เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่12 การใช้วรยุทธลับของหวังเช่อ

ตอนที่12 การใช้วรยุทธลับของหวังเช่อ

ตอนที่12 การใช้วรยุทธลับของหวังเช่อ


มันเป็นคืนแห่งความตายความมืดที่ได้ปกคลุมทั่วหมู่บ้านและหุบเขาแห่งหมอกเว้นแต่แสงสว่างอ่อนๆในบ้านของโจว

แสงสีเหลืองอ่อนๆที่ดูเหมือนถั่วเหลืองขนาดเล็กที่สว่างเป็นจุดเล็กๆในความมืดที่ไม่สิ้นสุด วังเทียนเหล่ย กำลังหลับอยู่ตรงโต๊ะเล็กๆและนอนกรนอย่างเงียบๆ ดูเหมือนว่าเขาหลับไป นางโจวกำลังนั่งอยู่บนเตียงอย่างเซื้องซึมและมีผ้าเช็ดตัวและกะละมังเล็กๆอยู่ข้างๆ และผ้านั้นก็วางไว้บนหน้าผากของชิบะน้อยที่หายใจอย่างไม่เป็นจังหวะ

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวันก่อนทำให้เธอกลัว เมื่อวานนี้หมีดำวิ่งเข้าไปในบ้านลูกสาวและลูกชายของเธอ

ชิบะน้อยเผชิญหน้ากับมันอย่างกล้าหาญได้จับขวานและชิบะน้อยได้จามขวานเข้าใส่ลำคอหมีดำโดยบังเอิญเมื่อหมีดำมันกำลังจะกินลูกสาวของเธอ ชิบะน้อยได้ฆ่าหมีดำและลูกสาวของเธอก็รอดพ้นจากอันตราย อย่างไรก็ตามชิบะน้อยเองก็ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของหมีดำและยังหมดสติจนถึงบัดนี้และยังมีอาการไข้สูง

ลูกสาวของเธอก็รู้สึกตกใจอย่างมากจนแทบควบคุมสติไม่อยู่กับทารกที่ใกล้จะคลอด โชคดีที่ได้รับพรจากพระเจ้าผู้หญิงคนนี้โชคดีมากที่ได้ให้กำเนิดเด็กชายผิวขาวและอ้วนอย่างปลอดภัยทำให้นางโจวได้มีหลานชายกับเขาบ้างแล้ว ความสุขและความเศร้าดังกล่าวเกิดขึ้นในเวลาเพียงวันเดียวเธอไม่รู้ว่าเธอจะมีความสุขหรือไม่ แต่โดยทั่วไปดูเหมือนว่าความสุขนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญ

แพทย์จากตลาดเทียงหยาง ได้วินิจฉัยว่าชิบะน้อยนั้นโชคดี แม้ว่าเขาจะโดนหมีตะปบเขาก็ไม่ได้โดนโจมตีเข้าจุดสำคัญ มีกระดูกและกล้ามเนื้อบางส่วนเท่านั้นที่ได้รับความเสียหาย เขาคงจะดีขึ้นเมื่อได้นอนพักสักระยะ อย่างไรก็ตามชิบะน้อยก็ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจากเมื่อวานและมีไข้สูงมากในคืนนั้นซึ่งยาวนานตลอดทั้งคืนโดยไม่มีอะไรประกันได้เลยว่าเขาจะดีขึ้นในเร็ววัน นางโจวไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้นอกจากการเอาผ้ามาเช็ดตัวเขาเป็นระยะๆ

ลูกเขยของเธอ หวังเทียนเหล่ย เป็นคนที่มีเหตุผล เขารู้ว่าชิบะน้อยไม่เพียงแต่จะช่วยพี่สาวของตนเอง แต่ยังช่วยพ่อของเขาและลูกที่อยู่ในครรภ์ของภรรยาซึ่งเป็นพรที่ดีสำหรับเขาที่อยู่อาศัยอยู่ในภูเขาแห่งนี้ ดังนั้นเขาจึงพาลูกที่พึ่งคลอดของเขาไว้ข้างๆชิบะน้อย เขาไปหาหมอจากตลาดเทียนหยาง ให้มาดูแลชิบะน้อยและหาทางรักษาชิบะน้อยในทุกวิถีทางโดยไม่ได้หลับไม่ได้นอนถึง1วันเต็ม เมื่อไข้ของชิบะน้อยลดลง หวังเทียนเหล่ยก็รู้สึกโล่งใจไปเปราะหนึ่งจึงได้ฟุบหลับไปบนโต๊ะ

