เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Re-new ตอนที่ 53 หุ้นส่วน

Re-new ตอนที่ 53 หุ้นส่วน

Re-new ตอนที่ 53 หุ้นส่วน


ตอนที่ 53  หุ้นส่วน

หยูเสี่ยวเฉาครุ่นคิดและเอ่ยออกมาว่า “ถ้าท่านอยากเปิดโรงงานซอสหอยนางรม เยี่ยงนั้นการเน่าเสียของซอสก็เป็นปัญหาอย่างแท้จริง ช่วงฤดูหนาวคงมิมีปัญหาหรอก เพราะทางเหนืออุณหภูมิต่ำอยู่แล้ว หากเก็บไว้หลายเดือนก็มิเป็นปัญหา แต่หากเป็นฤดูร้อนต้องมีปัญหาเป็นแน่ !”

ในชาติก่อนของเสี่ยวเฉาพวกเขาใช้วิธีอะไรยืดอายุของอาหารกัน ? หยูเสี่ยวเฉาขมวดคิ้วและจมอยู่ในความคิดเป็นเวลานาน แม้ว่าโจวซือชู่จะร้อนใจ แต่เขาก็ยั้งตนเองเอาไว้มิให้รบกวนนาง

หยูเสี่ยวเฉาพึมพำกับตนเอง “วิธียืดอายุของอาหารแบบทั่วไปก็คือเก็บเอาไว้ในที่อุณหภูมิต่ำ แต่ที่นี่มิมีตู้เย็น...”

“ตู้เย็น ? ใช่กล่องใส่น้ำแข็งหรือไม่ขอรับ ?” พ่อบ้านโจวที่โจวซือชู่พามาก็อดถามขึ้นไม่ได้

“อ่า...ใช่เจ้าค่ะ กล่องใส่น้ำแข็ง !” หยูเสี่ยวเฉาเพิ่งรู้ตัวว่าได้เผลอเอ่ยความคิดตนเองออกมา

แต่มันก็อธิบายยากว่าสิ่งใดคือ ‘ตู้เย็น’ นางจึงเออออไปกับคำพูดของพ่อบ้านโจว

พ่อบ้านโจวคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยขึ้นว่า “การส่งสินค้าในกล่องน้ำแข็งตอนช่วงหน้าหนาวก็ใช้ได้อยู่หรอกขอรับ แต่ตอนหน้าร้อนค่าใช้จ่ายจะสูงเป็นอย่างมาก แล้วโรงน้ำแข็งจะต้องใหญ่เพียงใดถึงจะเก็บน้ำแข็งเอาไว้ใช้ได้ทั้งปีขอรับ ?”

“มีอีกวิธีที่จะสามารถยืดอายุของซอสหอยนางรมได้ นั่นก็คือการใส่น้ำตาลกับเกลือลงไปในปริมาณมาก ๆ แต่วิธีนี้ย่อมจะมีผลต่อรสชาติของซอสหอยนางรมอย่างแน่นอน !” หยูเสี่ยวเฉาส่ายหน้าปฏิเสธความคิดของตนเอง

โจวซือชู่ที่มาจากตระกูลพ่อค้าใหญ่ย่อมรู้ถึงความสำคัญของคุณภาพสินค้า เขาจึงอดถามไม่ได้ว่า “มิมีวิธีอื่นเลยรึ ?”

“มีวิธีที่ใช้พรอพโพลิสเช่นกัน แต่น้ำผึ้งราคาแพงเป็นอย่างมาก มิต้องเอ่ยถึงพรอพโพลิสหรอก ! มันมิได้ราคาถูกกว่าการใช้น้ำแข็งในการขนส่งและเก็บสินค้าเท่าใดนักเลย !”

พรอพโพลิส ? โจวซือชู่เคยได้ยินเกี่ยวกับน้ำผึ้ง แม่ของเขาไปฟังมาจากไหนไม่รู้ว่าสามารถเพิ่มความงามและคงความอ่อนเยาว์ได้ด้วยการดื่มน้ำผึ้ง แม่ของเขาเลยดื่มน้ำผึ้ง 1 ถ้วยทุกวันตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่พรอพโพลิสคืออันใดกัน ?

