เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Re-new ตอนที่ 7  ช่วยชีวิต

Re-new ตอนที่ 7  ช่วยชีวิต

Re-new ตอนที่ 7  ช่วยชีวิต


ตอนที่ 7  ช่วยชีวิต

แนวปะการังกว้างใหญ่ปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขา เสี่ยวเหลียนกับฉีโตวพากันวิ่งเล่นอย่างร่าเริง  หยูฮังสงบนิ่งกว่าเล็กน้อย แต่เมื่อเขาเห็นอาหารทะเลจำนวนมากบนแนวปะการัง เขาก็รีบก้มลงเก็บอย่างรวดเร็ว

หยูเสี่ยวเฉายืนบนปะการังอย่างเงียบ ๆ พร้อมกับปล่อยให้ลมทะเลเย็น ๆ พัดผ่านใบหน้า มองไปก็เห็นแต่สีฟ้าเต็มไปหมดทั้งท้องฟ้าและทะเล ช่างเป็นภาพที่มองแล้วสบายตายิ่งนัก แม้แต่หยกสีฟ้าที่คุณภาพดีที่สุดก็ยังเทียบมิได้กับความใสและเปล่งประกายของทะเลและท้องฟ้า

นี่คือทะเล ! เป็นทะเลที่ไม่มีมลพิษเลยสักนิด ! หยูเสี่ยวเฉาตกอยู่ในภวังค์ นางถูกสะกดโดยภาพทิวทัศน์ที่งดงามตรงหน้า

“เฉาเอ้อร์มานี่ ! ใส่รองเท้าหนังฉลามนี่ไว้ เท้าของเจ้าต่างจากพวกพี่น้องของเจ้านัก พวกเขาเคยวิ่งรอบ ๆ ชายหาดกันแล้ว ถ้าเจ้าวิ่งรอบ ๆ ปะการังเช่นนั้น เท้าต้องแตกเป็นแน่” นางไม่คิดว่าชายร่างกำยำอย่างหยูไห่จะเอาใจใส่ลูก ๆ ของเขามากถึงเพียงนี้ เขาคิดถึงเรื่องเท้านุ่มนิ่มของลูกสาวจะทนพื้นผิวหยาบ ๆ ไม่ได้

หยูเสี่ยวเฉาที่มัวแต่เคลิ้มกับภาพสวย ๆ ตรงหน้าหลุดจากภวังค์และสวมรองเท้าอย่างมีความสุข ถึงรองเท้าจะใหญ่ไปสักหน่อย แต่ก็ยังสามารถใส่ได้อยู่ นางเรียนรู้จากคนอื่น ๆ และก้มลงหาอาหารทะเลตามปะการังอย่างละเอียด

แน่นอนว่าคนอื่นยังไม่ค้นพบที่นี่ ดังนั้นหยูเสี่ยวเฉาจึงพบหอยสีดำชนิดหนึ่งในเวลาไม่นาน นางหยิบมันขึ้นมาอย่างระมัดระวังและเอาไปอวดหยูไห่ราวกับเจอสมบัติ เสี่ยวเฉาพูดอย่างตื่นเต้นว่า  “ท่านพ่อ ข้าเจอหอยด้วยล่ะ ท่านพ่อว่ามันกินได้หรือไม่ ?”

หยูไห่มองแล้วตอบยิ้ม ๆ ว่า “นี่คือหอยแมลงภู่ เนื้อมันอร่อยนะ อีกทั้งยังมีสรรพคุณบำรุงร่างกายดีมากด้วย เขาเรียกกันว่า ‘ไข่แห่งท้องทะเล’ เจ้าเก็บมาให้มากที่สุด ถ้าหากเก็บได้เยอะ เราจะนำไปตากแห้ง แล้วพอถึงฤดูหนาวก็นำไปขายในเมือง !”

‘ไข่แห่งท้องทะเล’ ? เช่นนั้นก็หมายความว่ามันมีประโยชน์มากมิใช่รึ ? ครอบครัวเราต้องกินอาหารที่มีประโยชน์ให้มาก ๆ เอาล่ะ นางจะเก็บให้เยอะ ๆ และเราจะไม่ขายมัน เพราะเราจะกินมันเอง ! แค่จินตนาการถึงหอยผัดเผ็ดที่เคยกินในชาติก่อน เสี่ยวเฉาก็น้ำลายไหลเสียแล้ว

ข้าจะเก็บ ข้าจะเก็บ ข้าจะเก็บให้หมดเลย !

