- หน้าแรก
- วิวาห์นี้ไม่มีจ่ายเพิ่ม
- บทที่ 5 ยอดฝีมือ CS
บทที่ 5 ยอดฝีมือ CS
บทที่ 5 ยอดฝีมือ CS
ช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ หลังจากทานอาหารเสร็จ เฉินซวี่ก็เก็บข้าวของกลับไปที่โรงเรียน
ก่อนออกมา เขาได้รับปากกับผู้เป็นแม่ว่าคืนนี้จะโทรหาครูประจำชั้น เพราะการออกไปอยู่หอพักข้างนอกจำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง
เหล่าเกาต้องโทรมาคุยเพื่อยืนยันอย่างแน่นอน
เมื่อมาถึงโรงเรียน เขาก็เห็นหลิวเจี๋ยอยู่ในห้องเรียนแล้ว หมอนี่มาถึงเร็วกว่าเขาเสียอีก
"อะไรนะ? นายทำการบ้านเสร็จหมดแล้วเหรอ?"
หลิวเจี๋ยมองเฉินซวี่ด้วยความประหลาดใจ
"แน่นอนสิ!"
เฉินซวี่โบกมืออย่างโอ้อวด
"นายคิดว่าทุกคนจะเหมือนนายหรือไง?"
"บ้าเอ๊ย นายทำการบ้านเลขด้วยเหรอ? ขอดูหน่อยสิ"
หลิวเจี๋ยรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาตงิดๆ
"แน่ใจนะว่าอยากลอกของฉัน?"
เฉินซวี่ย้อนถาม
"เอ่อ... หวังเชา ขอดูการบ้านเลขของนายหน่อยสิ"
หลิวเจี๋ยตัดสินใจเมินเฉินซวี่ทันที ยังไงหวังเชาก็เป็นถึงนักเรียนท็อปเท็นของห้อง
หลังจากหลิวเจี๋ยปั่นการบ้านจนเสร็จ เขาก็รบเร้าจะออกไปข้างนอกกับเฉินซวี่ให้ได้
"มีร้านเน็ตเพิ่งเปิดใหม่ทางฝั่งตะวันตกของโรงเรียนเรา มีเกม CS ให้เล่นด้วย ไปเถอะ ไปเล่นกันสักพัก"
หลิวเจี๋ยกระซิบชวน
ในยุคนั้น บ้านส่วนใหญ่ยังไม่มีคอมพิวเตอร์ ทำให้มีร้านอินเทอร์เน็ตขนาดเล็กผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด มักจะมีคอมพิวเตอร์ประมาณสิบเครื่อง เน้นให้บริการเล่นเกมออนไลน์ เกมเล่นคนเดียว และอื่นๆ
เฉินซวี่เองก็อยากเห็นเหมือนกันว่าร้านเน็ตในยุคนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร เขาจึงเดินออกจากโรงเรียนไปพร้อมกับหลิวเจี๋ย
ผิดคาด เมื่อพวกเขาไปถึงร้านเน็ต ปรากฏว่าคนเต็มหมดแล้ว
วันนี้เป็นวันที่นักเรียนกลับมาโรงเรียน คนที่เล่นอยู่ส่วนใหญ่จึงเป็นนักเรียนทั้งนั้น
เฉินซวี่นับดู มีคอมพิวเตอร์ทั้งหมดสิบสองเครื่อง และทุกเครื่องก็กำลังถูกใช้เล่นเกมอยู่
หลิวเจี๋ยยืนดูคนอื่นเล่น CS ด้วยความตื่นเต้น แถมยังลากเฉินซวี่ให้ไปดูด้วยกัน
มันน่าดูตรงไหนเนี่ย? เฉินซวี่มองดูพวกมือใหม่เล่นกันอย่างเมามันด้วยความรู้สึกเหยียดหยามเล็กน้อย
มีคนลุกเข้าลุกออกสลับสับเปลี่ยนกันตลอดเวลา
ก็แน่ล่ะ ค่าเน็ตตั้งชั่วโมงละสิบหยวน ถือว่าแพงหูฉี่ นักเรียนหลายคนเลยเล่นแค่ชั่วโมงเดียวให้พอหายอยาก
หลิวเจี๋ยได้เครื่องนั่งเล่น ส่วนเฉินซวี่ที่เริ่มรู้สึกคันไม้คันมือก็ยอมจ่ายเงินหนึ่งชั่วโมง เตรียมตัวจะไปตบเกรียนพวกไก่อ่อน