“มัน...คงจะดีมากเลยถ้าหากเราสามารถทำน้ำแข็งตอนฤดูร้อนได้ !” หยูเสี่ยวเฉามีนิสัยพูดกับตัวเองมาตั้งแต่ชาติก่อนแล้ว

ปกติน้ำแข็งจะเกิดขึ้นตอนที่อุณหภูมิต่ำ ๆ มิใช่รึ ? ทำเอาเองได้ด้วยรึ ? จินตนาการของเด็กคนนี้ไปไกลเกินไปแล้ว ในใจของพ่อบ้านโจวมิเห็นด้วยกับความคิดของคุณชายที่จะร่วมมือกับเด็กยากจนเปิดโรงงาน

“คุณชายสามรู้จักดินประสิวหรือไม่เจ้าคะ ?” อยู่ ๆ หยูเสี่ยวเฉาก็นึกถึงบทความเรื่อง ‘วิธีทำน้ำแข็งในสมัยโบราณ’ ที่เคยอ่านเมื่อชาติก่อนขึ้นมาได้ ดูเหมือนว่าในปลายราชวงศ์ถัง เมื่อมีการผลิตดินปืน ผู้คนก็มักจะขุดเอาดินประสิวขึ้นมาเป็นจำนวนมาก

ตั้งแต่นั้นมาก็มีการทำน้ำแข็งในฤดูร้อน หลังจากนั้นก็เริ่มมีพวกพ่อค้าใส่น้ำตาลลงไปในน้ำแข็งเพื่อดึงดูดลูกค้า ในยุคราชวงศ์ซ่งพวกพ่อค้าจะใส่ผลไม้หรือน้ำผลไม้ลงไป ในยุคราชวงศ์หยวนนั้นใส่กระทั่งแยมผลไม้และนมลงในน้ำแข็งซึ่งคล้ายกับไอศครีมในสมัยปัจจุบัน นางจึงอยากรู้ว่ามีตัวอย่างในการใช้ดินประสิวทำน้ำแข็งในช่วงเวลานี้หรือไม่

“ดินประสิวรึ ? รู้จักสิ มีขายในร้านยา นี่...ดินประสิวสามารถใช้ทำน้ำแข็งได้ด้วยเยี่ยงนั้นรึ ?” โจวซือชู่ก็ได้ยินเสียงของนางพึมพำเช่นกัน เขาจึงโยงเรื่องได้เมื่อนางพูดถึงดินประสิว

หยูเสี่ยวเฉามองโจวซือชู่แล้วพยักหน้า “เมื่อเอาดินประสิวละลายในน้ำ มันจะดูดความร้อนและลดอุณหภูมิของน้ำ และยังทำให้น้ำแข็งตัวได้ด้วยเจ้าค่ะ !”

“จริงรึ ? เจ้ารู้ได้เยี่ยงไร ?” โจวซือชู่ยังคงสงสัย

หยูเสี่ยวเฉาตกใจอยู่ชั่วครู่ แล้วเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “มิใช่เรื่องของท่านนี่ ! ถ้ามิเชื่อ ท่านก็ไปซื้อดินประสิวมาทดลองทำดูสิเจ้าคะ !”

พ่อบ้านโจวลูบเคราแล้วครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็เอ่ยต่อว่า “ข้าคิดว่าข้าเคยเห็นเอกสารที่บันทึกเรื่องการใช้ดินประสิวทำน้ำแข็ง ตอนที่จัดหนังสือในห้องของคุณชายรอง เขาได้สะสมหนังสือไว้มากมายก่อนจะตาย”

“หือ ? เยี่ยงนั้นก็เป็นความจริงน่ะสิที่ดินประสิวสามารถใช้ทำน้ำแข็งได้ พ่อบ้านโจวพูดต่อได้เลย !” โจวซือชู่เอ่ยออกมาอย่างสนใจ

พ่อบ้านโจวยิ้มอย่างขมขื่นแล้วส่ายหน้าพลางพูดว่า “คุณชายรองสะสมหนังสือไว้มากมายถึงเพียงนั้น ข้าจำมิได้จริง ๆ ว่าเห็นบทความนี้จากหนังสือเล่มใด พวกเราน่าจะฟังคุณหนูหยูอธิบายรายละเอียดของวิธีการทำน้ำแข็งนะขอรับ”

โจวซือชู่มองหยูเสี่ยวเฉาด้วยดวงตาเป็นประกาย ราวกับเป็นเด็กน้อยอ้อนขอลูกอม  “เสี่ยวเฉา เจ้าอย่าได้ปล่อยให้พวกเราเดาเลย พูดมาเร็ว ๆ เข้าสิ เร็วเข้า !”

