- หน้าแรก
- ระบบผูกมัดตระกูล พวกเจ้าฝึกไปเถอะ ส่วนข้าแกร่งกว่าสามขั้นใหญ่โดยอัตโนมัติ
- ตอนที่ 30 เซียวเสวี่ยเอ๋อร์ถึงกับอึ้ง ขายส่งโอสถเทพสิบเส้นสาย?
ตอนที่ 30 เซียวเสวี่ยเอ๋อร์ถึงกับอึ้ง ขายส่งโอสถเทพสิบเส้นสาย?
ตอนที่ 30 เซียวเสวี่ยเอ๋อร์ถึงกับอึ้ง ขายส่งโอสถเทพสิบเส้นสาย?
ประสาทแดกของแท้
เย่เฟิงอยากจะบ่นจริงๆ ท่านน้ากำมะลอคนนี้ชักจะหลุดโลกขึ้นทุกวัน
มิน่าล่ะ พล็อตเรื่องมันถึงได้ดูคุ้นๆ ที่แท้ท่านก็อ่านสัประยุทธ์ทะลุฟ้ามาเยอะนี่เอง
ไม่มีสภาวะแวดล้อมให้ ก็ต้องสร้างสภาวะแวดล้อมขึ้นมาเองงั้นสิ?
ลำบากท่านน้าจริงๆ อุตส่าห์ไปลักพาตัวธิดาศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์มาให้ข้า แล้วบังคับให้ข้าไปเอาชนะใจดินแดนศักดิ์สิทธิ์ให้ได้เนี่ยนะ
“สรุปว่า เจ้าโดนลักพาตัวมาจริงๆ หรอ?”
เย่เฟิงยังไม่ยอมแพ้ หันไปถามเด็กสาวชุดฟ้า
“ถ้าจะพูดให้ถูก ก็ไม่เชิงโดนลักพาตัวมาหรอกค่ะ”
เด็กสาวเอียงคอทำท่าครุ่นคิด ก่อนจะตอบอย่างจริงจัง
“อยู่แต่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์มันน่าเบื่อจะตาย เสวี่ยเอ๋อร์เองก็อยากจะออกท่องโลกกว้างเหมือนกัน แล้วอีกอย่าง ได้ยินมาว่าพี่เย่เฟิงเก่งกาจมากเลย ข้าก็เลยตกลงมาด้วยน่ะ”
“…”
เย่เฟิงถอนหายใจ ยัยเด็กนี่มันซื่อบื้อหรือเปล่าเนี่ย
“พ่อเจ้าเป็นถึงประมุขดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่หรอ? ยอมให้คนอื่นมาพาตัวลูกสาวไปง่ายๆ แบบนี้ ทั้งที่อยู่ในถิ่นตัวเองเนี่ยนะ?”
“ก็พ่อข้าสู้ท่านผู้อาวุโสไม่ได้นี่นา แถมท่านผู้อาวุโสยังให้สัญญาไว้หนึ่งปีด้วย พ่อข้าก็เลยจำใจยอมตกลง”
เซียวเสวี่ยเอ๋อร์กะพริบตาปริบๆ
ความจริงแล้วมีอีกประโยคที่นางไม่ได้พูดออกไป
ผู้อาวุโสชุดขาวบอกว่าพี่เย่เฟิงน่ะยอดเยี่ยมไร้เทียมทาน ให้รีบจับจองเป็นเจ้าข้าวเจ้าของไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เผลอๆ ในอนาคต นางอาจจะได้เป็นถึงนายหญิงแห่งมหาพันภพเลยก็ได้
“ลูกผู้หญิงน่ะ ถ้าเจอผู้ชายดีๆ ก็ต้องทุ่มสุดตัวแย่งชิงมาให้ได้สิ!”