“หือ ? ท่านพี่ใหญ่ เคาะไอ้นั่นทำไมล่ะ ? มันกินได้ด้วยรึ ?” เสี่ยวเฉาเดินมาข้าง ๆ หยูฮัง เมื่อมองดูดี ๆ นางก็เห็นเขากำลังใช้พลั่วตีอะไรบางอย่างที่แข็งเหมือนหินปูนสีเทา นางจึงถามด้วยความอยากรู้

เป็นครั้งแรกที่น้องสาวคนเล็กของเขามาหาอาหารที่ทะเล ดังนั้นหยูฮังจึงอดทนอธิบายให้ฟังว่า “ไอ้นี่เรียกว่าเพรียง เจ้าเข้ามาดูสิ รูปร่างของมันเหมือนฟันม้ารึไม่ ? เพรียงดูมิเหมือนของพิเศษอะไร แต่มันอร่อยมากเลยนะเวลาเอาไปเคี่ยวกับน้ำสะอาด”

หยูเสี่ยวเฉารับพลั่วที่พี่ชายส่งให้มาเคาะแรง ๆ อย่างที่คาด นางเจอเนื้อนุ่ม ๆ ข้างในเปลือกที่แตกออก  นางเก็บมันขึ้นมาอย่างดีใจและวางมันลงในตะกร้าไม้ไผ่

“อ๊ะ ! นี่ใช่หอยนางรมหรือไม่ ? เอาไปย่างแล้วอร่อยมากเลยล่ะ !” หลังจากนั้นไม่นานเสี่ยวเฉาก็แปลกใจที่พบอาหารทะเลอย่างอื่น นางตะโกนอย่างประหลาดใจขณะที่แงะมันออกจากรอยแตกของปะการัง

ฉีโตวหัวเราะให้กับความไม่รู้ของพี่สาว “พี่สาม ไอ้นั่นคือไห่ลี่ซือ คนเมืองเรียกมันว่าหอยอีรม พอตากแห้งแล้วสามารถนำไปขายให้ร้านยาได้”

หอยอีรมก็คืออีกชื่อของหอยนางรมเยี่ยงนั้นรึ ? ก็แค่ชื่อต่างกันแต่มันก็อันเดียวกันนั่นแหละ หยูเสี่ยวเฉามองน้องชายตาขวางแล้วจึงหันมาล่าสมบัติบนปะการังต่อ

หอยทาก ? เล็กจัง แต่ก็กินได้ล่ะน่า ! เก็บโลด !

ปลาดาว ? ก็ดูสวยดีนะ ! มันสามารถกินได้รึไม่ ? ช่างเถอะ เก็บก่อนแล้วกัน !

หอยเม่น ? เหมือนเม่นเลย กินได้เหมือนกันมิใช่รึ ? เก็บ ๆ ๆ !

ว้าว ! ดูสิว่าข้าเจออะไร ? มีปลาหมึกอยู่ตรงรอยแตกของหินด้วย ฮ่า ๆ ๆ ! เจ้าช่างดวงซวยแท้ ๆ เจ้าหนีข้าไม่รอดหรอก !

...................

หยูเสี่ยวเฉายุ่งมากเสียทีเดียวและยัดสิ่งที่หาได้ลงตะกร้าแบบไม่รู้เรื่องรู้ราว แต่นางก็ยังเที่ยวค้นหาและเก็บต่อไปอย่างตื่นเต้น

หยูเสี่ยวเฉากระตือรือร้นมากในการมาเก็บของทะเลครั้งแรก นอกจากนั้นนางก็รู้สึกตื่นเต้นและพอใจกับผลลัพธ์ที่คุ้มค่า ด้วยความไม่รู้ทำให้นางค่อย ๆ ออกห่างจากพ่อและพี่น้องของนางมากขึ้นเรื่อย ๆ นางเดินตามแนวปะการังจนไปถึงริมหน้าผา

หือ ? อะไรอยู่ในน้ำ คนรึ ? หยูเสี่ยวเฉาสะดุ้ง ศพคนจมน้ำตายรึ ? ช่างโชคร้ายเสียจริง !

“ท่านพ่อ ! ท่านพ่อ ! เร็วเข้า มานี่เร็วเข้า !” แม้แต่น้ำเสียงของหยูเสี่ยวเฉาก็เปลี่ยนไป มันแฝงไปด้วยความเครียดและความกลัวเอาไว้ด้วย

หยูไห่รีบเดินตามเสียงของนางมา “เกิดอะไรขึ้น ? มีอะไร ? เจ้าเป็นอะไรหรือไม่เสี่ยวเฉา ?”

“ท่านพ่อดูโน่นสิ นั่นใช่ศพคนรึไม่ ?” หยูเสี่ยวเฉาตะโกนเสียงดังพร้อมกับชี้ไปยังสิ่งที่ลอยอยู่ไม่ไกลจากจุดที่นางยืนอยู่

หยูไห่มองไปตามนิ้วที่ลูกสาวชี้ นางพูดถูก ! ชาวประมงจากหมู่บ้านใกล้ ๆ เรือแตกงั้นรึ ? ลมเริ่มแรงตอนราว ๆ เที่ยงและคลื่นในทะเลก็จะแรงขึ้นด้วย จึงเป็นไปได้ที่จะมีเรืออับปาง !