“คนมักพูดว่าคนที่รอดชีวิตจากภัยพิบัติครั้งใหญ่นั้นคือโชคชะตาที่จะต้องอยู่บนโลกนี้ต่อไปและข้าสงสัยว่าโชคชะตาของเจ้าหนูคนนี้ยังไม่จบลงเพียงแค่นี้นะ!” มองไปที่ชิบะน้อยที่หน้าปกคลุมไปด้วยเหงื่อของนางโจวที่ดูแลด้วยความรักและห่วงใยอย่างมาก และพวกเขารู้สึกกังวลมากขึ้น

“ฮึกก ฮึออ!”

ชิบะน้อยที่ยังไม่ได้สติในช่วงหลายวันที่ผ่านมาจู่ๆก็เหมือนจะมีอะไรบางอย่าง ขณะที่นางโจวกำลังกังวลอยู่นั้นเอง จากนั้นตาของเธอก็ได้เบิกกว้างกับสิ่งที่หน้าตกใจที่อยู่ตรงหน้า ความสดใสในนัยน์ตาของเธอได้ปรากฏขึ้น ก่อนที่เขาจะลุกจากเตียง

“ลูกแม่เจ้าตื่นแล้วรึ!”นางโจวรีบคว้าตัวมาและพยายามถามเขาด้วยความห่วงใย ในขณะที่หวังเทียนเหล่ยที่หลับอยู่บนโต๊ะได้ตื่นขึ้นมาจากเสียงขอองนางโจว เมื่อเขาเห็นชิบะน้อยเขาก็แทบจะกระโดดขึ้ยเตียงของชิบะน้อยทันที

“เจ้าหนู เจ้าฟื้นแล้ว! เจ้าคงได้รับพรจากพระเจ้าสินะเพราะเจ้าน่ะได้ฆ่าหมีดำตัวใหญ่ตันนั้นได้ ข้าไม่อยากจะเชื่อเลย!”

เมื่อตื่นขึ้นมาจากการนอนหลับอย่างยาวนาน ชิบะน้อยมองไปรอบๆอย่างว่างเปล่าและได้ถามว่า

“..ที่นี่..ที่ไหน ข้าอยู่ที่ไหน..?”

“เจ้าอยู่ที่บ้าน!” นางโจวกอดชิบะน้อยไว้ในอ้อมแขนของเธอด้วยน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาของเธอ “เจ้ามันเป็นลูกที่แย่จริงๆ...ทำให้ข้ากังวลอยู่เรื่อย...ฮืออ..ฮือออ...!”

ในขณะนั้นเธอไม่สามารถพูดต่อได้อีกต่อไปแล้วก็ได้กอดชิบะน้อยด้วยความโล่งใจเนื่องจากสิ่งที่ทำให้เป็นกังวลตลอดหลายวันมานี้ได้หายไปแล้ว

ชิบะน้อยค่อยๆฟื้นคืนสติมาทีละนิดๆ เขารู้สึกทรมานจากความหิวที่ไม่ได้กินอะไรมาตลอดหลายวันเขารู้สึกหิวกระหายอย่างมาก

“แม่น้ำ...ข้าต้องการน้ำ” เขาพยายามที่จะพูดตั้งแต่ที่เขาหายใจไม่ออกจากการกอดของนางโจว

“โอน้ำ..แน่นอนข้าต้องการน้ำ”

พอได้ยินคำขอของลูกของตนนางโจวก็รีบปล่อยลูกชายของเธอและวิ่งไปเอาน้ำมาให้ ลูกชายที่อาการโคม่าและหลับไม่รู้สึกตัวเป็นเวลาสองวันเต็มโดยไม่ได้ดื่มน้ำหรือกินอะไรเลย เธอรีบเช็ดน้ำตาและพูดว่า “อีกสสักพักแม่จะเอาข้าวต้มมาให้ทานนะ”

