- หน้าแรก
- ระบบของบัค โกงอัตราดรอปทะลุสวรรค์
- บทที่ 28 - ซานจื่ออย่าโทษพี่เลย พี่ก็ทำเพื่อเจ้าทั้งนั้น
บทที่ 28 - ซานจื่ออย่าโทษพี่เลย พี่ก็ทำเพื่อเจ้าทั้งนั้น
บทที่ 28 - ซานจื่ออย่าโทษพี่เลย พี่ก็ทำเพื่อเจ้าทั้งนั้น
บทที่ 28 - ซานจื่ออย่าโทษพี่เลย พี่ก็ทำเพื่อเจ้าทั้งนั้น
ณ ลานประลองของตระกูลกู้
เงาร่างหนึ่งพลิ้วไหวราวกับผีเสื้อที่ร่ายรำอยู่กลางลานประลอง เสียงฝีเท้าดังกังวานใสแจ๋ว ทำเอาผู้คนที่เฝ้ามองต่างพากันอุทานด้วยความทึ่ง
นั่นคือกู้จิ่งที่กำลังฝึกฝนท่าเท้าย่างกรายวิหคเพลิงอยู่นั่นเอง
【ความเชี่ยวชาญท่าเท้าย่างกรายวิหคเพลิง 1 หน่วย】
【ความเชี่ยวชาญ 1/20】
【ได้รับแต้มบิดเบือนวิชา 1 หน่วย】
กู้จิ่งพ่นลมหายใจออกมา
ท่าเท้าย่างกรายวิหคเพลิงนี่ร้ายกาจจริงๆ วิชาตัวเบาแบบนี้ช่วยให้ก้าวเดินได้อย่างบางเบาและคล่องแคล่วว่องไว กู้จิ่งไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่า แต่เขารู้สึกได้ชัดเจนเลยว่าหลังจากฝึกท่าเท้าย่างกรายวิหคเพลิงแล้ว ปฏิกิริยาตอบสนองของเขาก็เฉียบคมขึ้นมาก
"วิชาตัวเบาจะมีบทบาทสำคัญอย่างมากเวลาต่อสู้จริง" ร่างของกู้จิ่งปราดเปรียวและว่องไวเป็นอย่างมาก เขาสามารถหยุดชะงักได้อย่างฉับพลัน ในสายตาของเด็กรุ่นเยาว์ตระกูลกู้ ภาพที่เห็นคือภาพติดตาของกู้จิ่งหลายร่างที่พุ่งเข้ามารวมกันเป็นร่างเดียว แล้วหยุดนิ่งอยู่กับที่
กู้จิ่งฝึกฝนวิชาไปพร้อมกับคอยชี้แนะเด็กรุ่นเยาว์ตระกูลกู้เหล่านี้ไปด้วย
ในขณะนี้ กู้เสียและเด็กสาวตระกูลกู้คนอื่นๆ ต่างก็นั่งเรียงรายอยู่บนบันไดข้างลานประลอง มองกู้จิ่งด้วยสายตาชื่นชมราวกับแฟนคลับ
"พี่จิ่งเท่สุดๆ ไปเลย"
"ความแข็งแกร่งของพี่ใหญ่ยิ่งมายิ่งลึกล้ำ ข้ารู้สึกว่าพี่ใหญ่แข็งแกร่งขึ้นทุกวันด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ สมแล้วที่เป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเมืองสุริยันศักดิ์สิทธิ์"
"พี่ใหญ่ทั้งเก่งทั้งหล่อเหลาเอาการ ถ้าวันหน้าได้เข้าไปอยู่ในสำนักใหญ่ จะต้องมีสาวๆ ในสำนักมาตกหลุมรักหัวปักหัวปำแน่ๆ"
"พวกผู้หญิงแต่งหน้าจัดจ้านพรรค์นั้นจะคู่ควรกับพี่ใหญ่ได้อย่างไรกัน"
เด็กสาวเหล่านี้พูดคุยเจื้อยแจ้ว แย่งกันพูดไปมา แต่ทุกถ้อยคำล้วนเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้ในตัวกู้จิ่งอย่างปิดไม่มิด
"นี่ๆๆ ตั้งใจฟังกันหน่อยสิ" กู้จิ่งขมวดคิ้ว ข้ามาช่วยชี้แนะการฝึกฝนให้พวกเจ้านะ