“ท่านต้องขุดบ่อใหญ่ ๆ เอาไว้ด้านในโรงงาน แล้วใส่ถังขนาดใหญ่ที่เติมน้ำไว้ครึ่งหนึ่งลงตรงกลางบ่อ หลังจากนั้นก็ใส่ดินประสิวลงไปแล้วเติมน้ำลงไปในบ่อ ข้าก็มิเคยทำมาก่อนหรอก เยี่ยงนั้นก็เลยไม่แน่ใจเช่นกันเรื่องสัดส่วนของน้ำกับดินประสิว หากทดลองสักสองสามคราก็คาดว่าคงจะรู้ผล” หยูเสี่ยวเฉาให้คำแนะนำทั่ว ๆ ไป แต่โจวซือชู่ต้องรับผิดชอบดำเนินการตามขั้นตอนจริง

โจวซือชู่พยักหน้าและคิดว่าเขาจะทำการทดลองเยี่ยงไรเมื่อกลับไป พ่อบ้านโจวเอ่ยขึ้นอีกคราว่า “จากที่คุณหนูหยูกล่าวมานั้นดูเหมือนว่าพวกเราต้องใช้ดินประสิวจำนวนมากเลยมิใช่รึขอรับ แต่ราคาของดินประสิวก็ไม่ได้ถูกเช่นกัน !”

เดิมทีพวกเขาคิดจะใช้ดินประสิวทำน้ำแข็งเพื่อลดต้นทุนการผลิต แต่ดูเหมือนค่าใช้จ่ายจะมิได้น้อยไปกว่าการเก็บน้ำแข็งในโรงน้ำแข็งเลยมิใช่รึ

อย่างที่คาดไว้ พ่อบ้านที่คอยดูแลงานภายนอกต่าง ๆ ของตระกูลโจวนั้นเป็นคนที่เฉลียวฉลาดมีไหวพริบและมองการณ์ไกล หยูเสี่ยวเฉาพยักหน้ายิ้ม ๆ “พ่อบ้านโจวพูดถูกต้องเจ้าค่ะ ! แต่ดินประสิวสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ พวกเราจะใช้วิธีการตกผลึกแบบระเหย สร้างดินประสิวที่ละลายไปในน้ำขึ้นมาใหม่ !”

พ่อบ้านโจวพยักหน้าเล็กน้อยและนึกประหลาดใจ ‘เด็กอายุเพียงแค่นี้แต่กลับมีความรู้กว้างขวางและมีความจำที่ดีถึงเพียงนี้ได้เยี่ยงไรกัน ? นางมีความรู้มากกว่าหัวหน้าพ่อบ้านอย่างเขาเสียอีก ตระกูลหยูมีความลับที่ข้ายังมิรู้อยู่อีกงั้นรึ ? ’

ไม่แปลกที่เขาจะนึกสงสัย ในตอนสิ้นสุดราชวงศ์ก่อน สงครามทำให้เกิดความโกลาหลวุ่นวายไปทั่ว ตระกูลชนชั้นสูงมากมายถูกลืมเลือนไปในช่วงนั้น เป็นไปได้หรือไม่ว่ามีตระกูลชนชั้นสูงที่ตกต่ำมาอยู่ในหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ แห่งนี้ ?

“พ่อบ้านโจว เลิกคิดมากเถิด ! ข้าตกลงกับเสี่ยวเฉาเอาไว้ว่าจะไม่ถามอย่างอื่นนอกจากเรื่องที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ส่วนเรื่องนางรู้เรื่องดินประสิวทำน้ำแข็งมาได้เยี่ยงไรนั้น มันเกี่ยวอันใดกับพวกเรากัน ? อย่าได้ทำเรื่องราวให้มันซับซ้อนเลย ข้ามิอยากเสียพันธมิตรทางธุรกิจที่ดีไป !” โจวซือชู่หุบยิ้มแล้วเอ่ยขึ้นมาเบา ๆ เขาได้แสดงท่าทางอันสง่างามของคุณชายในตระกูลชนชั้นสูงออกมาให้เห็น

เหมือนกับมีระฆังดังก้องอยู่ในใจของพ่อบ้านโจว เขานิ่งอึ้งไปและได้สติขึ้นมา ชายชราปัดความคิดนอกประเด็นนั่นทิ้งไปแล้วก้มหัวคำนับอย่างจริงจัง “ขอบคุณคุณชายที่เตือนสติ ! บ่าวแก่ ๆ ผู้นี้ละอายใจยิ่งนัก !”

