- หน้าแรก
- นารูโตะ : แลกเปลี่ยนได้ผลสายฟ้าตั้งแต่ครั้งแรก
- บทที่ 13: สึนาเดะมาเยือน! คาถาร่างแยกเงา
บทที่ 13: สึนาเดะมาเยือน! คาถาร่างแยกเงา
บทที่ 13: สึนาเดะมาเยือน! คาถาร่างแยกเงา
บทที่ 13: สึนาเดะมาเยือน! คาถาร่างแยกเงา
ยูตะใช้เวลาฝึกวิชาดาบที่บ้านตระกูลฮาตาเกะอยู่สองชั่วโมงเต็ม แถมยังได้ร่วมโต๊ะมื้อค่ำที่นั่น ก่อนจะบอกลาซาคุโมะกับคาคาชิเพื่อเดินทางกลับบ้าน
"อาจารย์ซาคุโมะเป็นคนดีจริงๆ.."
หลังจากการพูดคุยตลอดสองวันที่ผ่านมา ยูตะสัมผัสได้ถึงความจริงใจและความหวังดีที่ซาคุโมะมีให้แบบสุดๆ
วันนี้คำแนะนำในการฝึกก็ละเอียดมาก แถมมื้อค่ำยังจัดเตรียมไว้อย่างดี จนทำให้ยูตะรู้สึกอบอุ่นเหมือนได้อยู่บ้านจริงๆ หลังจากไม่ได้สัมผัสความรู้สึกนี้มานาน
"อาจารย์ครับ วางใจได้เลย ผมไม่มีทางปล่อยให้อาจารย์ต้องเจอชะตากรรมแบบนั้นเด็ดขาด"
ยูตะสาบานกับตัวเองในใจเงียบๆ
ตั้งแต่ได้มาเกิดใหม่ในโลกนี้และได้รับน้ำใจจากชายคนนั้น เขาตั้งเป้าว่าจะต้องเปลี่ยนโศกนาฏกรรมที่เคยเกิดขึ้นให้ได้ ไม่งั้นการมาที่โลกนี้คงไร้ความหมาย
สิบนาทีต่อมา ยูตะก็เดินมาถึงหน้าบ้านตัวเอง
"หืม?"
ทันทีที่ผลักประตูรั้วเข้าไป เขาก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
มีใครบางคนอยู่ในบ้าน!
เขารีบหยิบคุไนออกจากกระเป๋าอุปกรณ์นินจาขึ้นมาถือไว้มั่น แล้วค่อยๆ ย่องไปยังประตูทางเข้าอย่างระมัดระวัง
ยูตะผลักประตูเปิดออกพร้อมเปิดไฟทันที สายตากวาดมองสำรวจรอบห้องอย่างรวดเร็ว
ภาพที่เห็นคือหญิงสาวผมบลอนด์ยาวในชุดคลุมสีเขียวอ่อน แถมยังมีหน้าอกหน้าใจที่โดดเด่นสะดุดตา เธอกำลังนั่งจิบชาและกินขนมบนโต๊ะในห้องนั่งเล่นอย่างสบายอารมณ์
ยูตะถึงกับพูดไม่ออก
"ขนมของฉันน!"
เด็กหนุ่มสะดุ้งโหยงพลางร้องลั่น จากนั้นก็จ้องเขม็งไปที่สึนาเดะแล้วถามขึ้นมาทันที
"เธอเป็นใคร! ทำไมถึงเข้ามาในบ้านคนอื่นแล้วกินขนมของฉันหน้าตาเฉยแบบนี้!"
แต่ที่จริงในใจของเขารู้ดีอยู่แล้วว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร
สึนาเดะมองปฏิกิริยาของยูตะด้วยรอยยิ้มหยอกล้อ
"เล่นใหญ่ไปรึเปล่าเธอน่ะ? แน่ใจนะว่าไม่รู้จักฉันน่ะเด็กน้อย? เลิกแกล้งทำเป็นตกใจได้แล้ว มันดูปลอมจะตายไป"
ยูตะได้แต่ยืนอึ้งในใจ
'โอ้โห ผู้หญิงคนนี้ตาไวชะมัด!'
แต่ก็เอาเถอะ จริงๆ ยูตะก็ไม่ได้ตั้งใจจะแสดงให้เนียนอะไรขนาดนั้นอยู่แล้ว เพราะมันไม่มีความจำเป็น เขาแค่กวนประสาทเล่นๆ เท่านั้นเอง
"ชิ! ท่านสึนาเดะนี่น่าเบื่อจังเลยนะ"
ยูตะเบ้ปากพลางเก็บคุไนลงกระเป๋า ก่อนจะเดินไปนั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม มองดูเธอด้วยสายตาจริงจัง
"แล้วระดับท่านสึนาเดะผู้โด่งดัง มีธุระอะไรถึงมาหาเด็กกำพร้าแบบผมถึงที่บ้านล่ะครับ?"
