เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 - ดาวตก

บทที่ 6 - ดาวตก

บทที่ 6 - ดาวตก


บทที่ 6 - ดาวตก

─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───

รถบรรทุกของกัสปาร์ดมีขนาดพอๆ กับรถที่พวกยามซึ่งพวกเขาเพิ่งสู้ด้วยใช้ เขาจอดมันลงที่ทางแยกใกล้ๆ รอให้ดันเต้และมัตเตียขึ้นรถก่อนจะออกตัวไป

"ภารกิจสำเร็จ!" ริคาร์โด้กล่าว เขายังอยู่ในระหว่างการเก็บกู้โดรนของเขา แต่ก็ไม่ได้ปล่อยให้เรื่องนั้นมาขัดขวางการฉลองชัยชนะของพวกเขา

"เดี๋ยวฉันจะส่งแบบแปลนไปให้นายทีหลัง" มัตเตียพูด "นายมีเวลาหนึ่งสัปดาห์ ทางที่ดีทำรถฉันให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมก่อนถึงตอนนั้นล่ะ"

"โธ่พวก นายก็รู้ว่าฉันจำเป็นต้องทำน่ะ"

"ไม่ นายไม่จำเป็นต้องทำเลยสักนิด"

ดันเต้ฟังบทสนทนาอย่างเหม่อลอยขณะที่จ้องมองกระเป๋าเอกสารตรงหน้า เขาหมุนมันไปรอบๆ และเช็ดเลือดที่ปกคลุมกลไกการล็อกออก

หน้าจอเล็กๆ แสดงแป้นตัวเลขธรรมดา ตามข้อมูลที่พวกเขาได้รับมา การจะเปิดกระเป๋าเอกสารสีขาวนี้ได้จะต้องใส่รหัสหกหลัก ปัญหาคือ หากใส่รหัสผิดสามครั้งติดต่อกัน หน้าจอจะถูกแช่แข็งไปเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์เต็ม แน่นอนว่าไม่มีระบบล็อกดิจิทัลไหนที่ปลอดภัยจากการถูกแฮ็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบที่มีพอร์ตมาตรฐานสำหรับการเชื่อมต่อภายนอกมาให้

"เป็นอะไรไป ไอ้หนู?" กัสปาร์ดถาม

ริคาร์โด้และมัตเตียเงียบไปและมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ เมื่อตระหนักว่าพวกเขากำลังเป็นห่วง เขาจึงตบกระเป๋าเอกสารของตัวเองเบาๆ แล้วยิ้มออกมา

"ก็แค่สงสัยว่าตัวเองหยิบมาถูกใบหรือเปล่าน่ะ"

รถบรรทุกตกอยู่ในความเงียบไปครู่ใหญ่ มัตเตียถอนหายใจแล้วระบายยิ้มบางๆ

"ฉันว่าโอกาสมันเข้าข้างฉันมากกว่านะ"

ก็เขาหยิบกระเป๋าเอกสารมาได้ถึงสองใบ นี่นา นั่นทำให้เขามีโอกาสถึง 50% ที่จะหยิบมาถูกใบ

"ไม่อ่ะ ใบที่เราได้มานี่แหละของจริงชัวร์" ริคาร์โด้บอก "คอยดูเถอะ ฉันจะเปิดมันเดี๋ยวนี้แหละ"

เขาสวมชุดหูฟังอีกครั้งแล้วดึงสายเคเบิลออกมาจากด้านข้าง เขากำลังจะเชื่อมต่อมันเข้ากับหนึ่งในสองพอร์ตข้างๆ หน้าจอล็อกบนกระเป๋าเอกสารตอนที่กัสปาร์ดคว้าแขนเขาไว้

"งานของเราคือไปส่งกระเป๋าเอกสารใบนี้" เขากล่าว

"ถูกต้องเลย" ริคาร์โด้ฉีกยิ้มกว้าง "มันไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับของปลอมสักหน่อย หรือไม่ได้บอกด้วยซ้ำว่าเราควรจะเปิดมันหรือเปล่า"

กัสปาร์ดจ้องมองเขาด้วยสายตาดุดันก่อนจะถอนหายใจ "ก็แค่... อย่าทิ้งร่องรอยเอาไว้ เข้าใจไหม?"

"ได้เลย!"

ด้วยความตื่นเต้น ริคาร์โด้เสียบสายเคเบิลแล้วเอนหลังพิงเบาะ รอยยิ้มของเขาค่อยๆ กว้างขึ้นจนแทบจะฉีกถึงหู เพียงไม่กี่นาที เสียงคลิกก็ดังมาจากกระเป๋าเอกสาร

"เรียบร้อย!"

