- หน้าแรก
- เปลี่ยนพระชายาอัปลักษณ์ให้เป็นยอดหมอเทวดา
- บทที่ 10 - แสงสีแดงทาบทับฟ้า ดาวหงส์จุติลงมาแล้ว
บทที่ 10 - แสงสีแดงทาบทับฟ้า ดาวหงส์จุติลงมาแล้ว
บทที่ 10 - แสงสีแดงทาบทับฟ้า ดาวหงส์จุติลงมาแล้ว
บทที่ 10 - แสงสีแดงทาบทับฟ้า ดาวหงส์จุติลงมาแล้ว
★★★★★
ฉู่เยี่ยนชวนเป็นคนเข้มงวดกับตัวเองมาโดยตลอดและแทบจะไม่เคยกินมื้อดึกเลย
ตอนนี้กลับทนไม่ไหวต้องหยิบตะเกียบคีบเนื้อวัวเข้าปาก เนื้อวัวนุ่มละมุน น้ำซุปเข้มข้น มีรสเปรี้ยวอมหวานนิดๆ อร่อยจนต้องกินต่อเรื่อยๆ
ท่าทางการกินของเขายังคงดูสง่างามเช่นเคย แต่ความเร็วในการกินกลับเร็วกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด
สาหร่าย เห็ดหูหนู รากบัว เต้าหู้ เส้นบุก ไปจนถึงน้ำซุปหยดสุดท้าย เขาจัดการเรียบไม่เหลือ
เต้ากวงตื่นเต้นดีใจมาก "ท่านอ๋อง ท่านไม่ได้เจริญอาหารแบบนี้มานานแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ!"
ฉู่เยี่ยนชวนเช็ดปาก "รสชาติเปรี้ยวๆ หวานๆ แบบนี้มันทำให้เจริญอาหารจริงๆ กินเสร็จแล้วก็รู้สึกอุ่นไปทั้งตัวเลย"
เต้ากวงแอบเดาะลิ้นอยู่ในใจ แค่ครึ่งถ้วยมันยังไม่พอยาไส้เขาเลยด้วยซ้ำ
ตอนนี้เขาชักจะอิจฉาเจี้ยนอิ่งที่ได้ติดตามพระชายาไปซะแล้วสิ
เจี้ยนอิ่งอธิบายขั้นตอนการทำหม้อไฟของเซี่ยอิงให้ฟังอย่างละเอียด
พอได้ฟังเต้ากวงก็ตบเข่าฉาดพร้อมกับร้องอุทานว่า "ถ้าเอาอาหารแบบนี้ไปใช้ในการเดินทัพทำศึก ทหารก็จะได้มีอาหารร้อนๆ กินในฤดูหนาว แบบนั้นมันจะดีขนาดไหนกันนะ!"
ฉู่เยี่ยนชวนทอดสายตามองไปทางเรือนลั่วเสีย ในใจเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างขึ้นมา
พระชายาคนนี้ช่างเต็มไปด้วยความลึกลับและดูน่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ซะแล้วสิ
ณ เรือนลั่วเสีย
เซี่ยอิงกำลังนอนแช่น้ำอยู่ในอ่างอาบน้ำในห้องพักส่วนตัวของมิติ ไอน้ำที่ลอยกรุ่นอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยกลิ่นกุหลาบ
"กัวกัว แลกเงินหนึ่งล้านตำลึง"
เธอหลับตาพักผ่อนและออกคำสั่งอย่างไม่ใส่ใจ
เสียงร่าเริงของผลมะเขือเทศน้อยก็ดังขึ้นทันที
[ติ๊ง! แลกเงินหนึ่งล้านตำลึงเป็นสิบล้านแต้ม ตอนนี้โฮสต์มีแต้มคงเหลืออยู่ที่สิบล้านหนึ่งพันสองร้อยสิบแต้ม!]
