เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 92 ยอดขายคือความยุติธรรม

บทที่ 92 ยอดขายคือความยุติธรรม

บทที่ 92 ยอดขายคือความยุติธรรม


บทที่ 92 ยอดขายคือความยุติธรรม

วันอังคาร... โซลไม่มีรุ่งอรุณ เพราะก่อนที่ดวงอาทิตย์จะขึ้นถึงสามชั่วโมง สองฝั่งแม่น้ำฮันก็ถูกปลุกให้ตื่นด้วยคลื่นฝูงชนที่บ้าคลั่ง

จากร้านแฟลกชิปสโตร์ของซัมซงอิเล็กทรอนิกส์ในย่านคังนัม ไปจนถึงร้านตัวแทนจำหน่ายในเมียงดง และหน้าศูนย์บริการเครือข่ายโทรคมนาคมทุกแห่ง... แถวที่ยาวเหยียดราวกับงูยักษ์ที่หิวโหยพันตัวคดเคี้ยวไปตามตรอกซอกซอยของกรุงโซล

บางคนนอนห่อตัวอยู่ในถุงนอน บางคนถึงกับกางเต็นท์ คิมบับในร้านสะดวกซื้อถูกเหมาเกลี้ยงภายในสองชั่วโมง นี่ไม่ใช่การต่อแถวรอเข้าโบสถ์ แต่มันเหมือนการต่อแถวรอรับปาฏิหาริย์จากพระเจ้ามากกว่า

"ไอ้ชิบะ! อย่าเบียดโว้ย! ล็อตนี้เหลือของแค่สองร้อยเครื่อง! คนข้างหลังไม่ต้องต่อแล้ว!" ผู้จัดการร้านตะโกนผ่านโทรโข่งจนเสียงแหบพร่า แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้เวลาเห็นเงิน มุมปากฉีกยิ้มกว้างจนแทบจะถึงใบหู

"บ้าไปแล้ว... บ้ากันไปหมดแล้ว..." ลุงเจ้าของแผงหนังสือริมถนนรับเงินจนมือหงิก พลางเหม่อมองพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์บนแผง

บนนั้นตีพิมพ์บทบรรณาธิการของ 《โชซอนอิลโบ》 ที่เร่งตีพิมพ์เพิ่มเมื่อคืนนี้ ตัวหนังสือสีดำตัวหนาและใหญ่โต ราวกับกำลังแผดเสียงตะโกนอย่างสุดเสียง:

《ขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ไร้จิตวิญญาณ: โทรศัพท์ซัมซงเป็นเพียงภาพลวงตาที่จะดับวูบไปอย่างรวดเร็ว》

แต่เรื่องตลกร้ายก็คือ... คนที่ซื้อหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ไป ส่วนใหญ่ซื้อไปเพื่อเอาไว้ "รองนั่ง" ตอนต่อแถวเท่านั้น

...

เก้าโมงเช้า อาคารหลักซัมซง ชั้นบนสุด

หน้าต่างกระจกบานใหญ่มองเห็นความบ้าคลั่งของกรุงโซลได้อย่างชัดเจน หลินเวย นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้แบล็ควอลนัทอันเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจสูงสุด รองเท้าหนังเกรดสั่งตัดราคาแพงของเขา กำลังเหยียบย่ำลงบนปึกหนังสือพิมพ์อย่างไม่เกรงใจ

พาดหัวข่าวของหนังสือพิมพ์ฉบับนั้น คือการดิ้นรนครั้งสุดท้ายของโชซอนอิลโบเมื่อคืนนี้:

《เตือนภัย! สมาร์ทโฟนคือปิศาจร้ายที่คอยสอดแนมความเป็นส่วนตัว》

"นายน้อยครับ! ตัวเลขระเบิดแล้วครับ!" คังจินฮยอกผลักประตูเข้ามาพร้อมเอกสารในมือที่สั่นเทา ตื่นเต้นราวกับเพิ่งถูกหวย "ล็อตแรก 500,000 เครื่องที่ลงร้านค้าออฟไลน์ ขายเกลี้ยง ภายใน 30 นาทีครับ! ราคาตลาดตอนนี้ Galaxy S1 หนึ่งเครื่อง แลกเก๋งเกีย มือสองได้หนึ่งคันเลยครับ พวกพ่อค้าคนกลางยิ้มจนแก้มปริแล้ว!"