เฉินซวี่ตั้งค่าปุ่มควบคุมและความไวของเมาส์ จากนั้นก็ซื้อปืนแล้วเริ่มลุย
พวกเขาเล่นกันในด่านที่ชื่อว่า "โกดัง"
เฉินซวี่เลือกเป็นฝ่ายโจรและรีบเล็งปืนสไนเปอร์กระบอกใหญ่ไปที่ประตูทางเข้าหลักทันที
ผู้เล่นบางคนยังกระโดดแบบบันนี่ฮอปไม่เป็นด้วยซ้ำ ดูไม่ต่างอะไรกับเป้านิ่ง
แม้แต่คนที่พอมีฝีมืออยู่บ้างก็ยังไม่ใช่คู่มือ เฉินซวี่สามารถสะบัดเมาส์ยิงสวนได้ทันทีแม้ว่าพวกเขาจะกระโดดออกมาก็ตาม
หลังจากเล่นไปได้ประมาณสิบนาที ใครบางคนในฝั่งตำรวจก็เริ่มตะโกนขึ้นมา
"มียอดฝีมือ! มียอดฝีมือโว้ย!"
แล้วฝูงชนรอบๆ ก็ส่งเสียงฮือฮาตาม
เจ้าของร้านเน็ตที่กำลังนั่งคุยเรื่อยเปื่อย พอได้ยินเสียงเอะอะก็ลุกขึ้นเดินมาดูว่ามียอดฝีมืออยู่จริงๆ หรือเปล่า
เขาเหลือบไปเห็นกลุ่มคนยืนมุงอยู่ข้างหลังเฉินซวี่ ทุกคนกำลังจ้องมองอย่างใจจดใจจ่อ
เถ้าแก่ชะโงกหน้าเข้าไปดูพลางคิดในใจ
"เฮ้ย ไม่เลวนี่หว่า"
พอจบไปอีกตา เถ้าแก่ก็ตบไหล่เฉินซวี่
"น้องชาย มาดวลกันแบบตัวต่อตัวสักตาสิ?"
หลิวเจี๋ยที่อยู่ข้างๆ รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที
"เถ้าแก่เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่เก่งที่สุดในเมืองของเราเลยนะ เฉินซวี่ ระวังตัวด้วย"
ในเมื่อเป็นถึงเจ้าของร้าน เฉินซวี่ก็ต้องไว้หน้าอีกฝ่ายอยู่แล้ว เขาจึงพยักหน้าตกลง
เถ้าแก่รีบไปนั่งที่หน้าคอมพิวเตอร์ของตัวเอง สร้างห้อง แล้วเชิญเฉินซวี่ให้เข้ามาร่วม
นี่คือด่านแบบเดธแมตช์ที่ต้องวิ่งเก็บปืน
ทันทีที่เกมเริ่ม ทั้งสองก็รีบเก็บปืนสไนเปอร์กระบอกใหญ่ โยกหลบและยิงใส่กัน
"ปัง ปัง"
ทั้งคู่ลั่นไกแทบจะพร้อมกัน
เฉินซวี่ถูกสไนเปอร์ยิงร่วงในนัดเดียว ในขณะที่อีกฝ่ายซึ่งกระโดดหลบได้ทัน โดนยิงเข้าที่ขาและรอดตายไปได้
"ว้าว"
เสียงฮือฮาดังขึ้นจากฝูงชน หลิวเจี๋ยมองดูตัวละครของเฉินซวี่ที่ล้มลงแล้วเอ่ยขึ้น
"น่าเสียดายจัง"
เฉินซวี่รู้สึกได้เลยว่าอีกฝ่ายก็มีฝีมืออยู่พอตัว ถึงขนาดกะจังหวะยิงสวนเขาตอนกระโดดลงพื้นได้ แต่ก็ยังไม่น่าจะใช่คู่มือของเขาอยู่ดี
และก็เป็นอย่างที่คิด หลังจากปรับตัวได้ในสองสามตาแรก เฉินซวี่ก็ปลดปล่อยพลังอย่างเต็มที่
เขายิงศัตรูที่เลือดเหลือน้อยจนร่วง และทันทีที่อีกฝ่ายเกิดใหม่แล้วโผล่หัวออกมา ก็โดนสอยร่วงลงไปกองกับพื้นในพริบตา
เถ้าแก่ที่ไม่ยอมเชื่อสายตาตัวเองพุ่งพรวดออกไปแล้วกระโดดหมุนตัวกลับ
"โห"
พวกมือใหม่รอบๆ ต่างตกตะลึงกับท่วงท่าของเถ้าแก่
"ทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอ?"