แต่ท่าทีจริงจังของกู้จิ่งกลับยิ่งทำให้เด็กสาวเหล่านี้หน้าแดงก่ำเข้าไปอีก
"พี่ใหญ่ ข้าทะลวงระดับได้แล้ว" ในตอนนั้นเอง ที่อีกฟากหนึ่งของลานประลอง กู้ซานที่เพิ่งทำสมาธิเสร็จก็ตะโกนลั่นด้วยความดีใจและวิ่งตรงมาหากู้จิ่ง
กลิ่นอายบนร่างของเขายังไม่ค่อยเสถียรนัก แต่ก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าเป็นกลิ่นอายของขอบเขตเทพปราณ
กู้ซานสามารถทลายคอขวดของขอบเขตหลอมกายาขั้นเก้า และก้าวเข้าสู่ขอบเขตเทพปราณได้สำเร็จแล้ว
กู้ซานเป็นเด็กดีทีเดียว
เขาขยันหมั่นเพียรและมีจิตใจที่มุ่งมั่น
นับเป็นเด็กรุ่นเยาว์คนที่สองของตระกูลกู้ที่ยังอยู่ในตระกูลและสามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเทพปราณได้
"ยอดเยี่ยมมาก ด้วยพรสวรรค์ของเจ้า การเข้าสำนักระดับแปดคงไม่ใช่เรื่องยาก พยายามเข้าล่ะ" กู้จิ่งเอ่ยชม คนที่สามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตเทพปราณได้ก่อนอายุยี่สิบปี ล้วนถูกจัดว่าเป็นอัจฉริยะทั้งสิ้น
แม้ว่าทุกอย่างจะแปรเปลี่ยนเป็นระบบข้อมูลไปหมดแล้วหลังจากที่ฟ้าดินเปลี่ยนแปร แต่เกณฑ์ข้อนี้ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
กู้ซานน่าจะมีคุณสมบัติพอที่จะเข้าสำนักระดับแปดแล้ว
"ยินดีด้วยนะพี่ซาน"
"ฮี่ๆ ถ้าพี่ซานได้เข้าสำนักระดับแปดล่ะก็ อนาคตต้องรุ่งโรจน์แน่นอน ได้ยินมาว่าสำนักระดับแปดในตอนนี้มีจุดเกิดสัตว์อสูรอย่างน้อยตั้งสิบจุดแน่ะ ค่าประสบการณ์ที่หาได้ในแต่ละวันคงมากมายมหาศาลจนแทบจะคำนวณไม่ได้เลย"
"พี่ซาน วันข้างหน้าอย่าลืมดูแลน้องคนนี้ด้วยนะ"
คำชมพวกนี้ทำเอากู้ซานเขินจนทำตัวไม่ถูก
เขาเกาหัวแกรกๆ
แก้มแดงระเรื่อ
กู้เสียคือคนที่มีพรสวรรค์สูงสุดและมีอำนาจต่อรองมากที่สุดในหมู่เด็กสาวรุ่นนี้ เธอถอนหายใจและกล่าวว่า "ฟ้าดินเปลี่ยนแปรไปแล้ว หากตระกูลกู้ของเราไม่อยากถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เราก็ต้องพยายามก้าวไปข้างหน้า พี่ซานเป็นเพียงจุดเริ่มต้น พวกเราทุกคนก็ต้องสู้ต่อไปนะ"
"ข้าได้ยินมาว่าพี่เส่าซางก็ทะลวงถึงขอบเขตเทพปราณแล้วเหมือนกัน"
"พี่เส่าหลิงก็ดูเหมือนจะใกล้แล้วล่ะ พวกเขาอยู่ในสำนักใหญ่ การพัฒนาย่อมเร็วกว่าพวกเรา พอทะลวงถึงขอบเขตเทพปราณก็คงได้รับความสนใจมากขึ้นและได้ทรัพยากรมากขึ้นไปอีก มันก็เหมือนก้อนหิมะที่กลิ้งลงมาจากเขา ความเร็วในการพัฒนาของพวกเขาจะต้องแซงหน้าพวกเราไปไกลแน่ๆ"
"พวกเราก็อย่ายอมแพ้ล่ะ ลุยกันเลย"
