เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 - ความโลภและการทำร้ายคน

บทที่ 11 - ความโลภและการทำร้ายคน

บทที่ 11 - ความโลภและการทำร้ายคน


บทที่ 11 - ความโลภและการทำร้ายคน

เป็นไปตามคาด เหล่าซานซูลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ยอมเปิดปาก

"ผิงอันเอ๊ย สถานะของเอ็งไม่เหมือนคนอื่น ถือของพวกนี้ไว้มันไม่ใช่เรื่องดีหรอกนะ"

"หา?"

"เอ็งอย่าเข้าใจผิดนะ ข้าก็แค่หวังดี ลองคิดดูสิ เอ็งเป็นเป้าหมายที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ ไม่แน่ว่าเมื่อไหร่จะมีคนมาขอตรวจค้นเอ็ง เอ็งถือของพวกนี้ไว้ จะรอดหรือ? ถึงตอนนั้นไม่ใช่แค่โดนยึดของไปนะ แต่เอ็งยังต้องโดนซ้อมอีกยก เผลอๆ อาจจะโดนเปิดการประชุมวิจารณ์ประณามเอ็งด้วยซ้ำ"

"ลุงพูดก็ถูก แล้วจะทำยังไงดีล่ะ? ของที่เป็นสี่เก่าแบบนี้เก็บไว้ไม่ได้แน่ๆ หรือผมจะเอามันไปทุบทิ้งดี?"

"จะบ้าเรอะไปทุบทำไม? เอามาให้ข้านี่! ข้าอายุตั้งป่านนี้แล้ว แถมยังเป็นชาวนายากจนรุ่นเก่า ไม่มีใครมาสนใจข้าหรอก"

"มันก็ใช่ครับ แต่ผมขาดแก้วน้ำอยู่พอดี ลุงเอาถ้วยใบเล็กสองใบนั้นของลุงมาแลกกับผมหน่อยสิ? ของพรรค์นั้นไม่ได้มีราคาค่างวดอะไร ต่อให้โดนคนอื่นทุบทิ้งไปก็ไม่เสียดายหรอก"

"เอ็งจะใช้ถ้วยใบเล็กแค่นี้กินน้ำเนี่ยนะ?"

"ก็ผมหาแก้วใบใหญ่ๆ ไม่ได้นี่นา ทำไมล่ะ? หรือที่บ้านลุงมี?"

"ข้าเป็นชาวนายากจนเฒ่า บ้านช่องก็ยากจนข้นแค้น จะไปมีแก้วน้ำเหลือเฟือได้ยังไง? หรือจะให้ข้าทำกระบวยตักน้ำจากน้ำเต้ามาให้เอ็งดีไหมล่ะ?"

ลู่ผิงอันส่ายหัวรัวๆ ราวกับป๋องแป๋ง "ถ้าลุงไม่มีแก้วน้ำเคลือบก็ช่างมันเถอะ จะเอากระบวยมาให้ผมเนี่ยนะ? กระบวยนั่นมันเอามาใส่น้ำร้อนได้ที่ไหน? เดี๋ยวก็ได้มีรสขมๆ ติดมาด้วยหรอก! ผมจะเอาถ้วยเล็กสองใบนี้แหละมาแลก ของพวกนี้ใส่กระเป๋าเสื้อได้ไม่เกะกะ ถึงเวลากินน้ำก็หยิบออกมาใช้ได้เลย"

เหล่าซานซูโกรธจนหนวดกระดิก ตาขวาง แต่สุดท้ายก็ยอมโอนอ่อนผ่อนตาม เป็นไปตามที่ลู่ผิงอันคาดการณ์ไว้ไม่มีผิด

"เอาไปๆ ก็แค่ถ้วยใบเล็กสองใบ..."