เฉินซวี่เองก็หลงกลและตอบสนองช้าไปนิด ทำให้ยิงพลาด
เถ้าแก่หัวเราะหึๆ ยืดอกด้วยความภูมิใจ แต่กระสุนที่ยิงสวนเฉินซวี่กลับไปก็พลาดเป้าเช่นกัน
เมื่อรู้ว่าเฉินซวี่ตั้งท่ารอดักยิงอยู่แล้ว เถ้าแก่ก็กระโดดหมุนตัวอีกครั้งด้วยความมั่นใจ
"ปัง"
ก่อนที่ท่าจะจบสมบูรณ์ ตัวละครในเกมของเขาก็ร่วงลงไปกองกับพื้น
ในเวลานั้น อินเทอร์เน็ตยังไม่เป็นที่แพร่หลาย ประโยคเด็ดจากเรื่อง "เซนต์เซย์ย่า" จึงยังไม่เป็นที่รู้จัก นั่นคือ ท่าไม้ตายเดิมๆ ใช้กับเซนต์ไม่ได้ผลเป็นครั้งที่สองหรอก
ไม่ว่าท่วงท่าต่อจากนั้นของเถ้าแก่จะหวือหวาแค่ไหน สุดท้ายเขาก็หนีไม่พ้นคมกระสุนของเฉินซวี่อยู่ดี
หลังจากโดนถล่มไป 45:7 ในที่สุดเถ้าแก่ก็ยอมแพ้
"น้องชาย นายเก่งมาก ฝีมือไม่เบาเลย ไปฝึกมาจากไหนเนี่ย?"
เฉินซวี่หัวเราะเบาๆ
"พี่ชายผมมีคอมพิวเตอร์น่ะครับ ผมเลยเล่นตลอดช่วงปิดเทอมฤดูร้อนเลย"
แน่นอนว่านี่เป็นเรื่องที่เขาแต่งขึ้นมาเอง
เถ้าแก่รู้สึกประหลาดใจ
"เล่นแค่ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนก็เก่งขนาดนี้เลยเหรอ? นายนี่มันระดับโปรชัดๆ"
ทว่าเฉินซวี่กลับส่ายหน้า
"ผมเคยไปเล่นกับเพื่อนของพี่ชายครั้งนึงครับ"
"ฝีมือผมถ้าเทียบกับเขา อย่างมากก็คงสู้ได้แค่ 2:10 แถมยังต้องพึ่งดวงด้วยซ้ำ"
"ฝีมือมันห่างชั้นกันเกินไป จุ๊ๆ"
"แต่ขนาดเพื่อนเขาไปคัดตัวเข้าทีมกึ่งอาชีพ ยังคัดไม่ผ่านเลยครับ"
เจ้าของร้านเน็ตในตอนนั้นยังไม่เคยสัมผัสกับวงการเกมระดับมืออาชีพ เขาจึงรู้สึกงุนงงไปหมด
หลังจากได้ยินคำพูดของเฉินซวี่ เขาทำได้เพียงยิ้มเจื่อนๆ
"เฮ้อ ใครจะไปคิดว่าความห่างชั้นของคนเรามันจะมากขนาดนี้"
เถ้าแก่คืนค่าเน็ตให้เฉินซวี่กับหลิวเจี๋ยก่อนแถมยังเลี้ยงโค้กพวกเขาอีกด้วย
หลังจากคุยกันสักพัก เมื่อเห็นว่าเริ่มดึกแล้ว และเฉินซวี่กำลังจะกลับ เถ้าแก่ก็พูดขึ้น
"น้องชาย มีเบอร์ QQ ไหม? มาแลกคอนแทคกันเถอะ"
นี่เป็นครั้งแรกที่เฉินซวี่เข้าร้านเน็ต เขาจึงยังไม่มี QQ และเขาก็รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้สมัครไว้ก่อนหน้านี้
ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่บอกว่าไม่มี
"งั้นก็เลือกเอาจากของฉันสักเบอร์สิ"
เถ้าแก่พูดพร้อมกับยื่นสมุดโน้ตที่เต็มไปด้วยหมายเลข QQ ให้
"ที่นี่มีแบบห้าหลักด้วยเหรอครับ?"
