- หน้าแรก
- แฟ้มลับคู่หูสายเทา กฎหมายไม่รับ เราจัดให้
- บทที่ 426 - ฉันใหญ่สุด
บทที่ 426 - ฉันใหญ่สุด
บทที่ 426 - ฉันใหญ่สุด
บทที่ 426 - ฉันใหญ่สุด
ทั่วทั้งหนานโจว
นอกจากหม่าเต๋อแล้ว ทุกคนต่างอยู่ในสภาวะตึงเครียดสุดขีด
ซูอิงฮุยและวั่งไฉ กำลังจะมาแล้ว!
โดยเฉพาะหลิวกั๋วหรง หลังจากที่เขาลงมือปลิดชีพลูกชายจอมทรยศของตัวเองด้วยน้ำมือของเขาเอง
หม่าอ้ายกั๋วก็ดึงตัวเขาเข้ามาเป็นพวก
คนหนึ่งเป็นถึงรองผู้บัญชาการใหญ่ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งใหม่ ส่วนอีกคนก็เป็นถึงผู้อาวุโสที่คนในครอบครัวสร้างเรื่องงามหน้าจนคนทั้งหน่วยงานรังเกียจ
สองคนนี้ก็ถือว่าได้มาจับมือเป็นพันธมิตรแก้หนาวกัน
หม่าอ้ายกั๋วจัดว่าเป็นคนที่มีความสามารถและเด็ดขาด เมื่อมีขุนพลคู่ใจมาคอยช่วยงาน การทำงานก็ราบรื่นขึ้นเยอะ
บทบาทของหลิวกั๋วหรง ก็ไม่ต่างอะไรกับเหยียนเผิงที่เคยอยู่ข้างกายหลี่ชิงอวี้เลย
บวกกับวีรกรรมโง่ๆ ที่ซูอิงฮุยไปก่อไว้ ทำให้หลี่ชิงอวี้โดนสั่งลดขั้น
หม่าอ้ายกั๋วก็เลยได้ส้มหล่น ก้าวขึ้นมาเสียบตำแหน่งผู้บัญชาการใหญ่ได้อย่างชอบธรรม
และแน่นอนว่า ตำแหน่งของหลิวกั๋วหรงก็พลอยขยับตามขึ้นไปด้วย
แต่ทว่า สำหรับผู้ฝึกตนในหนานโจวแล้ว คนส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจเรื่องยศถาบรรดาศักดิ์อะไรพวกนี้เลยสักนิด
ถึงแม้ลูกชายของหลิวกั๋วหรงจะก่อกรรมทำเข็ญไว้หนักหนา แต่ยังไงซะนั่นก็เป็นสายเลือดของเขาเอง
ลูกตายทั้งคน มันก็ต้องมีคนรับผิดชอบสิ
ถึงมันจะฟังดูไร้เหตุผล แต่หลิวกั๋วหรงก็โยนความผิดทั้งหมดไปให้ซูอิงฮุยเต็มๆ!
ประจวบเหมาะกับที่หม่าอ้ายกั๋วก็ไม่ค่อยลงรอยกับซูอิงฮุยอยู่แล้วด้วย
ตลอดเวลาที่ผ่านมา หลิวกั๋วหรงแอบภูมิใจลึกๆ กับผลงานการแกล้งซูอิงฮุยลับหลังของเขา
อย่างเช่น การแอบส่งข้อมูลความเคลื่อนไหวของซูอิงฮุยไปให้พวกชาวต่างชาติทางช่องทางลับ...
อย่างเช่น การส่งคนไปขุดทองคำที่ซ่อนอยู่ในบ้านซูอิงฮุย แล้วขนกลับมาไว้ที่หนานโจว...
และอย่างเช่น การส่งคนไปฮุบตำแหน่งในศาลากลางจังหวัดของเมืองคิวแอล...