ลู่ผิงอันรับถ้วยใบเล็กสองใบมาใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อคลุมบุนวม แล้วยื่นเครื่องหยกชิ้นเล็กกับเหรียญทองแดงสิบกว่าเหรียญในมือให้เหล่าซานซูทั้งหมด

ในยุคนี้เหรียญทองแดงไม่มีราคาค่างวดอะไรเลย มูลค่าน้อยกว่าเศษทองแดงเสียอีก แต่อย่างน้อยมันก็เป็นทองแดงนั่นแหละ

เหล่าซานซูรับเครื่องหยกกับเหรียญทองแดงไป เครื่องหยกนั้นถูกแกซ่อนไว้อย่างระมัดระวังในกระเป๋าด้านในของกางเกงบุนวม ส่วนกระจกทองแดงกับเหรียญทองแดงพวกนั้น แกก็ยัดๆ ใส่ไว้ในอกเสื้ออย่างลวกๆ

ลู่ผิงอันฉวยโอกาสเก็บถ้วยกระเบื้องใบเล็กสองใบนั้นเข้ามิติไป อย่ามองว่าของพวกนี้ตอนนี้ไม่มีค่าเชียวนะ เก็บไว้จนถึงยุคเปิดประเทศ เอาไปแลกห้องชุดสักห้องก็ยังพอไหว

เสียดายอยู่อย่างเดียวที่ถ้วยใบเล็กสองใบนี้ไม่ใช่ถ้วยชาเคลือบสีฟ้าใสเตาเผารู่เหยา ไม่อย่างนั้น ต่อให้เอาบ้านสี่ประสานมาแลก ลู่ผิงอันก็ไม่ยอมหรอก

หลังจากนั้นลู่ผิงอันกับเหล่าซานซูก็ก้มหน้าก้มตาทำงานกันอย่างสงบเสงี่ยม ใกล้จะเลิกงาน เลขาธิการพรรคก็เดินมา พร้อมกับนำคำสั่งจากกองบัญชาการมาด้วย

"เหล่าซานซู เมื่อบ่ายลุงไปที่ถ้ำสุสานนั่นมาใช่ไหม? มีคนบอกว่าเห็นลุงด้วย"

ดวงตาฝ้าฟางของเหล่าซานซูเต็มไปด้วยความโกรธเคือง ดูเหมือนแกจะนึกไม่ถึงว่าตัวเองจะโดนคนอื่นจับไปฟ้อง

แต่แกก็ไม่ได้โวยวายอะไร เพียงแค่พึมพำตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ "อ้อ ข้าก็ไปดูเรื่องสนุกๆ มานั่นแหละ คนอื่นเขาก็ไปกัน ข้าจะไปบ้างไม่ได้หรือไง? คนตั้งเยอะแยะ ข้ายังเข้าไปไม่ถึงข้างหน้าเลยด้วยซ้ำ พอผู้นำมาถึงแล้วสั่งให้กลับมาทำงาน ข้าก็แค่ดูแวบเดียวแล้วก็รีบกลับมาทำงานแล้วนี่ไง?"

"แล้วลุงได้เก็บอะไรมาบ้างไหม? ผู้นำกองบัญชาการโกรธมาก ตอนนี้สั่งให้เร่งรัดเอาของมาคืนกันอยู่ จะมีคนมาตรวจค้นนะ ลุงอย่าปล่อยให้เขาค้นเจอของเชียว ถึงตอนนั้นจะต้องโดนลงโทษเอานะ"

"คืนบ้าคืนบออะไรล่ะ ข้าอายุขนาดนี้แล้ว จะไปหลอกใครได้? ข้าบอกว่าไม่ได้หยิบอะไรมาก็คือไม่ได้หยิบ จะไปกลัวพวกเขาตรวจค้นทำไม?"

"งั้นก็ดีแล้ว งั้นก็ดีแล้ว ของที่ไม่ใช่ของพวกเรา เราก็เก็บไว้ไม่ได้หรอกนะ"

"วางใจเถอะ ข้าเป็นคนแก่ตัวตรง ไม่กลัวเงาเอียงหรอกน่า"

"อืมๆ แล้วนายล่ะลู่ผิงอัน นายได้ไปเก็บอะไรมาหรือเปล่า?"

