- หน้าแรก
- ฮอกวอตส์: จากนักเรียนศิลปะตกอับ สู่นักสร้างการ์ดเวทมนตร์
- บทที่ 370 บ้านข้าพังแล้ว! สมบัติลับของพ่อมดศาสตร์มืดเอ็กซ์ทิส!
บทที่ 370 บ้านข้าพังแล้ว! สมบัติลับของพ่อมดศาสตร์มืดเอ็กซ์ทิส!
บทที่ 370 บ้านข้าพังแล้ว! สมบัติลับของพ่อมดศาสตร์มืดเอ็กซ์ทิส!
อีธานนั่งไขว่ห้างอยู่บนแผ่นหลังของนักโทษคนหนึ่ง
แอนโทนิน โดโลฮอฟ ซึ่งกำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยสี่ขา
ไม่กล้าขยับแม้แต่นิดเดียว
ดวงตาที่เคยแดงก่ำและเต็มไปด้วยความกระหายเลือด
ตอนนี้กลับใสแจ๋วราวกับบัณฑิตจบใหม่
ภายในเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความสับสนอย่างรุนแรง
ราวกับไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเรื่องราวถึงกลายมาเป็นแบบนี้ได้
...เดี๋ยวนะ?
ฉันไม่ใช่พ่อมดศาสตร์มืดหรอกเหรอ?
แล้วทำไมฉันถึงโดนกระทืบล่ะ?
ภายนอกห้องขังเต็มไปด้วยพวกคลานเลื้อยรูปร่างน่าสะพรึงกลัว
ผิวสีขาวซีดของพวกมันเปื้อนเลือดเหนียวข้นราวกับทารกแรกเกิด
เดินเพ่นพ่านไปตามทางเดินและสุ่มทำ “ไฮเปอร์ฟิวชัน” กับเหล่านักโทษเป็นครั้งคราว
อีธานกล่าวอย่างไม่พอใจ
“ฉันให้พวกนายดูโชว์สัตว์วิเศษฟรีเลยนะ ทำไมไม่ขอบคุณฉันล่ะ?”
เขาก้มตัวลง
รอยยิ้มจริงใจปรากฏบนใบหน้าที่กลับหัวอยู่
โดโลฮอฟ: !!!
“ขะ...ขอบคุณ ท่านศาสตราจารย์!”
“ฮือออ...ขอบคุณสำหรับความเมตตาครับ...”
รอบด้านเสียงขอบคุณดังขึ้นเป็นระลอก
เต็มไปด้วยความซาบซึ้งและจริงใจ
อีธานนั่งตัวตรง ก่อนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
ภายในใจคิดว่า
“เมื่อกี้แอบฟังแผนรับมือของสมาชิกผ่านทางศาสตราจารย์อันโนว์แล้ว”
“อืม...เป็นไปตามที่คาดจริง ๆ”
สมาชิกของชมรมต้องการช่วยเขาออกไป
ส่วนแฮร์รี่เริ่มสงสัยในตัวเขา
“คิดดูแล้ว การหลศาสตราจารย์แล้วแอบจัดกิจกรรมชมรมลับ...”
“สุดท้ายทุกอย่างก็วนกลับไปมีหน้าตาเหมือนเนื้อเรื่องต้นฉบับอยู่ดี”
เพียงแต่ภายใต้การแทรกแซงของผีเสื้อตัวเล็ก ๆ อย่างเขา
“กองทัพดัมเบิลดอร์”
ได้กลายเป็น “ชมรมแสงแห่งปัญญา” ส่วนคางคกสีชมพูที่เดิมทีควรเป็นศัตรู กลับกลายเป็นตัวเขาเอง
ศาสตราจารย์ผู้ไม่ทราบนาม
“น่าสนใจดีเหมือนกัน~”
อีธานยกมุมปากขึ้น
เต็มไปด้วยความสนใจ
ในเมื่อเหล่าพ่อมดน้อยอยากเล่นเกมแมวจับหนูที่ตื่นเต้นเร้าใจ
เขาก็ยินดีเล่นด้วยอยู่แล้ว
อีธาน: “พอดีเลย เอามาเป็นเนื้อหาการสอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดได้ด้วย”
ส่วนสถานที่ที่แฮร์รี่กับคนอื่น ๆ ใช้ฝึกซ้อมกันอย่างลับ ๆ
มีโอกาสสูงมากว่าจะเป็นห้องแห่งความต้องการ
พูดแล้วก็น่าอายอยู่เหมือนกัน
เพราะเขาจำตำแหน่งที่แน่นอนของสถานที่นั้นไม่ได้
