เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13 ท่านผู้อำนวยการ ผมเอาของขวัญมาให้

ตอนที่ 13 ท่านผู้อำนวยการ ผมเอาของขวัญมาให้

ตอนที่ 13 ท่านผู้อำนวยการ ผมเอาของขวัญมาให้


ตอนที่ 13 ท่านผู้อำนวยการ ผมเอาของขวัญมาให้

เมื่อหลินหยวนเดินมาถึงประตูทางออกของห้องดับจิต เขาก็อดไม่ได้ที่จะขยี้ตาตัวเอง

"หืม?"

เมื่อมองออกไปนอกประตู เขาไม่สามารถมองเห็นภาพด้านนอกได้อย่างชัดเจน มันมีความรู้สึกพร่ามัวราวกับ 'มองดูดอกไม้ผ่านม่านหมอก'

เขาหันขวับกลับไปมองด้านหลัง และพบว่ามันไม่ได้เป็นปัญหาที่ดวงตาของเขา

เพราะภาพเบื้องหลังยังคงชัดเจนแจ่มแจ้ง ไร้ซึ่งความรู้สึกขมุกขมัวแต่อย่างใด

หลินหยวนยิ่งมั่นใจมากขึ้นไปอีกว่าต้องมีบางสิ่งซ่อนอยู่ในห้องดับจิตแห่งนี้แน่ๆ

แต่ก็เหมือนเดิม เขาไม่สามารถวิเคราะห์อะไรออกเลย

หลังจากหยุดเดินเพียงชั่วครู่ หลินหยวนก็ก้าวเดินต่อไป

และทันทีที่เขาก้าวเท้าพ้นประตูห้องดับจิต ภาพที่เคยพร่ามัวก็กลับมาชัดเจนอีกครั้ง

มันยังคงเป็นโถงทางเดินอันเงียบสงัดเช่นเดิม

ทว่าเมื่อหลินหยวนหันกลับไปมองในห้องดับจิตผ่านบานประตู มันกลับมืดสนิทเหมือนก่อนหน้านี้ไม่มีผิด

หลินหยวนจำได้แม่นยำว่าตอนเดินออกมา เขาไม่ได้ปิดไฟในห้องดับจิตเลยนี่นา

"หรือว่าปัญหาจะอยู่ที่ประตู?"

หลินหยวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ชั่งใจว่าเขาควรจะลองงัดประตูห้องดับจิตบานนี้ออกไปดีไหม

ด้วยความเป็นคนคิดปุ๊บทำปั๊บ ทันทีที่ความคิดนี้แล่นเข้ามาในหัว หลินหยวนก็สตาร์ทเครื่องเลื่อยไฟฟ้าในมือทันที

ใบเลื่อยที่หมุนด้วยความเร็วสูงปะทะเข้ากับประตูเหล็ก

ทว่ากลับไม่มีประกายไฟแตกกระจายอย่างที่คิด หลินหยวนลงมือเลื่อยอยู่ถึงสามนาทีเต็ม

ประตูบานนั้นยังคงนิ่งสนิท ไม่ปรากฏแม้แต่รอยขีดข่วน

"ชิ ดูเหมือนว่าจะถอดไม่ออกแฮะ ช่างมันเถอะ"

สิ้นเสียงของเขา ผู้ชมในไลฟ์สดก็เข้าใจถึงพฤติกรรมประหลาดๆ ของหลินหยวนเมื่อครู่นี้ในที่สุด

[นี่นายกะจะเหมาหมดทุกอย่างเลยใช่มั้ยเนี่ย? เข้าห้องดับจิตไปหั่นหัวคนมาหัวนึงยังไม่พอ ตอนนี้ยังคิดจะงัดประตูเขาไปอีกเหรอ?]

[ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน ประตูบานนี้คุณภาพดีจริงๆ แฮะ]

[ตาถึงไม่เบานะลูกพี่หลิน ประตูบานนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ประตูธรรมดาๆ]

[ฮ่าๆ ในที่สุดก็ได้เห็นลูกพี่หลินหน้าแตกสักที]

[ฉันรู้สึกว่าห้องดับจิตแห่งนี้เต็มไปด้วยความแปลกประหลาด ขนาดประตูยังพิเศษขนาดนี้เลย]

[เอาจริงๆ ฉันว่ามันก็ปกตินะ สิ่งก่อสร้างในโลกแห่งเรื่องเล่าสยองขวัญน่ะถูกทำลายยากจะตาย ไม่อย่างนั้นจะมัวหาลูกกุญแจกันไปทำไมล่ะ? ถ้าลูกพี่หลินแค่พังประตูใหญ่ของโรงพยาบาล ก็หนีออกไปได้ดื้อๆ เลยไม่ใช่หรือไง?]

[ตอนนี้ฉันแค่อยากรู้ว่า ลูกพี่หลินแกมีแรงจูงใจอะไรถึงอยากจะงัดประตูเหล็กบานเบ้อเริ่มนี่ออกไป? ตอนนี้มือซ้ายแกหิ้วหัวคนอยู่สองหัว มือขวาก็ถือเลื่อยไฟฟ้าอันเบ้อเริ่ม ต่อให้งัดประตูออกไปได้ แกจะเทินมันไว้บนหัวหรือไง?]

[พูดก็พูดเถอะ ในกระเป๋าเสื้อแกยังมีของอีกเพียบเลยนะ ทั้งมือถือ ไฟแช็ก สายออกซิเจน มีของจุกจิกเป็นกองเลย นี่แกเป็นพวกบ้าสมบัติเหรอวะ?]

ในขณะที่ทุกคนกำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่นั้น หลินหยวนผู้เป็นคนชิลๆ เมื่อทำไม่ได้ เขาก็แค่ล้มเลิกความตั้งใจ

หลังจากปรายตามองความมืดมิดหลังบานประตูเป็นครั้งสุดท้าย หลินหยวนก็หันหลังเดินจากไป

แสดงให้เห็นถึงทัศนคติอันไร้ซึ่งความกังวลของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ไม่นานนัก หลินหยวนก็เดินผ่านโถงทางเดินอันยาวเหยียด กลับมาจนถึงล็อบบี้ของโรงพยาบาลอีกครั้ง

ไป๋เจี๋ยยังคงฟุบหลับปุ๋ยอยู่ที่เคาน์เตอร์ต้อนรับ

หลินหยวนเหลือบมองไป๋เจี๋ยขณะที่เดินผ่าน จากนั้นเขาก็วางหัวมนุษย์ในมือลงบนพื้น แล้วล้วงเอาโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋า

"มาวอร์มอัปกันหน่อยดีกว่า"

สิ้นคำพูด เพลงที่คุ้นหูเป็นอย่างดีก็ดังขึ้น

"จะนอนหาพ่องงง! ลุกขึ้นมามันส์!"

หลินหยวนไม่รู้ว่าเดี๋ยวเขาจะต้องต่อสู้กับผู้อำนวยการหรือไม่

และการอยู่ในสถานะ 'ดีดสุดขีด' ที่ทำให้ค่าสถานะทางร่างกายพุ่งกระฉูดนั้น มันไม่ง่ายเลยที่จะปรับตัวให้เข้ากับพลังนั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ

หากค่าสถานะเหนือกว่าคู่ต่อสู้แบบทิ้งห่าง จุดบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ นี้ก็คงไม่เป็นปัญหา

แต่หากต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่สูสี เขาอาจจะพ่ายแพ้เพราะเหตุนี้ได้

ดังนั้น ในเมื่อทางผ่านมีไป๋เจี๋ยอยู่ เขาก็เลยกะจะเอาเธอมาเป็นกระสอบทรายซ้อมมือซะหน่อย

ทันทีที่เสียงเพลงบรรเลงขึ้น ไป๋เจี๋ยก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันทีตามคาด

"หนวกหูโว้ย!"