เซียวเสวี่ยเอ๋อร์แอบให้กำลังใจตัวเองในใจ
ถึงแม้นางจะเป็นถึงธิดาของประมุขดินแดนศักดิ์สิทธิ์ แถมยังมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะพลังที่ไม่ธรรมดา แต่เอาเข้าจริง เซียวเสวี่ยเอ๋อร์อยากจะใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ ปล่อยจอยไปวันๆ มากกว่า
ถ้ามีใครสักคนคอยแบกให้นางชนะสบายๆ โดยที่นางไม่ต้องมานั่งปวดหัวคิดอะไร แค่วันๆ กินๆ นอนๆ เล่นสนุกไปเรื่อยเปื่อยได้ แบบนั้นก็คงจะฟินสุดๆ ไปเลย!
“พ่อเจ้านี่ก็แปลกคนเนอะ”
แน่นอน ประโยคนี้เย่เฟิงเก็บไว้ด่าในใจ ไม่ได้พูดออกไป
เวลาตั้งหนึ่งปี มันหมายความว่ายังไงรู้ไหม?
เด็กเกิดมาเดินได้แล้วมั้ง
คนเป็นพ่อนี่ใจกว้างเป็นแม่น้ำเลยแฮะ
“ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี! ท่านน้ากำมะลอนี่ชักจะเอาใหญ่แล้วนะ!”
เย่เฟิงแกล้งทำเป็นฉุนเฉียว “ตระกูลเย่ยังไม่ทันได้ผงาดเป็นเผ่าพันธุ์เทพเลย ข้ายังไม่มีกะจิตกะใจจะมาคิดเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ตอนนี้หรอก แม่นางเซียว เจ้ากลับไปเถอะ”
【ติ๊ง! โฮสต์แสดงความเทพต่อหน้าผู้คนสำเร็จ ได้รับแต้มโชว์เทพ 1000 แต้ม】
แต่ใครจะคาดคิดว่า ดวงตาของเซียวเสวี่ยเอ๋อร์กลับเปล่งประกายวาววับ
“ว้าววว อุดมการณ์ของพี่เย่เฟิงช่างยิ่งใหญ่สมคำร่ำลือจริงๆ ด้วย”
“…”
หูปู้เหยาที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับมุมปากกระตุก
ตอนที่นายหญิงใหญ่บอกว่าเย่เฟิงไม่ได้ชอบผู้หญิงสไตล์นาง ตอนนั้นนางยังแอบเคืองอยู่เลย ยัยหนูเซียวเสวี่ยเอ๋อร์นี่มีอะไรใหญ่สู้ข้าได้บ้างล่ะ?
แต่ตอนนี้นางเริ่มเข้าใจแล้วล่ะ ว่าสองคนนี้มันป่วยพอๆ กัน
นางปรายตามองเซียวเสวี่ยเอ๋อร์แวบหนึ่ง แล้วก้มลงมองตัวเอง
อืม ดีมาก มองไม่เห็นปลายเท้าตัวเองเลย
นายหญิงหูเดินจากไปอย่างพึงพอใจ
หลังจากส่งนางกลับไปแล้ว เย่เฟิงก็กลับมาที่เรือนพักของตน
ได้เวลาปรุงโอสถแล้วสิ
ตอนแรกที่ตกลงกันไว้ หอหมื่นสมบัติจะมารับยาป้อนใหม่ทุกๆ สามวัน พรุ่งนี้ก็คือวันครบกำหนดส่งแล้ว
ปรุงโอสถเสริมปราณเสร็จเมื่อไหร่ ค่อยไปเดินเล่นที่สำนักชิงโจวสักรอบ ไปดูตราประทับขุนเขาสายน้ำที่ท่านน้ากำมะลอพูดถึงสักหน่อย
เซียวเสวี่ยเอ๋อร์เดินตามเข้ามาต้อยๆ นางไม่ได้พูดอะไร เอาแต่นั่งเงียบๆ อยู่มุมห้อง
มีก็แต่ดวงตากลมโตคู่นั้น ที่เอาแต่จ้องมองเย่เฟิงไม่วางตา แถมยังมีประกายวิบวับเป็นประกาย