แถมยังไม่ได้เพิ่มค่าความชื่นชอบของด็อบบี้จนเต็ม
จึงไม่มีช่องทางรู้ข้อมูลด้วย
ดังนั้นตลอดห้าปีที่ผ่านมา แม้อีธานจะรู้ถึงการมีอยู่ของสถานที่แห่งนี้แต่ก็ไม่เคยเข้าไปสักครั้ง
“ฉันเป็นคนเปิดเผยตรงไปตรงมา ไม่มีอะไรต้องปิดบัง จะวาดรูปตรงไหนในปราสาทก็ได้”
“ทุกคนเป็นมิตรมาก”
“ทุกครั้งที่เห็นฉันก็วิ่งหนีไปไกล ๆ เปิดพื้นที่ให้ฉันทำงานเสมอ”
“จริง ๆ แล้วก็ไม่มีความจำเป็นต้องเข้าไปเลย”
อีธานคิดอย่างจริงจัง
อย่างไรก็ตามในเมื่อเขาสามารถ “ติดตาม” แฮร์รี่กับพวกได้
ย่อมสามารถเปิดห้องแห่งความต้องการได้โดยอาศัยโอกาสนี้เช่นกัน
เพราะภายในห้องแห่งนั้นมีจุดสำคัญของเนื้อเรื่องอยู่ไม่น้อย
อีธานพึมพำ
“พูดไปแล้วก็สงสัยเหมือนกัน คราวนี้แฮร์รี่จะเลือกอย่างไร”
ในฐานะจิตรกรตัวน้อยผู้บอบบาง น่าสงสาร และไร้ทางสู้
สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือใช้ศิลปะอันงดงามชำระล้างจิตใจผู้คน
ส่วนคนที่ตัดสินใจจริง ๆ ก็ยังคงเป็นพวกเขาเอง
“ถึงแม้ว่าแฮร์รี่จะยังเหมือนในต้นฉบับ เชื่อความฝันของตัวเองแล้วพุ่งไปที่กรมปริศนาอย่างไม่คิดชีวิต ฉันก็ยังช่วยเก็บกวาดตามหลังให้ได้อยู่ดี...”
“แต่ฉันคงผิดหวังนิดหน่อย”
อีธานส่ายหน้า ถอนหายใจอย่างโอเวอร์เกินเหตุ
ราวกับเป็นกะหล่ำปลีถูกน้ำค้างแข็งกัดกร่อนอยู่กลางทุ่ง
กำลังต่อสู้เพื่ออนาคตอันสดใสของโลกเวทมนตร์
เขายกดินสอขึ้น เหนือสมุดบันทึกที่เปิดอยู่ในมือแล้วเริ่มขีดเขียนอย่างรวดเร็ว
ใช้การวาดภาพเยียวยาความเศร้าในหัวใจ
ขณะที่เส้นสายค่อย ๆ ปรากฏขึ้น วิญญาณสายหนึ่งก็ไหลออกมาจากจมูกและปากของโดโลฮอฟอย่างต่อเนื่อง
หลั่งเข้าสู่สมุดบันทึกเหมือนกับที่ทอมน้อยในต้นฉบับ
ดูดซับวิญญาณของจินนี่
“อ๊า... อ๊าาา...!”
โดโลฮอฟตาเหลือกจนเห็นแต่ตาขาว
ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านราวกับถูกไฟฟ้าช็อต!
สภาพนั้น...ราวกับเพิ่งถูกผู้คุมวิญญาณจุมพิตวิญญาณไปหมาด ๆ
ทำให้นักโทษในห้องขังอื่น ๆ ต่างพากันตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว!
ออโรร่าอยู่ไหน?!
ออโรร่าไปไหนหมดแล้ว!!
ฉันอยากแจ้งความว่ามีพ่อมดศาสตร์มืดอยู่ตรงนี้!!
ตอนเข้าคุกไม่มีใครบอกนี่ว่าต้องถูกขังรวมกับเทพเจ้าแห่งการทรมานด้วย!!
ขณะที่อีธานยังคงวาดภาพต่อไป วิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วนจากหอคอยสีดำมืดแห่งนี้ ไหลรวมกันราวกับสายน้ำที่มุ่งสู่ทะเลถูกดูดเข้าสู่สมุดบันทึกเล่มนั้น
ราวกับปากยักษ์อันตะกละที่กำลังกลืนกินสิ่งมีชีวิตทั้งหมด
ประสิทธิภาพสูงกว่าผู้คุมวิญญาณหลายเท่าตัว
ทำให้แสงของตะเกียงภายในหน้ากระดาษ
ค่อย ๆ สว่างขึ้นทีละน้อย
อีธานพึมพำ
“ภาพวาดล้างสมองต้องค่อย ๆ ฝึกไปทีละขั้น...”
