- หน้าแรก
- เอาชีวิตรอดบนทางหลวง ใครปล่อยเธอเข้ามา โดนปล้นจนเกลี้ยง
- ตอนที่ 300 การแลกเปลี่ยน พิมพ์เขียวดัดแปลงยานพาหนะ
ตอนที่ 300 การแลกเปลี่ยน พิมพ์เขียวดัดแปลงยานพาหนะ
ตอนที่ 300 การแลกเปลี่ยน พิมพ์เขียวดัดแปลงยานพาหนะ
.
.
“เลือดร้อนดีนี่! คิดว่าฉันจะออกไปเพียงเพราะแกเรียกงั้นเหรอ? ถ้าทำแบบนั้นยายแก่คนนี้ก็เสียหน้าหมดสิ”
จู่ ๆ ศีรษะสีดำสนิทก็โผล่ขึ้นมาจากพื้นเวที แต่ทันทีที่บาร์ทรูหันกลับมา อาเรียก็มุดกลับลงใต้ดินอีกครั้ง
“ชิ! นี่คือนักสู้ที่ชนะรวด 89 นัดจริงเหรอ? ก็ไม่ได้เก่งเท่าไรนี่นา เดิมทีฉันยังเดิมพันฝั่งน้ำเงินไว้เลย เจ้าคนโง่ตัวโตนี่ถูกยายแก่ปั่นหัวจนหัวหมุน ดูแล้วขัดตาชะมัด ไม่รู้จะได้ทุนคืนไหม”
“เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันรู้สึกว่านักสู้ในสนามประลองโง่สิ้นดี!”
“แล้วก่อนหน้านี้มันชนะมาหลายสิบรอบได้ยังไงกัน?”
“ดูแล้วเดิมพันฝั่งแดงน่าจะดีกว่า”
คำพูดของผู้ชมเหล่านี้แทงเข้ากลางศักดิ์ศรีของบาร์ทรูอย่างจัง เขาตัดสินใจจะจบเรื่องตลกน่าเบื่อนี้ให้เร็วที่สุด
บาร์ทรูกระทืบเท้า ใช้พลังควบคุมดิน แต่กลับไม่พบร่องรอยของสิ่งมีชีวิตใต้ดินเลย
“ออกมา! ออกมาเดี๋ยวนี้! ออกมาให้ข้า!”
เจ้าคนซื่อบื้อร่างยักษ์คลุ้มคลั่งเต็มที่ ทุบพื้นเวทีอย่างบ้าคลั่ง จนบีบให้อาเรียต้องโผล่ออกมา
อาเรียเองก็ไม่ยอมถอย ใช้ไม้เท้าฟาดใส่แขนขาของอีกฝ่าย ทั้งสองฝ่ายปะทะกันอย่างดุเดือด ชั่วขณะหนึ่งยากจะตัดสินว่าใครเหนือกว่าใคร
ผ่านไปไม่นาน กลับเป็นอาเรียที่ซัดนักสู้ร่างยักษ์ล้มลงกับพื้น
พูดว่าโดนซัดจนสลบก็ไม่ถูกนัก เพราะความจริงแล้วบาร์ทรูโดนวางยาพิษ
นักสู้ในสนามประลองทำทุกวิถีทางเพื่อชัยชนะ การแข่งขันยังไม่ทันเริ่มเต็มรูปแบบ เจ้าคนตัวโตนี่ก็ลงมือก่อนแล้ว แล้วเธอจะใช้ยาพิษบ้างไม่ได้หรือไง?!
กรรมการ: “……”
พิธีกร: “……”
ผู้ชมทั้งหมด: “……”
ทั้งสนามประลองตกอยู่ในความเงียบ
นักสู้พ่ายแพ้แล้ว แถมยังแพ้ให้กับทาสหญิงชราฐานะต่ำต้อยอีกต่างหาก
อาเรียคิดว่าสนามประลองจะกลับคำ จึงเอ่ยถามอย่างสุภาพ
“งั้นถือว่าฉันชนะแล้วใช่ไหม?”
