เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 70 : ผู้ฝึกยุทธแต่ละคนต่างก็มีมีวิถีแห่งเต๋าที่ตัวเองยึดมั่น

บทที่ 70 : ผู้ฝึกยุทธแต่ละคนต่างก็มีมีวิถีแห่งเต๋าที่ตัวเองยึดมั่น

บทที่ 70 : ผู้ฝึกยุทธแต่ละคนต่างก็มีมีวิถีแห่งเต๋าที่ตัวเองยึดมั่น


บทที่ 70 : ผู้ฝึกยุทธแต่ละคนต่างก็มีมีวิถีแห่งเต๋าที่ตัวเองยึดมั่น

"ตอนแรกข้ายังลังเลอยู่ เพราะชายฝั่งทะเลเหนือมันไกลมาก"

"แต่ถ้าเจ้าจะไป ข้าก็จะไปด้วยแน่นอน!" องครักษ์สิบสามพูดอย่างไม่ลังเล

"งั้นพวกเรายังขาดอีกหนึ่งคน!"

"เรื่องนี้ง่ายมาก…​ปล่อยให้ข้าจัดการเอง!" องครักษ์สิบสามพูดอย่างมั่นใจ

"เจ้ารอข่าวจากข้าได้เลย…เเละพวกเราน่าจะออกเดินทางได้พรุ่งนี้เช้า!"

หลินเสวียนพยักหน้ารับ, แล้วส่งองครักษ์สิบสามออกไป

……..

หลังจากนั้น, หลินเสวียนก็หยิบโอสถก่อกำเนิดและโอสถหลอมลมปราณมากินอย่างละหนึ่งเม็ด

วางศิลาวิญญาณไว้ในห้องฝึกฝน ปล่อยให้วิชาปราณน้ำแข็งเพลิงฝึกฝนด้วยตัวเอง

หนูสายฟ้ามองศิลาวิญญาณที่หลินเสวียนวางไว้…ดวงตาทั้งสองข้างเป็นประกาย ทว่ามันก็ยังไม่กล้าขโมยกิน!

……

"หลินเสวียน…ผู้อาวุโส​หนึ่งลงทัณฑ์จะไปกับพวกเรา"

ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง องครักษ์สิบสามก็ส่งข่าวกลับมา

"ผู้อาวุโส​หนึ่งลงทัณฑ์จะไปด้วย?" หลินเสวียนรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย​

"อืม!"

"จริงๆแล้วสามลงทัณฑ์อยากจะไป…แต่หัวหน้าไม่ค่อยไว้ใจ เลยตัดสินใจไปเอง" องครักษ์สิบสามส่งข้อความมา

"ไม่ค่อยไว้ใจ?" หลินเสวียนงุนงงกับคำนี้

"สามลงทัณฑ์คนนั้น...พูดอย่างไรดี, ไว้เจ้าได้เจอกับเขาแล้วจะรู้เอง"

"แต่ตอนนี้ดีแล้ว!"

"ในเมื่อผู้อาวุโส​ยอมไปด้วย, พวกเราก็ยิ่งมั่นใจในด้านความปลอดภัย​ได้มากขึ้น" องครักษ์สิบสามพูดอย่างยินดี

"ตกลง, งั้นพวกเราออกเดินทางกันพรุ่งนี้เช้า!"

หลินเสวียนตอบกลับ จากนั้นก็นั่งพักผ่อนอยู่ที่ค่ายกลดูดซับพลังวิญญาณ

……

[วิชาปราณน้ำแข็งเพลิงฝึกฝนอย่างหนักตลอดทั้งคืน พลังปราณขอบเขตก่อกำเนิดสายที่สี่แข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อย…อีกไม่นานก็น่าจะบ่มเพาะออกมาได้!]

โอสถก่อกำเนิดหนึ่งเม็ด!

โอสถหลอมลมปราณหนึ่งเม็ด!

ศิลาวิญญาณสี่ก้อน!

