[ความคล่องตัว: 21]
[ความอดทน: 17]
[เสน่ห์: 0]
เมื่อได้เห็นค่าสถานะร่างกายของเฉียนกั๋วผิง หลินหยวนก็ฉีกยิ้มออกมาทันที
ร่างกายที่เคยตึงเครียดของเขาผ่อนคลายลงในพริบตา
ตราบใดที่เขาเปิดเพลงและเปิดใช้งานสกิลฉายา 'ดีดสุดขีด' ค่าสถานะของหลินหยวนก็เรียกได้ว่าสามารถบดขยี้ผู้อำนวยการได้อย่างราบคาบ
อย่างไรก็ตาม หลินหยวนก็ยังคงรักษาความระแวดระวังที่จำเป็นเอาไว้
ค่าสถานะก็เรื่องหนึ่ง แต่ในโลกนี้มันก็มีพวกที่สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่าได้ หรือพวกที่ตกม้าตายเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องได้เช่นกัน
นี่ไม่ใช่การเล่นเกม และตัวเลขข้อมูลต่างๆ ก็ไม่ใช่ตัวตัดสินทุกอย่าง
ดังนั้น หลินหยวนจึงยังคงรักษาความระแวดระวังตัวเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม
และในตอนนั้นเอง เฉียนกั๋วผิงก็มองมาที่หลินหยวนแล้วเอ่ยขึ้น
"ใครอนุญาตให้แกเข้ามาในห้องทำงานของฉัน? แกควรจะให้คำตอบที่น่าพอใจกับฉันมานะ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลินหยวนก็หัวเราะหึๆ แล้วตอบกลับไปทันที
"ท่านผู้อำนวยการ ผมเอาของขวัญมาให้น่ะครับ เดี๋ยวผมไปหยิบมาให้ดูนะ"