"แล้ว KakaoTalk ล่ะ?" หลินเวยไม่แม้แต่จะปรายตาดู เขากำลังหมุนเหรียญเงินในมือเล่นจนเกิดภาพติดตา

"เมื่อคืนยอดดาวน์โหลดพุ่งทะลุ 5 ล้านครับ!" คังจินฮยอกกลืนน้ำลาย เสียงแหลมปรี๊ดขึ้นแปดหลอด "ชั่วข้ามคืน... ห้าล้านยูสเซอร์! และที่สำคัญ... เซิร์ฟเวอร์เราทนรับไหวครับ! คิมบอมซูมันลากผ้าห่มไปนอนเฝ้าหน้าตู้เซิร์ฟเวอร์เมื่อคืนนี้เลย บอกว่าต่อให้ตายก็จะรักษาความรวยที่หล่นทับคราวนี้ไว้ให้ได้"

ห้าล้านยูสเซอร์ในชั่วข้ามคืน... สำหรับคาบสมุทรที่มีประชากรแค่ห้าสิบล้านคน นี่หมายความว่า หนึ่งในสิบของคนเกาหลี ได้ถูกหลินเวยสวม 'ปลอกคอ' ให้เรียบร้อยแล้ว

หลินเวยแค่นยิ้ม ปลายเท้าออกแรงขยี้หนังสือพิมพ์ที่กำลังด่าเขาจนยับยู่ยี่ "นี่แหละที่เรียกว่ากระแส "

เขาเคาะซิการ์ออกมาจากกล่อง ยกขึ้นสูดกลิ่นที่ปลายจมูก "เมื่อผู้คนได้ลิ้มรสชาติของการ 'กำโลกทั้งใบไว้ในมือ' แล้ว ใครจะยอมกลับไปเป็นคนหูหนวกตาบอดอีก? อีแจฮยอนยังให้หนังสือพิมพ์ด่าผมอยู่อีกเหรอ?"

"ด่าสาดเสียเทเสียเลยครับ" คังจินฮยอกเบ้ปากพลางกดเปิดทีวี "ด่าว่านายน้อยเป็นพ่อค้ายาที่ขายฝิ่นอิเล็กทรอนิกส์"

ในจอทีวี ผู้ประกาศข่าวของช่อง Mnet กำลังอ่านข่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด: "ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า KakaoTalk มีความเสี่ยงร้ายแรงในการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล และแย่งใช้ทรัพยากรเครือข่ายมากเกินไป จนทำให้การสื่อสารในบางพื้นที่ของโซลเป็นอัมพาต..."

"เราไม่ต้องออกแถลงการณ์โต้กลับเหรอครับ?" คังจินฮยอกถาม

"โต้กลับทำไม? ยิ่งทำจะยิ่งดูเหมือนเราร้อนตัว" หลินเวยโยนซิการ์ลงบนโต๊ะ "ในประเทศนี้ ยอดขายคือความยุติธรรม ฝูงชนที่ต่อแถวนั่นแหละคือคะแนนเสียงที่ดีที่สุด ปล่อยให้มันด่าไป ยิ่งมันด่าแรงเท่าไหร่ มันก็ยิ่งดูเหมือนตัวตลกมากขึ้นเท่านั้น"

เวลาเดียวกัน ณ ห้องซิการ์ใต้ดิน โรงแรมชิลลา

ที่นี่ไม่มีแสงแดด มีเพียงผ้าม่านกำมะหยี่สีแดงหนาหนัก และกลิ่นยาสูบที่ชวนให้หายใจไม่ออก อากาศอบอวลไปด้วยความเน่าเฟะของยุคสมัยเก่า เหมือนกลิ่นเหม็นอับของฝาโลงศพ

อีแจฮยอน รองประธาน CJ นั่งหน้าเขียวปัดอยู่บนโซฟา แก้วไวน์ในมือถูกบีบจนเป็นรอยนิ้วมือหลายรอย ตรงข้ามเขา คือชายหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตลายดอกที่หน้าตาบวมฉุ