ดูเหมือนว่าเถ้าแก่จะท่องโลกอินเทอร์เน็ตมานานพอสมควร
"ฉันแค่สมัครทิ้งไว้ตอนที่ไม่มีอะไรทำน่ะ"
"รู้งี้ตอนนั้นน่าจะสมัครไว้เยอะๆ ตอนนี้มันหาไม่ได้แล้ว"
เถ้าแก่ยังคงรู้สึกเสียดายไม่หาย
เฉินซวี่คิดในใจ
"ลุงน่าจะแอบยิ้มอยู่มากกว่านะ"
"ในอนาคต QQ ห้าหลักสวยๆ น่ะ ราคาหลักหมื่นหยวนเลยนะ"
ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะปฏิเสธของดีๆ แบบนี้
เฉินซวี่เลือกเบอร์ห้าหลักมาหนึ่งเบอร์และพยายามจะจ่ายเงินให้เถ้าแก่ แต่เถ้าแก่ก็ปฏิเสธท่าเดียว
หลังจากแอด QQ ของเถ้าแก่ที่ชื่อ เฉินเทา เรียบร้อยแล้ว ก่อนกลับเถ้าแก่ยังย้ำกับเขาว่าตัวเองจะอยู่ที่ร้านเน็ตนี้ตลอด มีอะไรก็แวะมาหาได้
เฉินซวี่เดาว่าเถ้าแก่น่าจะเคยพัวพันกับเรื่องอะไรสักอย่างในอดีต แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกกลัวอะไร เพียงแค่ยิ้มรับแล้วตอบตกลง
ระหว่างทางกลับ หลิวเจี๋ยเอาแต่พูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด จ้องมองเฉินซวี่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมกับพร่ำพรรณนาด้วยความทึ่งที่เฉินซวี่เป็นถึงยอดฝีมือ
เฉินซวี่อยากให้อีกฝ่ายหุบปาก จึงบังคับให้หลิวเจี๋ยเลี้ยงมื้อเย็นซะเลย
"ทำไมล่ะ?"
"แล้วเมื่อกี้ทำไมเถ้าแก่ถึงไม่คิดค่าเน็ต แถมยังเลี้ยงโค้กนายอีกล่ะ?"
หลิวเจี๋ยไม่มีทางเลือก จึงต้องเลี้ยงเจี้ยนปิ่งเฉินซวี่ ซึ่งเฉินซวี่ก็สั่งรวดเดียวสองชิ้นทันที
หลิวเจี๋ยมองดูเจี้ยนปิ่งชิ้นโตในมือตัวเอง แล้วก็อดไม่ได้ที่จะโวยวายใส่เฉินซวี่
"นายเป็นหมูหรือไง? กินสองชิ้นหมดได้ไงเนี่ย?"
ร้านเจี้ยนปิ่งร้านนี้ขายให้นักเรียนเป็นหลัก จึงเน้นให้ปริมาณเยอะๆ และราคาไม่แพง ปกติหลิวเจี๋ยกินแค่ชิ้นเดียวก็อิ่มตื้อแล้ว
เฉินซวี่ทำเสียงฮึดฮัดในลำคอแล้วจัดการเจี้ยนปิ่งทั้งสองชิ้นจนเกลี้ยง ทำเอาหลิวเจี๋ยเบิกตากว้าง
"เฉินซวี่ นายนี่มันวันๆ เอาแต่กิน นอน แล้วก็ขี้จริงๆ"
"ฉันยอมใจนายเลยว่ะ"
เฉินซวี่กระโดดเตะก้นหลิวเจี๋ยเข้าให้
"ฉันไปขี้บ่อยตอนไหนวะ?"
