เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Re-new ตอนที่ 6  หาของทะเล

Re-new ตอนที่ 6  หาของทะเล

Re-new ตอนที่ 6  หาของทะเล


ตอนที่ 6  หาของทะเล

“ทำไมถึงเป็นลมได้ล่ะ ? ท่านหมอว่าเยี่ยงไรบ้าง ?” เฒ่าหยูเห็นสะใภ้รองดูแลหลานสาวของเขาโดยมิได้พักผ่อน

“ท่านย่าไม่ให้เราเรียกหมอเจ้าค่ะ ท่านย่าบอกว่าให้ท่านแม่นอนแล้วจะดีขึ้นเอง !” หยูเสี่ยวเฉาได้โอกาสเหมาะที่จะเปิดโปงนางจาง

“เหลวไหล ! พอกินเสร็จแล้วไปบอกท่านหมอโหยวให้มาตรวจสะใภ้รองเสีย อย่าปล่อยให้อาการป่วยเล็กน้อยกลายเป็นป่วยหนัก” เฒ่าหยูขมวดคิ้วแล้วฝืนใจกินซุปถั่วจนหมดและเช็ดปาก

นางจางบ่นอุบอิบอย่างไม่เต็มใจนัก “ถ้าตามหมอมาก็ต้องเสียเงินอีก ! อีกไม่นานลูกสามก็ต้องเข้าสอบระดับเขตแล้ว เขาต้องเดินทางเข้าเมืองเพื่อไปสอบ ! ถ้าหากเราเปลืองเงินไปกับครอบครัวของหยูไห่หมด แล้วเก็บเงินไว้ไม่พอสำหรับค่าเดินทาง ลูกจะต้องโกรธมากเป็นแน่...”

เฒ่าหยูขมวดคิ้ว เขากระแทกตะเกียบลงบนโต๊ะแล้วพูดว่า “ครอบครัวของเรามิได้จนอย่างที่เจ้าทำให้เป็นอยู่หรอกมิใช่รึ ! หยูไห่ทำเงินได้มากกว่า 12 ตำลึงทุกปีจากการล่าสัตว์อย่างเดียว นี่ยังมิได้พูดถึงเงินที่ได้จากการหาปลาทุกวันอีก ! ลูกสามก็เรียนมาตั้งหลายปีแล้วแต่ยังสอบไม่ผ่านระดับเขต ข้าว่าน่าจะหยุดเรียนได้แล้ว เก็บเงินไว้ซื้อที่นาสักสองสามหมู่จะดีกว่า”

ด้วยสถานการณ์ของครอบครัวหยู ถ้าพวกเขาไม่ใช้เงินไปกับการเรียนของลูกสามตั้ง 10 กว่าปี  พวกเขาก็คงอยู่สบายกว่านี้ ต่อให้กินข้าวขาวกับแป้งสาลีทุกวัน พวกเขาก็ยังมีกินอีกเหลือเฟือ แต่ค่าใช้จ่ายสำหรับครูส่วนตัวและค่ากินอยู่ในเมืองมันมากพอจะทำให้ครอบครัวชาวนาระดับกลางเสื่อมถอยลงได้

“อะไรนะ ? ตาแก่ ! หมอดูเคยบอกว่าคนในครอบครัวของเรามีชะตาจะได้เป็นขุนนางนะ ! ข้ายังเชื่อว่าลูกสามจะทำให้ข้าได้เป็น ‘คุณนาย’ ! ต่อให้ต้องยอมทิ้งทุกอย่าง ข้าก็จะให้เขาได้เรียน !” ถึงนางจางจะเกรงกลัวสามีอยู่บ้าง  แต่นางก็ตัดสินใจสู้จนถึงที่สุดเพื่ออนาคตของลูกชายและความเจริญของตัวนางเอง

เฒ่าหยูมองภรรยาของตัวเองแต่ไม่ได้ตอบโต้อะไร เขาโยนชามข้าวในมือแล้วพูดเสียงอู้อี้ว่า “ข้าจะไปจัดการไร่ 3 หมู่ของข้าแล้ว ! เสี่ยวเหลียนไปทำบะหมี่ให้แม่หลานสักชาม ใส่ไข่ 2 ฟองด้วยนะ  ช่วงนี้แม่ของเจ้าเหนื่อยมากจริง ๆ !”

