- หน้าแรก
- พี่สาวประมุขมาร โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย
- บทที่ 3 นายน้อยอารมณ์ร้ายยิ่งนัก
บทที่ 3 นายน้อยอารมณ์ร้ายยิ่งนัก
บทที่ 3 นายน้อยอารมณ์ร้ายยิ่งนัก
บทที่ 3 นายน้อยอารมณ์ร้ายยิ่งนัก
"เรื่องรับลมล้างฝุ่นอะไรนั่นยกเว้นไปเถอะ"
เมื่อเผชิญกับความกระตือรือร้นเกินเหตุของผู้คุ้มกฎพรรคมาร เฉินชิงซานก็ชักมือกลับด้วยสีหน้าเย็นชาพลางเอ่ยว่า “ข้าอารมณ์ไม่ดี ต้องการพักผ่อน”
กล่าวจบ เฉินชิงซานก็สะบัดหน้าใส่ผู้คุ้มกฎจั่วเซียวแล้วเดินตรงไปข้างหน้าทันที
การหักหน้าผู้คุ้มกฎพรรคมารต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้ ทำให้กลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังจั่วเซียวถึงกับหน้าถอดสีไปตาม ๆ กัน
—นายน้อยเสเพลผู้นี้จะโอหังเกินไปแล้ว! คิดว่าตัวเองเป็นท่านประมุขจริงๆ หรืออย่างไร!
ทว่าจั่วเซียวที่ถูกฉีกหน้ากลับไม่ถือสาหาความแม้แต่น้อย เขาหัวเราะร่าพลางสั่งการ “เด็ก ๆ รีบพานายน้อยไปพักผ่อนที่ตำหนักพักแรมเร็วเข้า”
หลังจากจัดแจงคนให้ตามไปปรนนิบัติเฉินชิงซานแล้ว จั่วเซียวก็หันกลับมาประสานมือคารวะองครักษ์กระบี่หลินอินอินที่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม “จั่วเซียวคารวะแม่นางหลิน”
หลินอินอินที่มักจะปั้นปึ่งวาจาเย็นชาใส่เฉินชิงซาน ยามนี้เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้คุ้มกฎพรรค สีหน้ากลับดูผ่อนคลายลงมาก
หากวัดกันตามตำแหน่ง สี่มหาผู้คุ้มกฎพรรคมารนับว่าเป็นรองแค่เพียงท่านประมุขเท่านั้น ถือเป็นยักษ์ใหญ่ฝ่ายมารอย่างแท้จริง
หลินอินอินถอนหายใจยาว คารวะตอบพลางกล่าวว่า “ให้ท่านผู้คุ้มกฎจั่วต้องมาเห็นเรื่องน่าขันแล้วเจ้าค่ะ...”
นางกล่าวขออภัยแทนนายน้อยที่จู่ ๆ ก็มาอาละวาดเอาแต่ใจต่อหน้าผู้คน
ทว่าจั่วเซียวกลับยิ้มละไมพลางเอ่ย "ไม่เป็นไรๆ นิสัยใจคอของนายน้อยข้าเองก็รู้ดี ในใต้หล้าที่จิตใจคนยากแท้หยั่งถึงเช่นนี้ จิตใจบริสุทธิ์ดุจทารกของนายน้อยต่างหากที่ล้ำค่ายิ่ง”
ทั้งสองฝ่ายต่างเอ่ยเยินยอกันไปมา ก่อนจะออกเดินเข้าเมืองไปด้วยกัน
ในขณะเดียวกัน เฉินชิงซานก็ได้เข้ามาในตำหนักพักแรมที่จั่วเซียวจัดเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว
สถานที่แห่งนี้อดีตเคยเป็นถึงวังของอ๋องเจิ้นหนานที่คอยปกปักรักษาแดนใต้ แต่หลังจากพรรคมารจันทร์ทมิฬตีหนานเจียงจนแตกพ่าย วังแห่งนี้ก็กลายเป็นฐานที่มั่นหลักของพรรคมารในการกำราบและปกครองดินแดนแถบนี้ บัดนี้จึงตกมาเป็นตำหนักพักแรมของเฉินชิงซานในฐานะตัวแทนของท่านประมุข
เฉินชิงซานเอนกายลงบนตั่งนุ่มด้วยความเหนื่อยล้า แววตาเหม่อมองออกไปยังลานเรือนด้านนอกพลางขมวดคิ้วครุ่นคิด
ความอ่อนล้าของเขาไม่ได้แสร้งทำ แต่เขาเหนื่อยใจจริง ๆ
เมื่อครู่ที่กล้าหักหน้าจั่วเซียวต่อหน้าคนนับพัน แท้จริงแล้วในใจเขาตื่นตระหนกจนเหงื่อซึม กลัวว่ายักษ์ใหญ่ฝ่ายมารผู้นี้จะฟาดฝ่ามือเดียวซัดเขาจนดับดิ้น
แม้ว่าเขาจะคุ้นเคยกับเนื้อหาในเกมดีจนรู้ว่าไม่มีทางเกิดเรื่องขึ้น และการทำตัวโอหังจองหองต่างหากที่สอดคล้องกับสันดานเดิมของร่างนี้ หากขืนแสดงท่าทีอ่อนแอขี้ขลาดออกไปต่างหากที่จะชวนให้ผู้คนระแวงแคลงใจ
—แต่ถึงอย่างนั้นมันก็กลัวอยู่ดีนั่นแหละ!