เขาชูหมัดขึ้นฉลองแล้วชะโงกหน้าไปข้างหน้า ขยับนิ้วกระดิกไปมาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างแบบเดิม กัสปาร์ดพยายามจดจ่ออยู่กับถนนแต่ก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองคนข้างๆ มัตเตียและดันเต้ชะโงกหน้ามามอง ต่างก็รู้สึกคาดหวังไปพร้อมกับช่างเทคนิคประจำทีม

"เอาล่ะนะ มาดูกันเลย!"

ริคาร์โด้เปิดกระเป๋าเอกสารออกและพบว่า... ไม่มีอะไรเลย ไม่สิ มีบางอย่างอยู่ข้างในกระเป๋าเอกสารจริงๆ แต่มันไม่ได้ใกล้เคียงกับวัตถุโบราณที่ขุดขึ้นมาจากซากปรักหักพังในดินแดนรกร้างเลยแม้แต่น้อย มันเป็นเพียงทรงกระบอกเรียบๆ ที่ทำจากโลหะ ไม่ต่างอะไรจากกระป๋องดีบุก

"ของเก๊นี่หว่า!"

การระเบิดเสียงหัวเราะออกมาไม่ใช่ปฏิกิริยาที่คนอื่นๆ คาดหวังจากเขา กระป๋องดีบุกคงถูกใส่เพิ่มเข้ามาเพื่อกลบเกลื่อนความแตกต่างของน้ำหนักระหว่างกระเป๋าของจริงกับของปลอม

มอเตอร์ไซค์สองคันขับตามทันรถบรรทุกและมาประกบอยู่ด้านหลังพอดี

"นี่พวกนายเปิดดูของแล้วเหรอ!!?" มาร์เซลซึ่งขี่มอเตอร์ไซค์คันหนึ่ง ขยับเข้ามาใกล้ที่นั่งผู้โดยสารแล้วตะโกนใส่หนุ่มผมทรงโมฮอว์ก "โธ่เว้ย! พวกนายรอจนกว่าเราจะกลับไปถึงก่อนไม่ได้หรือไง!!?"

มาเรียไม่ได้พูดอะไร ดูเหมือนจะยังคงหงุดหงิดกับความพ่ายแพ้ก่อนหน้านี้ของเธออยู่

"ใครจะไปรอให้โง่ล่ะ!" ริคาร์โด้สวนกลับ "มัตเตีย! มาต่อกันที่ของนายเลย!"

"เอาจริงดิ?" มัตเตียเหลือบมองดันเต้ "นายไม่ไปเปิดของเขาก่อนล่ะ?"

"ฉันขอเอาส่วนแบ่งทั้งหมดของฉันเป็นเดิมพันเลยว่าของนายทั้งสองใบมันเป็นของเก๊!"

"ก็ได้ ถ้าทั้งสองใบกลายเป็นของปลอม ฉันจะลืมเรื่องที่นายเผารถฉันไปเลยแล้วกัน"

"เยี่ยม!"

"เดี๋ยวก่อน!" มาร์เซลขัดจังหวะ "อย่างน้อยก็สตรีมภาพมาให้พวกเราที่เหลือดูด้วยสิ!"

กัสปาร์ดพยักหน้าเห็นด้วยกับคำแนะนำนั้น ตอนที่เปิดใบแรกมันก็ไม่เป็นไรหรอก แต่เขาไม่สามารถมองดูของที่อยู่ข้างหลังและขับรถไปพร้อมๆ กันได้

"เออๆ เข้าใจแล้ว!"

โดรนตัวหนึ่งบินมาจากหน้ารถและร่อนลงจอดที่เบาะหลัง เมื่อเริ่มการบันทึกภาพ มัตเตียก็ดึงสายเคเบิลจากหมวกกันน็อกของริคาร์โด้มาเสียบเข้ากับกระเป๋าเอกสารที่วางอยู่บนตัก

คลิก!

ตัวล็อกถูกปลดออกในเวลาไม่นาน มัตเตียยิ้มออกมาพลางจับมุมฝากระเป๋าแล้วดึงขึ้น ทันทีที่ของข้างในปรากฏสู่สายตา ริคาร์โด้ก็ชูหมัดขึ้นแล้วตะโกนลั่น

"ของเก๊อีกใบเว้ย!!!!"

นั่นก็เหลือแค่สองใบแล้ว

"นี่" ดันเต้พูดขึ้น ขัดจังหวะการฉลองของไอ้หัวโมฮอว์ก "ถ้าฉันชนะ ฉันจะได้อะไรล่ะ?"

