- หน้าแรก
- แฟ้มลับคู่หูสายเทา กฎหมายไม่รับ เราจัดให้
- บทที่ 423 - พี่น้องตกระกำลำบาก
บทที่ 423 - พี่น้องตกระกำลำบาก
บทที่ 423 - พี่น้องตกระกำลำบาก
บทที่ 423 - พี่น้องตกระกำลำบาก
ซุนเต๋อเซิ่งยังไม่ทันประมวลผลคำพูดของซูอิงฮุย
ซูอิงฮุยก็เดินดุ่มๆ เข้าไปในอาคารศาลาว่าการเมืองเสียแล้ว
เมื่อซูอิงฮุยเดินเข้าไปในศาลาว่าการเมือง คนที่รู้จักเขาก็พากันตกตะลึงไปหมด
จนกระทั่งซูอิงฮุยหันหลังเดินขึ้นไปชั้นสอง ผู้คนถึงได้เริ่มจับกลุ่มซุบซิบกัน
"ซูอิงฮุยไปก่อคดีมาไม่ใช่เหรอ?"
"แล้วเขาโผล่มาที่นี่ทำไมกัน?"
"เลขาธิการซุนก็เดินตามหลังเขามาด้วย หรือว่าจะมีเรื่องใหญ่อะไรเกิดขึ้นอีก?"
แม้จะซุบซิบนินทากันไปต่างๆ นานา แต่ก็ไม่มีใครกล้าเดินเข้าไปถามตรงๆ
เพราะตอนที่ซูอิงฮุยยังดำรงตำแหน่งอยู่ที่นี่ วิธีการจัดการปัญหาสไตล์นักเลงของเขา ทำให้หลายคนขยาดมานักต่อนักแล้ว
พอขึ้นมาชั้นสอง ซูอิงฮุยก็เดินสวนกับชายวัยกลางคนที่มีท่าทางห่อเหี่ยว
ซูอิงฮุยจำคนๆ นี้ได้ เขาคือหูล่าง คนที่ซูอิงฮุยเคยแต่งตั้งให้รับผิดชอบเรื่องการย้ายชุมชนเก่าที่อ่าวเว่ยเจีย
ซูอิงฮุยยังเคยมอบเงินรางวัลให้เขาตั้ง 1 แสนหยวนอีกด้วย
"ทะ...ท่านนายกฯ ซู!" พอเห็นซูอิงฮุย หูล่างก็ร้องอุทานด้วยความตกใจทันที
"อืม เสี่ยวหู ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง?" ซูอิงฮุยเอ่ยถาม
หูล่างทำได้เพียงฝืนยิ้มขื่นๆ มีท่าทีอึกอักเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง
ซุนเต๋อเซิ่งเขยิบเข้าไปใกล้หูซูอิงฮุยแล้วกระซิบเบาๆ "เสี่ยวหูก็ถูกมองว่าเป็นคนของท่านเหมือนกันครับ เลยโดนเพ่งเล็งเล่นงานอย่างหนัก เอาแบบนี้ไหมครับ ท่านนายกฯ ซู ท่านพาเสี่ยวหูไปด้วยเลย?"
หูล่างกับซุนเต๋อเซิ่งเรียกได้ว่าเป็นพี่น้องที่ตกระกำลำบากมาด้วยกัน
ทั้งสองคนต่างก็รู้ดีแก่ใจว่า แม้จะตกเป็นเป้าหมายเหมือนกัน
แต่พวกเขาก็ไม่กล้าจับกลุ่มรวมตัวกันให้กำลังใจ เพราะการทำแบบนั้นยิ่งจะทำให้โดนเก็บเร็วขึ้นไปอีก
เวลาเจอกันในศาลาว่าการเมือง พวกเขายังไม่กล้าแม้แต่จะทักทายกันด้วยซ้ำ
หากเทียบกับซุนเต๋อเซิ่งแล้ว ชีวิตของหูล่างดูจะน่ารันทดกว่านิดหน่อย
เขาถูกเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่อต้านการทุจริตเข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียด
โชคดีที่หูล่างไม่เคยรับเงินสินบนแม้แต่แดงเดียว อย่างมากก็แค่รับของฝากเล็กๆ น้อยๆ จากญาติมิตรช่วงเทศกาล เช่น ไก่บ้าน หรือเนื้อหมูรมควัน
ส่วนเงินรางวัลหนึ่งแสนหยวนนั้น ถูกมอบหมายให้หูล่างในรูปแบบของโบนัส
ทางศาลาว่าการเมืองจึงใช้ข้ออ้างว่าซูอิงฮุยใช้อำนาจในทางมิชอบ สั่งจ่ายโบนัสโดยพลการ แล้วทำการริบเงินจำนวนนั้นเข้าหลวงไป
หูล่างจึงโดนแค่คำสั่งลดตำแหน่งลงมาหนึ่งขั้น และรอดพ้นจากการติดคุกมาได้
