เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 สะบั้นจันทราเยือกแข็ง

บทที่ 4 สะบั้นจันทราเยือกแข็ง

บทที่ 4 สะบั้นจันทราเยือกแข็ง


บทที่ 4 สะบั้นจันทราเยือกแข็ง

พวกลูกสมุนต่างแอบส่งสายตากันไปมา คาดเดาไปต่าง ๆ นานาในใจ

ในขณะนั้นเอง เฉินชิงซานก็ถือกระบี่คมกริบที่ยังมีเลือดหยดเป็นสาย เดินตรงไปหาเสือตัวนั้น

เสือตัวนี้ไม่รู้ว่าเป็นสัตว์เลี้ยงของใคร มันนอนหมอบอยู่บนผืนหญ้ากลางลานเรือนอย่างเชื่อง ๆ ดูเกียจคร้านไม่ต่างจากแมวตัวใหญ่

เมื่อเผชิญหน้ากับเฉินชิงซานที่ถือกระบี่เดินเข้ามา เจ้าเสือคล้ายจะสัมผัสได้ถึงภัยคุกคาม มันเลียอุ้งเท้าอย่างกระสับกระส่ายทว่ากลับไม่กล้าวิ่งหนี

เฉินชิงซานปรายสายตามองลูกสมุนที่ยืนคุมอยู่ข้าง ๆ แวบหนึ่ง ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยปาก ลูกสมุนสองคนก็ช่างรู้ความ รีบกระโจนเข้ากดร่างเสือให้นอนราบลงกับพื้นทันที

ในใต้หล้าที่ยอดฝีมือวิทยายุทธ์สามารถปลดปล่อยปราณกระบี่ฟาดฟันได้ไกลหลายสิบจั้งเช่นนี้ ต่อให้เป็นเพียงสุนัขรับใช้ปลายแถวของพรรคมาร ก็ยังมีฝีมือพอจะสยบพยัคฆ์ร้ายแห่งพงไพรได้ไม่ยาก

เมื่อเห็นเสือถูกกดจนดิ้นไม่หลุด เฉินชิงซานก็รู้สึกหดหู่ใจ

เขาลงมือฆ่าสัตว์ไปถึงสามตัวแล้ว แต่กลับไม่ได้ค่าประสบการณ์เลยแม้แต่แต้มเดียว จนเริ่มระแวงแล้วว่าระบบของตนมีปัญหาหรือไม่

หรืออาจเป็นเพราะสัตว์เลี้ยงสามตัวนั้นอ่อนแอเกินไป จึงไม่เข้าเกณฑ์?

หรือว่าวิธีการฆ่ามอนสเตอร์ของเขาจะไม่ถูกต้อง?

เฉินชิงซานยืนจ้องพิจารณาเจ้าเสืออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงื้อกระบี่ในมือขึ้นแล้วฟันฉับลงเต็มแรง

กระบี่คมกริบตัดเหล็กดั่งตัดดินโคลน บั่นศีรษะเสือขาดกระเด็นราวกับหั่นเต้าหู้

ในขณะที่โลหิตสด ๆ พุ่งทะลักฉีดกระเซ็น เฉินชิงซานที่ยืนนิ่งอยู่ก็พลันเผยสีหน้ายินดีออกมาแวบหนึ่ง

【สังหารพยัคฆ์กิเลนแดนใต้สำเร็จ ค่าประสบการณ์ +10】

เมื่อเห็นข้อความแจ้งเตือนของระบบเด้งขึ้นมาตรงหน้า ในที่สุดเฉินชิงซานก็ลอบถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก

ดีล่ะ ระบบไม่ได้มีปัญหา เขายังสามารถฟาร์มค่าประสบการณ์ได้ตามปกติ

เพียงแต่การฆ่าพวกสัตว์ปีก ปศุสัตว์ทั่วไปจะไม่ได้รับค่าประสบการณ์

จำเป็นต้องฆ่าสัตว์ที่มีพลังต่อสู้อย่างเสือ ถึงจะกระตุ้นค่าประสบการณ์ได้

ถ้าอย่างนั้น หากเป็นสัตว์อสูรล่ะ?