“ขอบคุณท่านแม่!”ชิบะน้อยพูดด้วยเสียงที่แหบและพยักหน้า เมื่อถึงตอนนี้เขารู้สึกว่าคอเขาแห้งอย่างกับทะเลยทราย

เมื่อเห็นนางโจววิ่งออกไปหวังเทียนเหล่ยจึงได้โอกาสที่จะไปหาชิบะน้อยบนเตียงและพูดว่า

“ชิบะน้อยในเวลานี้ข้าติดหนี้บุญคุณเจ้า ข้าต้องขอบคุณเจ้าจริงๆ ขอบคุณจริงๆ!”

“พี่เขย?”ชิบะน้อยนิ่งไปชั่วครู่จู่ๆก็เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างได้เมื่อเห็นหน้าหวังเทียนเหล่ย

ชิบะน้อยตกใจอย่างมากและได้พูดขึ้นทันทีว่า “พี่สาวข้าล่ะ!?”

“พวกเขาทั้งสองปลอดภัยแล้วนั้นเป็นเพราะเจ้า ข้าต้องขอบคุณเจ้าจริงๆ”

“ทั้งสอง?”ชิบะน้อยนิ่งไปอีกครั้งและก็ตระหนักได้ถึงคำพูดของพี่เขยได้ทันที

“พี่สาวของข้าให้กำเนิดทารกแล้วงั้นรึ!?”

ก่อนที่เสียงของเขาจะขาดไปด้วยอาการไอ

“ใช่แล้ว พี่สาวของเจ้าและลูกตัวน้ออยของข้า” หวังเทียนเหล่ยรีบเอนตัวไปหาเขาและลูบหลังเบาๆ “โอ้พระเจ้า ข้าตื่นเต้นจนพูดไม่เป็นจังหวะแล้ว ข้าจะไปบอกเรื่องของเจ้ากับพ่อแม่ของข้าและพี่สาวของเจ้ากับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเจ้านะ”

“ฮิฮิ...” ชิบะน้อยหัวเราะเบาๆเขาไม่ได้พูดออะไรที่จริงแล้วเขาไม่กล้าที่จะพูดเพราะในตอนนี้เขาเจ็บคออย่างมากและกำลังอึดอัดอย่างมาก ดังนั้นเขาก็นั่งอยู่ตรงนั้นและฟังคำขอบคุณจาก หวังเดทียนเหล่ย และฟังเรื่องราวต่างๆ จากสถานการณ์ปัจจุบันเขารู้ว่าการกระทำของเขาในครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่คุ้มค่าอย่างมาก

หมรดำที่ตายแล้วที่วิ่งเข้ามายังหมู่บ้านและทำให้เกิดปัญหาอยู่ในลานหมู่บ้านในตอนนี้ ในตอนนี้มันถูกลอกหนังและนำไปขายยังตลาด เทียนหยาง แม้ว่าเนื้อของมันจะไม่ได้ถูกนำไปทำอะไรใดๆประมาณสองถึงสามวันที่ผ่านมา แต่ชิบะน้อยรู้ว่าเนื้อหมีนอกเหนือจากชิ้นส่วนขนาดเล็กที่ใช้สำหรับเป็นของขวัญมอบให้กับเพื่อนบ้านและญาติๆนั้น ส่วนใหญ่จะจำหน่ายในตลาดเทียนหยาง พร้อมกับหมี และเนื้อบางส่วนก็ถูกนำไปทำอาหาร

“ด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นพี่เขยข้านั้นติดหนี้ข้าเป็นอย่างมาก ฮิฮิ ครั้งต่อๆไปเมื่อข้าต้องการความช่วยเหลือจะเป็นการง่ายมากที่จะให้เขามาช่วย” ชิบะน้อยรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