การเดิมพันที่สองคนนั้นทำกันได้ดึงเขาเข้าไปมีส่วนร่วมโดยปริยาย หากกระเป๋าเอกสารที่เขาได้มากลายเป็นของจริง ก็เท่ากับว่าเขาเป็นฝ่ายชนะด้วย

"โธ่ไอ้หนู ฉันอุตส่าห์เดิมพันข้างนาย แล้วนายอยากจะมาแย่งรางวัลฉันงั้นเหรอ?"

"เฮ้ ฉันไม่รังเกียจหรอกนะถ้าจะได้เงินเพิ่มสักหน่อย" ดันเต้ฉีกยิ้ม

ริคาร์โด้ชะงักไป จ้องมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง การเดาว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่นั้นยากเกินไปเมื่อเห็นว่าเขาไม่มีดวงตา ถึงกระนั้นก็ยังพอบอกได้ว่าเขารู้สึกอย่างไรจากจังหวะการขยับปาก และเมื่อมันโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มกว้าง ก็ชัดเจนว่าเขากำลังสนุกกับเรื่องนี้

"ก็นะ ฉันไม่ใช่คนจ่ายเงินสักหน่อย!"

พวกเขาหันไปมองมัตเตีย และเขาก็ตอบรับด้วยเสียงถอนหายใจอย่างยอมจำนน

"ก็ได้" เขาเกาหลังศีรษะที่ฟูฟ่อง "ฉันจะยกส่วนแบ่งของงานนี้ให้ครึ่งนึงเลย"

"เยี่ยม! งั้นเรามาเปิดมันเลยดีกว่า!"

แม้มัตเตียจะยังเหลือกรรมสิทธิ์กระเป๋าอีกหนึ่งใบ แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจและปล่อยให้พวกเขาทำต่อไป ริคาร์โด้ดึงสายเคเบิลออกแล้วโยนใส่มือของดันเต้ ซึ่งดันเต้ก็เสียบมันเข้ากับกระเป๋าเอกสารทันที การแฮ็กเริ่มต้นขึ้น และเหมือนกับครั้งก่อนๆ มันใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที เสียงคลิกก็ดังขึ้นเพื่อประกาศว่ามันเสร็จสิ้นแล้ว

"เอาล่ะ ไอ้หนู" มัตเตียตบไหล่เขาเบาๆ "มาดูกันเถอะว่าไอ้ของโบราณที่พวกบริษัทเวรนั่นคลั่งไคล้นักหนามันคืออะไร"

มุมปากของดันเต้ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ ขณะที่เขาดึงฝากระเป๋าขึ้น สิ่งของที่อยู่ข้างในปรากฏสู่สายตา และทันทีที่เห็น พวกเขาก็เบิกตากว้าง เพียงแค่ปรายตามองก็รู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่พวกเขากำลังมองอยู่นั้นคือวัตถุโบราณที่พวกเขาได้รับมอบหมายให้มาขโมยไปจริงๆ

สิ่งที่วางนิ่งอยู่ในเบ้าหล่อโฟมโพลียูรีเทนแบบนิ่มคือแผ่นดิสก์สีเงิน มันมีเส้นผ่านศูนย์กลางสิบเซนติเมตร หรือประมาณฝ่ามือ ขอบของมันถูกสลักด้วยสัญลักษณ์แปลกประหลาด และตรงกลางมีวงกลมที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่าแปดเซนติเมตรเรืองแสงสีขาวนวลออกมา แม้จะถูกเรียกว่าเป็นวัตถุโบราณจากยุคอดีตกาล ทว่าการออกแบบของมันกลับให้ความรู้สึกเหมือนเป็นชิ้นส่วนเทคโนโลยีอะไรสักอย่าง

"พระเจ้าช่วย..." ริคาร์โด้พึมพำ

ไม่มีใครในทีมเคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน ทว่าทุกคนต่างก็สัมผัสได้ถึงพลังทำลายล้างที่สถิตอยู่ในสิ่งของชิ้นเล็กๆ นั้น

เสียงซ่าของคลื่นแทรกดังก้องในหูของดันเต้ ค่อยๆ กลบเสียงรอบข้าง แยกเขาออกจากทุกสิ่งทุกอย่าง วัตถุโบราณสุดประหลาดนั่น มันกำลังเรียกหาเขา เรียกร้องให้เขาครอบครองมัน

โดยไม่รู้ตัว มือขวาของเขากำลังขยับ ยกขึ้น และเอื้อมไปหาแผ่นดิสก์ประหลาดนั้น ทว่าในตอนที่ปลายนิ้วของเขากำลังจะสัมผัสมัน ดาวดวงหนึ่งก็ร่วงหล่นจากฟากฟ้าและพุ่งชนเข้ากับยานพาหนะที่เขาโดยสารอยู่อย่างจัง

─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───

จบบทที่ บทที่ 6 - ดาวตก

คัดลอกลิงก์แล้ว