หลิวเจี๋ยหลบได้อย่างคล่องแคล่ว ทำให้เฉินซวี่ต้องวิ่งไล่เตะตามไป
ทั้งสองหยอกล้อกันไปมาตลอดทางจนถึงห้องเรียน แล้วถึงได้สงบสติอารมณ์ลง
การบ้านของพวกเขาก็เสร็จหมดแล้ว จึงเอาแต่นั่งคุยเล่นและพูดติดตลกกับคนอื่นๆ ต่อไป
เมื่อถึงเวลาเรียนทบทวนช่วงค่ำ ครูประจำชั้นเหล่าเกาก็เดินเข้ามา และบรรยากาศในห้องเรียนก็เงียบกริบลงทันที
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ เมื่อเห็นว่านักเรียนมากันครบแล้ว เขาก็พยักหน้าด้วยความพอใจ ก่อนจะหันหลังกลับไปที่ห้องพักครู
กะเวลาว่าเหล่าเกาน่าจะกลับถึงห้องพักครูแล้ว เฉินซวี่ก็บอกลาหลิวเจี๋ยแล้วเดินไปหาเหล่าเกาที่ห้องพักครู
เฉินซวี่เจอเหล่าเกาและบอกความประสงค์เรื่องที่เขาต้องการจะเช่าหอพักอยู่
เมื่อเหล่าเกาได้ยินว่าทางครอบครัวตกลงแล้ว เขาก็ให้เฉินซวี่โทรกลับไปหาที่บ้านโดยตรง
"ฮัลโหล แม่ครับ ผมเองนะ"
"ครูเกา ครูประจำชั้นของผมอยู่ตรงนี้แล้ว"
"ครูเขาอยากยืนยันกับแม่เรื่องที่ผมจะออกไปเช่าหออยู่น่ะครับ"
"อืมม์ งั้นแม่คุยกับครูเขาเลยนะครับ"
เฉินซวี่จงใจเตี๊ยมกับแม่ไว้ล่วงหน้าว่า ครูสอนการเมืองเฉินไห่ยิงกับครูประจำชั้นไม่ค่อยถูกกันนัก ให้บอกไปตรงๆ เลยว่าเช่าหออยู่ แค่นี้ก็สามารถปิดบังเรื่องราวทั้งหมดได้อย่างแนบเนียน
หลังจากวางสาย เหล่าเกาก็พูดกับเฉินซวี่ด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ถึงครอบครัวเธอจะอนุญาตแล้ว แต่ตัวเธอเองก็ต้องไม่ทำตัวเหลวไหลนอกลู่นอกทาง"
"ถ้าผลการเรียนของเธอตกลงไป ฉันไม่ยอมแน่ เข้าใจไหม?"
เหล่าเกากลัวว่าเฉินซวี่จะหนีไปเล่นเน็ตหรือทำอะไรทำนองนั้น จึงได้กล่าวตักเตือนไว้ล่วงหน้า
"ครับครู ผลการเรียนผมจะไม่ตกแน่นอนครับ"
"อืม อีกสองสามวันจะมีการสอบ ถึงตอนนั้นเดี๋ยวก็ได้รู้กัน"
สุดท้าย ด้วยความที่ยังไม่ค่อยวางใจ เขากล่าวเสริมขึ้นอีกว่า
"เธอเป็นคนฉลาดมากนะ แต่เธอต้องใช้ความฉลาดของตัวเองให้ถูกทางด้วย เข้าใจไหม?"
"เข้าใจแล้วครับครู"
"อืม กลับไปได้แล้ว"
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เฉินซวี่ก็กลับไปเล่าให้หลิวเจี๋ยฟัง
"ทำไมที่บ้านนายถึงยอมล่ะ? ที่บ้านฉันไม่ยอมให้ฉันเป็นนักเรียนไปกลับเด็ดขาดเลยปีนี้"
เมื่อเห็นสีหน้าขุ่นเคืองของหลิวเจี๋ย เฉินซวี่ก็พูดขึ้นว่า
"ก็เพราะที่บ้านนายรู้ไงว่าถ้านายไม่ได้อยู่หอใน นายต้องหนีเที่ยวโต้รุ่งทุกวันแน่ๆ"
หลิวเจี๋ยพึมพำ
"ก็ไม่ได้ทุกวันซะหน่อย..."