หลังจากประโยคเปิดตัวอันแสนคุ้นเคย การต่อสู้ก็เริ่มต้นขึ้นทันที

ทว่าผลลัพธ์สุดท้ายก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง หลังจากที่ฆ่าไป๋เจี๋ยไปสิบครั้งรวด ในที่สุดหลินหยวนก็รู้สึกว่าเขาปรับตัวเข้ากับพลังได้ดีพอแล้ว

ในเวลานี้ ล็อบบี้เต็มไปด้วยซากศพของไป๋เจี๋ยเกลื่อนกลาดไปหมด

"อืมมม สะใจดีแฮะ"

หลินหยวนหยิบหัวทั้งสองบนพื้นขึ้นมาอย่างพึงพอใจ และปิดเพลงที่กำลังบรรเลงอยู่

เขาเริ่มมุ่งหน้าไปยังโถงทางเดินเพียงเส้นเดียวที่ยังไม่ได้ไปเยือน

และในไลฟ์สด ตอนนี้ทุกคนต่างก็พากันกระหน่ำพิมพ์คอมเมนต์เป็นเสียงเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมาย

[ลูกพี่หลิน ช่วยทำตัวให้เหมือนคนปกติหน่อยเถอะ!]

พยาบาลกะดึกที่ถูกฆ่าตายซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงสิบครั้งรวด ช่างดูน่าเวทนาเกินไปจริงๆ

แน่นอนว่าคอมเมนต์เหล่านั้นก็เป็นแค่การแซวเล่นเท่านั้น ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาก็รู้ดีว่านี่คือตัวประหลาดสุดสยองที่สามารถคร่าชีวิตคนได้

หากหลินหยวนถูกฆ่าตาย พวกตัวประหลาดเหล่านี้ก็จะบุกมารุกรานประเทศเซี่ย และก็คงจะไม่มีตัวประหลาดหน้าไหนมาเห็นอกเห็นใจมนุษย์ที่ถูกพวกมันฆ่าหรอก

… … … …

อันที่จริง หลินหยวนไม่ได้มีความสนใจในเรื่องการทรมานและฆ่าฟันหรอกนะ

เหตุผลหลักก็คือไป๋เจี๋ยไม่สามารถมอบค่าอารมณ์ด้านลบให้เขาได้อีกต่อไปแล้ว

และหลังจากที่ถูกปลุกให้ตื่น ประโยคเปิดตัวซ้ำซากจำเจของเธอก็ทำเอาหลินหยวนเบื่อหน่ายสุดๆ

แต่ใครใช้ให้ไป๋เจี๋ยมีความสามารถในการคืนชีพอย่างไม่มีขีดจำกัดกันล่ะ?

เธอไม่ได้แข็งแกร่งจนเกินรับมือ แต่ก็ไม่ได้อ่อนแอจนเกินไป

เธอจึงกลายเป็นเป้าซ้อมมือที่ยอดเยี่ยมที่สุดยังไงล่ะ!

เพื่อที่จะปรับตัวให้เข้ากับค่าสถานะที่พุ่งกระฉูดหลังจากเปิดใช้งานสกิลฉายาให้ได้เร็วที่สุด หลินหยวนก็เลยไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำแบบนี้

บางครั้ง ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยก็นำไปสู่ความสูญเสียครั้งใหญ่ได้

แม้ว่าหลินหยวนจะชอบเต้นรำอยู่บนปลายมีด แต่เขาก็อยากจะเต้นรำให้จบเพลงและโค้งคำนับได้อย่างสมบูรณ์แบบมากกว่า

ดังนั้น รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ จึงเป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจ จะมาทำเป็นประมาทเลินเล่อไม่ได้เด็ดขาด

"เหลือเวลาอีกสิบนาที"

เขาเสียเวลาไปกับการซ้อมมือกับไป๋เจี๋ยมากทีเดียว

เวลาที่เสียงระฆังตีบอกชั่วโมงจะดังนั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

หลินหยวนยังไม่ได้เตรียมตัวที่จะเผชิญหน้ากับรปภ. ดังนั้นทางที่ดีคือต้องหาผู้อำนวยการให้เจอโดยเร็วที่สุด

