- หน้าแรก
- เจ้าองค์ชายบ้านี่ จะเก่งไปทุกเรื่องไม่ได้นะ
- 321 - เปิดใจเป็นครั้งแรก
321 - เปิดใจเป็นครั้งแรก
321 - เปิดใจเป็นครั้งแรก
321 - เปิดใจเป็นครั้งแรก
เมื่อจูจวินเห็นว่าเวลาเหมาะสม จึงเริ่มดำเนินการตามแผน
ซ่งจงอึ้งไปเมื่อได้ยินคำขอให้เขาฝึกกองลาดตระเวน
"สามารถทำได้พ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่ว่า..." ซ่งจงตอนแรกตั้งใจจะปฏิเสธ แต่พอคิดดูอีกที การที่เขาจะจับขาของจูจวินไว้ให้แน่น จำเป็นต้องมีความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
มิฉะนั้น จูจวินจะมีเหตุผลอะไรในการยกตำแหน่งให้เขา?
อีกทั้ง การฝึกกองลาดตระเวนก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับองครักษ์เสื้อแพร เพราะเป็นสิ่งที่พวกเขาเชี่ยวชาญอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม องค์รักษ์เสื้อแพรเป็นกองทัพส่วนพระองค์ของฮ่องเต้ การฝึกบุคลากรให้แก่จวนท่านอ๋องอาจไม่เหมาะสม
"ท่านอ๋อง องค์รักษ์เสื้อแพรมีลักษณะพิเศษ ในหลักการอาจไม่เหมาะสม แต่หากทรงเลือกบุคคลที่เหมาะสมเข้าร่วมองค์รักษ์เสื้อแพร เราก็สามารถจัดการเรื่องนี้ได้"
จูจวินหรี่ตา “ให้เข้าร่วมองค์รักษ์เสื้อแพรหรือ?”
ซ่งจงมองซ้ายมองขวา ก่อนกระซิบเบาๆ ข้างหูจูจวิน “มิอาจปิดบังพระองค์ องค์รักษ์เสื้อแพรมีเครือข่ายสายลับทั่วแผ่นดิน คนเหล่านี้สามารถแฝงตัวในฐานะสมาชิกเครือข่าย
แม้ถูกตรวจสอบ คนเหล่านี้ก็เป็นเพียงเครือข่าย ไม่กระทบกับการทำงานในกองทัพจูเชวี่ย
และกระหม่อมจะสามารถรายงานอย่างสมบูรณ์ได้ในภายหลัง”
ยอดเยี่ยม!
กลยุทธ์นี้ทั้งชาญฉลาดและช่วยประหยัดแรงงาน
จูจวินแกล้งทำทีครุ่นคิด ก่อนพยักหน้า “ดี หากไม่เป็นการเพิ่มภาระให้เจ้า ก็ทำตามที่เห็นว่าสะดวก!”
"ตกลงพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะช่วยฝึกกองลาดตระเวนที่มีคุณภาพให้กองทัพจูเชวี่ยแน่นอน!"
จูจวินพยักหน้า ยิ้มกล่าว “ลำบากเจ้าแล้ว!”
"เป็นหน้าที่ของกระหม่อม!" ซ่งจงกล่าวด้วยรอยยิ้ม จากนั้นขอตัวออกไป
หลังซ่งจงจากไป จูจวินเรียกหลี่จี้ป้ามาพบ
เมื่อได้ยินคำสั่ง หลี่จี้ป้าคำนับกล่าว “ท่านอ๋องทรงมีสายตาอันแหลมคม ด้วยวิธีนี้ กระหม่อมมั่นใจเจ็ดในสิบว่าจะสามารถแทรกซึมองค์รักษ์เสื้อแพรได้!”