พิธีกรนิ่งไปหลายวินาที ก่อนจะประกาศต่อ
“ใช่แล้ว! นักสู้หญิงฝ่ายแดง อาเรีย เป็นผู้ชนะ!!”
“เชี่ย!”
“บอส! คุณยายคนนี้สุดยอดจริง ๆ!”
หนานจือตกตะลึงมาก จนเกือบจะเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อนอกอาณาเขตไปแล้ว
“อืม” เสิ่นชงเยว่พยักหน้าส่ง ๆ
ในสนามประลอง ผู้รอดชีวิตคือผู้ชนะ นี่คือกฎ
บาร์ทรูถูกประหารทันทีขณะหมดสติ ศีรษะกลิ้งตกลงพื้น เลือดสาดกระจายไปทั่ว เหล่าทหารเข้ามาทำความสะอาดอย่างรวดเร็ว
พวกเขาลากศพของชายคนนั้นออกจากเวที ก่อนยัดใส่ถุงผ้าสีดำราวกับเป็นขยะชิ้นหนึ่ง
เมื่อไม่นานมานี้ บาร์ทรูยังเป็นนักสู้ชื่อดังที่ได้รับการยกย่องจากผู้ชม มีผู้คนมากมายเดิมพันกับเขา…
นี่คือชะตากรรมของผู้แพ้ในสนามประลอง
ผู้ชมส่งเสียงด่าทออย่างรุนแรง ใช้ถ้อยคำหยาบคายและสกปรกที่สุดสาปแช่งนักสู้ผู้นี้ ทุกประโยคเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามต่อความพ่ายแพ้ของบาร์ทรู
“ขยะไร้ค่า ทำฉันเสียเงินไปตั้ง 500 เหรียญดวงดาว”
“โดนยายแก่หลอกเสียได้! ฉันเริ่มสงสัยแล้วว่าบาร์ทรูโดนสลับตัวมาตั้งแต่เกิดหรือเปล่า?”
“ทั้งครอบครัวฉันกำลังรอใช้เหรียญดวงดาวก้อนนี้พลิกชีวิตอยู่เลยนะ ไอ้โง่เอ๊ย! โดนผู้หญิงอัดจนเละ ถ้าเป็นฉันสู้ด้วยจมูกยังเก่งกว่าอีก”
คิ้วของเหล่าผู้เล่นขมวดแน่นจนแทบหนีบแมลงวันได้
เดิมทีพวกเขาคิดว่าคนนอกอาณาเขตแค่มีอคติต่อคนต่างถิ่น
แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่แบบนั้น
……
หลังจากอาเรียกลับมา การจับสลากรอบที่สองก็เริ่มขึ้น และคนที่ถูกเลือกคือ มู่ชวน
เสียงประกาศจากระบบดังขึ้นตรงเวลา
[การแข่งขันรอบที่สองจะเริ่มขึ้นในอีก 10 นาที!]
