- หน้าแรก
- ระบบของบัค โกงอัตราดรอปทะลุสวรรค์
- บทที่ 29 - ขอบเขตเทพปราณขั้นเจ็ด ล่าราชาแตรสังข์
บทที่ 29 - ขอบเขตเทพปราณขั้นเจ็ด ล่าราชาแตรสังข์
บทที่ 29 - ขอบเขตเทพปราณขั้นเจ็ด ล่าราชาแตรสังข์
บทที่ 29 - ขอบเขตเทพปราณขั้นเจ็ด ล่าราชาแตรสังข์
"ตระกูลกู้ในรุ่นนี้ช่างน่าภาคภูมิใจเสียจริง"
กู้ฉิงชางและผู้อาวุโสใหญ่ยืนเอามือไพล่หลังมองลึกเข้าไปในตระกูลกู้ ด้วยระดับพลังของพวกเขา เรื่องราวที่เกิดขึ้นในลานประลองย่อมไม่รอดพ้นสายตาไปได้
"ทุกวันนี้โลกเปลี่ยนไปรวดเร็วเหลือเกิน พวกเรามันแก่เกินไปแล้ว คนที่จะก้าวทันยุคสมัยที่เปลี่ยนไปก็คงมีแต่เด็กรุ่นนี้แหละนะ" กู้ฉิงชางเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื้นตัน แววตาเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
"ฉิงชาง เรื่องเคล็ดวิชาธาตุอสายฟ้า มีความคืบหน้าบ้างไหม"
จู่ๆ ผู้อาวุโสใหญ่ก็ยกเรื่องเคล็ดวิชาขึ้นมาพูด
สีหน้าของกู้ฉิงชางพลันมืดมนลง ก่อนจะส่ายหน้าและตอบว่า "ยังเลย"
นั่นสินะ
เคล็ดวิชาธาตุสายฟ้านั้นหายากมาก
โดยปกติแล้ว คนที่มีพลังลมปราณธาตุสายฟ้ามักจะอยู่ในตระกูลหรือขุมกำลังที่แข็งแกร่งมากๆ ตระกูลกู้คือข้อยกเว้น เพราะบรรพบุรุษของตระกูลกู้เคยยิ่งใหญ่มาก่อน เพียงแต่มาตกต่ำลงในภายหลัง แต่พลังลมปราณธาตุสายฟ้านั้นเป็นสิ่งที่สืบทอดมาทางสายเลือด ความตกต่ำไม่ได้ทำให้สิ่งนี้เปลี่ยนไป
พวกเขาจึงยังคงค้นหาเคล็ดวิชาธาตุสายฟ้าไม่พบสักที
"การสลายพลังย้อนกลับเร็วขึ้นทุกที อีกแค่สามวัน ข้าก็จะร่วงลงไปอยู่ขอบเขตควบแน่นจินตันขั้นหนึ่งแล้วนะ ทั้งๆ ที่หน้าต่างสลายพลังย้อนกลับเพิ่งจะโผล่มาได้ไม่ถึงสิบวันด้วยซ้ำ"
เวลาไม่ถึงสิบวัน
ผู้อาวุโสใหญ่ที่เคยอยู่ถึงขอบเขตควบแน่นจินตันขั้นสามจุดสูงสุด กลับร่วงหล่นมาอยู่ขอบเขตควบแน่นจินตันขั้นสองแล้ว
เรื่องนี้ทำให้เขาร้อนใจไม่น้อย
กู้ฉิงชางเองก็เผชิญปัญหาเดียวกัน
"ฉิงชาง เจ้าก็ใกล้จะร่วงจากขอบเขตเทพจินตันแล้วใช่ไหม" ผู้อาวุโสใหญ่ถอนหายใจ
ความจริงแล้วกู้ฉิงชางคืออัจฉริยะตัวจริง
ยอดฝีมือในเมืองสุริยันศักดิ์สิทธิ์รู้แค่ว่ากู้ฉิงชางอยู่ในขอบเขตเทพจินตัน แต่ไม่มีใครรู้เลยว่ากู้ฉิงชางนั้นแท้จริงแล้วคือยอดฝีมือในขอบเขตเทพจินตันขั้นสี่ ซึ่งถือว่ามีระดับพลังทิ้งห่างยอดฝีมือคนอื่นๆ ในเมืองสุริยันศักดิ์สิทธิ์ไปไกลลิบแล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุนี้