เด็กรุ่นเยาว์ตระกูลกู้ทุกคนต่างมีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า ตระกูลกู้ในตอนนี้ช่างเต็มไปด้วยพลังชีวิตที่เปี่ยมล้นเสียจริงๆ
กู้จิ่งมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ
"เสี่ยวจิ่ง เจ้าช่วยเป็นคู่ซ้อมให้เสี่ยวซานหน่อยสิ"
ผู้อาวุโสเก้าฝ่ายนอกที่ยืนเฝ้าดูอยู่ตลอดเวลาเผยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ แต่ก็ยังกล่าวกับกู้จิ่งด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
กู้ซานเพิ่งทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเทพปราณ ยังไม่คุ้นเคยกับพลังที่เพิ่มขึ้นมาอย่างก้าวกระโดดนี้ จึงจำเป็นต้องได้รับการขัดเกลา
และกู้จิ่งก็คือคนที่เหมาะสมที่สุด
กู้จิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามด้วยความลังเล "จะดีหรือครับ"
กู้ซานไม่รู้เรื่องรู้ราว จึงรีบโค้งคำนับและกล่าวว่า "รบกวนพี่ใหญ่ช่วยข้าปรับพื้นฐานพลังด้วยขอรับ"
สิ้นเสียงของเขา กลิ่นอายก็พุ่งทะยานออกมา กลิ่นอายที่ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ พัดกระหน่ำราวกับคลื่นยักษ์ แฝงไว้ด้วยเสียงสายฟ้าฟาดเบาๆ ทำให้เด็กรุ่นเยาว์หลายคนตกใจจนหน้าถอดสี และรีบถอยห่างออกจากลานประลองทันที
"โอ้โห นี่สินะแรงกดดันของขอบเขตเทพปราณ น่าอิจฉาจริงๆ เลย"
"เมื่อไหร่ข้าจะไปถึงระดับนั้นได้บ้างนะ"
"กลิ่นอายของพี่ซานแข็งแกร่งมาก"
พวกเขาพากันถอยหนีไปพลางร้องอุทานไปพลาง
"ตู้ม"
กู้ซานซัดหมัดเข้ามา แต่เมื่อต้องเผชิญกับพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ขนาดนี้ กู้จิ่งเพียงแค่ยื่นมือขาวผ่องออกไปรับ ในชั่วพริบตานั้นกู้ซานก็รู้สึกราวกับว่าตัวเองชกเข้ากับแผ่นเหล็กหนาเตอะ
กลิ่นอายของเขาถูกกลืนกินด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่ระเบิดออกมาจากร่างของกู้จิ่งในทันที ราวกับสายน้ำสายเล็กๆ ที่ถูกกลืนหายไปในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่
จากนั้นเขาก็ได้ยินเพียงเสียงถอนหายใจ
"เอาเถอะ ในเมื่อเจ้าขอ ข้าก็จะช่วยขัดเกลาให้ก็แล้วกัน"
เมื่อได้ยินดังนั้น กู้ซานก็ใจคอไม่ดี รู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที
"พี่ใหญ่ เดี๋ยวก่อน"
"ฟุ่บ"
กู้จิ่งที่อยู่ตรงหน้าพลันหายวับไป
ความเร็วระดับนี้ เร็วยิ่งกว่าสายฟ้าฟาดเสียอีก
"อ๊ากกก"
กู้ซานร้องลั่น ร่างของเขาถูกกระแทกอย่างแรงจนปลิวละลิ่วถอยหลังไปราวกับลูกปืนใหญ่