เฉินชิงซานหันไปมองลิงผอมสามตาที่อยู่ด้านข้าง พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย

ตัวเขาที่ไม่เคยลงมือฆ่าสิ่งมีชีวิตใดมาก่อน ต้องทำใจอยู่พักใหญ่กว่าจะกล้าฆ่าไก่ ฆ่าเป็ด ฆ่าแพะ หรือแม้กระทั่งฆ่าเสือ

แต่กับลิงที่เป็นสัตว์รูปร่างคล้ายมนุษย์ ทั้งยังเป็นสัตว์อสูรที่มีสติปัญญารับรู้ได้……

ภายใต้แสงแดดเจิดจ้า เจ้าลิงผอมโซตัวนั้นกำลังส่งสายตาเว้าวอนน่าเวทนามาทางเฉินชิงซาน ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำดูน่าเอ็นดูยิ่งนัก

สัตว์อสูรตัวนี้เห็นได้ชัดว่าตระหนักถึงชะตากรรมของตนเองแล้ว มันจึงพยายามขายความน่ารักอย่างสุดชีวิต

มีชั่วขณะหนึ่งที่เฉินชิงซานรู้สึกทำใจไม่ลง

แต่เมื่อนึกถึงวิกฤตการณ์รอบตัวที่ตนกำลังเผชิญอยู่ เฉินชิงซานก็พลันปั้นหน้ายักษ์เย็นชา ถือกระบี่เดินย่างสามขุมเข้าไปทันที

ตัวเขาข้ามมิติมาอยู่ในต่างโลกที่เต็มไปด้วยอันตรายรอบทิศขนาดนี้แล้ว จะยังมีเวลามานั่งมีเมตตาธรรมสูงส่งอะไรอีก

ฆ่าเสือไปตัวหนึ่งได้ค่าประสบการณ์แค่ 10 แต้ม หากคิดจะหวังพึ่งการไล่ฆ่าสัตว์ป่าเพื่ออัปเลเวลย่อมไม่มีทางเป็นไปได้ เขาต้องเสาะหาวิธีรับค่าประสบการณ์จำนวนมากให้ได้

และในเกม ค่าประสบการณ์จากการฆ่าสัตว์อสูรก็ไม่ใช่น้อยๆ

เฉินชิงซานที่มีสีหน้ามืดครึ้มย่ำเท้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าลิงผอมสามตา มองดูเจ้าลิงผอมที่ถูกพวกลูกสมุนช่วยกันกดไว้กับพื้น

เจ้าลิงผอมโซเองก็สัมผัสได้ว่ามัจจุราชกำลังจะมาพรากเอาชีวิต มันพยายามดิ้นรนสุดกำลังพลันส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา เสียงร้องอันน่าสังเวชนั้นชวนให้ผู้ฟังปวดใจผู้ได้ยินหลั่งน้ำตา

เฉินชิงซานกัดฟันกดความรู้สึกสงสาร ตวัดกระบี่เดียวฉับบั่นศีรษะลิงขาดกระเด็น

【สังหารลิงผอมสามตาสำเร็จ ค่าประสบการณ์ +2000】

【เลเวลตัวละครเพิ่มขึ้น】

【เฉินชิงซาน LV1 → LV2】

【เรียนรู้วิชากระบี่: สะบั้นจันทราเยือกแข็ง】

……

ข้อมูลระบบที่เด้งขึ้นมาในสายตาราวกับหน้าจอถูกสแปม ทำให้ดวงตาของเฉินชิงซานเบิกกว้างเป็นประกาย

ค่าประสบการณ์สูงขนาดนี้ สมกับที่เป็นสัตว์อสูรจริงๆ

บนใบหน้าของเฉินชิงซานพลันปรากฏรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย

“เอาล่ะ พวกเจ้าจัดการซากพวกนี้ซะ แล้วไปหาสัตว์อสูรมาให้ข้าอีกสักสองสามตัว”

“ให้นายน้อยผู้นี้ได้ฝึกมือ เตรียมตัวไว้สำหรับตัดหัวหลินอินอินในวันข้างหน้า!”

