- หน้าแรก
- ตำนานผู้สร้างโลก
- บทที่ 12 กำหนดตัวผู้ได้รับเลือกเป็นที่เรียบร้อย
บทที่ 12 กำหนดตัวผู้ได้รับเลือกเป็นที่เรียบร้อย
บทที่ 12 กำหนดตัวผู้ได้รับเลือกเป็นที่เรียบร้อย
บทที่ 12 กำหนดตัวผู้ได้รับเลือกเป็นที่เรียบร้อย
"ม-ไม่มีปัญหาครับ"
หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายเล็กๆ นั้นผ่านไป ทุกคนก็เริ่มทำความคุ้นเคยกับเพลงใหม่อย่างว่าง่าย
ห้านาทีต่อมา มีคนก้าวออกมาเป็นคนแรก การกระทำนี้ทำให้ใครหลายคนรู้สึกเสียดายและขบกรามแน่นด้วยความเจ็บใจ
"หัวหน้าหยวน อาจารย์ลู่ สวัสดีครับ ผมชื่อช่ายจั่วเว่ย"
ลู่ซวินมองเด็กหนุ่มตรงหน้า "ไม่เลว มีความกล้าดีมาก"
เมื่อได้ยินคำพูดของลู่ซวิน นัยน์ตาของเด็กหนุ่มก็เป็นประกายขึ้นมา
คนอื่นๆ ที่อยู่ด้านล่างเวทีเริ่มรู้สึกหงุดหงิดตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ช้าไปก้าวหนึ่ง
"เริ่มได้"
"เมื่อเธอก้าวขึ้นสู่ชานชาลา นับจากนี้ต้องเดินไปเพียงลำพัง
ฉันทำได้เพียงมอบคำอวยพรจากส่วนลึกของหัวใจ
คำอวยพรจากใจจริงถึงเธอ เพื่อนรักของฉัน"
หลังจากเด็กหนุ่มร้องเพลงจบ เขาก็มองไปยังชายหนุ่มด้วยความประหม่า
"คนต่อไป"
มีคนหนึ่งก้าวออกมาจากฝูงชนทันที
ลู่ซวินไม่พูดอะไร ทำให้เหล่าเด็กฝึกหัดที่กำลังเตรียมตัวอยู่รู้สึกกระวนกระวายใจ
แม้ว่าคนตรงหน้าจะอายุมากกว่าพวกเขาเพียงไม่กี่ปี และดูเป็นคนเงียบสงบเข้าถึงง่าย แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง พวกเขากลับรู้สึกหวาดหวั่นในตัวชายคนนี้
การมองเขาให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับนักวิชาการอาวุโส
"คนต่อไป"
...
"คนต่อไป"
"คนต่อไป"
เมื่อมีคำว่า "คนต่อไป" ดังขึ้นเรื่อยๆ บรรยากาศในห้องเรียนก็ยิ่งตึงเครียด ความกดดันแผ่ขยาย และทุกคนก็เริ่มประหม่ากันอย่างเห็นได้ชัด
ด้วยจำนวนเด็กฝึกหัดหลายสิบคน แม้แต่ละคนจะร้องแค่ท่อนสั้นๆ แต่ก็ยังกินเวลาไปไม่น้อยเลยทีเดียว
"มีใครอีกไหม" ลู่ซวินนวดคลึงระหว่างคิ้วของตนเอง
มีคนค่อยๆ ก้าวออกมาจากมุมห้อง แล้วไปยืนอยู่หน้าเวทีด้วยท่าทางอึดอัดทำตัวไม่ถูก
เมื่อเห็นเขา ลู่ซวินก็จำได้ทันทีว่าคือสวี่เฉิงอัน เด็กหนุ่มขี้อายที่เข้ามาหาเขาเมื่อวาน คนที่ถูกเด็กฝึกหัดคนอื่นๆ รังแกและเยาะเย้ย