อีแทฮยอน ทายาทเพียงคนเดียวของกลุ่มธุรกิจแดซัง ...และเป็นน้องชายแท้ๆ ของ อีบูจิน (พี่สะใภ้ใหญ่)

"แทฮยอนอา นายก็เห็นแล้วนี่" อีแจฮยอนรินเหล้าให้อีกฝ่าย น้ำเสียงเย็นเยียบ "ไอ้ลูกนอกสมรสนั่นตอนนี้มันโอหังแค่ไหน ถ้าเราไม่สั่งสอนมันซะบ้าง ต่อไปในฮันนัมดง คงไม่มีที่ยืนให้พวกเราแล้วล่ะ"

อีแทฮยอนนั่งไขว่ห้าง แค่นยิ้มอย่างไม่แยแส: "พี่ครับ พี่ก็ประเมินไอ้ลูกเมียน้อยนั่นสูงเกินไปแล้ว สมาร์ทโฟนอะไรกัน มันก็แค่โชคดีสร้างกระแสได้นิดหน่อยเท่านั้นแหละ"

แม้ไอ้หมอนี่จะพกป้ายชื่อ "รัชทายาทแชโบล" แต่ในสมองของมันถ้าไม่ใช่ยาเสพติดก็มีแต่เรื่องผู้หญิง ความเข้าใจในเรื่องธุรกิจของมันยังหยุดอยู่แค่ยุคหินที่ว่า "ถ้าฉันไม่ให้ข้าวกิน แกก็ต้องอดตาย" เท่านั้น

"โชคดีเหรอ?" อีแจฮยอนฉายแววตาดูถูกแวบหนึ่ง แต่ก็รีบซ่อนไว้ "แต่มือถือมันตอนนี้ขายดีจนเป็นบ้าเป็นหลังเลยนะ สายส่งโลจิสติกส์ของฉันแทบจะขนส่งให้ไม่ทันแล้ว"

"งั้นก็ทำให้มันขนส่งไม่ได้สิพี่!" อีแทฮยอนตบโต๊ะดังปังจนเหล้ากระฉอก "ตั้งแต่โรงอาหารพนักงานของซัมซงอิเล็กทรอนิกส์ วัตถุดิบต่างๆ ไปจนถึงอะไหล่ของไอ้มือถือบ้าบอนั่น ล้วนมีแดซังกรุ๊ปของเราคอยซัพพลายให้ทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ? เดี๋ยวผมสั่งระงับการจัดส่งมันซะเลย! อยากจะดูซิว่าไอ้ลูกเมียน้อยมันจะเอาอะไรไปขาย!"

อีแจฮยอนแอบยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์... เขาแค่อยากจะรอประโยคนี้แหละ ถ้าเขาลงมือเองมันจะโจ่งแจ้งเกินไป และอาจถูกทำเนียบชิงวาแดเพ่งเล็งได้ แต่ถ้าให้ไอ้โง่นี่เป็นคนออกหน้าล่ะก็...

"แทฮยอนนี่ดุดันจริงๆ" อีแจฮยอนชูแก้วขึ้น "แต่แค่ระงับซัพพลายมันยังไม่พอ ต้องทำให้มันเจ็บปวดด้วย"

"วางใจเถอะพี่" อีแทฮยอนยิ้มเหี้ยม โชว์ฟันที่เหลืองอ๋อยจากการสูบบุหรี่ "ผมไม่แค่ตัดเสบียงมันหรอก แต่ผมจะร่วมมือกับเครือข่ายโลจิสติกส์ของพี่ จัดฉาก 'ตรวจสอบร่วมกัน' ซะเลย ขอแค่สินค้ามันตกค้างในโกดังสักสามวัน ไอ้พวกฝูงชนที่ต่อแถวรอก็คงจะไปพังร้านของมันจนเละเองแหละ!"

"ปัง!"