“กลางวันต้องสอนในฐานะอาจารย์วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด”
“มีเวลาว่างจริง ๆ แค่ตอนกลางคืนกับวันหยุด”
“ฉันนี่ขยันจริง ๆ เลยนะ~”
ในตอนนั้นเอง
ตัวอักษรสีน้ำเงินเรืองแสงบรรทัดหนึ่ง
ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน!
【แสงแห่งตะเกียงได้ส่องสว่างไปยังสถานที่ซ่อนเร้น!】
【คุณค้นพบ: สมบัติลับของพ่อมดศาสตร์มืดเอ็กซ์ทิส!】
【พ่อมดศาสตร์มืดเอ็กซ์ทิส ผู้มีชีวิตอยู่ราวคริสต์ศตวรรษที่ 15 ถูกเล่าขานกันว่าเป็นผู้สร้างป้อมปราการแห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่กลางทะเลเหนือ】
【หลังจากถูกขับไล่ออกไปเพราะศึกษาศาสตร์มืด ตระกูลของเอ็กซ์ทิสก็ค่อย ๆ เสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว】
【เขานำทรัพย์สินที่เหลืออยู่ทั้งหมด มาสร้างป้อมปราการบนเกาะโดดเดี่ยวแห่งนี้】
【ใช้หมอกลวงตาทำให้เรือเดินสมุทรหลงทาง จับกะลาสีผู้บริสุทธิ์มาทำการทดลองเวทมนตร์อันโหดร้าย】
【จนกระทั่งศตวรรษที่ 17 ดาโมเคิลส์ โรวล์ รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ในขณะนั้น ได้เปลี่ยนป้อมปราการที่เต็มไปด้วยพลังศาสตร์มืดแห่งนี้ ให้กลายเป็นอัซคาบันในปัจจุบัน】
【ปัจจุบัน ในฐานะเรือนจำที่เพียงเอ่ยชื่อก็ทำให้ผู้คนหน้าซีด】
【ไม่มีใครจดจำ หรือพยายามสำรวจประวัติศาสตร์เบื้องหลังป้อมปราการโบราณแห่งนี้อีกแล้ว】
【มีเพียงในยามดึกที่สุดของค่ำคืน】
【จากปากของเหล่านักโทษที่เสียสติที่สุดเท่านั้น】
【จึงอาจได้ยินข้อมูลเกี่ยวกับ “บทเพลงอันงดงาม” อยู่บ้างเป็นครั้งคราว】
【หมายเหตุ! สมบัติลับนี้จะปรากฏขึ้นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ในยามดึกเท่านั้น】
ฟู่ม!....
แสงสีทองสายหนึ่งแผ่ออกมาจากร่างของอีธาน
ก่อนจะควบแน่นเป็นเส้นตรง ทะลุผ่านพื้นห้องขัง
พุ่งดิ่งลงไปยังส่วนลึกใต้ดินของอัซคาบัน!
“โอ้โฮ!”
ดวงตาของอีธานเป็นประกายขึ้นทันที
เขาหยุดปลายพู่กัน... เอ้ย ดินสอในมือ
ไม่คิดเลยว่าการถูกขังอยู่ในอัซคาบันครั้งนี้ จะมีเซอร์ไพรส์ที่ไม่คาดคิดแบบนี้ด้วย!
“ดีจริง ๆ~!”
“สมแล้วที่เป็นอัซคาบัน สถานที่ฮวงจุ้ยชั้นยอด!”
“ทุกคนพูดจาไพเราะกันมาก ฉันชอบที่นี่ที่สุดเลย!”
อีธานยิ้มอย่างมีความสุข จนดวงตาหยีโค้งเป็นเสี้ยวจันทร์
ส่วนพ่อมดศาสตร์มืดที่เขานั่งอยู่ด้านล่าง
ในที่สุดก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
ตุบ!
ล้มลงกับพื้นอย่างหมดสภาพ หายใจรวยรินราวกับจะหมดลม
“สมบัติลับของเอ็กซ์ทิสสินะ...”
