- หน้าแรก
- วันแรกที่ถูกตระกูลทอดทิ้ง วันสิ้นโลกก็มาถึง
- ตอนที่ 51 เรือสำราญสังหาร 3
ตอนที่ 51 เรือสำราญสังหาร 3
ตอนที่ 51 เรือสำราญสังหาร 3
.
.
ท้องฟ้ามืดครึ้มและหม่นหมอง เย่เจานอนพิงอยู่ตรงหน้าต่างบานเล็กที่มีขนาดราวกับศีรษะสองศีรษะวางเรียงกัน มือหนึ่งถือกล้องส่องทางไกล พยายามสังเกตสถานการณ์ของเรือที่อยู่ไม่ไกลนัก
แม้จะอยู่ห่างออกไปพอสมควร แต่เธอก็ยังมองเห็นว่าบนดาดฟ้าแน่นขนัดไปด้วยผู้คน และเป็นครั้งคราวจะมีบางสิ่งถูกโยนลงจากดาดฟ้า กระแทกผิวน้ำทะเลจนเกิดละอองน้ำกระเซ็นขึ้นมาเล็กน้อย…
ที่นี่มีเรืออยู่หลายร้อยลำ แต่ละลำมีคนอยู่สองหมื่นคน รวมกันแล้วอย่างน้อยก็ต้องมีหลายล้านคน
หรือว่าผู้เล่นทั้งหมดของเกมรอบที่ 3 จะอยู่ในทะเลแห่งนี้กันหมด?
เธอมองอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเก็บกล้องส่องทางไกล นั่งกลับลงบนเตียง กินแซนด์วิชไปพลาง เปิดกลุ่มแชตดูสถานการณ์ของผู้เล่นไปพลาง
ความตื่นเต้น ความอยากรู้อยากเห็น และบรรยากาศผ่อนคลายที่ผู้เล่นมีตอนเพิ่งเข้ามาในเกมหายไปนานแล้ว
เพียงแค่วันเดียว ทุกคนก็กลายเป็นคนตึงเครียดและหวาดระแวง บนเรือสำราญแทบไม่เห็นผู้เล่นที่เคลื่อนไหวตามลำพังอีกแล้ว ไม่รวมกลุ่มก็ซ่อนตัวอยู่ในห้อง ข้อความในกลุ่มเกมเด้งขึ้นมารัว ๆ อย่างน่าตกใจ
โดยเฉพาะตัวเลขจำนวนผู้เล่นที่เปลี่ยนเป็น [19690/20000]
ในเวลาอันสั้น มีผู้เล่นมากกว่าสามร้อยคนที่ตายด้วยน้ำมือของพวกเดียวกันเอง
1021b: [ฮือออ น่ากลัวมาก! ฉันเห็นผู้เล่นหลายคนฆ่ากันเองเพราะแย่งไอเทมเกม! จะทำยังไงดี? พวกนั้นอยู่ห้องข้าง ๆ ฉันเลย! ตอนนี้ฉันไม่กล้าออกไปแล้ว!]
1293a: [ฉันเห็นผู้เล่นคนหนึ่งถูกโยนลงทะเล ฉันอยากร้องขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีทางช่วยได้เลย ไม่มีเชือก ไม่มีเสื้อชูชีพ ไม่มีเรือชูชีพ ฉันได้แต่มองเขาจมลงทะเลต่อหน้าต่อตา… ฮือออ ฉันอยากออกไปจากที่นี่ เกมขยะนี่กำลังฆ่าคน!]
2333a: [นี่มันเกมเอาชีวิตรอดจริงเหรอ? ให้ข้าวแค่มื้อเดียว! ฉันเสียใจชะมัด ตอนนั้นมัวแต่กระโดดโลดเต้นอยู่บนเรือ กินไปแค่น้ำผลไม้แก้วเดียว ตอนนี้หิวจะตายแล้ว! มีใครแบ่งอาหารให้ฉันบ้างไหม? จากนี้ไปฉันจะตามคนนั้นเลย!]
9113a: [ฉันเสียใจมากจริง ๆ! ตอนนั้นยังหัวเราะเยาะคนที่รีบกวาดอาหารกับของไปเก็บ แถมคิดว่าพวกเขาน่าอายอีก สุดท้ายคนโง่ตัวจริงกลับเป็นฉัน!]