รูปร่างหน้าตาของเขาจัดว่าดูดีทีเดียวหากเทียบกับคนทั่วไป เขามีใบหน้าละเอียดอ่อนและผิวขาวสว่าง ดูเหมือนเด็กหนุ่มข้างบ้าน ทว่าในวงการบันเทิงที่ทุกคนล้วนหน้าตาดีเป็นพิเศษ เขากลับถูกจัดอยู่ในกลุ่มคนที่ดูธรรมดาไร้จุดเด่น
ที่ฮวาอวี่เอนเตอร์เทนเมนต์เซ็นสัญญากับเขา น่าจะเป็นเพราะน้ำเสียงที่เป็นจุดเด่น พวกเขาคงไม่อยากพลาดเสียงดีๆ แบบนี้ไป
"อาจารย์ลู่ หัวหน้าหยวน สวัสดีครับ ผมสวี่เฉิงอันครับ"
"เริ่มได้" ผู้ช่วยของหัวหน้าหยวนกล่าวด้วยใบหน้าไร้อารมณ์
สวี่เฉิงอันสูดหายใจเข้าลึกๆ สองสามครั้ง ก่อนที่น้ำเสียงนุ่มลึกมีเสน่ห์ของเขาจะดังก้องไปทั่วห้องเรียน
เมื่อเขาร้องจบ ลู่ซวินก็วางสมุดบันทึกในมือลง และกวาดสายตามองเด็กฝึกหัดทุกคนที่อยู่ที่นั่น
"ถ้าพวกเธอไม่ได้รับเลือก จะรู้สึกว่าเป็นเพราะตัวเองมีเวลาไตร่ตรองไม่เท่าคนอื่น หรือไม่มีเวลาไปอ้างอิงและเปรียบเทียบกับคนอื่นอย่างนั้นหรือเปล่า" คำพูดที่โพล่งออกมาของลู่ซวิน แทงทะลุสภาพจิตใจที่หลายคนมักจะเป็นหลังจากประสบความล้มเหลว
คำพูดเหล่านี้สกัดกั้นความคิดเหล่านั้นไม่ให้ก่อตัวขึ้นในหัวของพวกเขาได้ทันควัน
"ถ้าฉันเลือกคนที่แสดงเป็นคนแรก พวกเธอจะคิดว่าเป็นเพราะเขาก้าวออกมาก่อนเลยได้คะแนนพิเศษ และนั่นคือเหตุผลที่เขาได้รับเลือกใช่ไหม"
ช่ายจั่วเว่ยที่ได้ยินเรื่องของตัวเองก็รู้สึกดีใจขึ้นมาวูบหนึ่ง แต่ตามมาติดๆ ด้วยความรู้สึกผิดหวัง
นั่นหมายความว่าไม่มีโอกาสแล้ว!
"ถ้าพวกเธอยังยึดติดกับความคิดแบบนี้ เธอจะไม่มีวันเป็นคนที่ฉันเลือกเด็ดขาด" ลู่ซวินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบทีละคำ พลางมองไปยังเหล่าวัยรุ่นที่กำลังกระสับกระส่าย
แววตาที่หยวนชิงมองลู่ซวินเต็มไปด้วยความชื่นชมอย่างยิ่ง
ดูสิ นี่แหละคือความแตกต่างระหว่างบุคคล
ลู่ซวินอายุมากกว่าพวกเขาสักกี่ปีกันเชียว แต่กลับใช้ชีวิตได้อย่างชัดเจนและลึกซึ้ง ในขณะที่เด็กเมื่อวานซืนพวกนี้ยังไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ และเอาแต่ชิงดีชิงเด่นกันเอง
"นักร้องสำหรับเพลงใหม่เพลงนี้ก็คือ..." ลู่ซวินเว้นจังหวะ สายตากวาดมองไปทั่วฝูงชน เมื่อใดที่สายตาเขาหยุดอยู่ที่ใคร คนคนนั้นก็จะรู้สึกตื่นเต้น และเมื่อเขาละสายตาไป พวกเขาก็จะห่อเหี่ยวลงอย่างเห็นได้ชัด
"เธอ" จู่ๆ นิ้วของลู่ซวินก็ชี้ไปที่ช่ายจั่วเว่ย ซึ่งยืนอยู่ในตำแหน่งที่โดดเด่นที่สุดในแถวหน้าสุด
ช่ายจั่วเว่ยประหลาดใจระคนยินดีเสียจนยืนนิ่งอึ้งไป