กู้ฉิงชางคงจะหลุดจากขอบเขตเทพจินตันไปนานแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้น
กู้ฉิงชางก็ใกล้จะถึงขีดจำกัดแล้วเหมือนกัน
"ยังไงก็ต้องรีบจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด"
"ในตัวเสี่ยวจิ่งมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ ซึ่งผู้อาวุโสฝ่ายในต่างก็รู้ดี ดังนั้นการที่เขายังไม่ได้เข้าสำนักในตอนนี้ก็ถือเป็นเรื่องดีเหมือนกัน หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นในเมืองสุริยันศักดิ์สิทธิ์ พวกเราก็ยังพอจะปกป้องเขาได้ แต่เพื่อความปลอดภัย เราต้องรีบฟื้นฟูพลังของเจ้าให้กลับมาอยู่ในขอบเขตเทพจินตันโดยเร็วที่สุด" ผู้อาวุโสใหญ่พูดเป็นนัย
ความพิเศษของกู้จิ่ง
พวกเขาย่อมมองออกอยู่แล้ว
เพียงแต่ภายในตระกูลกู้นั้นมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างเหนียวแน่น
ผู้อาวุโสทุกคนต่างก็เข้าใจกันดี
ช่วงนี้แม้แต่ผู้อาวุโสสามฝ่ายนอกที่แสนจะดื้อรั้น ก็ยังเลิกไปกวนใจกู้จิ่งแล้ว
กู้ฉิงชางรู้สึกหนักใจ
หากสามารถหาเคล็ดวิชาธาตุสายฟ้ามาได้สักเล่ม
ทุกคนในตระกูลกู้ก็จะได้อานิสงส์ไปด้วย
ผู้อาวุโสฝ่ายในของตระกูลกู้ทุกคนก็จะสามารถปลดล็อกสถานะการสลายพลังย้อนกลับได้
ต่างกันก็แค่ความเข้ากันได้ของวิชาจะช่วยรักษาระดับพลังเอาไว้ได้มากน้อยแค่ไหนเท่านั้น
ตอนนี้ผู้อาวุโสฝ่ายในบางคนก็ร่วงหล่นจากขอบเขตควบแน่นจินตัน กลับไปอยู่ขอบเขตวิญญาณลี้ลับขั้นสิบจุดสูงสุดแล้ว
ดังนั้นสถานการณ์ของตระกูลกู้ในตอนนี้จึงถือว่าวิกฤตมาก
และเพราะสถานการณ์วิกฤตแบบนี้เอง ในเหตุการณ์ของจี้หยวน ทุกคนถึงได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ส่งผู้อาวุโสใหญ่ทั้งเก้าออกไปจัดการเรื่องนี้
สิ่งที่ตระกูลกู้ต้องทำในตอนนี้คือการเสี่ยงตาย เพื่อไขว่คว้าหาทางรอดให้ได้
"มีขุมกำลังภายนอกหลายกลุ่มกำลังจับตาดูอยู่รอบๆ เมืองสุริยันศักดิ์สิทธิ์ การที่ช่วงนี้สามตระกูลนั้นเริ่มเคลื่อนไหวผิดปกติ ก็คงมีสาเหตุมาจากเรื่องนี้ด้วย"
กู้ฉิงชางและผู้อาวุโสใหญ่สบตากัน ต่างก็เห็นความเคร่งเครียดในแววตาของอีกฝ่าย ท้ายที่สุดพวกเขาก็หันกลับไปมองแผ่นหลังที่ยืนตระหง่านราวกับหอกบนลานประลองอีกครั้ง
แววตาเต็มไปด้วยความหวัง
เสี่ยวจิ่ง
รีบๆ เติบโตขึ้นมาเถอะนะ
...