เซี่ยอิงยกยิ้มมุมปาก ปลายนิ้วกรีดกรายไปบนผิวน้ำจนเกิดเป็นระลอกคลื่น
"ความรู้สึกของการมีเงินนี่มันดีจริงๆ จะใช้จ่ายยังไงก็ได้ รวยซะอย่าง"
เธอดีดนิ้วเบาๆ หน้าจอระบบร้านค้าก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
"ก่อนอื่นต้องยกระดับคุณภาพชีวิตสักหน่อย"
เธอสั่งซื้อที่นอนยางพาราสปริงความหนากำลังดี ผ้านวม หมอน ชุดเครื่องนอนตุ๊กตาหลินนาเบลล์สี่ชิ้น และตุ๊กตาขนฟูตัวใหญ่หนึ่งตัว รวมเป็นเงิน 900 แต้ม
เมื่อนึกขึ้นได้ว่าพรุ่งนี้ต้องเข้าวังไปถวายน้ำชาและเข้าเฝ้าฮ่องเต้ ฮองเฮา รวมถึงพระสนมเยว่กุ้ยเฟยซึ่งเป็นพระมารดาของฉู่เยี่ยนชวน
"กัวกัว ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันเป็นคนยังไงเหรอ"
ถ้าเขาเป็นกษัตริย์ที่ดี เธอก็ไม่รังเกียจที่จะแสดงความสามารถเล็กๆ น้อยๆ ให้เขาเห็น เพื่อช่วยพัฒนาประเทศให้แข็งแกร่งขึ้น
แต่ถ้าเขาเป็นกษัตริย์ที่ไม่ได้เรื่องล่ะก็... หึหึ...
ผลมะเขือเทศน้อยตอบกลับทันที "โฮสต์ครับ ตามข้อมูลในระบบ ฮ่องเต้ฉู่หมิงหยวนเป็นกษัตริย์ที่ดีและหาได้ยากมากเลยนะครับ ตอนที่เขารับช่วงต่อจากอดีตฮ่องเต้เมื่อยี่สิบปีก่อน ประเทศชาติอยู่ในสภาพที่เละเทะสุดๆ ไปเลยล่ะ"
"อดีตฮ่องเต้ครองราชย์มาถึงยี่สิบห้าปี ช่วงแรกก็หมกมุ่นอยู่กับอิสตรี สร้างสระสุราป่าเนื้อในวัง ว่ากันว่าถึงขั้นดึงน้ำพุร้อนมาทำเป็นสระอาบน้ำ ในสระก็ลอยเต็มไปด้วยกลีบดอกไม้หลากสีสันและอาหารเลิศรส แล้วก็ลงไปเล่นน้ำเปลือยกายกับเหล่านางสนมและนางกำนัลอย่างสนุกสนาน..."
"ช่วงหลังก็หลงใหลในการเล่นแร่แปรธาตุเพื่อแสวงหาความเป็นอมตะ สร้างตำหนักเซียนและอารามนักพรตอย่างบ้าคลั่ง จนสูบเงินในท้องพระคลังไปจนเกลี้ยง"
เซี่ยอิงแค่นหัวเราะ "เนื้อเหล้าเน่าเหม็นในประตูผู้ลากมากดี แต่ริมถนนกลับมีกระดูกคนหนาวตาย"
"ใช่เลยครับ!"