เมื่อโจวซือชู่หันไปหาหยูเสี่ยวเฉา เขาก็มีท่าทางเป็นมิตรและอ่อนโยนอีกครา “งั้นตอนนี้ปัญหาเรื่องยืดอายุของซอสหอยนางรมและการขนส่งซอสหอยนางรมก็หมดไปแล้ว เยี่ยงนั้นข้าจะเริ่มสร้างโรงงานซอสหอยนางรมได้ตอนต้นฤดูใบไม้ผลิ เจ้าคิดว่าพวกเราควรเปิดโรงงานซอสหอยนางรมที่ใดดีจึงจะเหมาะสม ?”

“เรื่องธุรกิจคุณชายสามโจวย่อมมีวิสัยทัศน์ที่ดีกว่าเด็ก 8 ขวบเยี่ยงข้าเป็นแน่ เยี่ยงนั้นคุณชายตัดสินใจเองเถอะเจ้าค่ะ !” หยูเสี่ยวเฉารู้สึกถึงสายตาสำรวจตรวจสอบของพ่อบ้านโจวเมื่อครู่ได้เช่นกัน โชคดีที่คุณชายสามโจวอยู่ที่นี่คอยควบคุมสถานการณ์และปกป้องนางเอาไว้ได้ นางเตือนตนเองอยู่ตลอดว่าไม่ให้ทำตัวสะดุดตามากนักในอนาคต

เป็นไปไม่ได้ที่โจวซือชู่จะไม่สังเกตเห็นความระแวดระวังตัวของนาง แต่เขารู้สึกว่าเด็กหญิงตรงหน้าเขาคนนี้เป็นเหมือนเหมืองแร่ที่ยังไม่ถูกค้นพบซึ่งซ่อนสมบัติมีค่าเอาไว้  ต้องค่อย ๆ ขุดถึงจะค้นพบสมบัติได้

สำหรับเรื่องที่ ‘สมบัติ’ นี้มาได้เยี่ยงไรนั้น เขามิจำเป็นต้องรับรู้ เขาไม่อยากเสียใจภายหลังเพราะความอยากรู้อยากเห็นของตนเอง

“ข้าว่าสร้างโรงงานซอสหอยนางรมใกล้ ๆ กับท่าเรือก็เป็นความคิดที่ดี การเดินทางสะดวกเป็นอย่างมากทั้งทางบกและทางน้ำ นอกจากนั้นมันยังใกล้กับทะเลอีกด้วย สามารถซื้อวัตถุดิบสด ๆ ได้สะดวกกว่า !” โจวซือชู่แสดงความคิดเห็นและขอคำแนะนำจากหยูเสี่ยวเฉา

หยูเสี่ยวเฉาที่ได้บทเรียนแล้วเพียงแค่ยิ้มและพยักหน้าเงียบ ๆ

โจวซือชู่มองไปรอบ ๆ และเขารู้ว่าจะทำให้เด็กหญิงคนนี้พูดได้เยี่ยงไร เขายิ้มบาง ๆ มองไปที่เสี่ยวเฉาแล้วถามว่า “เจ้าอยากเป็นหุ้นส่วนทำโรงงานซอสหอยนางรมหรือไม่ ?”

เป็นหุ้นส่วน ? นี่มิใช่คำศัพท์สมัยใหม่หรอกรึ ? เหตุใดคำนี้ถึงออกมาจากปากของคุณชายสามโจวได้ ? เป็นไปได้หรือไม่ว่า...คุณชายสามโจวผู้นี้ก็ย้ายร่างมาเกิดใหม่เช่นกัน ? หยูเสี่ยวเฉาลืมตาโตมองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อ

โจวซือชู่เข้าใจผิดและยิ้ม “อะไรกัน ? เจ้ามิรู้จำคำว่า ‘หุ้นส่วน’ คืออะไรงั้นรึ ? ตอนที่จักรพรรดิเจี้ยนเหวินยังเป็นองค์รัชทายาทอยู่ เขาได้ก่อตั้งบริษัทเดินเรือและดึงเอาขุนนางระดับสูงกับชนชั้นสูงหลายคนไปร่วมลงทุนด้วย ตั้งแต่นั้นมาคำว่า ‘หุ้นส่วน’ ก็เริ่มแพร่กระจายในแวดวงธุรกิจ มันหมายความว่าร่วมลงทุนและทำธุรกิจด้วยกัน”

“อ่า... !” หยูเสี่ยวเฉาเหงื่อแตกพลั่กเพราะนางได้เข้าใจผิดไป แต่นางก็สนใจขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินว่านางสามารถร่วมลงทุนในโรงงานซอสหอยนางรมได้

“แต่...ข้ามิมีเงินมากนักหรอก มีอยู่มิถึงร้อยตำลึงเท่านั้นเจ้าค่ะ... !” หยูเสี่ยวเฉาเอาเงินที่ซ่อนไว้ออกมาพร้อมกับเกาหัวแบบอาย ๆ

