เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Re-new ตอนที่ 95 เข้าโรงเรียน

Re-new ตอนที่ 95 เข้าโรงเรียน

Re-new ตอนที่ 95 เข้าโรงเรียน


ตอนที่ 95 เข้าโรงเรียน

เมื่อก่อนพวกคนหนุ่มของหมู่บ้านมักจะขึ้นภูเขาไปดักกระต่ายและไก่ฟ้ากันบ่อย ๆ เพราะพวกเขาเห็นพรานจ้าวกับหยูไห่หาเงินจากการล่าสัตว์ได้ แต่พอหยูไห่ประสบอุบัติเหตุ นอกจากพรานจ้าวที่มีฝีมือเก่งกาจแล้ว พวกชาวบ้านคนอื่น ๆ ส่วนใหญ่ก็ไม่กล้าเข้าไปในภูเขาอีกเลย

เฒ่าจางอาศัยอยู่ในหมู่บ้านซีชานมาหลายสิบปี นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินว่ามีสัตว์ดุร้ายอย่างหมีป่าอยู่ในภูเขา ! แม้ว่าหมีป่าจะถูกฆ่าตายไปแล้ว แต่ใครจะรู้ว่ามีสัตว์ดุร้ายอะไรอีกที่อาศัยอยู่บนภูเขา ?

หยูไห่ยิ้มกว้าง “มิใช่เรื่องใหญ่หรอกขอรับ ถ้ามิเข้าไปในป่าลึกก็มิมีปัญหาหรอก คนในหมู่บ้านใกล้ ๆ ก็เดินผ่านป่าติดภูเขาอยู่ทุกวัน หลายปีมานี้ท่านลุงเคยได้ยินว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นหรือไม่เล่า ? ตอนนั้นมันเป็นเพราะพวกเรามิระวังกันเองเสียมากกว่า เลยไปทำให้หมีที่เพิ่งตื่นจากจำศีลตกใจเข้า... คราหน้าถ้าข้าระวังให้มากขึ้นก็มิเป็นไรแล้วขอรับ”

เฒ่าจางถอนใจและส่ายหัว เขาหยิบเงินไปเพียงแค่ 2 อีแปะจากที่ให้มา 3 อีแปะแล้วเอ่ยว่า “เด็กใช้พื้นที่มิเยอะหรอก จ่ายเพียงคนเดียวก็พอ ครอบครัวของเจ้าก็มิได้สุขสบายมากนักนี่...”

เสี่ยวเฉาขอบคุณท่านปู่จางทันที แม้ว่าตอนนี้ครอบครัวของนางไม่ได้ขาดเงิน แต่พวกเขาทุกคนก็รู้สึกขอบคุณความมีน้ำใจและความหวังดีของเฒ่าจาง สองพี่น้องเลือกที่นั่งตรงกลางเกวียนแล้วนั่งลงพิงกระเป๋าของฉีโตว หยูไห่นั่งด้านหน้าข้าง ๆ เฒ่าจางและสนทนากับเขาไปเรื่อยเปื่อย เฉียนเหวินนั่งอ่านหนังสือเงียบ ๆ ถัดจากสองพี่น้อง หัวของเขาโยกไปมาตามการเคลื่อนไหวของเกวียน

เกวียนวัวออกเดินทางและหยุดลงหลายครา เมื่อผ่านหมู่บ้านที่ 3  เกวียนก็เต็มไปด้วยคนที่จะเข้าไปในเมือง เสี่ยวเฉากับน้องชายถูกเบียดอยู่ตรงกลางและไม่สามารถยืดขาได้เลย  ถึงมันจะไม่สบายเท่าใดนัก แต่เสี่ยวเฉาก็รู้สึกว่ามันมิใช่เวลาที่บ่น เฉียนเหวินดูจะรู้สึกได้ว่านางไม่สบายตัวนักจึงตัดสินใจสลับที่กัน ทำให้นางได้นั่งข้างเกวียนและห้อยขาลงมาได้  แน่นอนว่ามันสบายกว่าการงอขาเป็นอย่างมาก

เสี่ยวเฉายิ้มขอบคุณให้เฉียนเหวิน ขณะเดียวกันฉีโตวก็เบียดไปนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างท่านพ่อกับท่านปู่จาง เขาถือแส้เฆี่ยนวัวของเฒ่าจางและใช้มันวาดรูปในอากาศ...