8383b: [อาหารมื้อต่อไปเมื่อไร? พรุ่งนี้เช้าเหรอ?]
x234a: [ฉันเห็นผู้เล่นผู้หญิงคนหนึ่งมีอาหารเยอะมาก กระเป๋าเป้ของเธอแน่นจนล้นเลย ช่วยแบ่งให้พวกเราหน่อยได้ไหม? พอพรุ่งนี้แจกอาหารเช้าแล้วพวกเราจะคืนให้]
7382a: [ฉันก็เห็นหลายคนหอบอาหารไปเป็นกระสอบเหมือนกัน มาแบ่งกันเถอะ! ขอแค่พวกเราสามัคคีกัน ก็ต้องผ่านเกมรอบนี้ไปได้อย่างปลอดภัยแน่นอน!]
7289a: [ยอมรับความจริงกันเถอะ เลิกฝันกลางวันแล้วรอให้คนอื่นมาช่วยได้แล้ว นี่คือเกมจริงที่คนตายได้]
…
สายตาของเย่เจาหยุดอยู่ที่หมายเลข 7289a ชั่วครู่
เธอจำได้ว่าคนนี้นี่เองที่เคยเตือนทุกคนให้รีบกักตุนอาหารไว้ก่อน
ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
เย่เจาเช็ดปากแล้วเดินไปดู เสียงเคาะยังคงดังต่อเนื่อง
“เพื่อนที่อยู่ข้างใน เปิดประตูหน่อยครับ พวกเรามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย”
เย่เจามองผ่านตาแมว เห็นคนยืนอยู่หน้าประตูหลายคน ทั้งชายและหญิง
“น้องสาว เปิดประตูหน่อย พวกเราล้วนเป็นผู้เล่นที่อยู่ห้องแถวนี้เหมือนกัน กำลังวางแผนตั้งทีมผู้เล่น เพื่อจะได้ช่วยเหลือกันในอนาคต”
เย่เจาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเก็บแซนด์วิชใส่กระเป๋าแล้วเปิดประตู
และก็เห็นจริง ๆ ว่ามีคนยืนอยู่ด้านนอกราวสิบกว่าคน บางคนตื่นเต้น บางคนกังวล เห็นได้ชัดว่าพวกเขาจับกลุ่มกันแล้วและต้องการชวนเธอเข้าร่วม
“สวัสดีครับ ผมชื่อเสี่ยวหมิง ในโลกความจริงผมเป็นตำรวจ นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่ผมเข้าสู่เกมเอาชีวิตรอด”
เสี่ยวหมิงยื่นมือมาหาเย่เจาเพื่อแสดงความจริงใจ ส่วนเย่เจาก็ยื่นมือไปจับตอบ
ผู้เล่นจากห้องใกล้เคียงทยอยออกมากันมากขึ้นเรื่อย ๆ ต่างยืนมองพวกเขาด้วยความระแวดระวัง
ไม่นานนัก ทางเดินก็มีคนมารวมตัวกันเกือบห้าสิบคน
ในฐานะผู้ริเริ่ม เสี่ยวหมิงซึ่งเป็นทั้งตำรวจและผู้เล่นที่ผ่านเกมรอบสองมาแล้ว พอจะรวบรวมทุกคนได้ เขาจึงพูดขึ้นว่า
“ทุกคนคงรู้สถานการณ์ตอนนี้แล้วใช่ไหมครับ? มีผู้เล่นบางกลุ่มรวมตัวกันปล้นผู้เล่นที่อยู่ลำพัง แย่งไอเทมเกม กระทั่งฆ่าคนด้วยซ้ำ! เพราะฉะนั้น เพื่อให้พวกเราอยู่รอดและผ่านเกมได้ดีขึ้น ผมขอเสนอให้พวกเรารวมตัวกัน และเคลื่อนไหวร่วมกันเพื่อต่อต้านพวกอาชญากร!”
“พวกเราอาจไม่ถึงขั้นไปปล้นใคร แต่เวลาเจออันตราย อย่างน้อยก็จะไม่ไร้กำลังต่อต้าน!”