ทั้งหมดนี้​ทำได้​แค่ทำให้พลังปราณขอบเขตก่อกำเนิดสายที่สี่แข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น

"ดูเหมือนว่า ยิ่งมีพลังปราณขอบเขตก่อกำเนิดมากเท่าไหร่ การบ่มเพาะพลังปราณขอบเขตก่อกำเนิดสายใหม่…ก็ยิ่งต้องใช้ทรัพยากรมากขึ้นเท่านั้น​"

"แต่ข้าก็ไม่ต้องกังวล​อะไร"

"ในมือข้ายังมีโอสถก่อกำเนิดที่มีลวดลายโอสถ​สิบเส้นอีกสิบเม็ด!"

"โอสถหลอมลมปราณก็มีเยอะ, ศิลาวิญญาณก็ไม่ขาดแคลน,​ พวกมันเพียงพอที่จะใช้ได้อีกสักพัก"

หลินเสวียนไม่ได้รู้สึกกังวล

การบำเพ็ญเพียรไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ในชั่วข้ามคืน…เขาต้องค่อยๆเป็นค่อยๆ ไป

หลินเสวียนมีความอดทน,​ ดังนั้น​เขาจะค่อยๆฝึกฝน!

……

"หลินเสวียน!"

"พวกเราออกเดินทางกันได้แล้ว!"

ทันใดนั้น, เสียงขององครักษ์สิบสามก็ดังมาจากข้างนอก

"มาแล้วครับ!"

หลินเสวียนตอบกลับ เขาล้างหน้าล้างตา แล้วก็เดินลงมาข้างล่าง

ณ​ ขณะนี้…ทั้งองครักษ์สิบสามและผู้อาวุโส​หนึ่งลงทัณฑ์ต่างก็สวมชุดคลุมยาวสีเขียว

พวกเขาเก็บสัญลักษณ์ของสำนักเทียนเซียวเอาไว้…หลินเสวียนก็เช่นกัน

"หลินเสวียนคารวะผู้อาวุโส​!" หลินเสวียนรีบคารวะ

"หลินเสวียน ไม่ต้องเกรงใจกันขนาดนั้น…พวกเราล้วนเป็นคนของหอลงทัณฑ์เหมือน​ๆกัน"

"สิบสามลงทัณฑ์​เเละพรรคพวกมักจะเรียกข้าว่าหัวหน้า…เจ้าไม่รังเกียจก็เรียกข้าว่าหัวหน้า​ หรือจะเรียกผู้อาวุโส​หนึ่งลงทัณฑ์ก็ได้!"

ผู้อาวุโส​หนึ่งลงทัณฑ์โบกมือ, เขาไม่ได้​สนใจเรื่องพิธีรีตองมากนัก​

"ครับ…หัวหน้า!"

เมื่อผู้อาวุโส​หนึ่งลงทัณฑ์ไม่ใส่ใจ หลินเสวียนก็ยิ่งไม่ใส่ใจ

"งั้นตกลงตามนั้น…เอาล่ะ, ได้เวลาแล้ว พวกเราออกเดินทางกันเถอะ!"

ผู้อาวุโส​หนึ่งลงทัณฑ์มองท้องฟ้าแล้วพูดขึ้น

"พวกเราไม่ต้องไปรับเหยี่ยวปีกสีเขียวก่อนหรือ?"

หลินเสวียนงุนงงเล็กน้อย​!

"เหยี่ยวปีกสีเขียว?"

องครักษ์สิบสามได้ยินดังนั้น ก็พูดขึ้นด้วยสีหน้าที่แปลกประหลาด

"เหยี่ยวปีกสีเขียวสามารถบินได้หมื่นลี้ต่อวัน แต่การเดินทางไปยังชายฝั่งทะเลเหนือ ต้องข้ามแคว้นกว่างหลิงไปครึ่งหนึ่ง!"

"ต่อให้เหยี่ยวปีกสีเขียวบินโดยไม่หยุดพัก…ก็ต้องใช้เวลาถึงสองเดือน"

"กว่าข้าจะไปถึงที่นั่น มันคงจะสายไปแล้วเเหล่ะ!"

องครักษ์สิบสามพูดพลางส่ายหัว

"แล้วพวกเราจะไปกันยังไงล่ะ?" หลินเสวียนพึมพำ​

ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือเวลา!

"หัวหน้า, รีบเอาออกมาให้หลินเสวียนดูสิ!"