เกวียนมาถึงเมืองถังกู่ก่อนเวลามื้ออาหารเช้า เสี่ยวเฉาอุ้มตะกร้าสานเดินไปตามถนน ในตะกร้าเป็นของขวัญที่นางวางแผนจะมอบให้แก่อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียน ทั้งสามคนเดินตรงไปที่โรงเรียนหรงซวนโดยมีเฉียนเหวินเป็นผู้นำทาง

ประตูของโรงเรียนดูใหญ่โตโอ่อ่าน่าประทับใจ ด้านบนสุดของประตูคือป้ายที่เขียนไว้ว่า ‘โรงเรียนหรงซวน’ ความจริงแล้วคำเหล่านั้นในอดีตฮ่องเต้ได้เขียนให้ด้วยตนเอง สนามโรงเรียนถูกออกแบบตามแนวสมมาตรและมีลานกว้าง อาคารหลักถูกสร้างขึ้นบนแกนกลางและห้องเรียนที่อาจารย์ใหญ่สอนด้วยตนเองอยู่ตรงกลางอาคารพอดี  ห้องเรียนอื่น ๆ ถูกแบ่งออกเป็นสองแถว ห้องอาหาร, ห้องกราบไหว้เทพเจ้า และห้องบรรพชนมีอยู่ทั้งทางปีกซ้ายและปีกขวา

ทิวทัศน์ภายในสนามให้ความรู้สึกว่าที่แห่งนี้ยอดเยี่ยมยิ่งนัก มีสระน้ำและลำธาร, สะพานหิน และศาลา...คนที่เดินไปรอบ ๆ จะได้ยินเสียงนักเรียนท่องคำที่พวกเขาอ่านในหนังสือเบา ๆ นี่เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมและการเรียนรู้ ผู้คนที่มาเยี่ยมชมต่างรู้สึกเกรงขามและหลงใหลในมนต์เสน่ห์ของที่นี่...

ทั้งสามคนผ่านประตูใหญ่ของโรงเรียนเข้าไปได้อย่างราบรื่นด้วยการแนะนำของเฉียนเหวิน ขณะที่พวกเขาเดินผ่านถนนที่เงียบสงบ พวกเขาก็อดเดินให้เบากว่าปกติไม่ได้

ตอนนี้เป็นเวลารับประทานอาหารที่โรงเรียน ดังนั้นเฉียนเหวินจึงพาพวกเขาเข้าไปที่ลานรับประทานอาหาร บริเวณนั้นถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งคือพื้นที่ที่นักเรียนใช้ทานอาหารในแต่ละมื้อ อีกส่วนที่เล็กกว่าแต่ดูดีกว่าเป็นพื้นที่สำหรับอาจารย์

เสี่ยวเฉาบีบหูหิ้วตะกร้าแน่นและเดินตามเฉียนเหวินเข้าไป เมื่อพวกเขาไปถึงประตูทรงกลมที่มีรูปร่างเหมือนพระจันทร์ พวกเขาก็ถูกนักเรียนที่สวมชุดคลุมสีดำห้ามเอาไว้  “นักเรียน ที่นี่เป็นลานทานอาหารของอาจารย์ ถ้าอยากทานอาหารก็ไปตรงโน้น !”

เฉียนเหวินคารวะและตอบเบา ๆ ว่า “รบกวนพี่ชายไปเรียนท่านอาจารย์ใหญ่ให้หน่อยได้หรือไม่ขอรับ ว่าเด็กจากท่าเรือที่ท่านรับเข้าโรงเรียนมารายงานตัวแล้ว...”