"ไม่ครับ ผมแค่ไปดูเรื่องสนุกๆ ไม่ได้หยิบอะไรมาเลยสักชิ้น"

เลขาธิการพรรคก็แค่สอบถามไปตามหน้าที่ เขาไม่คิดหรอกว่าคนแก่อย่างเหล่าซานซูจะสามารถมุดเข้าไปในสุสานโบราณแย่งของกับพวกหนุ่มๆ ได้

ส่วนลู่ผิงอัน ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ เป็นแค่พวกกลุ่มล้าหลัง ไม่รู้จักสงบเสงี่ยมเจียมตัว ยังจะกล้าทำผิดต่อต้านคำสั่งของผู้นำกองบัญชาการโครงการอย่างเปิดเผยอีกหรือ?

เมื่อเลขาธิการพรรคเดินลับสายตาไปแล้ว เหล่าซานซูก็ถอนหายใจยาวๆ ออกมา ก่อนจะดึงลู่ผิงอันมาเตือนสติ

"เชื่อข้านะ เอ็งเอาถ้วยใบเล็กสองใบนั้นไปหาที่โยนทิ้งซะ ห้ามเอาออกมาใช้เด็ดขาด ไอ้อีพวกกองบัญชาการนั่นมันพวกบ้าความดีความชอบกันทั้งนั้น คนอื่นอาจจะไม่เป็นไร แต่ถ้าพวกมันเห็นเอ็งเอาของสี่เก่ามาใช้เสวยสุขล่ะก็ ต่อให้ไม่โดนตีตาย เอ็งก็ต้องโดนถลกหนังออกไปชั้นหนึ่งแน่ๆ ของของข้าก็จะเอาไปฝังซ่อนไว้เหมือนกัน รอให้เรื่องซาก่อนค่อยแอบเอาเข้าบ้าน"

ลู่ผิงอันเป็นคนว่าง่าย พยักหน้าหงึกๆ ทันที "ขอบคุณมากครับลุงสาม เดี๋ยวผมจะหาที่แอบโยนทิ้งเดี๋ยวนี้แหละ"

"ไปกันเถอะ เอาทรายคันสุดท้ายนี่ไปทิ้งก็จะได้เลิกงานแล้ว สองวันนี้ก็ตื่นตัวหน่อยล่ะ อย่าให้ใครลอบกัดเอาได้"

จะว่าไปแล้ว เหล่าซานซูคนนี้ถึงจะมีความโลภอยู่บ้าง แต่จิตใจก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ถึงแม้ความเป็นไปได้มากที่สุดคือแกกลัวจะถูกร่างแหไปด้วยก็ตาม แต่นั่นแล้วมันยังไงล่ะ? ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร การที่แกเตือนสติลู่ผิงอันด้วยความหวังดีจากใจจริงได้ ก็ถือว่าแกเป็นคนไม่เลวแล้ว

ลองเปลี่ยนเป็นพวกจิตใจดำมืดสิ เชื่อไหมล่ะว่าป่านนี้คงกำลังคิดหาทางหว่านล้อมให้ลู่ผิงอันตายใจ แล้วแอบไปฟ้องผู้นำเพื่อเอาความดีความชอบไปแล้ว?

วันนี้เลิกงานค่อนข้างเร็ว ก่อนมื้อเย็น กองบัญชาการโครงการได้ส่งคนไปจับพวกวัยรุ่นกลุ่มแรกที่มุดเข้าไปแย่งของในห้องเก็บศพ ถึงแม้ว่าจะมีสองคนในกลุ่มนั้นทนแรงกดดันไม่ไหว ยอมนำของที่ได้จากสุสานโบราณมาส่งคืนแล้วก็ตาม

หลังจากพวกวัยรุ่นกลุ่มนี้ชี้ตัว คนอื่นๆ ที่เข้าไปในห้องเก็บศพก็ถูกลากตัวออกมาอย่างรวดเร็ว

ของดีจำนวนมากถูกค้นพบจากตัวพวกเขา มีทั้งถ้วยทองคำ ใบไม้ทองคำ เครื่องประดับทองคำ และยังมีก้อนเงิน ถ้วยเงิน จานเงิน เครื่องประดับเงิน และของชิ้นเล็กชิ้นน้อยอื่นๆ อีกมากมาย กองเต็มโต๊ะละลานตาไปหมด