หลังจากออกจากลานประลอง
กู้จิ่งก็มาที่จุดเกิดสัตว์อสูรแตรสังข์
ได้เวลาเปิดตัวราชาแตรสังข์ผลึกม่วงแล้ว
อันที่จริง เขาควรจะเปิดมอนสเตอร์ระดับสูงตัวที่สองตั้งแต่วันที่เขาเข้าสู่สภาวะมารสวรรค์คุ้มคลั่งแล้ว
แต่ก็ต้องเลื่อนออกไปเพราะสภาวะมารสวรรค์คุ้มคลั่งนั่นแหละ
พอลองคำนวณเวลาดู
ตั้งแต่วันที่เปิดมอนสเตอร์ตัวแรกจนถึงตอนนี้
ก็ผ่านมาห้าวันแล้ว
กู้จิงรุ่ยยืนอยู่ข้างๆ กู้จิ่ง ในมือถือสมุดบันทึกสถิติเอาไว้
"นายน้อยจิ่ง ยังเหลือเวลาอีกสองวัน เรามีโอกาสเปิดมอนสเตอร์ระดับสูงได้อีกสองตัว หวังว่าจะดรอปของดีๆ ออกมาบ้างนะขอรับ"
กู้จิ่งพยักหน้ารับ ก่อนจะเงยหน้ามองท้องฟ้าและถามว่า "จะเริ่มได้เมื่อไหร่"
ไม่นานนัก
ผู้อาวุโสใหญ่ฝ่ายในก็นำกลุ่มยอดฝีมือฝ่ายในรีบตามมาสมทบ
"เสี่ยวจิ่ง เริ่มได้เลย"
กู้จิ่งพยักหน้า จากนั้นก็ใช้เคล็ดกระบี่พริบตาสาดสายฝนกระบี่อันร้อนแรงทะลวงเมฆาตกลงมาบนภูเขารกร้างทันที
เมื่อเห็นการโจมตีของเคล็ดกระบี่พริบตา แววตาของผู้อาวุโสใหญ่ก็เป็นประกาย พลังของเคล็ดกระบี่พริบตานี้ทำไมถึงดูแปลกๆ ไปล่ะ สายฝนกระบี่มันดูหนาแน่นเกินไปหน่อยหรือเปล่า
"ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ"
"ปู๊นปู๊นปู๊นปู๊นปู๊นปู๊น"
【ได้รับค่าประสบการณ์ 53 หน่วย】
【ได้รับแต้มบิดเบือนสัตว์อสูร 50 หน่วย】
【ได้รับไอปราณอำมหิต 50 หน่วย】
【ระดับพลังของท่านทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเทพปราณขั้นเจ็ด】
ในขณะเดียวกัน แสงสีฟ้าก็สว่างวาบขึ้นมา กู้จิ่งดรอปของได้แล้ว
ไอเทมที่ดรอปคือ สนับแข้งหยกทองคำ สนับแข้งวายุเทวะ หยกห้อยคอทะเลทุกข์
ได้สนับแข้งมาอีกชิ้นแล้วสิ
แบบนี้ เท่ากับว่ากู้จิ่งยังขาดชิ้นส่วนของชุดเซต กายาเทพหยกทองคำ อีกแค่สามชิ้นเท่านั้น ถือว่าสะสมมาได้ครึ่งทางแล้ว
กู้จิ่งเก็บของอีกสองชิ้นที่เหลือใส่กระเป๋าระบบไป
【ครบเงื่อนไขการอัญเชิญมอนสเตอร์ระดับสูง ราชาแตรสังข์ผลึกม่วง ต้องการอัญเชิญหรือไม่】
กู้จิ่งกดอัญเชิญทันที
"ครืน ครืน"
เด็กรุ่นเยาว์ตระกูลกู้ที่อยู่รอบๆ ต่างตื่นเต้นจนหน้าแดงก่ำ แต่ก็ต้องถอยกรูออกไปเพราะแรงสั่นสะเทือนอันน่าสะพรึงกลัวนี้
"โฮก"