[ฝ่ายแดงสะสมได้ 1 คะแนน ฝ่ายน้ำเงิน 0 คะแนน]
[ฝ่ายแดงสุ่มเลือกผู้เล่น มู่ชวน ผู้เล่นจากเขตใน]
[ฝ่ายน้ำเงินเลือกนักสู้ดาวเด่น เกอร์แมน ผู้ชนะต่อเนื่อง 8 นัด]
ครั้งนี้สนามประลองเรียนรู้บทเรียนแล้ว จึงไม่ได้ประกาศข้อมูลพลังพิเศษของนักสู้
มู่ชวนรู้สึกประหม่าเล็กน้อย ไม่คิดว่าตัวเองจะถูกเลือกเป็นคนที่สอง เขาไม่มีความมั่นใจในการแข่งขันเลยแม้แต่น้อย
ก่อนขึ้นเวที อาเรียมีโอกาสพูดคุยกับเสิ่นเยว่เพียงไม่กี่นาที
บางทีเสิ่นเยว่อาจรู้ข้อมูลวงในบางอย่างของสนามประลอง
มู่ชวนจึงกอดความหวังเสี้ยวสุดท้าย เดินไปหาเสิ่นชงเยว่
[ชื่อ: มู่ชวน]
[อายุ: 26 ปี]
[ค่าร่างกายรวม: 34 แต้ม (เหนือกว่าคนรุ่นเดียวกันอย่างมาก)]
[พละกำลัง: 30 + 5 แต้ม (แหวนพลัง)]
[ความเร็ว: 29 + 10 แต้ม (แหวนความเร็ว)]
[พรสวรรค์: แปลงกาย (เปลี่ยนรูปร่างและโครงสร้างของร่างกายได้อย่างอิสระ) (ระดับการพัฒนา 7%)]
[กระเป๋าเป้: ยาล่องหน x1, จะงอยปากอีกา x1, กระดาษโน้ตเหนียว x1, พิมพ์เขียวดัดแปลงยานพาหนะขั้นสูง x1, ปลาทูน่ากระป๋อง 12 กระป๋อง, ขนมปังข้าวโอ๊ต 10 กล่อง, ถั่วฝักยาวดอง 100 ชั่ง, ข้าวสารเก่า 1,000 ชั่ง…]
ท่ามกลางเสบียงมากมาย เสิ่นชงเยว่สะดุดตากับพิมพ์เขียวดัดแปลงยานพาหนะทันที
ถ้าจำไม่ผิด วัสดุสำคัญสำหรับการอัปเกรดยานพาหนะระดับ 9 ก็คือพิมพ์เขียวดัดแปลง!
เดิมทีเสิ่นชงเยว่ไม่ได้สนใจความเป็นความตายของมู่ชวนเลย
แต่ตอนนี้…
มู่ชวนห้ามตายเด็ดขาด!!!
ในดันเจี้ยน กระเป๋าเป้ของผู้เล่นถูกผนึกเอาไว้ และของในกระเป๋าจะไม่ดรอปหลังจากผู้เล่นตาย
ดังนั้นเขาต้องรอด!
เธอต้องการทำข้อตกลงกับอีกฝ่าย
พรสวรรค์ของมู่ชวนค่อนข้างแปลกใหม่ สามารถเปลี่ยนสภาพร่างกายของตัวเองได้ คู่ต่อสู้รอบต่อไปเป็นเพียงนักสู้ธรรมดา ไม่ใช่มอนสเตอร์ปนเปื้อนที่ถูกหลอมรวมขึ้นมา
ตราบใดที่ใช้พรสวรรค์ได้ดี ก็น่าจะเอาตัวรอดได้
เพียงแต่พลังของเขาสิ้นเปลืองพลังจิตมาก อาจต้องการความช่วยเหลืออยู่บ้าง
ก่อนที่มู่ชวนจะได้เอ่ยปากถาม เสิ่นชงเยว่ก็พูดขึ้นก่อน
“มู่ชวน ยาฟื้นฟูพลังชีวิตครึ่งขวด ไม่สิ ทั้งขวดเลย คุณเอาไปใช้บนเวทีได้”
เสิ่นชงเยว่โยนหยดน้ำค้างวิญญาณเจือจางให้เขาอย่างไม่ใส่ใจ
มู่ชวน: “…?”
เปิดมาก็ให้ยาฟื้นฟูพลังชีวิตเลยงั้นเหรอ?
เสิ่นเยว่ใจดีช่วยเหลือผู้เล่นคนอื่นขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน?!
แม้จะเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ตอนนี้กระเป๋าเป้ของเขาถูกผนึก เปิดไม่ได้ หากมีคนยื่นมือช่วยก็ถือว่าเป็นเรื่องดี
“เสิ่นเยว่ ถ้าคุณต้องการอะไร ก็บอกมาได้เลย ตราบใดที่ผมให้ได้ ผมจะให้แน่นอน!”
