- หน้าแรก
- เจ้าองค์ชายบ้านี่ จะเก่งไปทุกเรื่องไม่ได้นะ
- 172 - ทำดีให้ถึงที่สุด ส่งพระถึงชมพูทวีป!
172 - ทำดีให้ถึงที่สุด ส่งพระถึงชมพูทวีป!
172 - ทำดีให้ถึงที่สุด ส่งพระถึงชมพูทวีป!
172 - ทำดีให้ถึงที่สุด ส่งพระถึงชมพูทวีป!
หลี่ซ่านเหรินรับกฎระเบียบของโรงเรียนมาอ่าน และถึงกับนิ่งงันเมื่อเห็นข้อแรก
ข้อแรก "มีการสอนโดยไม่เลือกชนชั้น เพื่อเปิดปัญญาให้แก่ราษฎร"
ข้อที่สองคือ "ชายหญิงเท่าเทียมกัน ไม่แบ่งแยกเพราะเพศ"
เขาเตรียมจะใช้เรื่องนี้เป็นจุดเริ่มต้นเพื่อแยกเด็กชายหญิงให้ออกห่างกัน
แต่เมื่อเห็นข้อสาม "เคารพครู บูชาคุณธรรม และรักผู้อาวุโส"
ตามด้วยข้อสี่ "ซื่อสัตย์ รักษาสัจจะ และมีจิตใจที่แจ่มใส"
โดยเฉพาะข้อสุดท้ายที่ระบุว่า "ศึกษาเล่าเรียนเพื่อฟื้นฟูความรุ่งเรืองให้แก่แผ่นดิน"
นอกจากนี้ ยังมีเพลง “แปดเกียรติแปดความอัปยศ” ประจำหอเฟิ่นจิ้น หลี่ซ่านเหรินชี้ไปที่บทเพลงนั้น “ใครเป็นคนแต่งเพลงนี้?”
“ท่านอ๋องน่ะสิ ข้าน้อยยังร้องได้เลย!” ผู้ดูแลยิ้ม ก่อนจะกระแอมไอเบาๆ แล้วร้องออกมา
“ทำงานหนักเป็นเกียรติ ขี้เกียจเป็นความอัปยศ...”
หลี่ซ่านเหรินถึงกับตะลึง แต่ที่ทำให้เขาประหลาดใจยิ่งกว่าคือ เมื่อเด็กๆ ได้ยินเสียงเพลง ทุกคนหยุดกิจกรรมที่ทำอยู่ ยืนตรง และร้องตามพร้อมกัน
“ร่วมมือสามัคคีคือเกียรติ เอาเปรียบผู้อื่นคือความอัปยศ...”
เสียงร้องเพลงดังกระหึ่มลานจากห้องเรียนหนึ่งไปสู่อีกห้องเรียน เสียงประสานกันเป็นหนึ่งเดียว
หลี่ซ่านเหรินขนลุกไปทั้งตัว เหมือนมีพลังงานแปลกๆ ไหลผ่านร่างกาย
เมื่อเพลงจบลง ผู้ดูแลยิ้มอย่างเขินอาย “ท่านกว๋อกง อย่าถือสาข้าน้อยเลย”
หลี่ซ่านเหรินโบกมืออย่างไม่ถือสา พลางคิดว่าโรงเรียนแห่งนี้ดูจะมีชีวิตชีวามากกว่าสำนักกว๋อจื่อเจียนในวังหลวงเสียอีก
เสียงระฆัง ตึง ตึง ตึง ดังขึ้น เด็กนักเรียนวิ่งกลับเข้าห้องเรียนอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาเดียว ลานที่เคยคึกคักกลับเงียบสนิท
อาจารย์ที่ถือไม้บรรทัดและตำราเดินออกจากห้องพัก และเมื่อมาถึงประตูห้องเรียน เสียงนักเรียนที่เป็นหัวหน้าห้องก็ตะโกนดังขึ้น “ลุกขึ้น!”
เด็กนักเรียนทุกคนลุกขึ้นพร้อมกัน คำนับและกล่าวพร้อมเสียงว่า “คารวะอาจารย์!”
หลี่ซ่านเหรินถึงกับสะท้านไปทั้งร่าง รู้สึกราวกับมีกระแสไฟไหลผ่านตัว
เขายืนอึ้งอยู่นาน ก่อนจะกล่าวขึ้น “ห้องทำงานของข้าอยู่ที่ไหน?”