อาจารย์ใหญ่รับนักเรียนใหม่ด้วยตนเองรึ ? เด็กหนุ่มที่สวมชุดคลุมสีดำแอบมองเด็กชายตัวเล็ก ๆ ที่สวมเสื้อผ้าใหม่เอี่ยมทั้งชุดกับผู้ชายและเด็กหญิงที่สวมเสื้อผ้าเก่า ๆ อย่างอยากรู้อยากเห็น เขาชะงักนิ่งไปชั่วครู่แล้วพยักหน้า “โปรดรอสักครู่...”

ในลานกินข้าว อาจารย์ใหญ่หยวนกำลังทานของว่างกับหัวหน้าอาจารย์รวมไปถึงเจ้าหน้าที่พิธีการและประวัติศาสตร์ เมื่อเขาได้ยินสิ่งที่หัวหน้านักเรียนรายงาน ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมาทันพลันและเอ่ยถามว่า “เด็กผู้หญิงที่มากับเขาอายุประมาณ 7 - 8 ขวบใช่หรือไม่ ? นางมามือเปล่ารึ ? นางมิได้เอาสิ่งใดติดมือมาด้วยเลยรึ ?”

หัวหน้าอาจารย์นั้นถือได้ว่าเป็นเพื่อนเก่าแก่ของเขาและรู้ว่าเขาไม่เคยรับของขวัญจากคนอื่นจึงรู้สึกตกใจและประหลาดใจเป็นอย่างมาก เขาถามตนเองอยู่เงียบ ๆ ว่าเหตุใดเพื่อนของเขาถึงถามอะไรเช่นนั้นออกมา นี่มัน...นี่มันชัดเจนมากเลยมิใช่รึว่าเขาต้องการของบางอย่างจากนาง ? คนแบบไหนกันที่สามารถทำให้เพื่อนเก่าของเขาทำเรื่องที่ตรงกันข้ามกับนิสัยของเขาได้ ? เจ้าหน้าที่พิธีการลอบมองอาจารย์ใหญ่อย่างสับสนงุนงงเช่นกัน

หัวหน้านักเรียนคนนั้นแอบมองอาจารย์ใหญ่และตอบเบา ๆ ว่า “เด็กผู้หญิงคนนั้นถือตะกร้ามาด้วยขอรับ มันมีผ้าคลุมอยู่ด้านบนข้าก็เลยมิรู้ว่ามีสิ่งใดอยู่ในตะกร้า”

ในใจของเขารู้สึกว่านี่มันไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสม ทั้งสามคนดูเหมือนมาจากครอบครัวที่ยากจน ของขวัญแบบไหนที่พวกเขาจะสามารถให้ได้ ? อาจจะเป็นไข่ไก่สักสองสามฟอง หรือผักตากแห้งสักกำ อย่างมากก็ไก่แก่ ๆ สักตัว มีอะไรให้ตั้งตารอคอยถึงเพียงนั้นกัน ?

แต่กระนั้น เมื่ออาจารย์ใหญ่ได้ยินคำตอบ สีหน้าของเขาก็ยิ่งตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น ชายชราลุกพรวดขึ้นแล้วเดินไปสองสามก้าวพร้อมกับหัวเราะลั่น “ท่าทางแม่หนูผู้นี้จะหัวไวใช้ได้เลยนี่ เร็วเข้า เร็ว ๆ ให้คนพวกนั้นเข้ามา”

เฉียนเหวินรู้สึกแปลกใจมากยิ่งขึ้นอีกเมื่อเห็นว่าอาจารย์ใหญ่ออกมาต้อนรับครอบครัวหยูด้วยตนเอง ฉีโตวมีความสามารถแบบไหนกันถึงทำให้อาจารย์ใหญ่ชอบเขามากถึงเพียงนี้ ?