“ได้เจ้าค่ะ ! ขอบคุณเจ้าค่ะท่านปู่ !” หยูเสี่ยวเฉารีบตอบเสียงดังพร้อมยิ้มอย่างสดใส

“เสี่ยวเหลียน ! เสี่ยวเหลียน ยัยเด็กเวร ! ทำไมยังมัวชักช้าอืดอาดอยู่ในห้องอยู่อีก ? ไม่เห็นหรือไงว่าฝนจะตก ? เร็วเข้า รีบไปเก็บผ้าเข้ามาเดี๋ยวนี้ !” เสี่ยวเฉาตื่นเพราะเสียงด่าแหลมปรี๊ดของนางจางทุกวัน

นางหลิวที่เคยถูกแม่สามีกดขี่อยากจะลุกขึ้นตามความเคยชิน แต่หยูไห่ห้ามนางเอาไว้ “เจ้าควรพักอีกสักหน่อยนะ ข้าจะออกไปดูเอง !”

วันนี้มีลมแรงจึงไม่เหมาะที่จะออกเรือหาปลา ดังนั้นหยูไห่จึงได้หยุดอยู่บ้านในโอกาสที่หายากเช่นนี้

หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว เขาก็เข้ามาอีกครั้งและพูดกับลูกชายว่า “วันนี้เป็นวันที่ 2 เดือนหก น้ำกำลังลด พ่อเพิ่งออกไปตรวจดู วันนี้มีเมฆครึ้มและลมกำลังพัดไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้  ตอนน้ำลดเร็วเช่นนี้เราจะเจอของทะเลเยอะแยะเลยล่ะ เหมาะที่จะไปหาของทะเลกัน ! ไปกันเถอะ ! พ่อจะพาพวกลูก ๆ ไปหาพวกกุ้งหอยปูปลากัน ถ้าโชคดีเราอาจจะเจอหอยเป๋าฮื้อด้วยนะ !”

“หาของทะเลรึ ? ท่านพ่อ ข้ามิเคยไปหาของทะเลเลยสักครา ! ข้าอยากไปด้วย พาข้าไปด้วยนะเจ้าคะ !” ชาติก่อนบ้านเกิดของหลินเสี่ยวหว่านตั้งอยู่ในเมือง นางเคยไปเที่ยวทะเลแค่ครั้งเดียวตอนอายุ 29 ปี เป็นครั้งที่นางไปเยี่ยมน้องสาวที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยที่อยู่ใกล้ทะเล

นางได้ย้ายร่างมาอยู่ที่หมู่บ้านชาวประมงนี้ได้ 5 - 6 วันแล้ว แต่นางหลิวให้นางอยู่แต่ในบ้านเพื่อพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บ นางไม่เคยออกไปนอกบ้านเลย ยิ่งทะเลยิ่งไม่ต้องพูดถึง ตอนที่หยูเสี่ยวเฉาได้ยินว่ามีโอกาสเก็บรวบรวมอาหารที่ทะเล นางก็ตัดสินใจว่าจะตามไปด้วยต่อให้ต้องงอแงอาละวาดก็ตาม ก็ตอนนี้นางเป็นเด็กมิใช่หรือ ? งั้นนางก็สามารถทำตัวดื้อเกเรเหมือนเด็กทั่วไปได้

นางหลิวตกใจและรีบเกลี้ยกล่อมลูกสาวทันที “วันนี้ลมแรง อาการบาดเจ็บของเจ้าก็ยังไม่หายดี  รออีกสองสามวันเถอะ แม่จะให้เจ้าไปที่ไหนก็ได้ตามใจเจ้า แม่จะมิห้ามเจ้าเลย”

เสี่ยวเฉาไม่ยอม นางอยู่บ้านจนจะเฉาตายอยู่แล้ว อีกทั้งวันนี้ยังเป็นโอกาสดีที่หายากสำหรับนางอีกด้วย พ่อของนางที่เป็นชาวประมงที่เก่งกาจกำลังจะพาพวกเขาไปด้วยเชียวนะ พวกเขาจะต้องหาอาหารมาได้เยอะมากเป็นแน่ แล้วนางจะพลาดโอกาสที่ดีเช่นนี้ไปได้เยี่ยงไร ?