ไก่อ่อนไร้ตบะบารมีคนหนึ่ง กลับกล้าสะบัดหน้าใส่ผู้ยิ่งใหญ่สำนักมารต่อหน้าธารกำนัล... นี่มันต่างอะไรกับสุนัขพุดเดิ้ลไปเดินเห่าท้าทายเสือโคร่งกันเล่า
ทว่าท่ามกลางสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้ เฉินชิงซานมีเพียงต้องสวมบทบาทนี้เท่านั้นจึงจะปลอดภัยที่สุด
หากยอมปล่อยตัวตามน้ำไปร่วมงานเลี้ยง แล้วต้องไปนั่งปั้นหน้าพูดคุยรับคำประจบสอพลอจากผู้ยิ่งใหญ่ฝ่ายมารเหล่านั้น หากเขาเผยพิรุธไปแม้เพียงนิดเดียวคงไม่มีโอกาสได้แก้ตัว
พวกมารร้ายล้วนเป็นจิ้งจอกเฒ่าในยุทธภพที่เชี่ยวชาญเล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิง หากความแตกขึ้นมา ผลที่ตามมาย่อมเกินกว่าจะจินตนาการได้ การอยู่ห่างจากคนพวกนี้ไว้จึงจะปลอดภัย
วันข้างหน้าก็ต้องพยายามอยู่ให้ห่างจากพวกผู้ยิ่งใหญ่สำนักมารกลุ่มนี้ให้มากที่สุดเช่นกัน
เมื่อคิดได้ดังนี้ เฉินชิงซานก็กวาดสายตามองซ้ายมองขวา
ภายในตำหนักพักแรม นอกจากสาวใช้สองสามคนที่ยืนนอบน้อมรอรับใช้อยู่ไกล ๆ แล้ว ยังมีสมุนสอพลออีกหลายคนที่คอยเดินตามเขาติดตามไม่ห่าง
ทั้งเจ็ดคนนี้ล้วนเป็นเพียงตัวประกอบปลายแถวในฝ่ายมาร มีทั้งชายและหญิง ถนัดเรื่องเล่ห์เหลี่ยมต่ำช้าและวิธีกะล่อนปลิ้นปล้อนหลอกล่อสร้างความสำราญ ซึ่งทั้งหมดเป็นคนที่เสิ่นหลิงซวงยัดเยียดมาไว้ข้างกายเจ้าของร่างเดิม
การที่เจ้าของร่างเดิมตกต่ำกลายเป็นคุณชายเสเพลทำตัวระรานชาวบ้านไปทั่วจนกู่ไม่กลับ ลูกสมุนพวกนี้นับว่ามีความดีความชอบอย่างใหญ่หลวง
ยามนี้พวกมันกำลังประจบเอาใจเฉินชิงซานอย่างกระตือรือร้น
“...นายน้อยอย่าโมโหไปเลยขอรับ ก็แค่แม่นางน้อยคนหนึ่ง สตรีที่งดงามกว่านางในใต้หล้ายังมีอีกถมไป ประเดี๋ยวพวกเราไปเสาะหาจากในเมืองอวิ๋นจงมาเพิ่มให้ท่านอีกสักสองสามคนดีหรือไม่ขอรับ”
“จริงด้วยเจ้าค่ะนายน้อย ด้วยอำนาจและบารมีของนายน้อย สตรีแบบไหนกันที่จะหามาปรนนิบัติไม่ได้”
“จริงสิขอรับนายน้อย ข้าได้ยินมาว่านายหญิงแห่งเรือนหยกวิจิตรในเมืองอวิ๋นจงผู้นั้นคือโฉมงามอันดับหนึ่งแห่งหนานเจียง ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไปดูลาดเลาจับตาดูนางไว้ให้ท่านก่อนดีหรือไม่ขอรับ”
“หรือพวกเราจะไปเดินทอดน่องในเมืองกันดีขอรับ แดนใต้มีสัตว์อสูรมากมาย สัตว์แปลกพิสดารในเมืองอวิ๋นจงต้องมีไม่น้อยเป็นแน่”
ลูกสมุนหลายคนพากันปั้นหน้าประจบสอพลอ เอาอกเอาใจเฉินชิงซานไม่ขาดปาก พร้อมเสนอหนทางเที่ยวเล่นหาความสำราญสารพัด
