- หน้าแรก
- ไซเบอร์พังค์ ระบบไซบอร์กขั้นสุดยอด
- บทที่ 3 - วางมือ
บทที่ 3 - วางมือ
บทที่ 3 - วางมือ
บทที่ 3 - วางมือ
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───
ดวงอาทิตย์ดำดิ่งลับขอบฟ้าไปนานแล้ว ทิ้งม่านแห่งความมืดมิดปกคลุมนีโอวาทรา ทว่าเมืองขนาดมหึมาเช่นนี้ไม่เคยหลับใหลไปตลอดทั้งคืน อาจกล่าวได้ว่าตัวตนที่แท้จริงของมันจะปรากฏขึ้นก็ต่อเมื่อท้องฟ้ามืดมิดลงเท่านั้น
ทีมของกัสปาร์ดประจำตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว รอคอยให้เจอโรม บาร์เบรินปรากฏตัว พวกเขาแบ่งออกเป็นสามทีม: ริคาร์โด้คู่กับกัสปาร์ด มาเรียคู่กับมาร์เซล และดันเต้คู่กับมัตเตีย แม้ว่าแต่ละทีมจะมีบทบาทหน้าที่ของตัวเอง แต่พวกเขาก็รักษาระยะห่างจากจุดส่งมอบพอสมควรเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เป้าหมายรู้ตัว
พวกบริษัทเห็นได้ชัดว่าพยายามจัดการเรื่องนี้อย่างลับๆ นั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกมันถึงเลือกจ้างทหารรับจ้างแทนที่จะใช้บริการส่งของตามปกติ และเหตุผลเดียวกันนี้ก็อธิบายได้ว่าทำไมพวกมันถึงเลือกโกดังเก่าซอมซ่อในแถบชานเมืองเป็นจุดส่งมอบ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่แทบจะเงียบสงัดราวกับทะเลทรายนอกกำแพงเมือง
"ยังไม่มีอะไรคืบหน้าอีกเหรอ?" มัตเตียถาม
[ช่าย] ริคาร์โด้พูดผ่านช่องสื่อสารของทีม [ไอ้หมอเจอโรมคนนี้ช่างไร้มารยาทซะจริง]
เวลาที่ตกลงกันไว้ใกล้เข้ามาทุกที ทว่าทั้งคนส่งของและคนรับของต่างก็ยังไม่ปรากฏตัว การมาถึงก่อนเวลาอาจจะไม่ใช่ข้อกำหนดในข้อตกลงแบบนี้ แต่การมาสายนั้นไม่ใช่สัญญาณที่ดีเลย
"ให้ตายสิ น่าปวดหัวชะมัด..."
มัตเตียเดาะลิ้นเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ นิ้วของเขาเคาะพวงมาลัยเป็นจังหวะ และรอยขมวดคิ้วบนใบหน้าก็บ่งบอกถึงความหงุดหงิดที่เพิ่มสูงขึ้น ดันเต้นั่งเงียบอยู่ข้างๆ เขา พยายามทำเป็นไม่สนใจความประหม่าที่เกาะกินใจพวกเขา พวกเขาจอดรถซุ่มอยู่ใต้สะพานที่ทรุดโทรมมาพักใหญ่แล้ว และมันก็เริ่มส่งผลกระทบต่อพวกเขา โดยเฉพาะกับชายที่อายุมากกว่า
"คุณคิดว่าพวกนั้นเปลี่ยนสถานที่หรือเปล่า?" ดันเต้ถาม
"หวังว่าจะเป็นแบบนั้นนะ"
งานนี้มีกลิ่นทะแม่งๆ ตั้งแต่แรก ดังนั้นจึงไม่ใช่ความลับเลยที่คนในทีมส่วนใหญ่อยากจะหลีกเลี่ยงไม่รับงานนี้ หากเป้าหมายตัดสินใจเปลี่ยนแผน มันก็หมายความว่าข้อมูลที่พวกเขาได้รับมานั้นผิดพลาด ซึ่งจะเป็นเหตุผลอันสมควรให้พวกเขาทำงานไม่สำเร็จ อย่างน้อยๆ พวกเขาก็จะได้เก็บเงินมัดจำล่วงหน้าเอาไว้ และไม่ต้องจ่ายค่าปรับใดๆ ด้วย
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ห้านาทีผ่านไปและจังหวะการเคาะนิ้วของมัตเตียก็เร็วขึ้น เสียงนั้นช่วยเตือนให้ดันเต้รู้ตัวถึงความกระวนกระวายของตัวเอง บีบให้เขาต้องถอนหายใจยาวๆ ออกมา เขารู้สึกตะหงิดๆ ว่าทำไมรุ่นพี่หน้าตาซอมซ่อของเขาถึงได้ดูประหม่านัก ดังนั้นหลังจากอดทนมาได้สักพัก เขาก็ตัดสินใจพูดขึ้นมา
"คุณบุหรี่หมดหรือไง?"
มัตเตียชะงักไปราวกับเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองกำลังลุกลี้ลุกลน เขาเอนหลังพิงเบาะแล้วพ่นลมหายใจ ไม่พูดอะไรอยู่พักใหญ่
"ฉันกำลังพยายามลดไอ้ของพรรค์นี้น่ะ"
"... เอาจริงดิ?" นั่นไม่ใช่คำตอบที่ดันเต้คาดหวังเลยสักนิด
[นายเนี่ยนะ? เลิกสูบบุหรี่?] เสียงของมาเรียดังลอดเข้ามาในหู [โลกกำลังจะแตกหรือไงเนี่ย?]
"ถ้าเป็นงั้นฉันคงเผามันไปเป็นซองๆ แล้ว" มัตเตียชะงัก เงยหน้าขึ้นคล้ายกำลังใช้ความคิด "ฉัน... กำลังจะมีลูกน่ะ"
ช่องสื่อสารเงียบกริบไปในทันที ราวกับว่ามันถูกตัดขาดไปดื้อๆ
[ยิน... ยินดีด้วย?]
เสียงที่เต็มไปด้วยความสับสนของกัสปาร์ดดึงทุกคนกลับมาสู่ความเป็นจริง
[เดี๋ยวนะ จริงดิ?] มาร์เซลยังคงอยู่ในอาการตกตะลึง
[ฉันว่าแล้ว!!!] มาเรียร้องเสียงหลง [ช่วงนี้ลิซซ่าทำตัวแปลกๆ อยู่ด้วย!]
[เดี๋ยวก่อน ฉันนึกว่านายทำหมันไปตั้งหลายปีแล้วซะอีก] ริคาร์โด้ถาม
"ฉันไปแก้หมันมาแล้ว" มัตเตียพูดพลางยิ้ม "เรื่องนี้มันวนเวียนอยู่ในหัวฉันมาพักใหญ่แล้วล่ะ"
[คนเรามันเริ่มแก่กันแล้วสินะ] ริคาร์โด้หัวเราะคิกคัก [ไม่ยักรู้ว่านายอยากจะเป็นพ่อคนกะเขาด้วย]
"คนเรามันก็ต้องจริงจังกับชีวิตในจุดใดจุดหนึ่งล่ะนะ" มัตเตียตอบกลับ
"คุณกำลังจะวางมือเหรอ?"