โจวซือชู่มองเงินที่กระจายอยู่บนเตียง นางได้เงินทั้งหมดนี้มาจากเขา แน่นอนว่าเขาย่อมรู้ว่านางมีเงินเท่าใด เดิมทีเขาตั้งใจจะให้นางเป็นหุ้นส่วนโรงงานแบบมิต้องจ่ายเงินเป็นของขวัญ แต่บัดนี้เขาอยากแกล้งนางขึ้นมาบ้าง

เด็กหนุ่มจึงกระแอมแล้วตอบกลับว่า “ข้าได้สูตรซอสหอยนางรมมาจากเจ้า ข้าก็เลยคิดว่าจะให้เจ้าเป็นหุ้นส่วนหลังจากสร้างโรงงานเสร็จแล้ว แต่ในเมื่อเจ้ารู้สึกไม่สบายใจที่จะรับมันไปแบบมิจ่ายเงิน เยี่ยงนั้นเงินนี่...ข้าจะรับมันไว้ก็แล้วกัน !”

สีหน้าของหยูเสี่ยวเฉาแข็งทื่อไปทันที นางมองนักธุรกิจ ‘ใจดำ’ ปล้นเงินของนางไปด้วยหัวใจที่เจ็บปวดเหมือนถูกมีดกรีด !

ไม่มีทาง ! หยูเสี่ยวเฉา ยอมอะไรก็ยอมได้ แต่จะให้ปิดปากเงียบยอมรับการสูญเสียแบบไม่เต็มใจนั้น ไม่มีทางเป็นแน่ !

“คุณชายสามโจว !” นางกัดฟันแล้วเอ่ยออกมาว่า “มันมิโง่ไปหน่อยรึที่โรงงานขนาดใหญ่เยี่ยงนี้จะผลิตแค่ซอสหอยนางรมเพียงอย่างเดียว ?”

โจวซือชู่ตาเป็นประกาย ‘แม่คุณทูนหัวของข้า ! ข้ากำลังรอให้เจ้าพูดเช่นนั้นอยู่พอดีเลย ! ’

“อะไร ? เสี่ยวเฉาเจ้ามีคำแนะนำอื่นอีกงั้นรึ ?” โจวซือชู่จ้องนางอย่างรู้สึกสนใจ

“ข้ามีสูตรลับทำซอสอีก 2 อย่าง ! มิทราบว่าคุณชายสามโจวสนใจหรือไม่ ?” ไม่ว่าใครก็รู้สึกได้ว่าหยูเสี่ยวเฉาเน้นคำว่า ‘คุณชายสามโจว’ เป็นพิเศษ อ่า...ดูเหมือนลูกแมวตัวน้อยกำลังกางเล็บอยู่เลย !

โจวซือชู่ขยับเข้ามาใกล้อย่างดีใจและตอบกลับว่า “สนใจสิ สนใจแน่ ๆ ล่ะ ! บอกข้ามาเร็วเข้า !”

“อืม !” หยูเสี่ยวเฉาหันหน้าไปแบบหยิ่ง ๆ แล้วเอ่ยว่า “ถ้าท่านอยากได้สูตรลับ 2 สูตรนี้ก็ต้องแลกกับหุ้นส่วน !”

แท้จริงแล้วการตั้งโรงงานนี้ สูตรทำซอสหอยนางรมกับซอสอีกสองอย่างนั้นมาจากหยูเสี่ยวเฉาทั้งหมด ตระกูลโจวแค่จัดการเรื่องเงินกับแรงงานเพียงเท่านั้น

โจวซือชู่ย่อมไม่ทิ้งหนทางการทำเงินแบบไม่สิ้นสุดเพียงเพราะจะต้องเสียผลประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ ดังนั้นเขาจึงเอ่ยอย่างเอาใจว่า  “ถ้าสองสูตรนั้นมีค่าเทียบเท่าซอสหอยนางรม ข้าจะให้เจ้าถือหุ้นโรงงานครึ่งหนึ่งเลยเป็นเยี่ยงไร !”

ครึ่งหนึ่ง ? ตอนแรกหยูเสี่ยวเฉาตั้งใจจะเอาแค่สองในสิบส่วนเท่านั้น นี่มันเกินกว่าที่นางคาดหวังเอาไว้มากเลย

จบบทที่ Re-new ตอนที่ 53 หุ้นส่วน

คัดลอกลิงก์แล้ว