ในเวลานั้นนางโจวได้ผลักประตูออกมาและถือชามข้าวต้มไว้ในมือ “เอาล่ะชิบะน้อย นี่ข้าวต้มของเจ้านะแต่เจ้าก็ไม่ควรกินมากเกินไปล่ะเพราะเจ้าไม่มีอะไรเข้าท้องเจ้าหลายวันแล้ว”

เป็นเรื่องธรรมดาที่ชิบะน้อยเข้าใจ จากนั้น หวังเทียนเหล่ย ก็ได้ลุกขึ้นและพูดว่า “ท่านแม่ ตอนนี้ชิยะน้อยก็ได้สติกลับมาแล้วงั้นข้าขอลา”

“ดี ไปเถอะข้ารู้นะว่าตอนนี้ที่บ้านเจ้ามีทั้งลูกชายตัวน้อยๆรอเจ้าอยู่ใช่หรือไม่ และบอกโจว หัวด้วยว่าชิบะน้อยฟื้นแล้ว ไม่ต้องเป็นกังวลแล้ว”

“เอาล่ะ!” หวังเทียนเหล่ยได้ตอบอย่างรวดเร็วและตื่นเต้นอย่างมาก ที่จะได้กลับไปเจอลูกของเขา

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

ทางทิศตะวันตกในหุบเขาหมอก...

ร่างของชายหนุ่มได้เหินอยู่ในอากาศด้วยความรวดเร็วและเขาก็มาถึงยังทางเข้าของหุบเขาทางทิศตะวันตก ภายในไม่กี่วินาที เป็นที่ที่มีเสียงดังจากเสียงเห่าหอน

ทางเข้าทางทิศตะวันตกของหุบเขาหมอกในขณะนั้นกำลังยุ่งเหยิงมีหลายสิบศพที่ถูกฆ่าและล้มลงบนพื้นด้วยความวุ่นวาย ทุกคนถูกฆ่าโดยไม่มีนัยยะสำคัญใดๆ และมิอาจจะต่อต้านได้และแต่ละคนที่ตายไปนั้น มีแผลเป็นลอยข่วนและแผลลึกมาก เป็นลอยข่วนที่มีกรงเล็บฝังเข้าไปยังลำคอของพวกเขา

มองไปบริเวณด้านในของภูเขาผ่านเข้าไป มีหลายสิบคนยืนล้อมหมาป่ายักษ์ที่มีตาข้างเดียวอยู่

“สัตว์ร้าย?”เมื่อมองเห็นหมาป่ายักษ์ตาเดียว ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มออกมาและก้มตัวลง

“โอ้พระเจ้า ข้าหวังว่าสัตว์ร้ายตัวนี้จะมีประสิทธิภาพพอนะ เมื่อข้าได้ยินเจ้าหอนน่ะข้าไม่เคยคิดเลยว่าจะพบสัตว์ร้ายในสถานที่ที่ห่างไกลเช่นนี้”

ชายหนุ่มเขาได้เผยรอยยิ้มมากขึ้นบนใบหน้า ทางด้านทิศตะวันตกของหุบเขา สัตว์ร้ายที่มีตาข้างเดียวได้ถูกล้อมจับไว้ แต่มันก็สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระแต่เมื่อถูกดาบฟันเข้าไปในร่างของมัน แม้ขณะนี้จะมีคนจำนวนมาก แต่กรงเล็บของมันก็พร้อมที่จะโจมตีอย่างไม่เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย

อย่างไรก็ตามร่างกายของมันก็ไม่ได้ถูกถอนรากถอนโคนโดยชิ้นเชิง  มีเครื่องหมายดาบยื่นออกมาจากหลังของมันไปยังขาหลังขวาของมัน บาดแผลที่มีเลือดไหลกระทบการเคลื่อนไหวของมันและนั่นคือเหตุผลว่าทำไมจึงไม่สามารถผ่านการล้อมล้อมกลุ่มได้แม้ว่าจะมีความว่องไวและกรงเล็บของมันยังคมอยู่ก็ตาม