“งั้นฉันไม่เกรงใจแล้วนะ ฉันต้องการพิมพ์เขียวดัดแปลงยานพาหนะ รอปลดผนึกกระเป๋าเป้เมื่อไร ก็ส่งมาให้ฉัน”
เสิ่นชงเยว่รอคำพูดนี้จากอีกฝ่ายอยู่แล้ว
มู่ชวนอึ้งไปทั้งคน
พี่สาวครับ เสิ่นเยว่รู้ได้ยังไงว่ากระเป๋าของเขามีพิมพ์เขียวดัดแปลงยานพาหนะ?!
เขาพูดไปตามมารยาทแท้ ๆ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะขอจริงๆ!
“ทำไม หรือว่ายาฟื้นฟูพลังชีวิตขวดเดียวไม่พอ?”
เมื่อนึกถึงค่าสถานะเฉลี่ยราว 30 แต้มของมู่ชวน เสิ่นชงเยว่ก็เสกขวดพลาสติกขึ้นมาอีกใบอย่างกับเล่นมายากล
ภายในขวดพลาสติกราคาถูกบรรจุของเหลวสีขาวน้ำนม กลิ่นเหมือนยาที่อยู่ในมือเขาไม่มีผิด
ก่อนหน้านี้มู่ชวนเคยซื้อยาฟื้นฟูพลังชีวิตในราคาสูง จึงคุ้นเคยกับกลิ่นนี้เป็นอย่างดี และเดาตัวตนของเสิ่นชงเยว่ได้ทันที
“คุณคือ……”
คนที่สามารถหยิบยาฟื้นฟูพลังชีวิตออกมาได้มากขนาดนี้ นอกจากอันดับหนึ่ง ‘นักบุญผู้หลบหนีแห่งปารีส’ แล้วก็ไม่มีใครอีก
คิดไม่ถึงเลยว่า… บอสใหญ่จะเป็นเด็กสาวที่อายุน้อยกว่าเขาเสียอีก
“พี่เสิ่น ยาขวดเดียวก็พอแล้ว!”
“แต่ถ้าจะให้เพิ่ม ผมก็ไม่รังเกียจนะ”
“ผมจะกลับมามีชีวิตแน่นอน ส่วนพิมพ์เขียวนั่น… พอกระเป๋าเป้ปลดผนึกแล้ว ผมจะส่งให้คุณทันที!”
มู่ชวนก้าวเดินออกไป ใบหน้ายังมีความเขินอายอยู่เล็กน้อย
เสิ่นชงเยว่ก็ให้ยาเพิ่มเขาอีกขวดจริง ๆ
ชาวพื้นเมืองนอกอาณาเขตที่อยู่รอบ ๆ ต่างมึนงงไปตาม ๆ กัน
เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าหนุ่มคนนี้?
เมื่อครู่ยังทำหน้าอมทุกข์เหมือนเมฆดำปกคลุม แต่ตอนนี้กลับสดใสราวกับฟ้าหลังฝน
ก่อนขึ้นสนาม มู่ชวนล้วงข้อมูลสามัญบางอย่างจาก NPC มาได้
ตัวอย่างเช่น ยาฟื้นฟูพลังชีวิตที่เขาถืออยู่ ต่อให้เป็นนครกลางก็ยังถือว่าหายาก
ยาฟื้นฟูพลังชีวิตสองขวด สามารถแลกกับพิมพ์เขียวดัดแปลงยานพาหนะได้ แถมยังมีโอกาสรู้จักคนใหญ่คนโตอีกด้วย
รอบนี้เขากำไรยับ!
ความไม่พอใจที่มู่ชวนเคยมีต่อเสิ่นชงเยว่และพวกในสนามประลองหายไปหมดแล้ว
ตอนเดินขึ้นเวที เขาเชิดหน้าอกอย่างสง่างาม ท่าทางโอหังราวกับกำลังเดินแฟชั่นโชว์ มากกว่ากำลังจะเข้าสู่การแข่งขันในสนามประลองเสียอีก
.
.
จบ.