นี่เป็นครั้งแรกเลยนะ ที่เย่เฟิงได้รับประสบการณ์การถูกมองด้วยสายตาเทิดทูนบูชาขนาดนี้
รู้สึกฟินแปลกๆ แฮะ
เขาเลิกสนใจเซียวเสวี่ยเอ๋อร์ แล้วเริ่มลงมือปรุงโอสถทันที
อุปกรณ์ที่หอหมื่นสมบัติส่งมาให้เรียกได้ว่าครบครันสุดๆ ไม่ได้มีแค่สมุนไพรที่ต้องใช้สำหรับปรุงโอสถเสริมปราณเท่านั้น แต่ยังมีเตาหลอมโอสถมาให้อีกด้วย
แบบนี้ก็ช่วยประหยัดเวลาเย่เฟิงไปได้เยอะเลย เขาจุดไฟในเตาหลอม แล้วเริ่มกระบวนการปรุงโอสถทันที
ในฐานะนักปรุงโอสถระดับสี่ ท่วงท่าการปรุงโอสถของเขาจึงดูลื่นไหลราวกับสายน้ำ แถมยังแฝงไปด้วยความเท่ระเบิด
เซียวเสวี่ยเอ๋อร์นั่งดูตาค้าง ทึ่งจนพูดไม่ออก
นางไม่เคยเห็นใครปรุงโอสถได้ดูดีมีสไตล์ขนาดนี้มาก่อนเลย
พี่เย่เฟิงนี่ไม่เหมือนใครจริงๆ!
【ติ๊ง! โฮสต์แสดงความเทพต่อหน้าผู้คนสำเร็จ ได้รับแต้มโชว์เทพ 1000 แต้ม】
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้น
ทำให้มุมปากของเย่เฟิงยกยิ้มขึ้นมานิดๆ
สาเหตุที่เขาไม่ไล่เซียวเสวี่ยเอ๋อร์ออกไป ก็เพราะกะจะใช้เธอเป็นเหยื่อล่อแต้มโชว์เทพนี่แหละ
ดูท่าทางจะได้ผลแฮะ การแสดงความเทพต่อหน้าผู้คน ไม่จำเป็นต้องพึ่งคำพูดเสมอไป
และในตอนนั้นเอง ก็เกิดนิมิตประหลาดขึ้นบนท้องฟ้า
โอสถสำเร็จแล้ว!
สิบเส้นสาย!
เซียวเสวี่ยเอ๋อร์เบิกตากว้าง อ้าปากค้างจนหุบไม่ลง
แค่ปรุงโอสถลวกๆ เตาเดียว ก็ได้โอสถเทพสิบเส้นสายเลยเนี่ยนะ?
พรสวรรค์ของพี่เย่เฟิงมันจะเว่อร์วังอลังการเกินไปแล้ว!
【ติ๊ง! โฮสต์แสดงความเทพต่อหน้าผู้คนสำเร็จ ได้รับแต้มโชว์เทพ 1000 แต้ม】
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นข้างหู เย่เฟิงก็เก็บโอสถเข้ากระเป๋าอย่างอารมณ์ดี แล้วเริ่มปรุงเตาที่สองต่อ
ปรุงโอสถสี่เตารวด ล้วนออกมาเป็นโอสถเทพสิบเส้นสายทั้งหมด
เซียวเสวี่ยเอ๋อร์ถึงกับช็อกจนชาไปทั้งตัว
เดี๋ยวนะ โอสถเทพสิบเส้นสายมันปรุงง่ายขนาดนี้เลยหรอ?
ต่อให้อยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนหยวน ก็ยังแทบไม่เคยเห็นเลยนะ
แล้วทำไมพี่เย่เฟิงปรุงออกมาเตาไหน ก็ได้สิบเส้นสายหมดเลยล่ะเนี่ย!
เย่เฟิงเองก็พอใจสุดๆ เหมือนกัน
เพราะเซียวเสวี่ยเอ๋อร์ประเคนแต้มโชว์เทพให้เขามาตั้งสี่พันแต้มแล้ว ตอนนี้ยอดรวมแต้มโชว์เทพปาเข้าไปเจ็ดพันแล้ว
อีกแค่สามครั้ง เขาก็จะกดสุ่มกาชาได้อีกแล้ว
แต่จู่ๆ เย่เฟิงก็หยุดมือ
“พี่เย่เฟิง ทำไมหยุดซะล่ะคะ?”