หลังจากปลิดชีพลิงผอมสามตาแล้ว เฉินชิงซานก็เดินกลับเข้าห้องไปด้วยอารมณ์เบิกบาน ปล่อยทิ้งความวุ่นวายคาวเลือดเต็มพื้นไว้ให้พวกลูกสมุนคอยเช็ดล้าง

เขายังไม่ลืมแสร้งทิ้งท้ายด้วยวาจาเหี้ยมเกรียม เพื่อใช้เป็นข้ออ้างปกปิดพฤติกรรมไล่ฟันสิ่งมีชีวิตอย่างกะทันหันของตัวเอง

—เขาจำเป็นต้องปกปิดการมีอยู่ของระบบไว้ อย่างน้อยยามนี้จะให้ใครล่วงรู้ไม่ได้เด็ดขาด

ทว่าการสังหารสัตว์อสูรแล้วได้ค่าประสบการณ์จำนวนมากนั้น ช่างเหมือนกับในเกมไม่มีผิดเพี้ยน

สิ่งเดียวที่ต่างจากเกมก็คือการฆ่าสัตว์ทั่วไปจะไม่ได้ค่าประสบการณ์

แต่เรื่องนี้เขายังพอจะทำความเข้าใจได้

สัตว์เลี้ยงในเกมนั้นมีน้อยมาก แถมฆ่าตัวหนึ่งได้ค่าประสบการณ์แค่ 1 แต้ม ต่อให้ไล่ล้างบางสัตว์เลี้ยงจนหมดแผนที่ ค่าประสบการณ์ที่ได้มาก็ยังน้อยนิดจนน่าอนาถ

แต่ในโลกความเป็นจริงนั้นต่างออกไป หากฆ่าสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่งแล้วได้ค่าประสบการณ์ 1 แต้มจริง ด้วยอำนาจบารมีของเฉินชิงซานในเวลานี้ การจะสั่งกวาดต้อนพวกสัตว์เลี้ยงมาให้เชือดเล่นสักหลายแสนตัวคงง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ

นี่คงนับเป็นวิวัฒนาการอัตโนมัติของระบบ เพื่ออุดช่องโหว่บั๊กปั๊มเลเวลสินะ?

เมื่อเฉินชิงซานเข้าใจในวิธีรับค่าประสบการณ์แล้ว เขาก็กลับมาเอนกายลงบนตั่งนุ่มภายในห้องเพื่อศึกษาระบบต่อ

ยามนี้เขาอัปเลเวลขึ้นเป็นเลเวล 2 เรียบร้อยแล้ว ได้เรียนรู้ทักษะเพิ่มมาหนึ่งอย่าง และช่องสัมภาระก็ขยายเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งช่อง

เนื่องจากมีสายตาของพวกสาวใช้ยืนจ้องมองอยู่รอบ ๆ เขาจึงยังไม่สะดวกที่จะทดลองปลดปล่อยทักษะ ทำได้เพียงเปิดหน้าต่างทักษะขึ้นมาตรวจสอบรายละเอียด

【สะบั้นจันทราเยือกแข็ง (ขั้น 0): ใช้ MP 20 หน่วย ปลดปล่อยการโจมตีอันรุนแรงหนึ่งครั้ง】

【ค่าความชำนาญ (0/50)】

คำอธิบายทักษะช่างเรียบง่ายยิ่งนัก แต่เฉินชิงซานผู้มีชั่วโมงบินในเกมสูงย่อมรู้ซึ้งถึงคุณสมบัติของทักษะนี้ดี

ทักษะในเกมนั้น พลังทำลายล้างจะรุนแรงขึ้นตามระดับเลเวลของตัวละครที่เพิ่มขึ้น และยังสามารถวิวัฒนาการขั้นได้ตามค่าความชำนาญที่สะสม

ค่าความชำนาญทักษะแบ่งออกเป็นสามขั้น ขั้นแรกต้องใช้ 50 ครั้ง ขั้นสอง 500 ครั้ง และขั้นสาม 5,000 ครั้ง

วิชาสะบั้นจันทราเยือกแข็งขั้น 0 ในตอนนี้เป็นเพียงการตวัดฟันอย่างรุนแรงธรรมดา

อย่างไรก็ตาม หากวิวัฒนาการขึ้นเป็นขั้นแรก จะสามารถสร้างความเสียหายทะลุทะลวงและทำให้ศัตรูเลือดไหลไม่หยุดอย่างต่อเนื่อง พอถึงขั้นสองก็จะพัฒนาจนสามารถปลดปล่อยปราณกระบี่โจมตีระยะไกลได้