กู้จิ่งอยู่ในระดับขอบเขตเทพปราณขั้นหก กู้ซานไม่มีทางเทียบชั้นได้เลยแม้แต่นิดเดียว
เด็กรุ่นเยาว์ทุกคนต่างเบิกตากว้างอ้าปากค้าง
ในวินาทีนั้นเอง พวกเขาก็ได้ตระหนักถึงความแข็งแกร่งอันน่าสะพรึงกลัวของกู้จิ่งที่เหนือชั้นกว่าพวกเขาอย่างเทียบไม่ติด
กู้ซานที่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตเทพปราณขั้นหนึ่งแล้ว แต่เมื่ออยู่ต่อหน้ากู้จิ่ง เขากลับกลายเป็นเหมือนเด็กน้อยไร้ทางสู้ ถูกจับโยนไปโยนมา กู้ซานร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดโดยที่ไม่มีโอกาสได้ตอบโต้เลยแม้แต่น้อย ในเวลานี้กู้จิ่งไม่มองว่ากู้ซานเป็นคนอีกต่อไปแล้ว แต่ปฏิบัติกับเขาราวกับเป็นอาวุธชิ้นหนึ่ง ที่ต้องถูกทุบตีซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้ค่อยๆ เป็นรูปร่างและมีความแหลมคมมากขึ้น
"พี่ใหญ่ ข้าผิดไปแล้ว หยุดเถอะ"
"ข้า ข้า ข้า ข้า ข้า..."
"ซานจื่ออย่าโทษพี่เลย พี่ก็ทำเพื่อเจ้าทั้งนั้น"
ผ่านไปครู่ใหญ่
กู้จิ่งก็ลงมายืนบนพื้นพลางถอนหายใจยาว
ส่วนกู้ซานนั้นนอนแผ่หราอยู่บนพื้น ใบหน้าบวมปูดไปด้วยรอยฟกช้ำ
นี่คือการซ้อมเพื่อขัดเกลาอย่างนั้นหรือ
เด็กรุ่นเยาว์ที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างมองพี่ใหญ่ของตัวเองด้วยความหวาดผวา
แต่พอพวกเขาสังเกตดีๆ ก็พบว่ากู้ซานมีแค่บาดแผลภายนอกเท่านั้น การกระทำนี้ช่วยให้ร่างกายของเขาคุ้นเคยกับพลังของขอบเขตเทพปราณได้ดียิ่งขึ้น การลงมือของกู้จิ่งนั้นเต็มไปด้วยเทคนิค ช่วยเปิดจุดชีพจรต่างๆ และใช้แรงกดดันกระตุ้นให้กู้ซานสามารถปรับตัวเข้ากับระดับพลังใหม่ได้เร็วขึ้น
"การถูกทุบตีอย่างเหมาะสม จะช่วยให้เจ้าคุ้นเคยกับพลังลมปราณของขอบเขตเทพปราณได้เร็วขึ้น ช่วยประหยัดเวลาและหยาดเหงื่อไปได้มากทีเดียว ทำไมยังไม่รีบขอบคุณพี่ใหญ่ของเจ้าอีก" ในตอนนั้นเอง ผู้อาวุโสเก้าก็เดินเข้ามายิ้มๆ และพูดกับกู้ซาน
กู้ซานที่นอนอยู่บนพื้น กัดฟันพูดด้วยความไม่เต็มใจว่า "ขอบคุงคั้บพี้หญั่ย"
"ฮ่าๆๆๆๆๆ" เด็กรุ่นเยาว์ตระกูลกู้เห็นสภาพของเขาแล้วก็กลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่จริงๆ ก็มันตลกเกินไปนี่นา
"ฮัวเยาะอายาย เดี่ยวข้าจาฝึกพ่กเจ้ามั่ง" กู้ซานคำรามลั่น
"แปะ"
ฟันหน้าซี่หนึ่งร่วงหล่นลงพื้น
เสียงร้องโอดโอยของกู้ซานเคล้ากับเสียงหัวเราะของเด็กรุ่นเยาว์ตระกูลกู้ ทำให้บรรยากาศในลานประลองครึกครื้นขึ้นมาทันตาเห็น
[จบแล้ว]