เซียวเสวี่ยเอ๋อร์ถามด้วยความสงสัย
“โอสถสิบเส้นสายแค่นี้ก็พอแล้ว ข้าจะเก็บไว้ให้คนในตระกูลสามเตา ส่วนอีกเตาก็แบ่งให้หอหมื่นสมบัติไป”
น้ำเสียงของเย่เฟิงราบเรียบ
ของที่ให้หอหมื่นสมบัติไม่ต้องดีมากหรอก ให้โอสถสิบเส้นสายไปสักเตาก็หรูแล้ว ที่เหลือก็ทำให้อยู่ในระดับเจ็ดแปดเส้นสายก็พอ
【ติ๊ง! โฮสต์แสดงความเทพต่อหน้าผู้คนสำเร็จ ได้รับแต้มโชว์เทพ 1000 แต้ม】
เซียวเสวี่ยเอ๋อร์: ...
เดี๋ยวนะ นี่พี่ควบคุมระดับเส้นสายได้ตามใจชอบเลยหรอ?
ต่อให้เป็นปรมาจารย์นักปรุงโอสถของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนหยวน การจะปรุงโอสถเทพสิบเส้นสายออกมาได้สักเม็ดก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยนะ
ต้องอาศัยจังหวะเวลา สถานที่ และความพร้อมของร่างกาย ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปก็ไม่ได้
นี่สรุปว่าพี่อยากได้กี่เม็ดก็ปรุงได้เลยหรอ นี่เปิดโรงงานผลิตโอสถขายส่งอยู่หรือไง?
เซียวเสวี่ยเอ๋อร์รู้สึกเหมือนโลกทัศน์พังทลาย
นางถูกยกย่องให้เป็นอัจฉริยะเหนือผู้คนมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็ยังไม่เคยเจอใครที่เก่งเวอร์วังทะลุมิติแบบเย่เฟิงมาก่อนเลย
ถ้างั้นไม่เอาโปรแกรมโกงเกมไปเลยล่ะ อยากได้พลังบ่มเพาะระดับไหนก็กรอกตัวเลขเอาเองเลยสิ
เย่เฟิงไม่รู้หรอกว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ ในเมื่อเก็บเกี่ยวแต้มโชว์เทพได้พอสมควรแล้ว ก็ถึงเวลาไปจัดการเรื่องสำคัญต่อแล้ว
...
อีกด้านหนึ่ง
ในที่สุดเย่ฝานก็เดินทางกลับมาถึงเมืองตงฮวง หลังจากออกท่องยุทธภพมาอย่างยากลำบาก
“ท่านอาจารย์ นั่นมันอะไรกันน่ะ?”
จู่ๆ เขาก็ชะงักฝีเท้า เงยหน้ามองไปยังท้องฟ้าทิศทางหนึ่งในตัวเมือง
ดวงวิญญาณโปร่งแสงลอยออกมาจากแหวน เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดว่า
“นิมิตแห่งฟ้าดิน โอสถเทพอุบัติ”
“ดูท่าเมืองตงฮวงคงจะมีปรมาจารย์ปรุงโอสถระดับเซียนโผล่มาแล้วล่ะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น เย่ฝานก็เลิกคิ้วขึ้น
“ปรมาจารย์ปรุงโอสถงั้นหรือ? คงเป็นปรมาจารย์หลิวแห่งหอหมื่นสมบัติล่ะมั้ง”
การเดินทางออกท่องยุทธภพของเย่ฝานในครั้งนี้ ก็เพื่อมุ่งหน้าสู่เส้นทางการเป็นนักปรุงโอสถ ดังนั้นเขาจึงรู้ดีว่า ตำแหน่งปรมาจารย์ปรุงโอสถนั้น มีคุณค่าและสูงส่งเพียงใด