และเมื่อบรรลุถึงขั้นสาม ทักษะนี้จะเปลี่ยนสภาพเป็น 【สะบั้นวิญญาณเยือกแข็ง】 ไม่เพียงแต่ปราณกระบี่จะแผ่ขยายใหญ่และพุ่งไปได้ไกลขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีคุณสมบัติพิเศษในการสยบสิ่งชั่วร้าย สร้างความเสียหายสามเท่าต่อยูนิตสิ่งชั่วร้ายอย่างพวกภูตผีปีศาจหรือผีดิบได้อีกด้วย

ดูจากตอนนี้ ระบบหลังจากที่เขาข้ามมิติมาแทบจะถอดแบบมาจากในเกมทุกประการ

ทั้งการได้รับค่าประสบการณ์ ลำดับขั้นตอนการเรียนรู้ทักษะ ตลอดจนค่าความชำนาญ ล้วนไม่มีสิ่งใดผิดเพี้ยน

เมื่อยืนยันสิ่งเหล่านี้จนมั่นใจแล้ว สิ่งที่เฉินชิงซานต้องจัดการต่อจากนี้ก็ง่ายมาก

นั่นคือการปกป้องชีวิตตัวเองให้ปลอดภัย ควบคู่ไปกับการกว้านซื้อสัตว์อสูรมาสังหารสะสมค่าประสบการณ์เพื่ออัปเลเวล และหมั่นฝึกฝนเพิ่มค่าความชำนาญทักษะไปด้วย

ที่สำคัญคือต้องเก็บงำความลับนี้ไว้ให้มิดชิด อย่าได้เพลี่ยงพล้ำให้ผู้ใดจับความผิดปกติของตนได้เป็นอันขาด

จากนั้นค่อยสืบเสาะร่องรอยของป้ายหยกเร้นชะตาในพรรคมารจันทร์ทมิฬ และเสาะหาโอสถเปลี่ยนโฉมมาเก็บไว้สักสองสามเม็ด

อืม…… แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือต้องรักษาชีวิตรอดให้ได้เสียก่อน

ตามเนื้อเรื่องเดิม เจ้าของร่างนี้จะถูกเมิ่งซิงอวิ๋นยอดฝีมือฝ่ายมารลงมือจับตอน ใกล้ ๆ กับเมืองอวิ๋นจงแห่งนี้ รายละเอียดเชิงลึกเฉินชิงซานไม่อาจทราบได้เพราะในเกมเพียงแค่กล่าวถึงสั้นๆ ไม่กี่ประโยคเท่านั้น

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ตัวเขาในยามนี้เพียงแค่ต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มาก อย่าได้เสนอหน้าไปตอแยเมิ่งซิงอวิ๋นเป็นพอ

ทางที่ดีที่สุดคือหมกตัวอยู่แต่ในตำหนักพักแรมอย่างสงบเสงี่ยม อย่าออกไปรนหาที่ตายข้างนอก

ตราบใดที่เขาปักหลักอยู่แต่ในวังแห่งนี้ไม่ออกไปก่อเรื่อง มีองครักษ์กระบี่หลินอินอินพักอยู่ไม่ไกล ประกอบกับมีองครักษ์ติดตามอยู่ข้างกาย ความปลอดภัยก็น่าจะไร้กังวล

—ตอนนี้เขากับเมิ่งซิงอวิ๋นยังไม่มีความแค้นฝังหุ่นต่อกัน เมิ่งซิงอวิ๋นคงไม่บ้าบิ่นขนาดฝ่าด่านยอดฝีมือสำนักมารมากมายเข้ามาเพื่อเด็ดหัวเขาหรอกมั้ง?

ในระหว่างที่กำลังครุ่นคิด พวกลูกสมุนก็พากันกลับมาที่ลานเรือนอีกครั้ง

พวกเขาก้าวเท้าออกไปไม่ถึงสิบนาที ก็พากันลากสัตว์อสูรกลับมาได้อีกสามตัว

ความเร็วระดับนี้ ทำเอาเฉินชิงซานประหลาดใจไม่น้อย

“พวกเจ้าไปกวาดต้อนสัตว์อสูรมากมายขนาดนี้มาจากที่ใดกัน?”