อันที่จริง ยูตะพอจะเดาได้ว่าโฮคาเงะรุ่นที่สามคงไปพูดอะไรบางอย่างกับเธอแน่ๆ และด้วยสายเลือดบวกกับพรสวรรค์ที่เขาแสดงออกมา การที่สึนาเดะจะโผล่มาที่นี่จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร
ตั้งแต่ตอนที่เขาเปิดดูตำราวิชาดาบของตระกูลเซนจูและเริ่มเผยความสามารถให้หมู่บ้านเห็น เขาก็เตรียมใจรับมือกับวันนี้อยู่แล้ว
"เหอะ!"
สึนาเดะเบ้ปากมองเด็กตรงหน้าด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
"เป็นเด็กที่น่าหมั่นไส้ชะมัด ฉลาดเกินวัยจริงๆ นะเธอน่ะ เอาเถอะ ที่จริงก็ไม่มีอะไรมากหรอก โฮคาเงะรุ่นที่สามเห็นว่าเธอมีสายเลือดเกี่ยวข้องกับฉัน แถมยังมีฝีมือไม่เลว ก็เลยอยากให้ฉันมาดูหน้า แล้วรับเธอเป็นลูกศิษย์ซะหน่อย"
พูดถึงตรงนี้ สึนาเดะก็เว้นจังหวะไปครู่หนึ่งเพื่อรอดูว่าเด็กหนุ่มจะมีท่าทียังไง
แต่ถึงอย่างงั้น ยูตะกลับรินชาให้ตัวเองด้วยท่าทางนิ่งๆ จิบไปทีหนึ่งแล้วตอบกลับมาสั้นๆ
"อ้อ คร๊าบ..."
"ห๊า? อ้อเนี่ยนะ?!"
สึนาเดะเริ่มรู้สึกจี๊ดขึ้นมาทันที เธอเอื้อมมือไปดึงแก้มยูตะจนยืดออกเบาๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว
"ไอ้ท่าทางเฉยชาแบบนี้มันหมายความว่ายังไงยะ? ไม่พอใจที่ฉันจะรับเป็นศิษย์งั้นหรอ? หรือว่าเธอไม่รู้สึกแปลกใจเลยสักนิดเดียว?!"
ยูตะปัดมือซนๆ ของสึนาเดะออกอย่างเซ็งๆ พลางลูบแก้มที่ขึ้นสีแดงจางๆ ของตัวเอง
"ท่านสึนาเดะก็น่าจะรู้อยู่แล้วนี่ครับ ว่าพ่อแม่ของผมทิ้งคัมภีร์ 'ตำราวิชาดาบเซนจู' ไว้ให้ ผมเลยพอจะเดาเหตุผลที่ท่านมาหาได้ แต่เรื่องรับผมนี่เป็นศิษย์... การได้นินจาแพทย์ในตำนานมาเป็นอาจารย์มันก็น่าดีใจอยู่หรอกครับ แต่ทำไมผมรู้สึกว่าท่านไม่ได้อยากรับผมจริงๆ เลยล่ะครับ?"
ในใจยูตารู้ดีว่าสึนาเดะเป็นคนยังไง เธอรักอิสระและแทบจะไม่คิดเรื่องรับลูกศิษย์เลยด้วยซ้ำ แถมน้ำเสียงเมื่อกี้ก็ฟังดูเล่นๆ ไม่ได้จริงจังซักนิดเดียว
เหตุผลหลักที่เธอมาโผล่ที่นี่ ก็น่าจะเพราะอยากเห็นหน้าทายาทของตระกูลเซนจูมากกว่า
"ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ? เธอรู้จักฉันดีแค่ไหนกันเชียว?"
สึนาเดะเริ่มรู้สึกสนใจในตัวเด็กคนนี้ขึ้นมาบ้างแล้ว เขาดูต่างจากเด็กทั่วไปที่เธอเคยเจอ และน่าสนใจกว่าที่คิดไว้มาก นอกจากจะมีความลับซ่อนอยู่แล้ว สิ่งสำคัญคือเด็กคนนี้ฉลาดเป็นกรดเลยทีเดียว
ยูตะยักไหล่พลางตอบ
"ตั้งแต่ได้คัมภีร์วิชาดาบมา ผมก็ไปค้นคว้าประวัติของตระกูลเซนจูที่ห้องสมุดของโรงเรียนนินจาน่ะครับ ก็เลยพลอยรู้เรื่องของท่านไปด้วย เท่าที่ดูจากประวัติ ท่านดูเป็นคนรักอิสระและไม่ค่อยชอบผูกมัดกับใคร แถมไม่เคยมีประสบการณ์สอนใครมาก่อน โอกาสที่จะมารับผมเป็นศิษย์ในตอนนี้เลยแทบจะเป็นศูนย์เลยล่ะครับ"
ก็เธอหมดใจให้กับหมู่บ้านโคโนฮะไปตั้งนานแล้ว อีกไม่นานก็คงจะออกจากหมู่บ้านไป แล้วจะมามัวเสียเวลาสอนลูกศิษย์อยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน
"หนอย! เจ้าเด็กนี่!"