จากนั้นเขาก็คว้ารัดคอเฉินซวี่
"อ๊ากกก ทำไมเพิ่งมาบอกตอนนี้เนี่ย? ไม่ได้การละ ฉันต้องไปคุยกับที่บ้านเรื่องย้ายออกบ้างแล้ว"
การที่เขาไม่บอกหลิวเจี๋ยนั้นเป็นสิ่งที่เขาไตร่ตรองมาอย่างดีแล้ว
ถ้าหลิวเจี๋ยย้ายออกไป หมอนี่ก็คงหลงระเริงและอาจจะหนีเที่ยวโต้รุ่งทุกวันแน่ๆ
ดังนั้น เพื่อให้หลิวเจี๋ยตั้งใจเรียน เขาจึงต้องจำใจให้เพื่อนอยู่หอในต่อไป
ในที่สุดหลิวเจี๋ยก็ล้มเลิกความคิดนั้น เพราะรู้ดีว่าที่บ้านจะต้องคิดว่าเขาย้ายออกไปทำตัวเหลวไหลอย่างแน่นอน
เมื่อเห็นท่าทางหงอยๆ ของหลิวเจี๋ย เฉินซวี่จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเอาโค้กห้าขวดมาล่อ เพื่อให้เพื่อนร่วมชั้นอย่างหลิวเจี๋ยกลับมายิ้มได้อีกครั้ง
หลังหมดเวลาเรียนทบทวนช่วงค่ำ หลิวเจี๋ยก็ช่วยเฉินซวี่แบกเครื่องนอนและข้าวของอื่นๆ ไปยังบ้านพักครู
เมื่อเดินขึ้นไปชั้นบน เขาก็รู้สึกอิจฉารังนกเล็กๆ ของเฉินซวี่เป็นอย่างมาก เขาลงไปกลิ้งเกลือกบนโซฟาพลางบ่นอุบ
"ฉันเสียใจ ฉันไม่น่าเห็นแก่โค้กห้าขวดนั่นเลย"
เฉินซวี่มองเขาอย่างเอือมระอา
"แล้วนายจะเอายังไง?"
"นายต้องจ่ายเพิ่ม"
หลิวเจี๋ยพูดด้วยท่าทีจริงจัง
"เจ็ดขวด"
"ไสหัวไปเลยไป~"
หลังจากหลิวเจี๋ยกลับไป เฉินซวี่ก็จัดข้าวของให้เข้าที่เข้าทาง จากนั้นก็เปิดคอมพิวเตอร์
ใช่แล้ว หนทางเดียวในการหาเงินตอนนี้ก็คือการคัดลอกผลงานของนักเขียนชื่อดัง
หลังจากพิจารณาอย่างรอบคอบ เฉินซวี่ก็ตัดสินใจเลือกคัดลอกนิยายเรื่อง ย้อนเวลาขึ้นเป็นอ๋อง ของ เยี่ยกวน
เขาลงมือทำทันที
ด้วยความได้เปรียบที่เคยอ่านนิยายเรื่องนี้มานับสิบครั้งในชีวิตก่อน ไอเดียของเฉินซวี่จึงพรั่งพรูออกมาเป็นสายน้ำ เขาปั่นต้นฉบับจนถึงเที่ยงคืนครึ่ง
เขาเขียนไปได้เกือบหมื่นตัวอักษรในรวดเดียว แต่ประสิทธิภาพก็ยังถือว่าค่อนข้างต่ำ
พรุ่งนี้ เขาจะวางโครงเรื่องคร่าวๆ ไว้ในช่วงกลางวันก่อน พอมีโครงเรื่องแล้ว การเขียนก็จะง่ายขึ้น
เฉินซวี่ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ ปิดไฟ แล้วก็เข้านอน!
เมื่อไม่มีบริการปลุกจากหลิวเจี๋ยในตอนเช้า เฉินซวี่จึงต้องตื่นขึ้นมาด้วยเสียงนาฬิกาปลุกของตัวเอง
เมื่อเขาเห็นหลิวเจี๋ยในตอนเช้า เขากลับรู้สึกโหยหาอย่างประหลาด
"หลิวเจี๋ย ฉันคิดถึงนายจังเลย..."
"ฉันก็คิดถึงนายเหมือนกัน..."
เพื่อนร่วมชั้นรอบๆ ต่างพากันแสดงสีหน้าขยะแขยง