วินาทีต่อมา เขาก็กระโดดตัวลอยด้วยความดีใจ
"ขอบคุณครับอาจารย์ลู่ ขอบคุณครับหัวหน้าหยวน"
โชคดีที่เด็กคนนี้ไม่ได้ดีใจจนลืมตัว
หัวหน้าหยวนส่ายหน้าพร้อมกับหัวเราะเบาๆ
ที่หางตาของลู่ซวิน เขาเหลือบไปเห็นสวี่เฉิงอันที่อยู่ตรงมุมห้อง และสังเกตว่าแววตาของเด็กหนุ่มไม่ได้มีความอิจฉาริษยา หรือความรู้สึกสูญเสียเหมือนที่เห็นในตัวคนอื่นๆ
สายตาของเขาสงบนิ่งมาก และภายใต้ความสงบนั้นยังมีความทรหดอดทนที่ไม่ยอมแพ้ซ่อนอยู่จางๆ
ท่ามกลางสายตาอิจฉาของทุกคน ช่ายจั่วเว่ยก็เดินตามลู่ซวินออกไป
เมื่อกำหนดตัวผู้ได้รับเลือกเป็นที่เรียบร้อย ลู่ซวินก็ไม่รอช้า เขาพาเด็กหนุ่มตรงไปที่ห้องอัดเสียงและส่งเพลงใหม่ให้ เหล่าเจียงกับเหล่าจางที่ได้ยินข่าวก็รีบวิ่งหน้าตั้งมาด้วยความกระตือรือร้น
ช่ายจั่วเว่ยคุ้นเคยกับทำนองเพลงอยู่ก่อนแล้ว จึงเริ่มทดลองอัดเสียงเป็นครั้งแรก
ลู่ซวินสวมหูฟังและทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดให้กับการทำงาน โดยไม่สนใจการปรากฏตัวของเหล่าเจียงกับเหล่าจางเลยแม้แต่น้อย
เหล่าเจียงและเหล่าจางยืนฟังอยู่ด้านข้างเงียบๆ นัยน์ตาของพวกเขาทอประกายสว่างไสวขึ้นเรื่อยๆ ทั้งสองสบตากัน มองเห็นความหวังในแววตาของอีกฝ่าย
บางทีปาฏิหาริย์อาจจะเกิดขึ้นจริงๆ ก็ได้!
คนที่จับตามองลู่ซวินไม่ได้มีแค่เหล่าเจียงกับคู่หูของเขาเท่านั้น แม้แต่หลินลี่ หัวหน้าแผนกแต่งเพลง ก็ยังเก็บอาการไม่อยู่และแอบมาที่ห้องอัดเสียงอย่างเงียบๆ
ในเวลานี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนจากแผนกแต่งเพลงได้มายืนรวมตัวกันอยู่ในห้องอัดเสียงขนาดเล็กแห่งนี้แล้ว ถ้าหลินลี่ไม่ไล่คนออกไปหลายคนก่อนหน้านี้ หัวหน้าส่วนต่างๆ ก็คงจะแห่กันมาแน่
หลินลี่ฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยิ่งฟังก็ยิ่งติดใจ
เขาหยิบแผ่นโน้ตเพลงขึ้นมา
ผู้แต่งทำนอง: ลู่ซวิน
ผู้เรียบเรียง: ลู่ซวิน
ผู้แต่งเนื้อร้อง: ลู่ซวิน
สายตาที่หลินลี่มองลู่ซวินเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
สำหรับสองเพลงก่อนหน้านี้ งานทั้งหมดถูกแต่งจนเสร็จสมบูรณ์โดยเขาเพียงคนเดียว ซึ่งก็น่าประหลาดใจมากพออยู่แล้ว เพลงที่สามก็ยังเหมือนเดิมอีก ใครบ้างจะไม่ชอบคนเก่งขนาดนี้ ใครบ้างจะไม่รู้สึกประหลาดใจระคนยินดี
นี่ฮวาอวี่เอนเตอร์เทนเมนต์ค้นพบสมบัติล้ำค่าเข้าแล้วใช่ไหม!