สึนาเดะทุบโต๊ะดังปังด้วยความไม่พอใจ
"มาหาว่าฉันขี้เกียจได้ยังไงกันฮะ! รู้ไหมว่าวันๆ หนึ่งฉันต้องยุ่งขนาดไหน ไอ้เด็กเหลือขอ!"
"แต่ก็นะ เธอเดาถูกแล้วล่ะ ฉันไม่ได้คิดจะรับเธอเป็นลูกศิษย์จริงๆ นั่นแหละ"
"ที่ทำให้ฉันแอบแปลกใจนิดหน่อย ก็คือการที่เธอรู้ตัวว่าตัวเองเป็นทายาทของตระกูลเซนจูนี่แหละ"
"แต่มันก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องเสียเวลาอธิบายอะไรให้ยุ่งยาก"
"นานๆ ทีจะเจอเด็กอัจฉริยะในสายเลือดเซนจูทั้งคน งั้นในฐานะพี่สาวจะใจดีกับเธอซักหน่อยก็แล้วกัน เอานี่ไป!"
พูดจบ สึนาเดะก็หยิบคัมภีร์สองม้วนออกมาจากอกเสื้อแล้ววางลงตรงหน้ายูตะ
"นี่คือคัมภีร์คาถาร่างแยกเงา กับคาถาน้ำ: คลื่นน้ำใส ถือเป็นของขวัญเล็กๆ น้อยๆ จากฉันก็แล้วกัน หวังว่าเธอจะตั้งใจฝึกซ้อมต่อไปล่ะ พยายามแข็งแกร่งขึ้นให้ได้ แล้วก็ดูแลตัวเองให้รอดชีวิต อย่ารีบไปตายซะก่อนล่ะ!"
พอพูดเสร็จ สึนาเดะก็ลุกขึ้นเดินตรงไปยังประตูหน้าบ้าน เธอเดินไปพลางโบกมือลาโดยไม่หันกลับมามอง
"ฉันไปละนะ! ถ้าวันหลังเจอเรื่องเดือดร้อนที่แก้ไม่ตก ก็ไปหาฉันได้ที่บ้านตระกูลเซนจูหรือไม่ก็โรงพยาบาลโคโนฮะแล้วกัน"
แน่นอนว่านั่นหมายถึงในกรณีที่เธอยังไม่ย้ายออกจากหมู่บ้านไปซะก่อนน่ะนะ แต่อย่างน้อยการให้ความคุ้มครองเด็กคนนี้ไว้บ้างก็ยังดีกว่าปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ อีกอย่าง ตอนนี้เขาก็มีซาคุโมะคอยดูแลอยู่ คงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเท่าไหร่
ยูตารีบลุกขึ้นเดินไปส่งเธอจนถึงหน้าประตูรั้วบ้าน ก่อนจะโค้งหัวให้อย่างสุภาพ
"ขอบคุณมากครับท่านสึนาเดะ ผมจะจำคำเตือนของท่านไว้ครับ"
สำหรับคนที่ปฏิบัติต่อเขาด้วยน้ำใจ ยูตะจะให้ความเคารพและพร้อมตอบแทนพระคุณเสมอ ในอนาคตข้างหน้า ถ้ามีโอกาส เขาจะทยอยชดใช้หนี้บุญคุณเหล่านี้คืนให้ครบทุกคนแน่นอน
"เรียกฉันว่าพี่สาวก็ได้นะ!"
สึนาเดะหันมามองค้อนด้านข้างพลางพูดขึ้น
"ครับ พี่สาวสึนาเดะ!"
ยูตะรีบเปลี่ยนคำเรียกตามใจเธอทันที
เมื่อมองดูเรือนผมสีขาวกับใบหน้าที่มีส่วนคล้ายคลึงกับตัวเธออยู่บ้าง สึนาเดะก็ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง ภาพเงาของโฮคาเงะรุ่นที่สอง เซนจู โทบิรามะ ผู้เป็นปู่ทวดแวบเข้ามาในหัวของเธอทันที
แต่เธอก็สลัดความคิดนั้นออกไปอย่างรวดเร็วพลางหัวเราะสมเพชตัวเองในใจ
'ดูเหมือนช่วงนี้เราจะฟุ้งซ่านคิดถึงแต่เรื่องเก่าๆ มากไปแฮะ'
"เข้าบ้านไปได้แล้ว! ฉันไปล่ะ!"
สึนาเดะโบกมือลาอีกครั้ง ก่อนจะกระโดดหายวับไปในความมืดโดยไม่หันหลังกลับมามองอีกเลย