ผลมะเขือเทศน้อยสนับสนุน "ตอนนั้นชาวบ้านเดือดร้อนกันหนักมาก เกิดการลุกฮือขึ้นทั่วทุกสารทิศ ตอนที่ฮ่องเต้ฉู่หมิงหยวนขึ้นครองราชย์ ท้องพระคลังว่างเปล่าจนถึงขั้นไม่มีเงินจ่ายเบี้ยหวัดให้ขุนนางเลยล่ะครับ"
"แล้วเขาพลิกสถานการณ์ได้ยังไงล่ะ"
เซี่ยอิงเริ่มสนใจ เธอผุดลุกขึ้นจากอ่างอาบน้ำ คว้าเสื้อคลุมอาบน้ำมาสวมทับเรือนร่างอันงดงาม
"พอฮ่องเต้ฉู่หมิงหยวนขึ้นครองราชย์ เขาก็จัดการขั้นเด็ดขาด เริ่มจากการประหารราชครูและพวกขุนนางกังฉินที่สร้างความเดือดร้อนให้บ้านเมือง ที่น่ายกย่องที่สุดก็คือเขาทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี รณรงค์ความประหยัดมัธยัสถ์ ลดค่าใช้จ่ายในวังหลวง วันหนึ่งกินข้าวแค่สองมื้อ แถมยังใส่ชุดมังกรที่มีรอยปะชุนไปว่าราชการ เขาใช้เวลาเพียงสองปีก็สามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ หลังจากนั้นเขาก็ทำงานอย่างหนัก จัดการพวกขุนนางทุจริต ส่งเสริมการทำเกษตรกรรม ฟื้นฟูการผลิต จนในที่สุดก็สามารถกอบกู้แผ่นดินที่กำลังระส่ำระสายเอาไว้ได้"
"นอกจากนี้ ฮ่องเต้ฉู่หมิงหยวนก็ไม่ได้มักมากในกาม เขาโปรดปรานเพียงพระสนมเยว่กุ้ยเฟยคนเดียวเท่านั้น จนถึงตอนนี้วังหลังก็มีแค่ฮองเฮา พระสนมเยว่กุ้ยเฟย และพระสนมเอกอีกสี่คนเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากสำหรับฮ่องเต้ที่มีสนมนางในเป็นพันๆ คน เขายังให้ความสำคัญกับราชการแผ่นดินและความเป็นอยู่ของราษฎรมากกว่าการหาความสำราญใส่ตัว ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประชาชนแคว้นต้าเซี่ยก็เริ่มอยู่เย็นเป็นสุข กองทัพก็ค่อยๆ ฟื้นตัว สถานการณ์โดยรวมถือว่าดีขึ้นเรื่อยๆ เลยล่ะครับ"
เซี่ยอิงพยักหน้า "ดูจากตรงนี้ ฮ่องเต้ฉู่หมิงหยวนก็ถือว่าเป็นกษัตริย์ที่ดีและหาได้ยากจริงๆ"
เมื่อนึกถึงว่าฮ่องเต้ฉู่หมิงหยวนต้องตรวจฎีกาทุกวัน เธอจึงเลือกซื้อปากกาหมึกซึมยี่ห้อหนึ่งจากในร้านค้า
ตัวปากกาเป็นสีทองอร่าม สลักลวดลายมังกรอย่างประณีต เกล็ดมังกรดูละเอียดชัดเจน ดวงตามังกรเบิกโพลง หนวดมังกรพริ้วไหว ดูน่าเกรงขามและทรงพลังมาก
มาพร้อมกับกล่องกำมะหยี่และหมึกอีกสองขวด
ส่วนฮองเฮาและพระสนมเยว่กุ้ยเฟย เธอก็เตรียมชุดลองจอนให้คนละสองชุด
เธอเลือกชุดลองจอนที่ทำจากเส้นใยกันหนาวเทคโนโลยีขั้นสูง ยืดหยุ่นได้ดี เหมาะสำหรับคนที่มีน้ำหนักห้าสิบถึงหนึ่งร้อยกิโลกรัม
สีม่วงไลแลคสองชุด และสีชมพูกะปิอีกสองชุด
ไหนๆ ก็ซื้อแล้ว เซี่ยอิงก็เลยซื้อให้ฮ่องเต้ฉู่หมิงหยวนเผื่อไปด้วยอีกสองชุด
พอเสียงแจ้งเตือนชำระเงินดังขึ้น ความเหนื่อยล้าก็ถาโถมเข้ามาทันที
เธอซุกตัวอยู่ในผ้าห่มอุ่นๆ เอาแก้มถูไถกับหมอนนุ่มๆ และจมดิ่งสู่ห้วงนิทราไปอย่างรวดเร็ว
รัตติกาลมืดมิด มีเพียงดวงจันทร์ส่องสว่างอย่างโดดเดี่ยว
ทันใดนั้น บนท้องฟ้าก็มีดาวสีแดงเพลิงดวงหนึ่งพุ่งทะยานออกมา แสงสีแดงสาดส่องราวกับสีเลือด ย้อมหมู่เมฆในรัศมีร้อยลี้จนแดงฉานไปหมด
ท่ามกลางแสงสีแดงที่สว่างไสว จู่ๆ ก็ปรากฏภาพของนกฟีนิกซ์อาบเพลิง ขนนกของมันลุกโชนไปด้วยไฟ หางยาวลากพาดผ่านสวรรค์ชั้นฟ้า
ณ หอระฆังบนยอดวัดฮู่กั๋ว ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองอวิ๋นจิงออกไปสามสิบลี้
จีวรสีขาวสะอาดของไต้ซือเหลี่ยวเฉินปลิวไสวไปตามสายลมยามค่ำคืน ภายใต้คิ้วสีขาวโพลน ดวงตาที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนของเขากลับมีประกายความตื่นเต้นพาดผ่าน
"นกฟีนิกซ์นิพพาน เกิดใหม่จากกองเพลิง..."