อัดเสียงซ้ำแล้วซ้ำเล่า แก้ไขอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อมุ่งสู่ความสมบูรณ์แบบ
ด้านนอกห้องอัดเสียง
เมื่อเห็นคนกำลังเดินเข้ามา พนักงานคนหนึ่งก็ส่งยิ้มให้และกล่าวว่า "พี่ลี่"
ผู้ช่วยที่อยู่ข้างเจียงหลีถามด้วยสีหน้าหยิ่งยโส "ห้องหมายเลขหนึ่งว่างไหม"
ห้องหมายเลขหนึ่งคือห้องอัดเสียงที่ใหญ่ที่สุดในฮวาอวี่เอนเตอร์เทนเมนต์ ห้องนี้มักจะถูกสงวนไว้สำหรับนักร้องระดับเอลิสต์ ราชาและราชินีเพลงป๊อปเท่านั้น ส่วนศิลปินคนอื่นๆ ต้องหลีกทางให้
"มีคนใช้งานอยู่ครับ"
"ใครล่ะ"
"เด็กใหม่ครับ"
เจียงหลีซึ่งยืนนิ่งสงบอยู่ด้านข้าง ปรายตามองมาที่เขา
"นี่นายไม่รู้ความสำคัญของห้องหมายเลขหนึ่งหรือไง ไปเรียกเด็กใหม่คนนั้นออกมาเดี๋ยวนี้เลย" ผู้ช่วยพูดเสียงแข็ง
พนักงานมีสีหน้าลำบากใจ "พี่ลี่ครับ ดูสิ ห้องอัดเสียงหมายเลขสองข้างๆ ยังว่างอยู่ ไปใช้ห้องนั้นแทนไหมครับ ความจริงห้องหมายเลขหนึ่งกับสองก็มีขนาดพอๆ กันเลย"
ท่าทีของพนักงานคนนั้นทำให้เจียงหลีขมวดคิ้ว
ผู้ช่วยถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความโกรธ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่พี่เจียงหลีของพวกเธอต้องยอมหลีกทางให้เด็กใหม่
เจียงหลีส่งสายตาให้ผู้ช่วย
ผู้ช่วยแค่นหัวเราะ "ฉันล่ะอยากจะเห็นนัก ว่าเด็กใหม่หน้าไหนกันที่ไร้มารยาทขนาดนี้"
"เข้าไปในนั้นไม่ได้จริงๆ นะครับ..."
ผู้ช่วยผลักพนักงานไปด้านข้าง แล้วผลักประตูห้องอัดเสียงหมายเลขหนึ่งเข้าไปด้วยความโมโห แรงกระแทกส่งผลให้ประตูชนเข้ากับกำแพงอย่างจัง
"ปัง!"
เสียงดังสนั่นทำให้ทุกคนในห้องขมวดคิ้วพร้อมกัน
ลู่ซวินที่สวมหูฟังอยู่ไม่ได้ยินเสียงนั้น แต่คนข้างในหยุดชะงักไปกะทันหัน
ช่ายจั่วเว่ยชี้ไปด้านหลัง ลู่ซวินจึงค่อยๆ หันกลับไปมอง และเห็นหญิงสาวร่างเล็กยืนหน้าตาถมึงทึงอยู่ที่หน้าประตู โดยมีผู้หญิงรูปร่างสูงโปร่งที่ดูงดงามจับตาปรากฏตัวอยู่ด้านหลังเธอ