ห้องต่างๆ ที่อยู่สองฝั่งของโถงทางเดินเส้นนี้ ล้วนเป็นห้องทำงานของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล

ซึ่งรวมถึงห้องพักเวร, ห้องรปภ., ห้องผู้อำนวยการ ฯลฯ

หลินหยวนไม่ได้ลองเปิดเข้าไปในห้องอื่นๆ เป้าหมายของเขานั้นชัดเจนมาก

โชคดีที่โถงทางเดินเส้นนี้ไม่ได้ยาวนัก และไม่นานหลินหยวนก็มองเห็นห้องผู้อำนวยการอยู่ที่สุดปลายทาง

อันดับแรก เขาโยนหัวแม่ของผู้อำนวยการเข้าไปซ่อนไว้ในตู้ดับเพลิงที่แขวนอยู่บนผนัง

ของสิ่งนี้ไม่เหมาะที่จะหิ้วเข้าไปข้างในตรงๆ ไม่อย่างนั้นก็มีโอกาสสูงที่จะปะทะกันในทันที

อย่างไรก็ตาม หลินหยวนคิดอยู่ครู่หนึ่งเกี่ยวกับหัวของไป๋เจี๋ย และท้ายที่สุดเขาก็ตัดสินใจถือมันไว้ในมือ

เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเตรียมพร้อม ก่อนจะเปิดประตูห้องผู้อำนวยการออก

ทันทีที่ประตูเปิดออก สิ่งแรกที่หลินหยวนมองเห็นคือชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน

เขาเป็นชายร่างอ้วนฉุ นัยน์ตาที่หรี่เล็กลงจนแทบจะเป็นเส้นตรง จ้องมองหลินหยวนที่กำลังเดินเข้ามาด้วยความละโมบ

และในวินาทีที่เขาสบตากับผู้อำนวยการ หลินหยวนก็ใช้ 'เนตรสำรวจ' ทันที

[เฉียนกั๋วผิง]

[พละกำลัง: 15]

[ความคล่องตัว: 21]

[ความอดทน: 17]

[เสน่ห์: 0]

เมื่อได้เห็นค่าสถานะร่างกายของเฉียนกั๋วผิง หลินหยวนก็ฉีกยิ้มออกมาทันที

ร่างกายที่เคยตึงเครียดของเขาผ่อนคลายลงในพริบตา

ตราบใดที่เขาเปิดเพลงและเปิดใช้งานสกิลฉายา 'ดีดสุดขีด' ค่าสถานะของหลินหยวนก็เรียกได้ว่าสามารถบดขยี้ผู้อำนวยการได้อย่างราบคาบ

อย่างไรก็ตาม หลินหยวนก็ยังคงรักษาความระแวดระวังที่จำเป็นเอาไว้

ค่าสถานะก็เรื่องหนึ่ง แต่ในโลกนี้มันก็มีพวกที่สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่าได้ หรือพวกที่ตกม้าตายเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องได้เช่นกัน

นี่ไม่ใช่การเล่นเกม และตัวเลขข้อมูลต่างๆ ก็ไม่ใช่ตัวตัดสินทุกอย่าง

ดังนั้น หลินหยวนจึงยังคงรักษาความระแวดระวังตัวเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม

และในตอนนั้นเอง เฉียนกั๋วผิงก็มองมาที่หลินหยวนแล้วเอ่ยขึ้น

"ใครอนุญาตให้แกเข้ามาในห้องทำงานของฉัน? แกควรจะให้คำตอบที่น่าพอใจกับฉันมานะ"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลินหยวนก็หัวเราะหึๆ แล้วตอบกลับไปทันที

"ท่านผู้อำนวยการ ผมเอาของขวัญมาให้น่ะครับ เดี๋ยวผมไปหยิบมาให้ดูนะ"

จบบทที่ ตอนที่ 13 ท่านผู้อำนวยการ ผมเอาของขวัญมาให้

คัดลอกลิงก์แล้ว