“เชิญท่านกว๋อกงทางนี้!” ผู้ดูแลพาเขาไปยังห้องทำงาน ซึ่งตั้งอยู่ในลานสงบแห่งหนึ่ง
ที่มุมลานมีต้นเหมยที่กำลังตูมรอวันผลิบาน ในน้ำพุขนาดใหญ่มีปลาคราฟแหวกว่าย
เมื่อเปิดประตูเข้าไป ลมอุ่นจากเตาผิงพัดออกมาปะทะหน้า พื้นห้องปูด้วยพรมหนานุ่มราวกับเหยียบเมฆ
ตรงกลางห้องมีโต๊ะทำงานขนาดใหญ่และชั้นวางหนังสือเรียงราย ดูเรียบง่ายแต่ก็หรูหราอย่างมีรสนิยม
“ท่านกว๋อกง รายชื่อนักเรียนและอาจารย์ของหอเฟิ่นจิ้นอยู่บนโต๊ะทำงานนี้ ข้าน้อยจะเป็นผู้ดูแลท่านโดยตรง หากมีคำสั่ง เพียงเรียกข้าน้อยได้เลย” กล่าวจบ ผู้ดูแลก็เดินออกไป
หลี่ซ่านเหรินรับรู้ถึงความจริงใจและความใส่ใจจากจูจวิน
หากไม่มีปัญหายุ่งยากใดๆ การได้เป็น ซานจ่าง (อาจารย์ใหญ่) ที่นี่ก็นับเป็นเรื่องที่ไม่เลวเลย
“เอาเถอะ ข้ารับน้ำใจนี้ไว้ก็แล้วกัน เจ้าจะเป็นฮ่องเต้ไม่ได้ แต่การทำให้เจ้าเป็นอ๋องผู้ทรงธรรม ข้าหลี่ผู้นี้ยังพอทำได้”
...
ในเวลาเดียวกัน จูจวินกำลังปลอบใจไฉ่ก่วน “พี่ไฉ่ ใจเย็นไว้ ท่านอาไฉ่ที่อยู่บนฟ้าคงไม่อยากเห็นเจ้าจมอยู่กับความโศกเศร้าเช่นนี้”
ไฉ่ก่วนเช็ดน้ำตาพลางกล่าวว่า “ท่านหก ต่อจากนี้ไปข้ามีเพียงท่านให้พึ่งพิงแล้ว!”
“วางใจเถอะ ตราบใดที่พี่ชายคนนี้ยังมีข้าวกิน เจ้าก็ไม่ต้องอดอยากหรอก!” จูจวินตบไหล่ของเขาพลางให้กำลังใจ แต่ในใจก็ยังคงระแวดระวัง
ตระกูลไฉ่ที่ล่มสลาย ย่อมมีความแค้นอยู่เต็มอก ไม่ว่าจะเป็นใครก็ต้องรู้สึกเช่นนั้น
จูจวินคิดจะใช้ไฉ่ก่วนเพื่อควบคุมหลี่ซ่านเหริน แต่จะให้เชื่อใจเขาเต็มร้อยไม่ได้
ต่างจากเสิ่นต้าเป่าที่ตระกูลเสิ่นเพียงถูกเฆี่ยนตี แต่ไม่ได้รับความเสียหายใหญ่หลวงเหมือนตระกูลไฉ่
ไฉ่ก่วนพยักหน้าด้วยความซาบซึ้ง “ขอบพระคุณท่านอ๋องยิ่งนัก!”
หลังจากรอดพ้นจากหายนะครั้งใหญ่นี้ ไฉ่ก่วนก็กลายเป็นคนสุขุมขึ้น คำสั่งเสียและคำสอนของบิดาก่อนตายถูกจารึกลงในใจเขาอย่างลึกซึ้ง
เขารู้ดีว่าตนเองยังมีแม่เล็กและน้องสาวคนหนึ่งที่อยู่ในจวนอ๋อง
ในอนาคต หากเขาต้องการยืนหยัดในจวนนี้ให้มั่นคง ความช่วยเหลือจากพวกนางย่อมเป็นสิ่งจำเป็น
สายสัมพันธ์แห่งความเป็นพี่น้องระหว่างเขากับจูจวินอาจยังไม่พอ หากมีความเป็นเครือญาติร่วมด้วย มันย่อมมั่นคงยิ่งขึ้น
“ข้าไม่ปิดบังหรอก ท่านหก สวีหนี่เอ๋อคือภรรยาน้อยของบิดาข้า และสวีเสี่ยวเซียวคือน้องสาวของข้า เพียงแต่นางไม่รู้เรื่องนี้
ก่อนที่ข้าจะออกจากคุก บิดาข้าบอกว่าขอให้ท่านหกดูแลน้องสาวของข้าอย่างดีด้วยเถอะ!” ไฉ่ก่วนกล่าวพลางคุกเข่าลงกับพื้น
คำพูดนี้ทำให้จูจวินระแวดระวังขึ้นไปอีก หากไฉ่ก่วนมีการเชื่อมโยงกับสองแม่ลูกนั้น เรื่องนี้อาจกลายเป็นปัญหาได้
“น้องสาวของเจ้าก็เหมือนน้องสาวของข้า ข้าจะดูแลอย่างแน่นอน แต่ข้าว่าอย่าบอกความจริงให้นางรู้ดีกว่า
ลองคิดดู หากนางรู้ว่าบิดาของตนเป็นถึงเสนาบดีกรมโยธา แต่กลับไม่เคยช่วยเหลือพวกนางออกมาจากสถานที่แห่งนั้น นางจะไม่โกรธแค้นหรือ?