การอัญเชิญครั้งที่สองก็ยังคงอลังการไม่เปลี่ยน ห้วงลึกสีม่วงเข้มฉีกขาดออก ปรากฏสู่สายตาชาวโลกอีกครั้ง เสียงคำรามเกรี้ยวกราดดังก้องออกมาจากข้างใน ก่อนที่ราชาแตรสังข์ผลึกม่วงร่างยักษ์จะตะเกียกตะกายขึ้นมาจากห้วงลึก
"อย่าหยุดโจมตีล่ะ เดี๋ยวเราจะได้แบ่งค่าประสบการณ์กัน" ผู้อาวุโสใหญ่ปลดปล่อยพลังเต็มพิกัด เสียงตะโกนดังก้องกังวานปลุกเด็กรุ่นเยาว์ตระกูลกู้ให้ตื่นจากภวังค์
ในชั่วพริบตานั้น การโจมตีหลากหลายรูปแบบก็เริ่มถาโถมเข้าใส่
【-21】
【-13】
【-15】
【...】
ตัวเลขความเสียหายปรากฏขึ้นยิบยับเต็มไปหมด กู้จิ่งเองก็ช่วยโจมตีไปสองสามที แต่หน้าที่หลักของเขาคือการดึงดูดความสนใจมากกว่า
ร่างของราชาแตรสังข์ผลึกม่วงเต็มไปด้วยลวดลายคริสตัลสีดำและสีม่วงสลับกัน ดูดุร้ายน่ากลัวและแผ่กลิ่นอายสังหารออกมาจางๆ
ในครั้งนี้กู้ฉิงชางไม่ได้มาร่วมวงด้วย
จึงใช้เวลาในการล้มราชาแตรสังข์ผลึกม่วงนานกว่าเดิมเล็กน้อย
ราวๆ ครึ่งชั่วยามผ่านไป
"ตึง"
ราชาแตรสังข์ผลึกม่วงแผดเสียงร้องอย่างไม่ยินยอม ก่อนจะล้มตึงลงกับพื้น
【มอนสเตอร์ระดับสูง ราชาแตรสังข์ผลึกม่วง ถูกสังหารแล้ว】
การตายของมอนสเตอร์ระดับสูงในครั้งก่อนก็เคยสร้างความฮือฮาไปทั่วเมืองสุริยันศักดิ์สิทธิ์มาแล้ว เพียงแต่ตอนนั้นช่องแชตของเมืองยังไม่เปิดใช้งาน ความโกลาหลจึงไม่ชัดเจนเท่าไหร่นัก
แต่ครั้งนี้ ช่องแชตถึงกับระเบิดไปเลย
【พระเจ้าช่วย โผล่มาอีกแล้ว มอนสเตอร์ระดับสูง ราชาแตรสังข์ผลึกม่วง นี่ต้องเป็นมอนสเตอร์บนภูเขารกร้างของตระกูลกู้แน่ๆ】
【ชัวร์ป้าป เมื่อกี้ข้าเดินเฉียดไปแถวภูเขารกร้าง ก็โดนกลุ่มยอดฝีมือชุดดำของตระกูลกู้ไล่ตะเพิดออกมาเลย ตกลงตระกูลกู้ไปหามอนสเตอร์ระดับสูงมาจากไหนกันเนี่ย น่าอิจฉาชะมัด】
【ตระกูลกู้ก็แค่ฟลุ๊คเท่านั้นแหละ】
【ภูเขารกร้างเป็นทรัพยากรส่วนรวมของทุกคน ทำไมต้องปล่อยให้ตระกูลกู้ผูกขาดอยู่ฝ่ายเดียวด้วย ตระกูลกู้จะเอาเปรียบกันเกินไปแล้วนะ】
【คอมเมนต์ข้างบน เก็บอาการหน่อย ชื่อโผล่หราขนาดนั้น】
ชื่อของคอมเมนต์ด้านบนนั้นก็คือ
【ชายหนุ่มตระกูลหวังเพิ่งเติบโต】
คนของตระกูลหวังนี่เอง
ทั้งสามตระกูลคงอิจฉาจนตาร้อนผ่าวไปหมดแล้วล่ะสิ
[จบแล้ว]