องครักษ์สิบสามมองผู้อาวุโส​หนึ่งลงทัณฑ์ด้วยรอยยิ้ม

"เอาล่ะ!"

ผู้อาวุโส​หนึ่งลงทัณฑ์ยกยิ้ม

จากนั้น​เขาก็หยิบ​อาวุธวิญญาณ​ที่มีรูปร่างคล้ายกระสวยออกมา

อาวุธวิญญาณ​นี้มีขนาดเท่าฝ่ามือ, บนพื้นผิว​ของมันนั้นมีอักขระที่ซับซ้อนติดตั้ง​อยู่​มากมาย

"อาวุธ​วิญญาณ​สำหรับบิน?"

หลินเสวียนรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก!

อาวุธ​วิญญาณ​มีหลายประเภท, ตั้งเเต่อาวุธ​วิญญาณ​สำหรับป้องกัน, อาวุธ​วิญญาณ​สำหรับโจมตี, และอาวุธ​วิญญาณ​สำหรับบิน

"ใช่แล้ว!"

"สิ่งนี้เรียกว่า กระสวย​เเห่ง​ความว่า​งเปล่า​ มันเป็นอาวุธ​วิญญาณ​ระดับลึกลับขั้นสูง…เเละมีเพียงชิ้นเดียวในหอลงทัณฑ์สายนอก!"

ผู้อาวุโส​หนึ่งลงทัณฑ์ตอบด้วยรอยยิ้ม

กระสวย​เเห่ง​ความว่า​งเปล่า​ ถือเป็นสมบัติล้ำค่าของหอลงทัณฑ์…ปกติแล้วไม่สามารถนำออกมาใช้ได้ง่ายๆ!

แต่ครั้งนี้เรื่องอาณาจักร​ลับเป็นเรื่องใหญ่มาก!

และผู้อาวุโส​หนึ่งลงทัณฑ์ก็เป็นถึงหัวหน้า…เขาจึงสามารถนำออกมาใช้ได้

"เปิดใช้​งา​น!"

ผู้​อาวุโส​หนึ่งลงทัณฑ์พูดพลางร่ายมนตร์

ทันใดนั้น, กระสวย​เเห่ง​ความว่า​งเปล่าก็​ขยายใหญ่ขึ้นจนมีความยาวสิบฟุต

ภายในมีพื้นที่เล็กๆที่ดูเรียบง่ายมาก

"ข้างในนี้นั่งได้ด้วย?" หลินเสวียนตกตะลึงอีกครั้ง

"อืม!"

"เพียงแค่ผู้ฝึกยุทธนั่งอยู่ข้างในใช้ศิลาวิญญาณเป็นพลังงาน…มันก็จะบินได้เอง, ส่วนพวกเราแค่คอยควบคุมทิศทางก็พอแล้ว"

"นอกจากนี้, บนกระสวย​เเห่ง​ความว่า​งเปล่า​มีค่ายกล...พลังป้องกันของมันจึงเทียบเท่ากับอาวุธ​วิญญาณ​ระดับลึกลับ!"

"ผู้เชี่ยวชาญขอบเขตก่อกำเนิดเเก่น​เเท้​ทั่วไป…ไม่สามารถทำลายมันได้" องครักษ์สิบสามอธิบาย

"ถ้าอย่างนั้น การที่จะเป็นช่างหลอมสร้างอาวุธได้…ก็ต้องมีความเชี่ยวชาญด้านค่ายกลด้วยสินะ?"

หลินเสวียนถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"ใช่แล้ว!"

"ผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกล อาจจะไม่ใช่ช่างหลอมสร้างอาวุธ…แต่ช่างหลอมสร้างอาวุธที่แข็งแกร่งทุกคน ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกล" ผู้อาวุโส​หนึ่งลงทัณฑ์พูดอย่างมั่นใจ

"จริงๆแล้ว ผู้ฝึกยุทธทุกคนเพียงแค่ทะลวงสู่ขอบเขตก่อกำเนิดเเก่น​เเท้​ก็สามารถเป็นช่างหลอมสร้างอาวุธได้ เเล้ว…แต่ก็แค่เป็นได้เท่านั้น"