ในเวลาเดียวกัน ชายหนุ่มได้ตะหนักว่าส่วนเล็กๆของผู้คนที่กำลังล้อมหมาป่าอยู่นั้นมีผู้ที่มีพลังลึกลับอยู่ในระดับ3มากกว่าหนึ่งคนและหนึ่งในนั้นมีจอมยุทธ์ระดับ4อยู่ เขาถือดาบและกำลังโฟกัสกับการต่อสู้และมีลอยเลือดติดอยู่บนคมดาบของเขา ชายหนุ่มคาดเดาว่าแผลที่ด้านหลังของหมาป่าคงเป็นผลงานของจอมยุทธ์ระดับ4

ชายแก่ผู้นี้เป็นจอมยุทธ์ระดับ4เท่านั้นรึ? เขาอาศัยอยู่ในที่ๆไร้สาระแบบนี้นี่นะ ข้าคิดว่าเขาไม่มีเหตุผลอะไรที่จะล้อมสัตว์ร้ายที่นี่นอกซะจาก ต้องการเครื่องในของมันไปทำยา ป็นไปได้ว่าเขาต้องการที่จะใช้มันเพื่อยืดอายุของตนเองหรือเพื่อใช้ไปพัฒนาพลังภายใขของตนเอง เขาจะได้รับมันไปหรือป่าวนะ?

ชายหนุ่มยืนอยู่เงียบๆ หน้าทิศตะวันตกที่กำลังจ้องมองภาพการต่อสู้อยู่ด้วยใบหน้าที่เป็นปริศนาอยู่

คนในการต่อสู้พวกนี้คือ กลุ่มมังกรทมิฬ และน่าจะเป็นหัวหน้าของสาขาย่อยกับลูกน้องอีกหนึ่งโหล นั้นคือศิลปะการต่อสู้จาก กลุ่มมังกรทมิฬ

เพื่อที่จะฆ่าหมาป่าตาเดียว กลุ่มมังกรทมิฬได้เตรียมตัวอย่างเต็มที่ในศึกครั้งนี้ หัวหน้าที่มากด้วยศิลปะการต่อสู้และลูกน้องของมันในหมู่พวกมันไม่มีใครที่เป็นจอมยุทธ์ต่ำกว่าระดับ2 เลย อย่างไรก็ตามพวกเขายังประเมินความแข็งแรงและสติปัญญาของหมาป่าตาเดียวต่ำไป สถานการณ์ไม่ค่อยดีเท่าตอนนี้แม้ว่าหมาป่าตัวนี้จะบาดเจ็บที่ขาและไม่มีทางหนีรอดได้ ทุกคนในการต่อสู้ครั้งนี้อาจถูกหมาป่าตาเดียวจับกิน พระเจ้าทรงทราบว่าพลังแห่งสัตว์ร้ายนี้มีพลังมากเพียงใด มันกินเวลามากกว่าหนึ่งชั่วโมงแล้วนับตั้งแต่ได้รับบาดเจ็บและเลือดของมันก็ควรจะหมดอย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าหมาป่าตาเดียวไม่ได้รับผลกระทบและยังคงเต็มไปด้วยพลังแม้ว่าเลือดของมันจะไหลออกมามากเพียงใดกับที่มันเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา คนที่ไม่สามารถหนีรอดได้

ดูเหมือนว่าสัตว์ป่าเหล่านี้มีพลังและพลังที่ไม่มีที่สิ้นสุดและเราอาจจะพลาดท่าหากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้อยู่ต่อไป “เจ้าหนูจินตะโกนออกมาใส่เขา ท่ามกลางผู้คนในตอนนี้ทุกๆคนได้รับความเดือดร้อนในการต่อสู้ และเขาได้ใช้พลังที่ยอดเยี่ยมแสงสีอ่อนๆได้เปลงออกมาโจมตีไปยังสัตว์ร้าย งานที่ต้องเข้าไปยุ่งกับสัตว์พวกนี้แนงานที่เหน็ดเหนื่อยจริงๆ”

“หึ ถ้าให้คาดเดาจากประสบการณ์ของข้า เลือดของสัตว์โบราณอาจมีอยู่ในร่างกายของสัตว์ร้ายนี้และตอนนี้เลือดที่ได้รับการตื่นขึ้นแล้ว ข้าไม่เชื่อหรอกว่าพวกข้าจะไม่สามารถจัดการได้”