คำพูดนี้แทงใจดำหลายคนพอดี
แม้ทุกคนจะยังมีความสงสัยในตัวเสี่ยวหมิงอยู่บ้าง แต่สิ่งที่เขาพูดก็มีเหตุผล
ไม่ว่าจะเห็นกับตาหรือเห็นจากในกลุ่มแชต ทุกคนต่างรู้ดีว่าบนเรือตอนนี้มีกลุ่มอาชญากรอยู่หลายกลุ่ม คอยปล้นผู้เล่นที่อยู่ลำพังโดยเฉพาะ คนที่ไม่ยอมร่วมมือหรือขัดขืนก็ถูกฆ่าทิ้ง
อย่างไรเสีย การฆ่าคนในโลกเกมก็ไม่มีใครมารับผิดชอบแทน
เสี่ยวหมิงกล่าวต่อ
“ผมคิดว่าพรุ่งนี้เช้าเกมต้องแจกอาหารแน่นอน ตอนนี้ทุกคนรู้แล้วว่าอาหารสำคัญแค่ไหน เพราะงั้นพรุ่งนี้ต้องมีการแย่งชิงแน่ ๆ กำลังของคนคนเดียวมีจำกัด แถมยังต้องระวังผู้เล่นพวกที่ปล้นและฆ่าคนอีก ถ้าพวกเรารวมตัวกันร่วมมือกัน ก็ต้องได้อาหารมากขึ้นแน่นอน!”
เด็กสาวคนหนึ่งยกมือถาม
“อาหารที่แย่งกลับมาได้ จะแบ่งเท่า ๆ กันทุกคนหรือเปล่า?”
“บางคนออกแรงมาก บางคนออกแรงน้อย ถ้าแบ่งเท่ากันหมดก็คงไม่ยุติธรรม”
“ฉันเห็นด้วยกับการแบ่งเท่า ๆ กันนะ หรือจะให้รางวัลตามผลงานก็ได้ เป้าหมายที่ดีที่สุดคือทุกคนรอดไปด้วยกัน เพราะพวกเราแค่ต้องอยู่ในโลกนี้ 15 วันเท่านั้นเอง”
“15 วันเลยนะ! ใครจะรู้ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเกมหยุดแจกอาหารขึ้นมาล่ะ?”
“…”
เย่เจาพิงกรอบประตู มองดูคนกลุ่มนั้นเถียงกันไม่จบไม่สิ้น
อย่างน้อยในตอนนี้ เธอก็เห็นด้วยกับแนวคิดของเสี่ยวหมิง
ผู้เล่นธรรมดา ถ้าไม่รวมตัวกัน ก็ไม่มีทางสู้กับพวกแก๊งอาชญากรได้ และสุดท้ายจะถูกเก็บทีละคน แต่เมื่อเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ส่วนตัว ทุกคนก็ย่อมเห็นแก่ตัว และไม่มีใครอยากเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
เสี่ยวหมิงพูดว่า
“ไม่จำเป็นต้องแบ่งเสบียงเท่า ๆ กัน ใครได้มาก็เป็นของคนนั้น แต่ต้องส่งมอบหนึ่งในสามให้ผม จากนั้นผมจะนำไปแจกจ่ายให้ผู้เล่นที่ไม่มีอะไรเลย”
“แล้วก็มีข้อบังคับข้อหนึ่ง ทุกครั้งที่พวกเราปฏิบัติการร่วมกัน ไม่ว่าใครจะถูกกลั่นแกล้ง ทุกคนต้องช่วยกันยืนหยัดออกหน้า! พวกเราห้ามยืนดูเพื่อนร่วมทีมถูกลากตัวไปเด็ดขาด!”
“ทุกคนต้องเข้าใจว่า มีแต่พวกเราที่ยืนอยู่ฝั่งเดียวกันเท่านั้น ถึงจะข่มขู่คนอื่นได้!”
เสี่ยวหมิงกล่าวเสริมว่า “ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจัดคนกว่าสิบคนไปต่อคิวที่ร้านอาหารแล้ว พรุ่งนี้พวกเราต้องได้อาหารแน่นอน!”
ทุกคนมองหน้ากันอีกครั้ง ก่อนจะยอมรับข้อเสนอของเสี่ยวหมิงในที่สุด
เสี่ยวหมิงสร้างกลุ่มแชตย่อยขึ้นมา แล้วดึงทุกคนที่อยู่ตรงนั้นเข้ากลุ่ม
เมื่อมองดูสมาชิกในกลุ่มเล็กที่มีคนกว่าร้อยคน เขาก็เผยรอยยิ้มโล่งใจเป็นครั้งแรก
ส่วนเย่เจาเดินลงมาตามทางเดินจนถึงร้านอาหารแล้ว
เธอสังเกตว่าร้านอาหารมีเสียงดังและผู้คนแออัด จึงเดินเข้าไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น
ตอนนี้ร้านอาหารแน่นขนัดจนแทบไม่มีที่ว่าง คนที่อยู่ลำพังมีน้อยมาก ส่วนใหญ่จับกลุ่มกันเป็นก้อน ๆ และดูเหมือนจะตั้งใจไม่ยอมออกไปไหน
ทุกมุมของร้านถูกจับจองหมดแล้ว บางคนถึงกับเอาผ้าห่มมาปูนอนบนพื้น เพียงเพื่อให้ตัวเองเป็นคนแรกที่ได้อาหาร
ห้องของเย่เจาอยู่ใกล้ร้านอาหารมาก แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ พรุ่งนี้เช้าเธอคงไม่ได้อะไรแน่นอน
โชคดีที่เธอยังมีอาหารเหลือพอ
ตอนนี้เธอมีแซนด์วิช 6 ชิ้น น้ำแร่ 5 ขวด นมกล่องขนาด 250 มิลลิลิตร 3 กล่อง และลูกอมนมอีก 1 เม็ด
ลูกอมนมของเธอไม่มีที่ไหนขายอีกแล้ว
ดังนั้นเธอต้องพยายามหักห้ามใจไม่ให้กินมัน
โลกบัดซบเอ๊ย!