“ถึงจะยังไม่รู้ว่าเป็นอะไร แต่ต้องเป็นของดีแน่”
“บางทีอาจเป็นประโยชน์กับงานสร้างสรรค์ของฉันในตอนนี้ก็ได้”
อีธานคิดอยู่ในใจ
ก่อนลุกขึ้นอย่างคล่องแคล่ว
แทบอดใจไม่ไหวที่จะเดินตามแสงนั้นไปค้นหาความจริง
...ปัญหาเดียวก็คือ
อีธานหันศีรษะไปมองด้านนอกห้องขัง
คอนนี่ โรซิเออร์ กำลังเกาะลูกกรงด้วยสองมือ
หอบหายใจเบา ๆ พลางจ้องเขาไม่กะพริบตา
แส้ยาวสีดำสนิทในมือ พร้อมฟาดออกมาได้ทุกเมื่อ
ปัญหาเดียวคือ ผู้คุมของเขาค่อนข้างคลั่งเกินไปหน่อย
อย่างไรก็ตามเป็นไปไม่ได้ที่ “นักโทษ” อย่างเขา จะวิ่งเพ่นพ่านไปทั่วได้ตามใจชอบ
“สมบัติลับปรากฏเฉพาะตอนกลางคืน ฉันยังไม่รู้ตำแหน่งที่แน่นอน ดังนั้นใช้ประตูไปไหนก็ได้ไม่ได้”
อีธานลูบด้ามปากกา พลางครุ่นคิด
“ดูเหมือนว่าต้องออกจากห้องขัง แล้วเดินตามแสงนั้นลงไปด้วยตัวเองจริง ๆ”
“สิ่งแรกที่ต้องจัดการ...ก็คือผู้คุม คุณหนูโรซิเออร์”
สถานที่ซ่อนสมบัติของพ่อมดศาสตร์มืด ย่อมเต็มไปด้วยอันตรายอย่างแน่นอน
อีธานไม่อยากถูกโจมตีทั้งหน้าและหลังในเวลาเดียวกัน
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนดีดนิ้วดังเป๊าะ!
“แป๊ะ!”
อีธานยกมุมปากขึ้น
สมองที่ถูกคัดเลือกเข้าสู่เรเวนคลอ
พลันมีประกายแห่งแรงบันดาลใจแล่นวาบ
เขาคิดวิธีได้แล้ว สามารถใช้สถานะของตนในฐานะอาจารย์วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด
เพื่อหลอกให้คุณหนูโรซิเออร์กลับไปติดอยู่ที่ฮอกวอตส์ได้!
“การเฝ้าฉันอยู่ที่นี่ เป็นเพียงการทำงานล่วงเวลาที่คุณหนูโรซิเออร์อาสาเอง”
“หน้าที่ที่แท้จริงของเธอคือเฝ้าระวังศาสตราจารย์อันโนว์”
“บุคคลอันตรายระดับสูงที่กระทรวงเวทมนตร์ขึ้นบัญชีไว้”
“ซึ่งก็คือฉัน...หืม?”
“ทำไมฟังดูแปลก ๆ นะ”
ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน
สุดท้ายก็ยังเป็นเขาที่ถูกเฝ้าดูอยู่ดีนี่นา?
อีธานมองคุณหนูโรซิเออร์ด้วยสายตาลึกซึ้ง เริ่มรู้สึกว่าระดับความผิดปกติของเธออาจสูงกว่าลูน่าเสียอีก
เมื่อยืนยันแผนการได้แล้ว
อีธานก็ก้มหน้าลง หยิบสมุดบันทึกขึ้นมาอีกครั้ง
ก่อนกวักมือเรียกนักโทษคนใหม่
นักโทษคนนั้นรีบคลานเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ทำหน้าที่เป็นเก้าอี้ให้เขาโดยสมัครใจ
แถมยังต้องร้องไห้พลางกล่าวขอบคุณด้วยความซาบซึ้ง
“ครืด... ครืด...”
เสียงดินสอขูดผ่านกระดาษดังขึ้นอีกครั้ง
อัซคาบันทั้งแห่ง จมดิ่งลงสู่ความทุกข์ทรมานอีกครา ราวกับทุกอย่างยังคงดำเนินไปตามปกติ มีเพียงภายในดวงตาสีน้ำเงินดุจเพชรของอีธานเท่านั้นที่ประกายแสงประหลาดกำลังส่องวาบอยู่
นอกจากนี้เขายังมีเรื่องต้องทำอีกมากมาย...
โลกเวทมนตร์เอ๋ยรอการกลับมาของฉันไว้ให้ดี!!