ชายแก่ได้ตะโกนออกไปและแทงด้วยดาบยาวของเขาก่อนที่ร่างกายของเขาจะถอยกลับมา เมื่อเห็นสิ่งนี้ทุกคนที่ต่อสู้กับสัตว์ร้ายตัวนี้ก็แสดงออกอย่างดีใจราวกับว่าการรับรู้บางอย่างลุกลามเข้าไปในร่างกายของพวกเขา พวกเขาก็เดินกลับไปสองสามก้าวไม่ไกลจากใจกลางและล้อมรอบหมาป่าตาเดียวให้หนาแน่นยิ่งขึ้นและไม่มีโอกาสให้หนี

“นี่มันวรยุทธ์ลับงั้นรึ?”

เมื่อเห็นชายแก่ถอยกลับมาและรวบรวมพลังทั้งหมดของเขาไว้บนดาบผู้คนรอบๆได้รู้สึกถึงความตายที่เต็มไปด้วยพลังจนทะลักออกมา ชายแก่ได้ถือดาบที่อาบไปด้วยพลังภายในอย่างรุนแรง

จากนั้นตัวใบมีดของดาบยาวก็ถูกปกคลุมไปด้วยออร่าสีดำที่มาพร้อมกับเสียงกรีดร้องอย่างแพ่วเบาแต่มีพลังราวกับว่าออร่าที่อาบดาบอยู่นั้นมาจากเสียงกรีดร้องของวิญญาณของคนตายที่อยู่ในดาบ

“มันกลายเป็นวรยุทธ์ลับ โอ้พระเจ้ามันเป็นสถานที่ที่มังกรซ่อนตัวอยู่และเสือโคร่งไม่ใช่แค่ผู้สืบทอดสายเลือดที่สูญหายไปเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ที่มีความลับ ดูเหมือนว่าวรยุทธ์ลับนี้จะมีอำนาจมากและไม่สามารถจะใช้ร่วมกับวรยุทธ์ทั่วๆไปได้ โชคดีที่ตาแก่นั้นไม่มีพลังมากพอที่จะทำให้มันเสถียรได้”ชายหนุ่มขมวดคิ้วเบาๆและรู้สึกตกใจกับพลังที่ระเบิดออกมาจากชายแก่คนนั้นได้

แน่นอนว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับจอมยุทธ์ระดับ4 ที่จะนำพลังทั้งหมดมาใช้ได้

วรยุทธ์ลับที่เรียกว่าเป็นสาขาวิชาทักษะการต่อสู้ที่เป็นอิสระในโลก แต่ละชนิดของวิชาลับแต่ละทักษะโดยทั่วไปจะจำเป็นที่จะต้องประสานเข้ากับพลังชี่ วิธีการใช้พลังนั้นเรียกว่าเทคนิคและวีการใช้พลังชี่ที่เรียกว่าการบำเพ็ญจิต สิ่งที่สำคัญของวรยุทธ์ลับคือการรวมพลังภายในและความแข็งแกร่งจากภายนอก นำมาใช้ในรูปแบบพิเศษ ในแง่หนึ่งมันคือเทคนิคการผสมผสานและแสดงประสิทธิภาพออกมาให้ได้มากที่สุด

แน่นอนว่า พลังที่ยิ่งใหญ่ ก็เป็นหนึ่งในสามความลับของวรยุทธ์

สามความลับของวรยุทธ์ที่ดี คือ

พลังที่ยิ่งใหญ่ ความเสียหายที่ยิ่งใหญ่ และการควบคุมที่ดี

พลังที่ยิ่งใหญ่ มันก็อธิบายในตัวมันเองอยู่แล้ว จอมยุทธ์ที่มีวรยุทธ์ลับจะได้รับความสามารถในการสู้รบในระดับที่สูงขึ้น ตัวอย่างเช่น จอมยุทธ์ระดับ4ที่มีวรยุทธ์ลับอาจจะจัดการจอมยุทธ์ระดับ5ที่ปราศจากวรยุทธ์ลับได้และแม้แต่จอมยุทธ์ระดับ6 ก็ตาม แน่นอนว่ามันไม่ง่ายนักถ้าฝ่ายตรงข้ามได้เรียนรู้วรยุทธ์เดียวกัน