เมื่อเอ่ยปากซักไซ้ถึงได้ความว่า ที่แท้ก็ไปไล่จับมาจากภายในตำหนักพักแรมนี่เอง

สัตว์อสูรเหล่านี้ถูกเลี้ยงไว้ ถือเป็นทรัพย์สินส่วนรวมของพรรคมารจันทร์ทมิฬ

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เฉินชิงซานก็ลงมือสังหารได้อย่างสบายใจไร้ข้อผูกมัด

ในฐานะนายน้อยแห่งพรรคมาร การจะผลาญทรัพย์สินส่วนรวมเล่นแก้เซ็งไปบ้างย่อมไม่มีเรื่องให้ต้องมานั่งกังวลทีหลัง

หลังจากลงมือสังหารสัตว์อสูรทั้งสามตัว ระดับเลเวลของเขาก็พุ่งพรวดขึ้นเป็นเลเวล 5 ทันที ทั้งยังได้เรียนรู้ทักษะเพิ่มมาอีกสองอย่าง

นั่นคือ 【นั่งสมาธิ】 และ 【วิชาตัวเบาเบื้องต้น】

ทักษะหนึ่งใช้สำหรับนั่งสมาธิโคจรลมปราณฟื้นฟูค่า HP และ MP ส่วนอีกทักษะหนึ่งทำให้สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้

การได้โบยบินไปบนท้องฟ้าในโลกความเป็นจริงย่อมต้องเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมมากแน่ ทว่าเฉินชิงซานในตอนนี้เห็นได้ชัดว่ายังไม่สามารถสัมผัสประสบการณ์นั้นได้

เขาข่มความกระหายที่อยากจะลิ้มลองวิชาตัวเบาเบื้องต้นไว้ ก่อนจะหันไปสั่งการพวกลูกสมุนข้างกาย

“พวกเจ้าจงไปป่าวประกาศในเมือง ดูว่าผู้ใดมีสัตว์อสูรอยู่ในครอบครองบ้าง พรุ่งนี้เชิญพวกเขามาพบข้า นายน้อยผู้นี้ยินดีจะจ่ายเงินก้อนโตเพื่อกว้านซื้อ”

เวลานี้เขาไม่ควรลงมือล่ามอนสเตอร์อัปเลเวลอย่างโจ่งแจ้งเกินไป จำเป็นต้องปิดบังระบบของตนเองไว้ก่อน

ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ สัตว์อสูรที่ลงมือฆ่าเพียงตัวเดียวแต่ให้ค่าประสบการณ์มหาศาล จึงนับเป็นเหยื่อชั้นเลิศในการฟาร์มเลเวล

ตามหลักความเป็นจริงแล้ว ด้วยเลเวลอันน้อยนิดของเขาในยามนี้ย่อมไม่มีทางเอาชนะสัตว์อสูรตามป่าเขาได้เลย อีกทั้งสัตว์อสูรยังจัดเป็นของหายากยิ่ง

ตอนยังเป็นเกมแทบจะไม่ค่อยได้เจอ

ต่อให้เป็นในโลกจริง ราคาค่างวดในการซื้อขายสัตว์อสูรสักตัวก็คงแพงหูฉี่

—แต่ใครใช้ให้เขาเกิดมาเป็นคุณชายเสเพลล่ะ! แถมตอนนี้เขายังอยู่ในสภาพฮึดฮัดประชดประชันกับหลินอินอินอยู่ด้วย

การที่เขาจะใช้อำนาจบาตรใหญ่ผลาญทรัพย์สินเงินทองของพรรคมารจันทร์ทมิฬไปกับเรื่องไร้สาระเช่นนี้

คนภายนอกย่อมมองเพียงว่าเป็นพฤติกรรมอาละวาดระบายอารมณ์ของคุณชายเอาแต่ใจเท่านั้น ไม่มีทางคิดระแวงไปเป็นอื่นแน่

จบบทที่ บทที่ 4 สะบั้นจันทราเยือกแข็ง

คัดลอกลิงก์แล้ว