"เงินหนึ่งแสนหยวนก็โดนริบไปด้วยเหรอ?" ซูอิงฮุยหรี่ตามองหูล่าง
หูล่างถอนหายใจ "ชะ...ใช่ครับ"
จริงๆ แล้วหูล่างน่าจะเป็นคนที่น่าสงสารที่สุด เพราะลึกๆ แล้วเขาไม่ได้สนใจเรื่องการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอะไรเลย
เขาเพียงแค่เสนอความคิดเห็นขึ้นมาลอยๆ ในที่ประชุม แล้วซูอิงฮุยก็รับฟังมัน
นอกจากจะมอบหมายภารกิจสำคัญให้เขาแล้ว
ยังประทานเงินรางวัลจำนวนหนึ่งแสนหยวนที่เป็นเหมือนเผือกร้อนมาให้อีก
"หูล่าง" ซูอิงฮุยเรียกชื่อเบาๆ
"ครับ ท่านนายกฯ ซู" หูล่างจงใจลดเสียงเบาลงตอนที่พูดคำว่านายกเทศมนตรี
ด้วยกลัวว่าจะมีคนอื่นได้ยินเข้า
"ตอนนี้ นายยังอยากจะมาทำงานกับฉันไหม?" ซูอิงฮุยยิ้ม
"เสี่ยวหูเอ๊ย ชีวิตพวกเราในนี้มันไม่รุ่งแล้วล่ะ ฉันมาที่นี่ก็เพื่อจะมาลาออก ต่อไปจะไปทำงานกับท่านนายกฯ ซู ฉันทนรับความอัปยศพวกนี้ไม่ไหวแล้วจริงๆ" ซุนเต๋อเซิ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ ช่วยเสริม
ไปทำงานกับซูอิงฮุยงั้นเหรอ?
หูล่างชะงักงันและเงียบไป
ถึงยังไงงานที่นี่ก็ถือว่าเป็นงานที่มั่นคงและมีเงินเดือนเลี้ยงปากท้องแน่นอน
แต่พอมานึกดูแล้ว ซูอิงฮุยก็ไม่เคยเอาเปรียบลูกน้องของตัวเองเลยจริงๆ เขาจึงลังเลเล็กน้อย
ซูอิงฮุยไม่ได้พูดเร่งรัดอะไร เขาเพียงแค่รอฟังคำตอบของหูล่างอย่างใจเย็น
จังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของหูล่างก็ดังขึ้น เขาชำเลืองมองซูอิงฮุย
ซูอิงฮุยพยักพเยิดหน้าให้เขารับสายก่อน
"ฮัลโหลครับ ผู้อำนวยการหลิว"
เสียงตะคอกดังทะลุออกมาจากปลายสาย "หูล่าง! ฉันสั่งให้นายไปเอาเอกสารที่คลังข้อมูล เรื่องง่ายๆ แค่นี้ นายยังหยิบมาผิดอีกเหรอ!"
"ถ้านายไม่มีปัญญาทำ ก็ไสหัวออกไปจากตำแหน่งรองผู้อำนวยการซะ!"
"ฉันจะรายงานเรื่องประสิทธิภาพการทำงานของนายให้เบื้องบนทราบ นายเตรียมตัวเขียนรายงานชี้แจงความผิดมาส่งได้เลย!"
หูล่างตั้งใจจะอ้าปากอธิบาย แต่ปลายสายก็ชิงตัดสายทิ้งไปเสียก่อน "ผม..."
แม้จะไม่ได้เปิดลำโพง แต่ซูอิงฮุยก็ได้ยินทุกอย่างชัดเจน
ต่อให้ถูกลดตำแหน่ง แต่งานเดินเอกสารแบบนี้ ก็ไม่ใช่หน้าที่ที่รองผู้อำนวยการอย่างเขาต้องมาทำเสียหน่อย
แถมยังต้องมาเขียนรายงานความผิดเพราะเรื่องแค่นี้อีกเหรอ?
ซูอิงฮุยมองหูล่างด้วยรอยยิ้มที่มีเลศนัย
หูล่างก็มองมาที่ซูอิงฮุยเช่นกัน เพียงแต่แววตาของเขาดูหลุกหลิกชอบกล
เสียงลมหายใจของหูล่างเริ่มหนักหน่วงขึ้น กำปั้นขวาของเขากำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ
"แม่งเอ๊ย! ลูกผู้ชายอกสามศอกอย่างฉัน มีที่ไหนบ้างที่ไปไม่ได้!"
"ท่านนายกฯ ซู! ผมขอลาออกด้วยคน ผมจะไปทำงานกับท่าน ท่านสั่งให้ทำอะไรผมก็พร้อมลุย!"
หูล่างเดินตรงไปที่หน้าต่างกระจกชั้นสอง แล้วง้างหมัดชกเข้าที่กระจกอย่างจัง "ไปตายซะไอ้พวกเวรเอ๊ย!!"
"เพล้ง!"