"ถ้าหากไม่มีค่ายกลช่วย…ก็ทำได้แค่หลอมสร้างอาวุธ​วิญญาณ​ระดับสีเหลืองขั้นสูงเท่านั้น"

"อาวุธ​วิญญาณ​ระดับลึกลับขึ้นไป ต้องใช้ค่ายกลเสมอ" องครักษ์สิบสามพูดเสริม

"ข้าเข้าใจแล้ว!" หลินเสวียนพยักหน้า​

ตอนนี้, เขามีความเข้าใจเกี่ยวกับการหลอมสร้างอาวุธในระดับหนึ่งแล้ว

"เอาล่ะ พวกเราขึ้นไปกันเถอะ!" ผู้อาวุโส​หนึ่งลงทัณฑ์ยกยิ้ม

เขากระโดดขึ้นไปบนกระสวย​เเห่ง​ความว่า​งเปล่า​เป็นคนแรก

จากนั้น, หลินเสวียนและองครักษ์สิบสามก็ตามขึ้นไป!

พื้นที่ภายในกระสวย​เเห่ง​ความว่า​งเปล่า​เป็นเหมือนกับกล่องแก้ว

เมื่อหลินเสวียนยืนอยู่ภายในกระสวย​เเห่ง​ความว่า​งเปล่า, ​ เขาสามารถมองเห็นสถานการณ์ภายนอกได้อย่างชัดเจน

ทันใดนั้น, ผู้อาวุโส​หนึ่งลงทัณฑ์ก็หยิบศิลาวิญญาณระดับต่ำออกมาห้าก้อน…แล้ววางไว้ในค่ายกลตรงกลางกระสวย​เเห่ง​ความว่า​งเปล่า​

บูมมมม!

ทันใดนั้น, กระสวย​เเห่ง​ความว่า​งเปล่า​ก็ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า

เเละพริบตาเดียวมันก็บินออกไปไกลหลายร้อยลี้!

"ความเร็วนี้..…"

หลินเสวียนรู้สึกทึ่งอย่างมาก!

ถึงแม้ว่ากระสวย​เเห่ง​ความว่า​งเปล่า​จะมีความเร็วสูงมาก แต่คนข้างในกลับรู้สึกเหมือนยืนอยู่บนพื้นราบ…ไม่รู้สึกถึงความไม่สบายแม้แต่น้อย

มันสะดวกสบายกว่าการนั่งเหยี่ยวปีกสีเขียวมาก

"พวกเราพักผ่อนกันก่อนเถอะ​"

"ด้วยความเร็วของกระสวย​เเห่ง​ความว่า​งเปล่า, พรุ่งนี้เช้าพวกเราก็น่าจะไปถึงชายฝั่งทะเลเหนือแล้ว"

ผู้อาวุโส​หนึ่งลงทัณฑ์กล่าว​ด้วย​รอยยิ้ม​

ณ​ ขณะนี้…หลินเสวียนยืนอยู่ภายในกระสวย​เเห่ง​ความว่า​งเปล่า​

เขามองดูภูเขาและแม่น้ำที่อยู่เบื้องล่าง…รู้สึกถึงความทะเยอทะยาน อยากจะขึ้นไปยืนบนยอดเขาที่สูงที่สุด​ เพื่อมองดูภูเขานับพัน

ส่วนหนูสายฟ้า ก็ยืนขึ้นสองขาอยู่บนไหล่ของหลินเสวียน

ดวงตาเล็กๆ ทั้งสองข้างกระพริบถี่ๆ เห็นได้ชัดว่ามันค่อนข้างตกตะลึง​กับฉากที่ได้เห็​น

……

[ดีมาก!]​

[แบบนี้สิ ถึงจะเป็นสิ่งที่ผู้ฝึกยุทธอย่างพวกเราควรทำ!]​

[ท่องเที่ยวไปตามภูเขาและแม่น้ำ…เรียนรู้วิถีแห่งชีวิต​จากธรรมชาติ]​

ใน​ขณะนี้…วิชาทะยานเหนือคลื่นดีใจมาก!