คำถามนั้นมาจากดันเต้ ซึ่งแตกต่างจากคนอื่นๆ เขาไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับข่าวนี้สักเท่าไหร่ เขาเพิ่งเข้าร่วมทีมได้ไม่นาน ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่ลังเลที่จะถามในสิ่งที่เห็นได้ชัด
"ก็ต้องรอดู... ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็อยากจะได้ที่ดินสักแปลงแถบชานเมืองก่อน แล้วเริ่มทำฟาร์มจิ้งหรีดของตัวเอง เขาบอกกันว่าเด็กที่โตในที่โล่งกว้างจะเติบโตมาได้ดีกว่าพวกหนูในเมืองอย่างพวกเรา" มัตเตียจ้องมองเพดานรถ แววตาเหม่อลอยราวกับกำลังจินตนาการว่าแผนของเขาจะออกมาเป็นอย่างไร เขาหันไปหาดันเต้ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ "นายต้องใช้เงินเยอะมากสำหรับเรื่องแบบนั้น และเพื่อนนายคนนี้ก็ไม่มีเงินเลย ธนาคารไม่ปล่อยกู้ให้พวกเราหรอก ดังนั้น... นายคงต้องทนอยู่กับฉันไปอีกสักสองสามปี อย่างน้อยก็ในตอนนี้น่ะนะ"
การวางแผนล่วงหน้าไปไกลๆ ไม่ใช่สิ่งที่ทหารรับจ้างคุ้นเคยนัก มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่พวกเขาจะผลาญเงินที่หามาได้ทั้งหมดภายในสองสามวัน จะเก็บออมหรือลงทุนไปทำไมในเมื่อคุณไม่รู้ด้วยซ้ำว่างานหน้าจะเป็นงานสุดท้ายหรือเปล่า?
ถึงกระนั้น มัตเตียก็เป็นทหารผ่านศึกที่มีประสบการณ์มาหลายปี ถ้าเป็นแค่ตัวเขาเอง เขาก็คงมีเงินมากพอที่จะใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายไปได้แล้ว แต่มันไม่ใช่แค่เรื่องของเขาอีกต่อไป คนติดนิโคตินหน้าซอมซ่อคนนี้มีครอบครัวแล้ว และด้วยเด็กที่กำลังจะเกิดมา เขาก็คงอยากจะมีเงินเก็บมากพอที่จะให้พวกเขามีจุดเริ่มต้นที่ดี
การตั้งรกราก การพบใครสักคน การเริ่มต้นครอบครัว เรื่องพวกนั้นไม่เคยอยู่ในหัวของดันเต้มาก่อน เขาไม่ได้รับงานนี้โดยคิดว่าตัวเองจะมีชีวิตอยู่รอดไปจนถึงวันที่มีสิ่งเหล่านั้น แต่บางทีเขาอาจจะยังไม่เป็นผู้ใหญ่พอที่จะนำเรื่องพวกนั้นมาพิจารณาก็ได้ ยังไงซะเขาก็ไม่ได้มีแผนที่จะตายในเร็วๆ นี้อยู่แล้ว
[ถ้าใครสักคนต้องวางมือ มันก็น่าจะเป็นไอ้โล้นตรงนี้นะ] ริคาร์โด้กล่าว [ไม่แน่ใจเลยว่าขาของเขาจะ... เดี๋ยวนะ ฉันคิดว่าฉันเห็นอะไรบางอย่าง...]
น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของเขาทำให้ทุกคนเข้าสู่โหมดเตรียมพร้อมขั้นสูงสุดทันที
[มันคืออะไร?] กัสปาร์ดถาม
[ข้อมูลของนายมันเก่าไปแล้วว่ะ บอส]
การแจ้งเตือนข้อความปรากฏขึ้นบนโอเอเอ็มของดันเต้ ผู้ส่งคือริคาร์โด้ มันเป็นวิดีโอของพื้นที่รอบๆ จุดส่งมอบ แม้ว่ามันจะดูเหมือนผ่านตัวกรองแสงมาบ้างก็ตาม ยานพาหนะคันหนึ่งกำลังมุ่งหน้าไปยังโกดังเก่าซอมซ่อโดยไม่ส่งเสียงใดๆ มันไม่มีล้อและลอยอยู่เหนือพื้นดินประมาณหนึ่งเมตร [ไม่แปลกใจเลยที่เรามองไม่เห็นหมอนั่นพุ่งเข้ามา] ริคาร์โด้เดาะลิ้น [ไอ้เวรนั่นดันมีเมจิกมิเรอร์ซะด้วย]
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───