น้ำเสียงที่แหบพร่าสั่นเครือเล็กน้อย แฝงไปด้วยความชื้นของน้ำค้างยามราตรี ก่อนจะล่องลอยไปตามสายลม
นัยน์ตาของไต้ซือเหลี่ยวเฉินสะท้อนภาพท้องฟ้าที่แดงฉานราวกับสีเลือด ราวกับเห็นนกฟีนิกซ์สีทองตัวหนึ่งพุ่งทะยานลงมาจากสวรรค์ชั้นฟ้า และตกลงไปยังคฤหาสน์แห่งหนึ่งในเมืองอวิ๋นจิง
"แสงสีแดงทาบทับฟ้า ดาวหงส์จุติลงมาแล้ว!"
จู่ๆ เขาก็แหงนหน้าหัวเราะร่วน เสียงหัวเราะดังกังวานราวกับระฆังทองเหลือง สั่นสะเทือนกระดิ่งทองแดงที่แขวนอยู่ตามชายคาจนส่งเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง
"สวรรค์มีตา หลายปีมานี้ อาตมาสวดมนต์ภาวนาทั้งวันทั้งคืน ในที่สุดก็รอจนถึงวันนี้..."
"ฮ่าๆ! ในที่สุดแผ่นดินนี้ก็มีทางรอดแล้ว!"
ในเวลาเดียวกัน ณ ห้องนอนในจวนราชครูแห่งแคว้นหนานเยว่
ควันหอมลอยกรุ่นออกมาจากกระถางธูปทองเหลือง ม่านเตียงบางเบาปลิวไสวโดยไร้สายลม
ชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงลืมตาขึ้นมาทันที นัยน์ตาสีม่วงอันแสนประหลาดทอประกายลึกลับในความมืด
เขาตวัดเท้าเตะหญิงสาวรูปร่างงดงามที่นอนเปลือยกายอยู่ข้างๆ จนตกเตียง
"ไสหัวไป!"
หญิงสาวยังไม่ทันได้ร้องอุทาน ก็ถูกพลังที่มองไม่เห็นซัดกระเด็นออกไปนอกตำหนักเสียแล้ว
ชายหนุ่มเดินเท้าเปล่าย่ำไปบนเศษซากเสื้อผ้าหรูหราที่กองระเกะระกะอยู่บนพื้น แล้วกระชากผ้าม่านหน้าต่างสีแดงสดออกอย่างแรง
แสงสีแดงราวกับเลือดสาดส่องมาจากขอบฟ้า อาบย้อมเส้นผมสีเงินของเขาให้ดูงดงามและเย้ายวนใจ
ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มอย่างชั่วร้าย "ดาวหงส์จุติแล้ว... สวรรค์ช่างเป็นใจเสียจริง! ฮ่าๆๆ!"
นิ้วเรียวยาวลูบไล้ไปตามใบหน้าที่เรียบเนียนราวกับหยก นัยน์ตาสีม่วงเต็มไปด้วยความปรารถนาที่พลุ่งพล่าน
"ร่างกายนี้ของข้า..."
เขาหัวเราะเสียงต่ำพร้อมกับปลดสายรัดเอวออก เผยให้เห็นแผงอกที่กำยำ "กำลังต้องการอาหารบำรุงชั้นเลิศพอดีเลย"
ทว่าในเวลานี้ เซี่ยอิงกำลังกอดตุ๊กตาหลินนาเบลล์ พลิกตัว แล้วก็นอนกรนต่อไปอย่างสบายใจ โดยไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าตัวเองได้ตกเป็นเป้าหมายของใครบางคนเข้าแล้ว
[จบแล้ว]