มันชอบภูเขาและแม่น้ำที่สวยงามเเบบนี้​เป็นที่สุด​

[วิชาทะยานเหนือคลื่น มองเห็นความกว้างใหญ่ของโลกและความงดงามของภูเขาและแม่น้ำ…จิตวิญญาณได้รับการยกระดับเเละกำลังพัฒนาตัวเอง!]

"เจ้าช่างเป็นวิชาที่รักอิสระเสรีเสียจริง"

หลินเสวียนยกยิ้มแล้วพูดในใจ

[จะเป็นวิชาที่รักอิสระเสรี หรือวิชาที่ชอบฝืนชะตาฟ้าดิน….มันก็ล้วนเป็นรูปแบบของการดำรงชีวิต]

[ผู้ฝึกยุทธก็คือผู้จุดประกายแห่งความหวังเเห่งชีวิต​ในใจ, ไล่ตามอนาคตที่ไม่แน่นอน…เดินบนเส้นทางที่อาจจะไม่มีวันสิ้นสุด]

วิชาทะยานเหนือคลื่นพูดขึ้นอย่างแผ่วเบา

เเละคำพูดนี้ของมัน ทำให้หลินเสวียนรู้สึกเหมือนได้รับการตรัสรู้บางอย่าง​ภายในใจ!

ใช่แล้ว!

นี่คือรูปแบบการดำรงชีวิต!

ผู้ฝึกยุทธแต่ละคนต่างก็มีวิธีการบำเพ็ญเพียรของตัวเอง…มีวิถีแห่งเต๋าที่ตัวเองยึดมั่น

ลู่จื่อเยว่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดในสำนักเทียนเซียว!

ผู้อาวุโสหลิวยึดติดกับตำแหน่งผู้ดูแลหอทรัพยากรสายนอก แม้ว่าศักยภาพของเขาจะหมดลงแล้ว…แต่เขาก็ยังคงยึดมั่นในความเชื่อดั้งเดิม!

ศิษย์พี่หญิงรองยู่หยาน เพื่อที่จะก้าวหน้าต่อไป…จึงกลายเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสสายในที่ใกล้หมดอายุขัย!

องครักษ์สิบสามถึงกับสละสถานะศิษย์สายในเเละมาเข้าร่วมหอลงทัณฑ์สายนอก…ทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่จะเดินบนเส้นทางการบำเพ็ญเพียรให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น

ทุกคน…ต่างก็ดิ้นรนเเละเดินบนเส้นทางที่ตัวเองคิดว่าเหมาะสมที่สุด

ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมา..หลินเสวียนก็รู้สึกว่าตัวเองได้เข้าสู่สภาวะที่ลึกลับ!

ความรู้สึกนี้….เหมือนกับนั่งอยู่บนก้อนเมฆ

ความคิดทั้งหมดปลอดโปร่ง…ทั่วทั้งร่างกายถูกห่อหุ้มด้วยพลังลึกลับ!

หลินเสวียนกำลังเกิดภาวะ​หยั่งรู้ฟ้าดิน​!

[วิชาทะยานเหนือคลื่นสอดคล้องกับสภาวะการหยั่งรู้….ความเร็วในการพัฒนาเพิ่มขึ้นสามเท่า!]

[วิชาปราณน้ำแข็งเพลิงสอดคล้องกับภาวะการหยั่ง​รู้…ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรเพิ่มขึ้นสามเท่า!]

ตูมมมม!

ในเวลาเดียวกัน!

พลังปราณขอบเขตก่อกำเนิดสามสายภายในร่างกายของหลินเสวียน ก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

พวกมันก่อตัวเป็นแรงดูดมหาศาล…ดูดซับพลังวิญญาณจากสวรรค์และโลกอย่างต่อเนื่อง!

……

"เจ้าหมอนี่…เกิดภาวะการหยั่งรู้อีกแล้วเหรอ?"

ในตอนนี้

ทั้งผู้อาวุโส​หนึ่งลงทัณฑ์และองครักษ์สิบสามต่างก็มองหลินเสวียนเหมือนมองสัตว์​ประหลาด​!

…………………………….

จบบทที่ บทที่ 70 : ผู้ฝึกยุทธแต่ละคนต่างก็มีมีวิถีแห่งเต๋าที่ตัวเองยึดมั่น

คัดลอกลิงก์แล้ว