“อายุแค่นี้ ก็สามารถก้าวเข้าสู่เส้นทางนักปรุงโอสถระดับหนึ่งได้แล้ว นับว่าเจ้ามีพรสวรรค์ไม่เลวเลย ให้เวลาฝึกฝนอีกสักหน่อย เจ้าจะต้องก้าวขึ้นเป็นราชันโอสถได้อย่างแน่นอน”
เย่เฟิงพยักหน้ารับ “ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่ จะไม่ทำให้ท่านอาจารย์ต้องผิดหวังแน่นอน”
เมื่อกลับมาถึงตระกูล เย่ฝานก็มุ่งหน้าไปหาเย่จงเป็นคนแรก
“ท่านผู้นำตระกูล การออกท่องโลกกว้างในครั้งนี้ ข้าได้รับวาสนามาไม่น้อย ตอนนี้ข้ากลายเป็นนักปรุงโอสถระดับหนึ่งแล้ว สามารถช่วยแบ่งเบาภาระของตระกูลได้แล้วล่ะครับ”
สาเหตุที่เขารีบร้อนบึ่งกลับมา ก็เพราะได้ยินข่าวว่า นักปรุงโอสถของตระกูลเย่ขอลาออกชิ่งหนีไปแล้ว
ประจวบเหมาะกับที่เขาก้าวเข้าสู่ระดับนักปรุงโอสถระดับหนึ่งพอดี การปรุงโอสถระดับหนึ่งจึงกลายเป็นเรื่องง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากสำหรับเขา
“ต่อไปนี้ เรื่องโอสถของตระกูลเย่ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าจัดการเอง ไม่ต้องไปง้อใครหน้าไหนอีกแล้ว!”
เย่ฝานรู้ดีว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตระกูลเย่ต้องทุ่มเทเงินทองมากมายมหาศาลเพียงใด เพื่อเลี้ยงดูปูเสื่อนักปรุงโอสถคนนั้น
แต่จากนี้ไป ไม่ต้องทำแบบนั้นอีกแล้ว!
ตระกูลเย่ของพวกเรายืนหยัดด้วยตัวเองได้แล้ว!
เย่จงยิ้มพยักหน้ารับ พลางเอ่ยชื่นชมว่า “เสี่ยวฝาน เจตนาของเจ้าน่ะเป็นเรื่องดี แต่ว่าตอนนี้ตระกูลเย่ของเรา ไม่ขาดแคลนโอสถอีกต่อไปแล้วล่ะ”
เย่ฝานไม่เชื่อ คิดไปเองว่าเย่จงคงไม่อยากกวนเวลาบำเพ็ญเพียรของตน จึงเอ่ยอย่างห้าวหาญว่า
“ท่านผู้นำโปรดวางใจเถอะ แค่โอสถระดับหนึ่ง สำหรับข้าแล้วหลับตาปรุงยังได้เลย”
“โอสถระดับหนึ่ง ในคลังเรายังมีตุนไว้อีกตั้งหลายร้อยเม็ด ตอนนี้ยังไม่จำเป็นต้องใช้หรอก” เย่จงโบกมือปฏิเสธ
เย่ฝานสะดุ้งตกใจ
เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?
ตระกูลเย่รวยขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
เดี๋ยวก่อน ข้ายังมีท่านอาจารย์อยู่หนิ ยังสามารถปรุงโอสถระดับสูงกว่านี้ได้อีก
ถึงแม้อาจารย์จะเป็นแค่ดวงวิญญาณ แต่เรื่องการปรุงโอสถระดับสามระดับสี่นี่ สบายหายห่วงเลย
ถ้าเป็นแบบนี้ ตระกูลเย่ต้องต้องการแน่นอนใช่ไหมล่ะ?
และในเวลาเดียวกัน เย่เฟิงก็ปรุงโอสถเสร็จเรียบร้อยพอดี
++++++++++++++++ สำหรับนักอ่านทุกท่านที่ชื่นชอบผลงานเรื่องนี้ อย่าลืมกดเพิ่มเข้าชั้นหนังสือโปรด เพื่อไม่พลาดทุกการอัปเดทตอนใหม่นะครับ ++++++++++++++++++++++