อย่างไรก็ตาม เมื่อบัณฑิตที่เป็นที่เคารพนับถือทั้งสามคนออกมารับพวกเขาด้วยตนเอง  เฉียนเหวินก็รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง เขาโค้งคำนับให้อาจารย์ใหญ่ หัวหน้าอาจารย์ และเจ้าหน้าที่พิธีการและประวัติศาสตร์

อาจารย์ใหญ่หยวนสังเกตเห็นว่าเขาสวมเครื่องแบบนักเรียน เสื้อคลุมยาว เขาจึงยิ้มให้และพยักหน้า “เจ้าเป็นนักเรียนชั้นต้นใช่หรือไม่ ? ชื่ออะไรล่ะ ? อยู่หมู่บ้านเดียวกับหยูฝานและพี่สาวของเขาเยี่ยงนั้นรึ ?”

พวกเขาต้องยอมรับเลยว่าอาจารย์ใหญ่หยวนมีความจำที่น่ากลัว ผ่านไปหลายวันแล้วแต่เขายังจำชื่อเต็มของฉีโตวได้อย่างแม่นยำ ส่วนเรื่องที่รู้ว่าเฉียนเหวินเป็นนักเรียนชั้นต้นนั้นมิใช่เพราะเขาประทับใจในตัวของเฉียนเหวินแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะชั้นเรียนแต่ละชั้นในโรงเรียนนี้ ชั้นพื้นฐาน, ชั้นต้น, ชั้นกลาง และชั้นสูง ทั้งหมดมีสีเครื่องแบบที่แตกต่างกัน

เด็ก ๆ ในชั้นพื้นฐานจะสวมชุดคลุมยาวสีหมึกน้ำเงิน นักเรียนชั้นต้นสีฟ้าน้ำทะเล, ชั้นกลางสีฟ้าของท้องฟ้า และชั้นสูงเป็นสีของดวงจันทร์สีฟ้าอ่อน แค่มองดูเครื่องแบบสีฟ้าน้ำทะเลที่เฉียนเหวินใส่อยู่ อาจารย์ใหญ่หยวนก็บอกได้แล้วว่าเขาอยู่ชั้นไหน

เฉียนเหวินคำนับมหาบัณฑิตหยวนเป็นการตอบคำถามของเขา อาจารย์ใหญ่หยวนจ้องมองตะกร้าในมือของเสี่ยวเฉาอย่างโจ่งแจ้ง และเอ่ยให้กำลังใจเฉียนเหวิน แบบผ่าน ๆ ไปสองสามประโยค เด็กชายรู้สึกตื้นตันที่ได้รับความสนใจจากเขา ชายชราโบกมือไล่เฉียนเหวินให้ไปทานอาหาร จากนั้นเขาก็ยิ้มยิงฟังให้เสี่ยวเฉาพร้อมกับถูมืออย่างคาดหวัง  “แม่หนูน้อย สิ่งใดอยู่ในตะกร้ากัน ? เจ้าตัวตะกละในท้องของข้าร้องโครกครากแล้ว  เอามันออกมาเร็ว ๆ เข้า...”

หัวหน้าอาจารย์กับเจ้าหน้าที่พิธีการมองหน้ากัน จากนั้นก็เบือนหน้าหนีพร้อม ๆ กัน พวกเราไม่รู้จักตาแก่หน้าไม่อายผู้นี้ พวกเราไม่รู้จัก...

“ท่านอาจารย์ใหญ่นี่จมูกดีจริง ๆ เลยนะเจ้าคะ ข้าเอาเนื้อหัวหมูตุ๋นกับปลาหมักมา  อยากลองหน่อยหรือไม่เจ้าคะ ?” เสี่ยวเฉาหยิบเอาอาหารทั้งสองจานออกจากตะกร้าและวางมันลงบนโต๊ะตรงหน้าบุคคลสำคัญทั้งสามของโรงเรียน