ความเสียหายที่ยิ่งใหญ่ กล่าวคือการใช้วรยุทธ์ลับนั้นอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ วรยุทธ์ลับนั้นทรงพลัง และพลังเหล่านี้อาจวนกลับมาสร้างความเสียหายให้แก่ผู้ใช้ได้เช่นกัน หรือหากใช้ครึ่งหนึ่งแล้ว การที่จะใช้อีกครั้งนั้นต้องใช้เวลาสักพักใหญ่ เพื่อความปลอดภัยของร่างกาย หากพวกเขาฝืนที่จะใช้มันต่อไปอาจทำให้ผู้ใช้พิการไปตลอดชีวิต

การควบคุมที่ยิ่งใหญ่ เป็นเช่นเดียวกับ ความเสียหายที่ยิ่งใหญ่ วรยุทธ์ลับเหล่านี้มันจะกินพลังชี่ในร่างกายมากขึ้นเรื่อยๆตามระยะเวลาที่ใช้ ดังนั้นโดยทั่วไปการพูดว่า ไม่มีอะไรได้รับมาง่ายๆโดยไม่เสียอะไรเลย มันไม่มีอยู่บนโลกแม้จะได้รับพลังที่มากขึ้นแต่ก็ต้องแลกไปกับพลังชี่ที่สูญเสียไปอย่างมากต่อการใช้หนึ่งครั้ง

และวรยุทธ์ลับแต่ละวิชานั้นมีเทคนิคที่ใช้ต่างกันไปตามชนิดของวิชาเพื่อให้ควบคุมสิ่งต่างๆได้นั้น นอกจากนี้วรยุทธ์ลับที่มีประสิทธิภาพสูงคือการใช้วิชาที่ซับซ้อนอย่างมากและต้องอาศัยระยะเวลาการฝึกที่ยาวนานและยาก นอกจากนี้ในความเห็นของชายหนุ่มยังไม่มีใครมักจะใช้ความสามารถลับในสถานที่เล็กๆอย่างในหุบเขาหมอกได้เลย

“เอาล่ะ”คนที่อยู่ตรงหน้าข้าเป็นคนที่มีวรยุทธ์ที่ลึกลับมาก “ข้าก็ไม่ทราบว่าโชคดีแค่ไหนที่ได้มาเห็นเขา แต่พลังที่ล้นออกมาจากดาบของเขา ทำให้สงสัยไม่น้อยเลยว่าจะสามารถจัดการกับสัตว์ร้ายที่อยู่ตรงหน้าได้หรือไม่”

หมาป่าตาเดียวเป็นสัตว์ร้ายและได้รับการยกย่องด้วยจิตวิญญาณซึ่งไม่สามารถจับคู่กับมนุษย์ได้ มันมีอยู่แล้วพบปัญหาหลังจากที่จอมยุทธ์โดยรอบ ได้เริ่มถอยดังนั้นมันจะไม่หยุดและหนี่ไปเฉยๆแน่นอน มันหดตัวของมันทำเหมือนท่าทางที่จะโจมตีและขนสีเขียวบนร่างกายมันทั้งหมดยืดตรงและจู่ๆขนพวกนั้นก็แปลงเป็นเหล็กแหลมที่ตอกอยู่บนร่างกายมัน หมาป่าโผล่ออกมาขณะที่ลมหายใจมันออกมาโดยรอบเป็นก๊าซสีเขียว

“โอ้..”ชายแก่โกรธและตะโกนจากนั้นก็หันคมดาบไปทางหมาป่าตาเดียวขณะที่หมาป่านั้นก็ได้พุ่งไปหาชายแก่เหมือนกัน หลังจากที่ร่างกายของได้พุ่งไปข้างหน้าก่อนที่ร่างจะถูกแบ่งออกไปเป็น3ร่าง มันคำรามและได้พุ่งไปหาชายแก่