นางเติบโตในหอสิบหก ทุกวันต้องเผชิญกับชายแปลกหน้า เจ้าคิดว่านางจะทุกข์ใจแค่ไหน?”
“ข้า...” ไฉ่ก่วนอึ้งพูดไม่ออก เพราะมันคือความจริง หากเป็นเขา เขาก็ไม่อาจยอมรับได้
“อย่าบอกนางจะดีกว่า เจ้าสบายใจได้ ในจวนของข้า ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้นางต้องเสียใจหรือลำบาก”
ไฉ่ก่วนพยักหน้า “ท่านหกพูดถูก ข้าคิดไม่รอบคอบเอง ขอท่านหกวางใจ ข้าจะจงรักภักดีต่อท่านหกอย่างที่สุด ต่อให้ต้องเอาชีวิตเข้าแลก ข้าก็ยอม!”
จูจวินรีบประคองเขาลุกขึ้น “เอาล่ะ เจ้าคือพี่น้องของข้า จะมีหรือที่ข้าจะไม่เชื่อใจเจ้า?”
ไฉ่ก่วนยิ่งรู้สึกผิดในใจ เขาเป็นหนี้บุญคุณของจูจวินมากมายจนไม่รู้ว่าจะตอบแทนอย่างไร เขาจึงสาบานในใจว่าจะปกป้องจูจวินให้ดีที่สุด
“จริงสิ พี่ไฉ่ ข้ารู้ว่าเจ้ามีความสามารถด้านอักษรและวรรณกรรม ไม่สู้ไปเป็นรองอาจารย์ใหญ่หอเฟิ่นจิ้นของข้าเป็นอย่างไร? ข้าคงไม่อาจปล่อยให้เจ้ามานั่งว่างอยู่ในจวนโดยไม่ทำอะไร
ให้หลี่ซ่านเหรินคอยดูแลภายใน ส่วนเจ้าก็ดูแลภายนอก ดีหรือไม่?”
ไฉ่ก่วนตอบโดยไม่ลังเล “นั่นย่อมเป็นเกียรติอย่างยิ่ง!”
“ตกลงตามนี้แล้วกัน!” จูจวินยิ้มเล็กน้อย สำหรับเขาแล้ว หอเฟิ่นจิ้นเป็นเพียงสระน้ำที่ใช้คัดสรรผู้มีพรสวรรค์เท่านั้น
เขาก็แค่ให้ไฉ่ก่วนไปคอยต่อสู้ชิงดีชิงเด่นกับหลี่ซ่านเหรินเท่านั้นเอง
“ขอบพระคุณท่านหก!” ไฉ่ก่วนกล่าว
หลังจากจัดการเรื่องไฉ่ก่วนเสร็จ จูจวินก็ถอนหายใจโล่งอก แต่เขาเป็นคนทำอะไรต้องทำให้จบสิ้น เขาจึงเรียกหนิวอู่หลิวเข้ามา
“ไปที่กรมอาญา หาตัวหลี่ซื่อลู่ แล้วนำร่างของไฉ่เหวินกลับมาให้ข้า
หากเขาไม่ให้ บอกว่าข้าจะไปเอาด้วยตัวเอง!”
“พะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง!”
หนิวอู่หลิวจัดการเรื่องนี้ได้อย่างราบรื่น เพราะไฉ่เหวินตายแล้ว กรมอาญาก็ไม่อยากต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการจัดการศพ
ทุกคนต่างรู้ดีว่าจูจวินสนิทสนมกับไฉ่ก่วน และนี่ก็ต้องเป็นการร้องขอจากไฉ่ก่วนแน่นอน
เมื่อร่างของไฉ่เหวินถูกนำใส่โลงศพเรียบร้อยแล้ว จูจวินจึงเรียกไฉ่ก่วนมา
เมื่อเห็นร่างของบิดา ไฉ่ก่วนร้องไห้โฮออกมาอย่างสุดกลั้น
เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจูจวินจะนำร่างของบิดากลับมาให้เขา
เขาคุกเข่าลงกับพื้นและร้องไห้เสียงดัง “ท่านอ๋อง ข้าชั่วช้าสิ้นดี ข้าไม่ใช่คน! ข้าเป็นแค่หมูหมาเท่านั้น!”
ความดีของจูจวินช่างเหมือนมีดที่กรีดลงกลางใจเขา
ในตอนนั้นเอง เสิ่นต้าเป่าที่มารายงานสถานการณ์ของสมาคมพ่อค้าอิงเทียน ได้เห็นภาพนี้ เขารู้สึกนับถือในความจริงใจของจูจวิน และในขณะเดียวกันก็อดรู้สึกกลัวไม่ได้
หากไม่ใช่เพราะจูจวิน ตระกูลเสิ่นของเขาอาจต้องพบกับจุดจบเช่นเดียวกันนี้ก็เป็นได้!
…………