“เนื้อหัวหมูตุ๋นรึ ? อาหารที่ฮ่องเต้องค์ก่อนทรงโปรดมากที่สุดใช่หรือไม่ ? ยอดเยี่ยม...อ่า  เจ้า 2 คนน่ะ เมื่อครู่เจ้ากล่าวว่าอิ่มแล้วมิใช่รึ ? ถ้าอิ่มแล้วก็ไปได้แล้ว ไปสิ ไป...” อาจารย์ใหญ่หยวนปกป้องอาหาร 2 จานราวกับเป็นสมบัติสุดรักสุดหวงของเขา เขาอยากเก็บอาหารของเขาให้ห่าง ๆ จากหมาป่าที่หิวโหยทั้งสองซึ่งเป็นเพื่อนเก่าแก่ของเขา

หัวหน้าอาจารย์กับเจ้าหน้าที่พิธีการเป็นเพื่อนกับเขามานานจึงรู้ว่าเขามีนิสัยแบบไหน  พวกเขามองไปยังโต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหารซึ่งแทบจะไม่ได้แตะต้องกับแก้วเหล้าที่จิบไปแค่นิดหน่อยเท่านั้น ทั้งสองคนมองหน้ากันอย่างขมขื่นแล้วลุกขึ้นอย่างเงียบ ๆ ดูเหมือนว่าพวกเขาต้องให้ในครัวทำอาหารให้อีกหนึ่งโต๊ะเสียแล้ว

ชายสองคนมองเสี่ยวเฉาที่สวมเสื้อผ้าเก่า ๆ โทรม ๆ แล้วลอบคิดว่า ‘เด็กคนนี้เหมือนจะมาจากครอบครัวที่ยากจน แต่ก็ยังสามารถหาของที่เพื่อนเก่าของเราชอบมาได้ ไอ้คนที่ดูถูกอาหารจากครัวในวังหลวง กลับชอบอาหารที่เด็กหญิงผู้นี้ทำงั้นรึ ? นั่นก็แค่เนื้อแดงซีด ๆ กับปลาตัวกะจิ๋วไม่กี่ตัวเองมิใช่รึ เหตุใดต้องหวงถึงเพียงนี้ด้วยเล่า ? ’

หัวหน้าอาจารย์กับเจ้าหน้าที่พิธีการนั่งลงที่โต๊ะใกล้ ๆ และดื่มเหล้าพลางมองดูการเคลื่อนไหวและสีหน้าของอาจารย์ใหญ่หยวน พวกเขาเห็นเขาคีบเนื้อหมูที่มีหนังขึ้นมาหนึ่งชิ้นและเคี้ยวอย่างละเอียดเพื่อลิ้มรสชาติของมัน เขาหลับตาลงด้วยความพอใจ  ภาษากายของเขาแสดงให้เห็นว่าเขาพอใจกับรสชาติของอาหารจานนี้เป็นอย่างมาก

ก็แค่เนื้อหมู จะอร่อยได้สักแค่ไหนกันเชียว ? เป็นไปได้หรือไม่ว่าต่อมรับรสของเพื่อนเก่าของเขาเสื่อมสภาพลงแล้วและเขามิได้จุกจิกจู้จี้อีกต่อไป ? จากนั้นชายทั้งสองก็เห็นอาจารย์ใหญ่คีบปลาตัวเท่าฝ่ามือเด็กขึ้นมา ปลาตัวแค่นี้มีก้างเล็ก ๆ เยอะมิใช่รึ ? ต้องใช้ความพยายามในการกินอย่างมากเลยทีเดียว พวกเขาต้องการดูว่าเพื่อนของพวกเขาจะกินปลาเล็กนี่เยี่ยงไร

อาจารย์ใหญ่หยวนก็สงสัยเช่นกัน เขาถามเด็กหญิงสองสามคำถาม หลังจากลังเลอยู่ชั่วอึดใจเขาก็อ้าปากและยัดปลาใส่ปาก หัวหน้าเมิ่งกับเจ้าหน้าที่เหยารู้สึกราวกับว่าพวกเขาสามารถรับรู้ได้ถึงก้างปลาเล็ก ๆ จำนวนมากกำลังทิ่มมาที่ปากพวกเขา ทั้งสองคนต่างพากันกระแอมไอขึ้นมา