“ระวังให้มาก องค์รักษ์เสื้อแพรไม่ใช่สถานที่ง่าย ทุกคนในนั้นคือยอดคน อย่าให้เกิดเรื่องผิดพลาด
และที่สำคัญ อย่าให้พวกเขารู้ถึงการมีอยู่ของ 'เทียนหมิง'” จูจวินกล่าวเตือน
“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเข้าใจ!” หลี่จี้ป้ากล่าวยืนยัน
“ว่าแต่...ช่วงนี้ซินรุ่ยเป็นอย่างไรบ้าง?” จูจวินถาม
“ด้วยพระเมตตาของท่านอ๋อง ซินรุ่ยเริ่มฝึกฝนทักษะวาดภาพจากพระองค์ และตอนนี้นางออกไปช่วยชาวบ้านวาดภาพทุกวัน”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ หลี่จี้ป้าก็ยิ้ม เขารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่น้องสาวมีพัฒนาการดีขึ้น
“ก่อนหน้านี้ ท่านอ๋องทรงมอบหมายให้นางช่วยวาดภาพเหมือนให้ชาวบ้านพันคน
ช่วงนี้นางออกไปนั่งวาดภาพทุกวัน แม้หลังวาดเสร็จ นางจะรีบกลับเข้าห้อง แต่เมื่อเปรียบเทียบกับอดีต นางดีขึ้นมากแล้ว”
เรื่องนี้ทำให้หลี่จี้ป้ามีความหวังมากขึ้น
"ดีแล้ว" จูจวินพยักหน้า "บอกซินรุ่ยด้วย ข้าชมภาพวาดของนางทุกวัน
แต่นางยังขาดการสื่ออารมณ์ของบุคคล ทำให้ภาพดูว่างเปล่า
ให้นางสังเกตคนมากขึ้น และพูดคุยกับคนที่นางวาด"
“พ่ะย่ะค่ะ” หลี่จี้ป้าจดจำคำพูดของจูจวินไว้ พลางกล่าว “ซินรุ่ยดูสดใสมากขึ้น แต่...นางบอกว่าต้องการวาดภาพเหมือนของท่านอ๋อง”
จูจวินยิ้ม ก่อนกล่าว “วันนี้ข้าว่างอยู่ ไปดูซินรุ่ยกัน!”
เขาก้าวเท้าไปที่อาคารฝึกยุทธ และเห็นซินรุ่ยนั่งอยู่บนธรณีประตู มือกอดกระดานวาดภาพ
เบื้องหน้าของนางมีหญิงชราหลายคนนั่งพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
หญิงชราเหล่านั้นพูดคุยกันด้วยภาษาท้องถิ่นของเฟิ่งหยาง หลี่ซินรุ่ยที่ฟังเข้าใจแต่พูดไม่ได้ก็ได้แต่วาดรูปอย่างตั้งใจ
เมื่อหญิงชรากลุ่มนั้นเห็นจูจวินเดินมา พวกนางรีบลุกขึ้นทำความเคารพ “คำนับอู่อ๋องเพคะ!”
“ไม่ต้องคำนับหรอก!” จูจวินรีบเข้าไปพยุง “ให้ท่านยายทั้งหลายมากราบข้า ข้านี่แหละที่จะอายุสั้น”
เขาจำได้ดีว่าหญิงชราเหล่านี้ คนที่อายุมากที่สุดก็เกือบเก้าสิบปี เป็นคนที่มีอายุยืนยาวที่สุดในหมู่บ้าน
แม้แต่ลุงจูเอง ถ้าเจอหญิงชราเหล่านี้ยังไม่อนุญาตให้พวกนางคุกเข่า
หลี่ซินรุ่ยที่กำลังวาดภาพ พอเห็นจูจวินก็ยิ้มอย่างมีความสุข ใบหน้าแดงระเรื่อ “อ๋อง...ท่านอ๋อง...”
“ได้ยินมาว่าเจ้าต้องการวาดภาพข้า ข้าจึงมาเอง!” จูจวินยิ้ม
หลี่ซินรุ่ยรู้สึกเขินอาย “ท่านอ๋องยุ่งกับราชกิจนัก ข้า...ข้า...”
“วันนี้ข้าไม่มีธุระอะไร วาดตามสบาย!” จูจวินกล่าวพลางยิ้ม เขาจับมือหญิงชราคนหนึ่งนั่งลงข้างๆ และพูดภาษาท้องถิ่นว่า “ท่านยาย อยู่ในวังหลวงเป็นอย่างไรบ้าง อยู่ลำบากหรือเปล่า?”