ร่างเงาตรงกลางถูกผ่าด้วยคมดาบที่อาบด้วยพลังชี่ที่เอ่อล้นของชายแก่ร่างเงาได้สลายไปทันทีที่ถูกฟัน และอีกสองเงาไม่ได้รับผลกระทบ มันได้วิ่งแยกออกเป็นสองทิศด้านซ้ายและขวา

ชายแก่ได้จับดาบยาวของเขา มันแยกออกไปเป็นสองส่วนอย่างไม่คาดคิด เงาสีขาวและสีดำได้พุ่งเข้าไปโจมตีจากทั้งสองข้างของหมาป่าตาเดียวตามลำดับ ทั้งสองได้วิ่งสลับไปมาด้วยความโกรธ

“ก๊ากกกก!!”

ดาบที่อาบด้วยพลังชี่พุ่งไปใส่เงาในทีเดียวและเกือบสลายไปในเวลาเดียวกัน หลังจากนั้นเงาหมาป่าทั้งสองตัวก็จางหายไปในอากาศ แล้วจู่ๆหมาป่าร่างจริงก็ได้โผล่มาจากเงานัน้ มันได้อยู่ต่อหน้าชายแก่จากนั้นมันก็คำราม เพราะเลือดที่ออกมาจากบาดแผลจากการโจมตีใส่เงาเมื่อครู่ ทำให้ร่างกายมันค่อยๆล้มตัวลง

“โอ้ว...”เมื่อเห็นหทาป่าตาเดียวล้มตัวลงไปชายแก่ก็ได้หายใจเข้าลึกๆและร่างกายของเขาก็ได้ล้มลงไปกองอยู่กับพื้น

“พี่ข้า!”

“ปล่อยให้ข้าอยู่คนเดียว ไปฆ่ามันซะและนำเองเครื่องในที่ใช้ทำยาอายุวัฒนะไป!”

ชายแก่ล้มตัวลงกับพื้นและได้ร้องไห้ออกมาเมื่อเห็นน้องที่โอบเขาที่เต็มไปด้วยเลือด ในเวลาเดียวกันเลือดก็ค่อยๆไหลออกมานองอยู่บนพื้น การโจมตีครั้งสุดท้ายนั้นเกือบจะทำให้เขาหมดสติไปเนื่องจากเขาได้ใช้พลังชี่ทั้งหมดออกมา

“ครับ!”พอได้รับคำสั่งพวกเขาก็รีบไปหาหมาป่าตาเดียวและเตรียมที่จะผ่าเครื่องในมันออกมา

“หยุดก่อนๆ!”

จู่ๆก็มีเสียงดังออกมา เงาสีขาวประกายออกมา ฝูงชนที่อยู่รอบๆหมาป่าตาเดียว เสียงดังได้ยินหลายสิบคนรวมไปถึงหัวหน้าสาขาของกลุ่มมังกรทมิฬอีกด้วย จู่ๆเงาดังกล่าวก็พุ่งและเขาไปเหยียบบนหลังของคนๆหนึ่งในฝูงชนนั้น

“นี่มันเป็นสมบัติล้ำค่านะ ไม่ใช่เรื่องที่จะให้พวกเจ้าฆ่ากันง่ายๆ!”

เงาสีขาวได้หยุดลง เขาคือคนที่เฝ้าดูฉากการต่อสู้ระหว่างหมาป่าตาเดียวและชายแก่ตั้งแต่ต้น

จากนั้นชายแก่ที่นอนอยู่บนพื้นก็ได้สะบัดมือจากนั้นก็หลุดออกไป

“วรยุทธ์ของเจ้าที่เจ้าใช้มันในตอนนี้เป็นเรื่องที่ดีจริงๆ ข้าไม่เคยคิดว่าจะมีใครบางคนที่มีวรยุทธ์ลับและมันเป็นวิชาที่ยอดเยี่ยมมากๆ สอนวรยุทธ์ลับนี้ให้กับข้า และข้าจะปล่อยเจ้าไป”

จบบทที่ ตอนที่12 การใช้วรยุทธลับของหวังเช่อ

คัดลอกลิงก์แล้ว