ส่วนอาจารย์ใหญ่หยวนเพื่อนของพวกเขานั้น ดวงตาที่เดิมเปิดกว้างก็ค่อย ๆ ปิดลงอย่างช้า ๆ ขณะที่เคี้ยว สีหน้าเช่นนี้แสดงชัดเลยว่าเขากำลังเพลิดเพลินกับรสชาติของอาหารอันโอชะ

ไอหยา ? เพื่อนของเขากินปลานั่นได้เยี่ยงไร มิคายก้างออกมาเลยด้วย ? อีกทั้งยังดูไม่เหมือนถูกก้างทิ่มอีกด้วย ปลานั่นเป็นปลาไม่มีก้างรึ ? ไม่น่าใช่นี่ เจ้าหน้าที่เหยาที่โตมาในแถบชนบทจำได้ตั้งแต่แรกเห็นแล้วว่ามันคือปลาอะไร มันคือปลาตะเพียนที่มีก้างเล็ก ๆ เยอะเป็นอย่างมาก !

เด็กผู้หญิงคนนี้ร่ายมนตร์แบบไหนใส่อาจารย์ใหญ่กันแน่ เขาถึงได้กินปลาที่มีก้างเล็ก ๆ ได้โดยไม่มีอาการเจ็บหรือทรมานเลย...

เจ้าหน้าที่เหยาทนนั่งเฉยต่อไปไม่ได้แล้ว ! เขาต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่งั้นเขาคงกินไม่ได้นอนไม่หลับไปอีกหลายวัน !

เจ้าหน้าที่เหยาก้าวเข้ามาที่โต๊ะของอาจารย์ใหญ่หยวนและคว้าเอาปลาตัวเล็กไปหนึ่งตัวขณะที่ชายชรากำลังสนทนากับเสี่ยวเฉา และก่อนที่คนอื่นจะทันคัดค้าน เขาก็รีบยัดปลาเข้าปากตนเองทันทีด้วยความรวดเร็ว

อาจารย์ใหญ่หยวนนิ่งอึ้งไปชั่วครู่ เขารู้จักเจ้าหน้าที่เหยามาเกือบ 50 ปีแล้ว และรู้ว่าเพื่อนของเขามาจากครอบครัวที่ยากจน ดังนั้นเฒ่าเหยาจึงไม่มีความคาดหวังเรื่องอาหาร  ตราบใดที่สามารถกินให้อิ่มท้องได้เขาก็พอใจมากแล้ว

วันนี้เฒ่าเหยารู้ว่ามีบางอย่างที่พิเศษอยู่ เขารู้ว่าปลาของเด็กผู้หญิงคนนี้ต้องเป็นอาหารที่ยอดเยี่ยมและพิเศษเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงไม่สนใจชื่อเสียงของตนอีกต่อไปแล้ว และได้เดินมาคว้าอาหารไปจากจานของอาจารย์ใหญ่หยวน หลังจากนั่งตกตะลึงอยู่ชั่วครู่ อาจารย์ใหญ่หยวนก็ตะโกนขึ้นว่า “เฒ่าเหยา ! มันจะมากไปแล้ว ! กล้าขโมยปลาหมักที่แม่หนูน้อยทำมาให้ข้าเป็นพิเศษเพื่อแสดงความเคารพและกตัญญูได้เยี่ยงไรกัน ?”

อาจารย์ใหญ่หยวนวางตะเกียบลงแล้วพุ่งเข้าหาเพื่อนที่ยังเคี้ยวปลาสุดหวงของเขาอยู่  เจ้าหน้าที่เหยายังคงกินปลาที่ละลายในปากต่อไป แต่มือเขาก็ไม่ได้อยู่เฉย ๆ อีกต่อไป เขาพยายามหลบและผลักการโจมตีของอาจารย์ใหญ่หยวน

จบบทที่ Re-new ตอนที่ 95 เข้าโรงเรียน

คัดลอกลิงก์แล้ว