เรื่องทั้งหมดนี้ ถึงแม้หลิวกั๋วหรงจะเป็นคนลงมือทำ แต่มันก็อยู่ภายใต้ความเห็นชอบของหม่าอ้ายกั๋ว ผู้เป็นถึงผู้บัญชาการใหญ่นั่นแหละ
แต่พอได้ยินข่าวว่าซูอิงฮุยกับวั่งไฉกำลังมุ่งหน้ามาที่หนานโจว หลิวกั๋วหรงก็รู้สึกใจหล่นไปถึงตาตุ่ม
หม่าอ้ายกั๋วโดนจินตันถึงสองคนประกบตัวแจ คงไม่สามารถมาช่วยปกป้องเขาได้แล้วล่ะ
ในขณะเดียวกัน หลิวกั๋วหรงก็กำลังเก็บข้าวของในห้องทำงานอย่างเร่งรีบ กะว่าจะเผ่นไปกบดานที่อื่นสักพัก รอให้เรื่องเงียบก่อนค่อยว่ากัน
แต่พอเขาเก็บของเสร็จแล้วเปิดประตูห้องทำงานออกไป หลิวกั๋วหรงก็ถึงกับผงะ
"ไง หลิว นี่นายกำลังจะไปไหนเนี่ย จะไปพักร้อนหรือไง?" หม่าเต๋อยืนยิ้มกริ่มขวางประตูอยู่
"มะ... ท่านผู้อาวุโสหม่าเต๋อ ผมเพิ่งได้รับมอบหมายงานด่วน ต้องรีบไปลงพื้นที่ครับ" หลิวกั๋วหรงพยายามปั้นหน้าซื่อตอบกลับไป แต่ในใจนั้นกำลังเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว
"แบบนี้คงไม่ได้แล้วล่ะ ฉันก็เพิ่งได้รับคำสั่งมาเหมือนกัน ว่าห้ามทุกคนก้าวเท้าออกจากตึกนี้เด็ดขาด" หม่าเต๋อส่ายหน้า ทำท่าทางเหมือนคนถูกบังคับให้ทำตามหน้าที่
หลิวกั๋วหรงตกใจหน้าซีดเผือด "คำสั่งของใครกันครับ? ทำไมผมถึงไม่ได้รับแจ้งอะไรเลยล่ะ?"
นักพรตอวี้หลงงั้นเหรอ?
ไม่สิ ไม่น่าจะใช่
ตลอดเวลาเกือบครึ่งปีที่นักพรตอวี้หลงมาอยู่ที่นี่ เขาไม่เคยเข้ามายุ่มย่ามก้าวก่ายงานอะไรของหนานโจวเลยสักนิด
หม่าเต๋อกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง "ก็ฉันนี่แหละเป็นคนสั่ง ฉันคิดว่าฉันควรจะทำแบบนี้แหละ"
"คำสั่งของคุณงั้นเหรอ?!"
"ท่านผู้อาวุโสหม่าเต๋อ ถึงท่านจะเป็นถึงจินตัน แต่ท่านก็ไม่มีสิทธิ์มาออกคำสั่งอะไรในหนานโจวนะครับ?" หลิวกั๋วหรงเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้แล้ว หม่าเต๋อคนนี้ ตั้งใจมาหาเรื่องเขาชัดๆ!
หม่าเต๋อยิงฟันขาวยิ้มแฉ่ง ท่าทางยียวนกวนอวัยวะเบื้องล่างสุดๆ
"ก็ใช่น่ะสิ ฉันไม่มีสิทธิ์หรอก แต่นั่นมันไม่ใช่ประเด็นสำคัญสักหน่อย"
"ถ้าจะให้ยืมคำพูดของท่านซูมาอธิบายก็คือ: หมัดฉันใหญ่กว่า เพราะงั้นฉันนี่แหละใหญ่สุด"
"ถ้านายไม่ยอมรับ งั้นเราสองคนมาประลองกำลังกันสักตั้งไหมล่ะ?"
ประลองกำลัง?
ระดับเลี่ยนฉี (ฝึกปราณ) จะไปประลองกับระดับจินตันเนี่ยนะ?
ทำไมแกไม่ท้าให้ผู้ใหญ่ล่ำบึ้กแบกบาซูก้า ไปต่อยกับเด็กทารกเพิ่งคลอดซะเลยล่ะวะ?!
หลิวกั๋วหรงโกรธจนตัวสั่นระริก แต่ก็ไม่กล้าปริปากเถียงออกไปสักคำ
(จบแล้ว)