ประตูห้อง VIP ถูกกระแทกเปิดออกอย่างกะทันหัน อีบูจิน วิ่งเข้ามาในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ เธอเห็นได้ชัดว่าวิ่งหอบมาตลอดทาง หน้าอกกระเพื่อมแรง ชุดสูท Chanel ราคาแพงยับยู่ยี่

"พี่ใหญ่? พี่มาทำอะไรที่นี่?" อีแทฮยอนขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ

"แกทำไม่ได้นะ! แกห้ามทำเด็ดขาด!" อีบูจินพุ่งเข้าไปคว้าแขนเสื้อน้องชายไว้แน่น เสียงสั่นเครือ "แกไม่เข้าใจ... แกไม่รู้หรอกว่าเขาน่ากลัวขนาดไหน! เขาเป็นเหมือนคมดาบ แกทำแบบนี้มันเท่ากับวิ่งเอาคอไปพาดดาบชัดๆ!"

"น่ากลัวบ้าอะไร? ก็แค่ไอ้ลูกเมียน้อย!" อีแทฮยอนสะบัดมือพี่สาวทิ้งอย่างแรง แรงนั้นมากพอที่จะทำให้หญิงสาวล้มลงไปกองกับพรม

"ที่นี่มันที่ผู้ชายเขาคุยธุรกิจกัน! ผู้หญิงที่แต่งงานออกไปแล้วอย่างพี่ เสล่อวิ่งเข้ามาโวยวายอะไรในนี้? โคตรซวยเลย"

อีบูจินล้มลงอย่างน่าสมเพช หัวเข่ากระแทกจนเจ็บปวด แต่เธอไม่สน น้ำตาแห่งความสิ้นหวังทะลักออกมา: "ในมือเขามี... มีของแกอยู่นะ..."

เธออยากจะบอกว่าหลินเวยมีหลักฐานการเสพยาและมั่วสุมของเขาอยู่ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าอีแจฮยอน เธอไม่กล้าพูดมันออกมา ถ้าพูดออกไป หุ้นของแดซังกรุ๊ปจะพินาศทันที และตัวน้องชายเธอเองก็จบสิ้นแน่

"มีอะไร? มีรูปตอนฉันฉี่รดที่นอนตอนเด็กหรือไง?" อีแทฮยอนระเบิดหัวเราะลั่น ก้มมองพี่สาวแท้ๆ ของตัวเองด้วยแววตาที่ไม่มีแม้แต่ความผูกพัน มีเพียงความขยะแขยง

"พี่เขยตายไป พี่ก็กลายเป็นดาวมฤตยู นี่ถึงขั้นมาเข้าข้างไอ้ลูกเมียน้อยนั่นเหรอ? สงสัยจะเป็นหม้ายจนทนเหงาไม่ไหว เลยไปปิ๊งไอ้หน้าขาวนั่นล่ะสิ?"

"แก..." อีบูจินมองหน้าน้องชายด้วยความไม่อยากเชื่อ ริมฝีปากสั่นระริกจนพูดอะไรไม่ออก

อีแจฮยอนนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟา มองดูละครฉากนี้อย่างเย็นชา แถมยังจิบไวน์อย่างสบายใจ

"ลากตัวเธอออกไป" อีแทฮยอนโบกมืออย่างรำคาญ บอดี้การ์ดหน้าประตูกรูเข้ามาทันที หิ้วปีกอีบูจินออกไปเหมือนหิ้วหมาที่ตายแล้ว

"แทฮยอน! แกต้องเสียใจ! แกจะต้องเสียใจแน่!"

เสียงกรีดร้องอย่างสิ้นหวังของอีบูจินถูกตัดขาดลงเมื่อประตูปิดสนิท ภายในห้องลับแห่งนี้ กลับคืนสู่ความสงบและความหรูหราที่ชวนให้สะอิดสะเอียนอีกครั้ง

"ให้พี่แจฮยอนต้องมาเห็นเรื่องขำขันแล้วครับ" อีแทฮยอนจัดเนคไทให้เข้าที่ รอยยิ้มกลับมาประดับบนใบหน้า "ผู้หญิงก็งี้แหละครับ ผมยาวแต่สมองสั้น เรามาคุยกันต่อดีไหมครับ?"

อีแจฮยอนชูแก้วไวน์ขึ้นชน: "ร่วมมือกันอย่างมีความสุข"

...

จบบทที่ บทที่ 92 ยอดขายคือความยุติธรรม

คัดลอกลิงก์แล้ว