การเดินทางของเฉินชิงซานในครั้งนี้ แม้จะอ้างว่ามาตรวจการแทนท่านประมุข แต่คนที่ลงมือทำงานจริง ๆ คือองครักษ์กระบี่หลินอินอิน ส่วนเฉินชิงซานผู้เป็นน้องชายประมุข ก็เป็นเพียงตรายางที่ถูกตั้งไว้บังหน้าเท่านั้น
ลำพังสันดานรักสนุกเสเพลของร่างเดิม ย่อมไม่ใช่คนที่จะมานั่งสะสางกิจการงานบ้านเมืองได้อยู่แล้ว
ยามนี้เมื่อได้ยินพวกลูกสมุนแย่งกันเอ่ยถ้อยคำสอพลอ เฉินชิงซานก็พอจะปะติดปะต่อสถานการณ์ในตอนนี้ได้คร่าว ๆ
ตอนที่เขาข้ามมิติมา ร่างเดิมกำลังฮึดฮัดขัดเคืองอยู่กับองครักษ์กระบี่หลินอินอิน มิน่าล่ะ ท่าทีที่นางมีต่อเขาถึงได้ดูหงุดหงิดรำคาญใจขนาดนั้น?
จิ๊……
ดูท่าคุณชายเสเพลผู้นี้ คงไปหมายตาญาติพี่น้องของผู้ยิ่งใหญ่คนไหนในพรรคมารที่ไม่ควรไปตอแยเข้าอีกแล้ว
เฉินชิงซานตวัดสายตามองพวกลูกสมุนตรงหน้า พลันเอ่ยเสียงเรียบ “พวกเจ้าไปหาสัตว์มาให้ข้าหน่อย”
“พวกสัตว์เลี้ยงอย่างไก่ เป็ด วัว แพะ หรือสัตว์ร้ายอย่างหมูป่า เสือ ไม่จำกัดประเภท ไปหามาให้ข้าดูที่ลานเรือนนี้สักสองสามตัว”
เฉินชิงซานสั่งการด้วยน้ำเสียงเย็นชา มอบหมายงานให้พวกลูกสมุนไปจัดการ
ค่าประสบการณ์ในเกมส่วนใหญ่ได้มาจากการไล่ฆ่ามอนสเตอร์ แม้แต่การฆ่าไก่ฆ่าแพะ หรือพวกงู ตะขาบ หนู มด ตามริมทาง ก็ยังได้ค่าประสบการณ์ 1 แต้ม
ยามนี้เขาจำเป็นต้องยืนยันวิธีรับค่าประสบการณ์ก่อน ว่าจะเหมือนกับในเกมหรือไม่
เนื่องจากระบบนี้เรียบง่ายเกินไป ทุกสิ่งทุกอย่างจึงล้วนต้องให้เฉินชิงซานคอยคลำหาทางเอาเอง
ไม่นานนัก พวกลูกสมุนก็แยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง เพื่อเสาะหาสัตว์มาให้เฉินชิงซาน
แม้ว่าคำสั่งนี้จะฟังดูแปลกประหลาดพิกล นายน้อยของพวกตนอยู่ดี ๆ นึกครึ้มอะไรขึ้นมา ถึงอยากจะได้สัตว์พวกนี้
อย่างไรก็ตาม นายน้อยของพวกมันก็มักจะมีอารมณ์แปรปรวนเดาใจยากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ย่อมไม่มีใครกล้าปากมากซักไซ้
ในเวลาต่อมา ลานเรือนก็พลันคึกคักขึ้นมาทันตาเห็น
พวกลูกสมุนกลุ่มนี้หากให้ไปทำเรื่องเป็นชิ้นเป็นอันคงไม่ได้ความ แต่เรื่องขี้ผงพรรค์นี้กลับหูไวตาไวทำงานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งนัก
ไม่เพียงแต่จะกวาดต้อนพวกสัตว์เลี้ยงทั่วไปมาได้เท่านั้น พวกเขายังถึงขั้นไปลากเสือโคร่งมาได้ตัวหนึ่ง รวมถึงลิงผอมสามตาอีกตัวด้วย
“นายน้อย นี่คือสัตว์อสูรเฉพาะถิ่นของแดนใต้ นามว่าลิงผอมสามตาขอรับ...”