หยูไห่ตัดสินใจทันที เขาถอดเสื้อและว่ายน้ำออกไปในทะเล ดูเหมือนลมแรงขึ้นมากกว่าเดิมนัก เสียงฟ้าผ่าดังกึกก้อง ขณะที่คลื่นซัดหน้าผาและแนวปะการัง

หยูเสี่ยวเฉาตะโกนอย่างร้อนใจ “ท่านพ่อระวังด้วย ! มีโขดหินอยู่ด้านล่างเต็มไปหมด ระวังตัวด้วย  อย่าบาดเจ็บนะเจ้าคะท่านพ่อ !”

เมื่อหยูไห่โผล่ขึ้นเหนือน้ำ เขาก็อยู่ห่างจากเสี่ยวเฉาหลายเมตรแล้ว เขาได้ยินเสียงตะโกนอย่างห่วงใยของลูกสาวจึงโบกมือให้ หลังจากนั้นก็ว่ายเข้าไปหาคนที่กำลังลอยอยู่ในทะเล

หยูฮังกับน้อง ๆ ไม่ได้สนใจเรื่องเก็บของทะเลอีกแล้ว พวกเขารวมตัวกันเฝ้ามองพ่อว่ายน้ำเข้าไปใกล้คนที่หมดสติ

หยูไห่ว่ายน้ำต้านกระแสคลื่นและลากคนจมน้ำกลับเข้ามาที่แนวปะการัง แต่ตอนขากลับเขาก็เหนื่อยมากแล้ว หยูฮังกับเสี่ยวเหลียนช่วยพ่อของพวกเขาดึงคนผู้นั้นขึ้นไปบนแนวปะการัง

เขาเป็นชายหนุ่มที่สวมชุดดำทั้งตัว อายุประมาณ 15 - 16 ปี ใบหน้าของเขาซีดขาว ดวงตาปิดสนิท ขนตายาวเรียงเป็นแพราวกับพัดอันเล็กติดอยู่ที่ตา ริมฝีปากอวบอิ่มซึ่งปราศจากสีเลือด

“เหมือนว่า...เขาจะยังหายใจอยู่ !” หยูเสี่ยวเฉาเอานิ้วไปจ่อที่จมูกโด่งของชายหนุ่มและอุทานเสียงดังอย่างแปลกใจ

หยูไห่ที่ยังเหนื่อยอยู่ เขาจึงแบกชายหนุ่มคนนั้นขึ้นบ่าโดยให้หน้าคว่ำลง เขาใช้บ่าตัวเองกดท้องของชายหนุ่มคนนั้นและหลังจากนั้นไม่นานก็มีน้ำทะเลกระฉอกออกมาจากปากของชายหนุ่ม หยูไห่กระแทกตัวเขาอีกสองสามครั้งจนกระทั่งชายหนุ่มหยุดสำรอกน้ำออกมาจึงวางเขาลง

“ท่านพ่อ เขาจะรอดรึไม่ ?” หยูเสี่ยวเฉาถามอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นหนุ่มหล่อคนนั้นยังไม่ได้สติ

หยูไห่สำรวจแขนขาของชายหนุ่มคนนั้น “เขาไม่ได้จมน้ำนาน ถ้ามิมีข้อผิดพลาดอันใดก็น่าจะรอด มีใครเอาน้ำมาบ้างรึไม่ ? เอามาป้อนเขาหน่อยเถอะ”

“ท่านพ่อ เขาจมน้ำมิใช่รึ ? น้ำเต็มท้องแล้วเหตุใดถึงจะให้เขากินน้ำอีกเล่า ?” หยูเสี่ยวเฉาแก้มัดถุงหนังที่ใส่น้ำหินศักดิ์สิทธิ์จากข้อมือของนางเอาไว้ แล้วถามออกมาอย่างสับสน

“ข้ารู้ ข้ารู้ !” ฉีโตวพูดพลางตบมือ “น้ำทะเลมันเค็ม ถ้าหากดื่มน้ำเค็ม ๆ มากเกินไปจะรู้สึกหิวน้ำ  พอหิวน้ำก็ต้องดื่มน้ำไง”

หยูเสี่ยวเฉาขำคำพูดเด็ก ๆ ของน้องชาย นางหยิกแก้มเขาแล้วหัวเราะ “รู้เยอะดีนี่เรา !”

หยูไห่ที่นั่งหมดแรงอยู่บนปะการังมองลูก ๆ ของเขาแล้วหัวเราะเบา ๆ “การเอาน้ำให้คนที่จมน้ำกินก็เพื่อป้องกันอาการขาดน้ำ ที่ฉีโตวก็พูดถูกเหมือนกัน ถ้าดื่มน้ำทะเลมากเกินไปจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย”

หยูเสี่ยวเฉาบอกให้หยูฮังช่วยพยุงชายคนนั้นขึ้นมา นางป้อนน้ำแช่หินศักดิ์สิทธิ์เข้าปากของเขาอย่างระมัดระวัง

จบบทที่ Re-new ตอนที่ 7  ช่วยชีวิต

คัดลอกลิงก์แล้ว