เวลากลางคืนบนเรือสำราญไม่มีอะไรน่าสนใจนัก
ขณะที่เธอกำลังจะกลับ จู่ ๆ ชายร่างใหญ่กำยำหลายคนก็นำผู้เล่นอีกหลายสิบคนเดินเข้ามาในร้านอาหาร และเริ่มมีปากเสียงกับผู้เล่นที่ยึดพื้นที่อยู่ก่อน
ดูท่าว่าการต่อสู้กำลังจะปะทุขึ้น แต่ในตอนนั้นเอง เสียงประกาศของระบบก็ดังขึ้น
[ผู้เล่นทุกคนต้องกลับห้องก่อนเวลา 22:00 น.]
[ผู้เล่นที่ไม่กลับห้องหลังเวลา 22:00 น. จะถูกกำจัด]
[ผู้เล่นทุกคนต้องกลับห้องก่อนเวลา 22:00 น.]
[ผู้เล่นที่ไม่กลับห้องหลังเวลา 22:00 น. จะถูกกำจัด]
[ผู้เล่นทุกคนต้องกลับห้องก่อนเวลา 22:00 น.]
[ผู้เล่นที่ไม่กลับห้องหลังเวลา 22:00 น. จะถูกกำจัด]
เสียงเย็นเยียบของระบบดังซ้ำสามรอบ
ร้านอาหารทั้งร้านเงียบกริบทันที
ตอนที่เย่เจาได้ยินครั้งแรก เธอก้มมองเวลา
21:50 น.
เหลืออีกเพียง 10 นาทีก็จะถึง 4 ทุ่มแล้ว
เธอสัมผัสได้ถึงเจตนาร้ายของเกม
คนที่กำลังเถียงกันอยู่ก็เพิ่งรู้ตัวว่าพวกเขาเหลือเวลาเพียง 10 นาที ทุกคนจึงตื่นตระหนกทันที ไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ต่างพากันวิ่งกลับอย่างบ้าคลั่ง
เย่เจายืนอยู่ด้านนอกสุดแท้ ๆ แต่เกือบถูกฝูงชนกลืนหายไป
เธอรีบหลบออกมา และบังเอิญเจอกับเสี่ยวหมิงและกลุ่มของเขาที่กำลังพาคนของตัวเองมาทางนี้
ไม่ใช่แค่พวกเขา ยังมีผู้เล่นอีกจำนวนมากที่ได้ยินข่าวแล้วรีบมาที่ร้านอาหาร แต่เมื่อประกาศของระบบดังขึ้น ทุกคนก็แห่กันกลับทันที
ถึงเย่เจาจะเร็วมาก แต่ทางเดินเต็มไปด้วยผู้คนแน่นขนัด ทำให้เธอเร่งความเร็วไม่ได้มากนัก ได้แต่ไหลไปตามกระแสฝูงชน
จู่ ๆ ก็มีคนผลักเธอจากด้านหลังอย่างแรง
ถ้าไม่ใช่เพราะร่างกายของเย่เจามั่นคงพอ ป่านนี้คงถูกผลักกระเด็นไปแล้ว
เธอหันกลับไปมอง
เห็นชายรูปร่างผอมสูงในชุดสูท อายุราวยี่สิบกว่าปี
อีกฝ่ายเห็นว่าเธอยังยืนอยู่ได้ก็ชะงักไปเล็กน้อย แววตาฉายความประหลาดใจออกมาอย่างชัดเจน
เย่เจาหรี่ตาลง
คนคนนี้…ตั้งใจทำแน่นอน
.
.
จบ.