ลูกสมุนเจ้าของฉายา ‘หลี่หู่ลิ้นขาว’ เอ่ยรายงานด้วยรอยยิ้มประจบพลางแนะนำสัตว์อสูรที่ตนจูงมาให้เฉินชิงซานดู
อย่างไรก็ตาม เฉินชิงซานกลับเพียงแค่ปรายสายตาเย็นชา มองผ่านไปแวบเดียว ก่อนจะชักกระบี่เดินตรงไปยังกรงสัตว์ปีกที่อยู่ข้าง ๆ
“เจ้า” เฉินชิงซานชี้ไปที่ลูกสมุนคนหนึ่งพลันออกคำสั่ง “จับไก่ข้างในนั้นออกมา กดมันไว้กับพื้น”
เมื่อเห็นเฉินชิงซานถือกระบี่เดินย่างสามขุมเข้ามา พวกลูกสมุนต่างพากันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
นายน้อยคิดจะทำอะไร? ฆ่าไก่หรือ?
แต่ฆ่าไก่ถึงกับต้องใช้กระบี่ด้วยหรือ?
ทุกคนต่างงุนงงจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่ก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากถาม
พวกเขายอมทำตามอย่างว่าง่าย รีบล้วงจับไก่ในกรงออกมาแล้วกดมันลงกับพื้น
“นายน้อยขอรับ?” ลูกสมุนสองคนเงยหน้ามองเฉินชิงซานที่ยืนอยู่ข้าง ๆ อย่างระมัดระวัง
แต่กลับเห็นเฉินชิงซานสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะตวัดกระบี่ฟันฉับลงมาอย่างแรง
ฉัวะ!
คมกระบี่อันแหลมคมบั่นคอไก่ขาดกระเด็นในพริบตา ร่างไก่ไร้หัวดิ้นกระตุกอยู่สองสามครั้งก่อนจะแน่นิ่งไป
ส่วนเฉินชิงซานที่ถือกระบี่คาอยู่นั้น กลับมีสีหน้ามืดครึ้มลงทันตา
——ไม่มีค่าประสบการณ์!
ในเกมต่อให้ฆ่าเป็ดฆ่าไก่ตามข้างทางก็ยังได้ค่าประสบการณ์ 1 แต้ม
แต่ตอนนี้เขาลงมือฆ่าไก่ไปแล้วกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น... หรือว่าระบบนี้จะไม่สามารถอัปเลเวลได้? เป็นเพียงระบบที่ไม่สมบูรณ์อย่างนั้นหรือ?
ปัดโธ่เว้ย……
เฉินชิงซานสีหน้าดำทะมึน ปลายกระบี่เลื่อนผ่านกรงสัตว์ปีกไป ชี้ยังแพะที่ผูกอยู่ข้าง ๆ พลันเอ่ยเสียงเข้ม “กดมันไว้!”
พวกลูกสมุนรีบกรูเข้าไปช่วยกันกดร่างแพะภูเขาลงกับพื้น ทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาแอบส่งสายตากันไปมา
ดูท่านายน้อยจะกำลังโมโหอยู่ วันนี้ห้ามไปกระตุกหนวดเสือเด็ดขาด มิฉะนั้นได้ซวยกันหมดแน่…
เฉินชิงซานที่ถือกระบี่ด้วยสีหน้ามืดครึ้มเดินเข้ามา ก่อนจะตวัดฟันฉับเดียวหัวแพะก็หลุดกระเด็น
เลือดสด ๆ พุ่งกระฉูด สาดกระเซ็นใส่หน้าลูกสมุนสองคนที่กำลังกดแพะอยู่
ทว่าทั้งสองคนกลับแข็งทื่อไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเช็ดออก
เกรงว่าหากขยับตัวสุ่มสี่สุ่มห้า คมกระบี่เล่มนั้นจะแฉลบมาบั่นหัวของตนเองเข้า
เมื่อเห็นสีหน้าของนายน้อยแปรเปลี่ยนเป็นบูดบึ้งยิ่งกว่าเดิม พวกลูกสมุนก็พากันขวัญหนีดีฝ่อ อกสั่นขวัญแขวนไปตาม ๆ กัน
น้อยครั้งนักที่จะเห็นนายน้อยมีท่าทีฉุนเฉียวคลุ้มคลั่งและดุดันถึงเพียงนี้……
กระทั่งโฉมงามอันดับหนึ่งแห่งแดนใต้ก็ยังดึงดูดความสนใจของเขาไม่ได้ กลับมาหมกตัวอยู่ในจวนไล่ฟันสิ่งของระบายอารมณ์เช่นนี้……
หรือว่านายน้อยจะมอบหัวใจรักมั่นให้แก่คุณหนูสกุลเมิ่งผู้นั้นเข้าจริง ๆ เสียแล้ว?