“ท่านแม่ ! ท่านปู่โหยวบอกว่าอาการบาดเจ็บของข้าหายดีแล้ว อีกทั้งยังแข็งแรงมากขึ้นอีกด้วย  ตอนนี้สุขภาพของข้าดีมาก ๆ และยังมีความอยากอาหารเยอะด้วย ! ท่านปู่โหยวบอกว่าการเคลื่อนไหวเยอะ ๆ ดีต่อสุขภาพนะเจ้าคะ ให้ข้าไปด้วยเถอะนะเจ้าคะ !” ขณะที่พูดหยูเสี่ยวเฉาก็มองไปที่พ่อของนางซึ่งรู้กันดีว่าชอบโอ๋ลูก ๆ ด้วยสายตาอ้อนวอนของเสี่ยวเฉา หยูไห่จึงไม่เคยปฏิเสธลูกสาวคนเล็กของเขาได้เลย เขาจึงยอมแพ้ในทันที “มู่หยุน ข้าจะดูแลเสี่ยวเฉาเอง เจ้ามิต้องห่วงหรอก ! เจ้าพักผ่อนให้สบายเถอะ รอพวกเรากลับมา เราจะจับหอยเป๋าฮื้อมาทำโจ๊กให้เจ้ากิน จะได้ช่วยบำรุงร่างกายให้เจ้าด้วย”

ขณะที่พูดเขาก็ขยิบตาเป็นสัญญาณให้ลูกสาวรีบออกจากห้อง ดังนั้นหยูเสี่ยวเฉาจึงเปิดประตูเดินออกไปอย่างดีอกดีใจ

ที่ลานบ้าน หยูฮังเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับหาของทะเลทั้งหมดไว้แล้ว เสี่ยวเหลียนกับฉีโตวยืนถือถังน้ำกับพลั่วรอให้พ่อออกมาอย่างมีความสุข ในใจของเด็ก ๆ นั้นมิมีสิ่งใหนที่พ่อของพวกเขาทำมิได้ พวกเขาคาดหวังผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมก่อนที่จะออกจากบ้านเสียอีก

ในเดือนหก หมู่บ้านตงชานทั้งร้อนและชื้นแฉะ เสี่ยวเฉาที่สวมเสื้อผ้าบาง ๆ แค่ชั้นเดียวถือตะกร้าไม้ไผ่เล็ก ๆ ไล่ตามฝีเท้าของพ่ออย่างเต็มกำลัง

หยูไห่มีร่างกายแข็งแรงกำยำและสูง ดูเหมือนจะสูงเกิน 180 เซนติเมตรด้วยซ้ำ หยูเสี่ยวเฉาอายุ 8 ปี นางป่วยเรื้อรังมานาน นางจึงเตี้ยกว่าหยูเสี่ยวเหลียนที่แก่กว่านางแค่ 15 นาทีถึงครึ่งหัวเลยทีเดียว ขาสั้น ๆ ของนางก้าวไปข้างหน้าอย่างเต็มที่แล้ว แต่นางก็ยังรั้งท้ายอยู่ดี

หยูไห่คอยมองลูก ๆ ของเขาอยู่ตลอดและสังเกตเห็นสถานการณ์ของลูกสาวคนรอง เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วอุ้มนางขึ้นแบกบนบ่าด้วยแขนข้างเดียว