ส่วนเหรียญทองแดงพวกนั้น ยิ่งต้องนับกันเป็นกระสอบๆ

การประชุมต่อสู้เริ่มขึ้นทันที ผู้นำเจ้าเล่ห์จอมปลิ้นปล้อนคนนั้นเริ่มจากการตำหนิพวกดวงซวยที่ถูกลากตัวออกมาอย่างรุนแรง จากนั้นก็ปลุกระดมให้ทุกคนค้นตัวกันเอง และกล้าที่จะรายงานพวกที่หลุดรอดไปได้

โชคดีที่คนแห่กันไปแย่งชิงของดีในสุสานโบราณมีจำนวนมาก กองบัญชาการเองก็กลัวว่าจะเกิดความวุ่นวายจนคุมไม่อยู่ จึงทำเพียงแค่ตำหนิ ไม่ได้ลงไม้ลงมือ

คนที่รอดพ้นการจับกุมไปได้ต้องมีไม่น้อยแน่ๆ คนฉลาดไม่ได้มีแค่เหล่าซานซูคนเดียว อย่าดูถูกสติปัญญาในการเอาชีวิตรอดของชาวบ้านเชียวล่ะ

เมื่อมันเกี่ยวข้องกับการปกป้องตัวเองและผลประโยชน์ส่วนตัว คนซื่อๆ ที่ไม่มีการศึกษาเหล่านี้ก็สามารถพลิกแพลงเอาตัวรอดได้อย่างฉลาดแกมโกงเช่นกัน

ผู้นำกองบัญชาการโครงการสั่งคนให้ขนของที่ยึดมาได้ทั้งหมดส่งออกไปกลางดึก ส่วนจะส่งมอบไปเบื้องบน หรือถูกส่งไปที่ไหนกันแน่ เรื่องนั้นก็ไม่อาจทราบได้แล้ว

เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับลู่ผิงอัน กินข้าวเสร็จเขาก็เดินกลับคอกวัวเองอย่างรู้หน้าที่ ใครจะไปรู้ว่าอาสาสมัครติดอาวุธสองคนนั้นไปรับแจ้งเบาะแสมาจากใคร จู่ๆ ถึงได้สงสัยว่าลู่ผิงอันแอบซ่อนโบราณวัตถุเอาไว้

ประตูคอกวัวที่ผุพังถูกถีบเปิดออก ทันทีที่เข้ามา เสี่ยวหลินคนนั้นก็ตวาดเสียงกร้าว

"ไอ้พวกล้าหลังขโมยโบราณวัตถุ ลุกขึ้นมายืนดีๆ พวกเราจะขอค้นตัว"

ลู่ผิงอันปล่อยให้พวกเขาค้นตามสบาย ถ้วยกระเบื้องใบเล็กสองใบนั้นเขาเก็บเข้ามิติไปตั้งนานแล้ว พวกมันจะไปค้นเจออะไรได้ล่ะ?

"ดีนักนะ กล้าแอบซ่อนของไว้จริงๆ ด้วย?"

เสี่ยวหลินคนนั้นหยิบชามกระเบื้องเคลือบสีขาวที่ลู่ผิงอันใช้กินข้าวขึ้นมา แล้วตะโกนโวยวายด้วยความตื่นเต้น

ลู่ผิงอันหน้าดำคร่ำเครียด เขาแอบด่าตัวเองว่าทำไมถึงลืมเรื่องนี้ไปได้นะ?

"หลักฐานมัดตัวแน่นหนา ลากมันไปกองบัญชาการเพื่อรายงานผู้นำ..."

"ฮ่าๆๆๆๆ คราวนี้ล่ะสวยเลย ได้สร้างผลงานอีกแล้ว"

"พี่หลิน ผู้นำต้องดีใจแน่ คราวนี้ไม่แน่ว่าพี่อาจจะได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าหน่วยอาสาสมัครเลยนะ..."

"อัดมันให้พิการก่อน ตบปากมันให้เละ อย่าให้มันปากโป้งโวยวายไปทั่วจนทำให้ผู้นำสับสน ถึงตอนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าพวกเราสองพี่น้องจะพูดยังไงแล้ว จริงไหม? หึหึหึ..."

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 11 - ความโลภและการทำร้ายคน

คัดลอกลิงก์แล้ว