หญิงชราคนนั้นที่ถูกจับมือไว้ ยิ้มอย่างเปี่ยมสุข ดวงตาเต็มไปด้วยความชื่นชม “ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าจะได้มาอยู่ในวังหลวง นี่เป็นบุญคุณของท่านอ๋อง
ในวังหลวงกว้างขวางมาก ห้องที่ข้าอยู่ทั้งใหญ่และเย็นสบาย ฤดูร้อนไม่ร้อนเลย
แต่ก็เกรงใจท่านอ๋องมาก คนแก่เช่นข้าทำอะไรไม่ได้แล้ว ได้แต่กินอยู่ไปวันๆ
แต่ข้ากับเพื่อนๆ ช่วยกันเย็บเสื้อคลุมให้ ท่านอ๋องอย่ารังเกียจเลยนะ!”
จากนั้นหญิงชราอีกคนก็รีบหยิบเสื้อคลุมออกมา ยื่นให้จูจวินพร้อมใบหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวัง “ท่านอ๋อง ลองใส่ดูเถอะ!”
ผ้าของเสื้อคลุมนี้ไม่ได้เป็นผ้าหรูหรา เป็นเพียงผ้าธรรมดาที่ชาวบ้านใช้ แต่ตะเข็บเย็บเรียบร้อยมาก
สำหรับคนแก่ที่อายุเจ็ดสิบแปดสิบปี การเย็บเสื้อเช่นนี้ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก
“เอาล่ะ ข้าจะลอง!” จูจวินถอดเสื้อของตัวเองโยนไปด้านข้าง ก่อนจะสวมเสื้อที่หญิงชราเหล่านี้เย็บให้
เสื้อตัวนี้ค่อนข้างหลวม แต่เมื่อถึงฤดูหนาว หากใส่เสื้อข้างในเพิ่มอีกชั้นก็จะพอดี
จูจวินยิ้ม “พอดีมาก เหมาะสมจริงๆ!”
หญิงชราทั้งหลายมองดูเขาแล้วเอ่ยขึ้น “หล่อจริงๆ ท่านอ๋องช่างหล่อเหลายิ่งนัก ไม่รู้จะทำให้สาวน้อยหลงใหลสักกี่คน!”
จูจวินยิ้ม เรื่องนี้หญิงชราไม่ได้พูดเกินจริง ในเมืองเฟิ่งหยาง สาวๆ หลายคนต่างก็หลงรักเขา
ในวังหลวงของจงตู ก็มีสาวๆ จำนวนไม่น้อยที่มองเขาด้วยสายตาเป็นประกาย
แต่จูจวินกลับไม่สนใจ แม่ของเขาส่งหญิงสาวหลายคนมาให้ที่จวน แค่รอให้เขาพูดตกลงก็พร้อมจะมาเป็นเจ้าสาวที่เฟิ่งหยาง
เขาคิดในใจว่า หญิงสาวมากมายถึงจะน่าตื่นเต้น แต่หากไม่สามารถเอาชนะหัวใจของพวกนางได้ ก็อาจกลายเป็นเรื่องวุ่นวาย
นี่ไม่ใช่ว่าเขาไม่มั่นใจในตัวเอง แต่เพราะเขารู้ว่าแรงกายและเวลาในชีวิตมีจำกัด ไม่อยากจบลงด้วยการเสียใจในบั้นปลาย
หลี่จี้ป้ามองดูจูจวินที่กำลังพูดคุยกับหญิงชราเหล่านั้นอย่างเป็นกันเองก็ยิ้มออกมา ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ไม่เพียงต้องปกครองแผ่นดิน แต่ยังต้องรู้จักเข้าใจและผูกพันกับราษฎร
ส่วนหลี่ซินรุ่ยที่มองจูจวินอยู่ ใบหน้าของนางก็แดงก่ำ นางไม่เข้าใจว่าทำไม ทุกครั้งที่เห็นเขา นางไม่สามารถละสายตาได้
ครั้งนี้ก็เช่นกัน นางจ้องมองเขาด้วยสายตาที่ไม่ละไปไหน
เมื่อรู้ตัวว่านางควรกลับไปวาดภาพ นางก็รีบเปิดหน้ากระดาษใหม่และเริ่มวาดอย่างตั้งใจ
เส้นสายของใบหน้าด้านข้างที่อาบด้วยแสงอาทิตย์อ่อนๆ ทำให้นางเผลอตัวจ้องมองด้วยความหลงใหล
นางรู้สึกราวกับเห็นลำแสงหนึ่งที่ส่องเข้ามาในหัวใจของนาง!
…………..