ตอนแรกหยูเสี่ยวเฉาก็ตกใจและอายอยู่บ้าง จิตใจของนางเป็นผู้ใหญ่เกือบเท่าหยูไห่แล้ว แต่ยังถูกกระทำเหมือนกับยังเป็นเด็ก ฉีโตวที่อายุ 5 ขวบก็ยังมิได้รับการดูแลเช่นนี้เลย เสี่ยวเฉาจึงอดหน้าแดงไม่ได้

หยูฮังที่เป็นพี่ชายคนโตก็คอยสังเกตน้องสาวคนเล็กอยู่เงียบ ๆ เหมือนกัน เมื่อสังเกตเห็นว่าหน้าของน้องเป็นสีแดง เขาก็ส่งหมวกสานไม้ไผ่ให้นางแล้วพูดด้วยความเป็นห่วงว่า “ถึงวันนี้จะมีเมฆเยอะ  แต่เจ้าไม่ค่อยได้ออกแดด ถึงได้โดนแดดเผาเอาง่าย ๆ ดูสิ หน้าของเจ้าแดงไปหมดแล้ว”

ในยุคโบราณนั้นคำนวนวันเวลากันตามจันทรคติ เดือนหกจึงนับเป็นกลางฤดูร้อน ถึงจะเป็นชายหาดที่มีเมฆมาก แต่ความแรงของแสงยูวีก็มิได้น้อยลงไปเลย แต่หน้าของหยูเสี่ยวเฉาไม่ได้แดงเพราะดวงอาทิตย์หรอก

ช่วงที่น้ำลดลงมากที่สุดเป็นโอกาสเพิ่มรายได้ที่หาได้ยากสำหรับชาวบ้านในหมู่บ้านตงชาน  ชาวประมงที่มีประสบการณ์ พวกเขาต่างก็คุ้นเคยกับเวลาน้ำลงแล้ว วันนี้ช่วงที่น้ำจะลดลงมากที่สุดคือตอนเที่ยง ที่ชายฝั่งจึงเต็มไปด้วยหญิงชายทุกช่วงอายุที่มาหาของทะเล

ครอบครัวของหยูไห่มาถึงช้า ดังนั้นทำเลดี ๆ จึงถูกจับจองเอาไว้หมดแล้ว ฉีโตวรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย  เขาบ่นพึมพำว่า “ถ้ามิใช่เพราะท่านป้าใหญ่ทำอาหารนานล่ะก็ เราก็คงได้ที่ดี ๆ ไปแล้ว”

หยูไห่ลูบหัวลูกชายแล้วพูดยิ้ม ๆ ว่า “อย่าพึ่งหมดกำลังใจสิ ! พ่อรู้ที่ดี ๆ อยู่นะ รับรองว่าไม่มีคนอื่นอยู่ที่นั่นแน่”

ทำเลดี ๆ ที่หยูไห่พูดถึงคือพื้นที่แนวปะการังด้านหน้าผา แนวปะการังนี้ค่อนข้างอันตราย ปกติมันจะอยู่ใต้น้ำทะเลและมีคลื่นสูงซัดเข้ามาในช่วงน้ำขึ้นสูง เวลาเดียวที่มันจะโผล่ออกมาก็คือตอนน้ำลดต่ำที่สุด นอกจากนั้นสถานที่นี้ก็ไกลจากหมู่บ้าน คนส่วนใหญ่จึงไม่คิดจะมาทางนี้

แนวปะการังในบริเวณนี้ดูเหมือนอันตราย แต่ความจริงแล้วก็แค่เดินทางมายากเพียงเท่านั้น จากหน้าผาลงมาที่แนวปะการังค่อนข้างลงไปยาก แต่นี่กลับเป็นเรื่องง่าย ๆ สำหรับหยูไห่ เขาช่วยลูก ๆ ผ่านเส้นทางที่ยากลำบากนั้นไปทีละคน และเมื่อพวกเขาไปถึงจุดหมาย พวกเขาต่างก็มองจนตาวาวโรจน์

จบบทที่ Re-new ตอนที่ 6  หาของทะเล

คัดลอกลิงก์แล้ว