กระจกบานหนาแตกร้าวเป็นทางยาว
ส่วนหลังมือของหูล่างก็ถลอกจนเลือดซิบ ความเจ็บปวดแล่นริ้วจนมือขวาสั่นเทิ้ม
แต่ทว่าในวินาทีนี้ ภายในใจของหูล่างกลับรู้สึกโล่งโปร่งสบายอย่างบอกไม่ถูก
"ฮ่าๆๆ!"
"งั้นก็ไปกันเถอะ ไปลาออกพร้อมกัน"
"ไปลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการกับรองผู้อำนวยการเฮงซวยนี่กันเถอะ"
ซูอิงฮุยหัวเราะลั่นอย่างอารมณ์ดี แต่เสียงหัวเราะของเขาก็หยุดลง พร้อมกับสีหน้าที่เปลี่ยนเป็นถมึงทึง
ซูอิงฮุยพาหูล่างและซุนเต๋อเซิ่งเดินขึ้นไปยังชั้นสาม
ห้องทำงานของเลขาธิการพรรคจอมบงการคนนั้นอยู่บนชั้นสาม
เมื่อพวกเขามาถึงหน้าห้องทำงาน ประตูก็เปิดแง้มไว้อยู่พอดี
"เข้าไปสิ" ซูอิงฮุยตบบ่าทั้งสองคนเบาๆ
ทั้งคู่เดินนำเข้าไปในห้องทำงานก่อน
เวลานี้ หวังข่าย เลขาธิการพรรคคนดังกล่าวกำลังนั่งจิบชาสบายใจเฉิบอยู่หลังโต๊ะทำงาน
พอเขาเห็นซุนเต๋อเซิ่งและหูล่างเดินเข้ามา หวังข่ายก็ขมวดคิ้ว "พวกนายเข้ามาทำ..."
แต่ยังไม่ทันที่หวังข่ายจะพูดจบ เขาก็เหลือบไปเห็นรอยยิ้มเย็นชาของซูอิงฮุย
รูม่านตาของหวังข่ายหดเล็กลงทันที "ซู...!"
"ที่แท้ก็เป็นผู้บำเพ็ญเพียรนี่เอง? ฉันจำได้ว่าพวกในหนานโจวไม่เห็นจะสนใจการเป็นขุนนางเลยนี่นา?" ซูอิงฮุยเลิกคิ้ว
วั่งไฉกระโดดขึ้นไปบนโต๊ะทำงานของหวังข่าย จ้องมองหวังข่ายด้วยดวงตาสุนัขกลมโต
จากนั้นก็กางกรงเล็บแหลมคมออกมา แล้วเริ่มขูดขีดไปมาบนโต๊ะทำงาน
เมื่อเห็นท่าทีของวั่งไฉ หัวใจของหวังข่ายก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ในฐานะที่เป็นผู้ฝึกตน หวังข่ายย่อมต้องรู้จักซูอิงฮุยและวั่งไฉอยู่แล้ว
แต่พวกเขาไม่ได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้วหรอกเหรอ?
ทำไมตอนนี้ถึงมาโผล่อยู่ที่นี่ได้!
แถมเบื้องบนก็ไม่ได้ส่งข่าวแจ้งเตือนอะไรเขาเลยสักนิด?
สิ่งที่หวังข่ายไม่รู้ก็คือ มีคนอยากจะส่งข่าวบอกเขาจริงๆ แต่เขตหนานโจวทั้งหมดอยู่ภายใต้การจับตาดูของหม่าเต๋อ
คนล่าสุดที่พยายามจะลักลอบส่งข่าวเกี่ยวกับซูอิงฮุยและวั่งไฉออกไป ก็ถูกหม่าเต๋อหักขาไปแล้วข้างหนึ่ง
ถ้าไม่ใช่เพราะนักพรตอวี้หลงเข้ามาขวางไว้ คนๆ นั้นคงโดนเชือดทิ้งไปแล้ว
จังหวะนั้นเอง ซุนเต๋อเซิ่งที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรก็โพล่งขึ้นมา "ท่านเลขาธิการหวัง พวกเรามาเพื่อยื่นเรื่องลาออกครับ"
หูล่างก็รีบเสริม "พวกเราไม่ทำแล้ว"
หวังข่ายทำหน้าเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ เขาไม่กล้าแม้แต่จะตอบคำถามของทั้งสองคน
ซูอิงฮุยเดินเข้าไปยืนข้างๆ หวังข่ายด้วยท่าทีสบายๆ "ท่านเลขาธิการหวังผู้ยิ่งใหญ่ นายหูหนวกหรือไง? ถ้าพวกนี้จะลาออก ก็ไม่ต้องทำตามขั้นตอนอะไรแล้วใช่ไหม?"
หวังข่ายเหงื่อแตกพลั่ก "มะ...ไม่ต้องแล้วครับ!"
ซุนเต๋อเซิ่งและหูล่างมองท่าทีหวาดกลัวที่หวังข่ายมีต่อซูอิงฮุยด้วยความประหลาดใจ
ดูเหมือนว่าหวังข่ายคนนี้ จะหวาดกลัวซูอิงฮุยเอามากๆ
นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย?
(จบแล้ว)