- หน้าแรก
- ย้อนเวลา เทพเจ้าโปรดติดกับ
- บทที่ 17: การโต้กลับของผู้สืบทอด (1.17)
บทที่ 17: การโต้กลับของผู้สืบทอด (1.17)
บทที่ 17: การโต้กลับของผู้สืบทอด (1.17)
"เอาล่ะ หนูเชื่อท่านค่ะ อย่าโกรธไปเลยนะคะ เข้าไปข้างในกันเถอะ"
ฉินหวยเซ่อฉีกยิ้มที่ดูอ่อนหวานและน่ารัก ทว่าดวงตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผมม้านั้นกลับเน่าเฟะไปด้วยความมืดดำมานานแล้ว
ใจของเธอกำลังกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งด้วยความกระหายเลือด แผนการที่เธอคำนวณมาอย่างดีกลับล้มเหลวไม่เป็นท่าครั้งแล้วครั้งเล่า
ตั้งแต่เริ่มจากงานวันเกิดยัยผู้หญิงคนนั้น จนมาถึงความล้มเหลวแบบฉิวเฉียดในวันนี้ เธอแทบจะคลั่งอยู่แล้ว
‘ติ๊ง... ค่าความมืดดำ ของนางเอก -70 ระดับอันตราย A โปรดระวังด้วยค่ะโฮสต์’
ซวินมี่พิงผนังลิฟต์อย่างเกียจคร้าน ดวงตาของเธอเหลือบมองลงต่ำ ทำให้ไม่อาจเดาอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ภายในได้
จ้านจื่อซีซึ่งก้าวตามมาติดๆ ทำได้เพียงเฝ้ามองลิฟต์ที่เคลื่อนตัวขึ้นไปอย่างจนใจ
ด้วยความหงุดหงิด เขาจึงเลือกใช้ลิฟต์พนักงานที่เพิ่งมาถึงข้างๆ เพื่อรีบตามเธอไป
【คืนนี้หวังว่าจะได้เห็นสิ่งที่อยากเห็นนะ เพิ่มเงินให้ 100,000】
หญิงสาวในชุดแดงยืนอยู่ที่หน้าต่างทางเดิน ปล่อยให้แสงอาทิตย์เล่นซนกับร่างของเธอราวกับเด็กซุกซน
【ตกลงค่ะ จะรอรับฟังนะคะ】
ดูเหมือนอีกฝ่ายจะให้คำตอบที่น่าพอใจ ทำให้สีหน้าของเธอผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อจ้านจื่อซีเดินออกมาจากลิฟต์ เขาก็เห็นซวินมี่ที่เพิ่งวางสายโทรศัพท์
เธอใช้นิ้วเคาะจมูกเรียวสวยเบาๆ รอยยิ้มผุดพรายบนริมฝีปาก สายตาจับจ้องไปยังที่ว่างราวกับกำลังเห็นฉากที่น่ายินดี
จ้านจื่อซีเดินเข้าไปเงียบๆ แล้วสวมกอดซวินมี่จากด้านหลัง
เขาดึงเธอเข้ามาไว้ในอ้อมกอดจนมิดชิด พลางพ่นลมหายใจออกมาอย่างพึงพอใจ
มีเพียงตอนที่เธออยู่ในอ้อมแขนเท่านั้นที่เขาจะรู้สึกอุ่นใจ เห็นทีเขาต้องเร่งมือขึ้นเสียแล้ว ถึงเวลาจัดการกับคนที่ควรจัดการเสียที
ต่างคนต่างจมอยู่ในห้วงความคิดของตน ไม่มีใครเอ่ยอะไร ทั้งคู่กอดกันในความเงียบที่แสนงดงาม
รัศมีที่พวกเขาแผ่ออกมาโดยไม่รู้ตัวช่วยตัดขาดจากเสียงรบกวนภายนอก สร้างโลกที่มีเพียงคนสองคนโดยไม่มีใครสามารถแทรกเข้ามาได้
"พี่จื่อซีคะ พี่มาหาท่านพ่อเหรอคะ? ท่านอยู่ในห้องทำงานแล้วค่ะ"
แต่มีบางคนช่างไม่รู้จักกาลเทศะ ทนเห็นความสวยงามเช่นนี้ไม่ได้จนต้องพุ่งเข้ามาทำลายมันอย่างรุนแรง
จ้านจื่อซีขมวดคิ้วมุ่น หันไปมองต้นตอของเสียงด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตร
"เธอเป็นใครกันแน่? ผมต้องถามทุกรอบเลยหรือไง"
"ในเมื่อเธอยังไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็นใคร ก็อย่ามาทำเหมือนสนิทสนมกัน"
"อีกอย่าง ผมเป็นคน ไม่ใช่สิ่งของ ดังนั้นเราไม่ได้สนิทกัน กรุณาไปให้พ้น"
อารมณ์ที่บูดบึ้งอยู่แล้วยิ่งแย่ลงไปอีกเมื่อรู้ว่าตัวปัญหาคือหนึ่งในรายชื่อคนที่เขาอยากกำจัดทิ้งให้เร็วที่สุด ท่าทีของเขาจึงยิ่งร้ายกาจจนเกือบจะอยากฆ่าคนอยู่แล้วเนี่ย
ฉินหวยเซ่อตัวสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ผสมปนเปไปด้วยความกลัวและความโกรธ แต่ที่มากกว่านั้นคือความเจ็บปวดและเกลียดชัง
เธอจงใจเมินเหตุการณ์ชั้นล่างเมื่อครู่ เพื่อจะขึ้นมาพบฉากที่ทำเอาเธอคลั่งจนอิจฉา
เธอพยายามกดความแค้นเอาไว้เพียงเพื่ออยากจะแอบมองร่างที่สง่างามราวกับเทพเจ้าบนยอดเขานั่นอีกสักนิด แต่... เธอไม่เข้าใจว่าทำไมพี่จื่อซีถึงปฏิบัติต่อฉินซวินมี่ต่างออกไป
เธอดูด้อยกว่ายัยนั่นตรงไหน? ทำไมกัน? ทำไม!
ริมฝีปากของเธอถูกกัดจนเป็นรอยฟันไม่สม่ำเสมอ หรือกระทั่งเลือดซึมออกมา แต่เธอกลับไม่รู้สึกตัวเลย
ทว่าซวินมี่กลับหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังอย่างไม่อาย
เธอไม่นึกเลยว่าฝีปากของพระเอกจะร้ายกาจยิ่งกว่าผู้หญิงเสียอีก น่าประทับใจจริงๆ
ฉินหวยเซ่อชี้นิ้วสั่นๆ ไปทางซวินมี่ โกรธจนแทบพูดไม่ออก: "ก-แก... แกหัวเราะอะไร?"
"ฉินซวินมี่ อย่าได้ใจให้มากนัก ท่านพ่อไม่มีทางยกฉินคอร์ปอเรชั่นให้แกหรอก แกไม่มีความสามารถจะบริหารมันได้เลยสักนิด"
"อีกอย่าง แกจะอกตัญญูเกินไปแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะท่านพ่อ แกก็ไม่มีวันได้ลืมตาดูโลกหรอก"
บางทีอาจเพราะสั่นคลอนจากเหตุการณ์ช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ฉินหวยเซ่อถึงได้สูญเสียความระมัดระวังที่เคยมีไปจนหมดสิ้น
ทุกครั้งที่เห็นฉินซวินมี่ เธอไม่อาจห้ามเลือดในกายที่เดือดพล่านได้ โดยเฉพาะต่อหน้าชายที่เธอหลงรักมาหลายปี
คนๆ นี้ที่เธอเคยข่มขี่มาตลอด กลับได้ในสิ่งที่เธอใฝ่ฝันมาครอบครอง เธอจะทนได้อย่างไร?
ซวินมี่มองฉินหวยเซ่อด้วยสายตาเหยียดหยาม: "เมื่อครู่พี่จื่อซีเพิ่งถามไปว่า เธอรู้ไหมว่าเธอเป็นตัวอะไร?"
"ในเมื่อไม่รู้ว่าตัวเองเป็นตัวอะไร แล้วเธอมีสิทธิ์อะไรมาพูดกับฉัน?"
"ก็แค่ลูกนอกสมรสที่เกิดจากคนชั้นต่ำ แต่กลับริอ่านจะปีนป่ายขึ้นมาอยู่เหนือหัวเจ้านาย"
"ฉินหวยเซ่อ คิดว่าแค่ใช้นามสกุลฉินแล้วเธอจะเป็นคุณหนูสองของตระกูลฉินจริงๆ เหรอ? น่าขันสิ้นดี"
"ทายดูสิในช่วงเดือนก่อนที่จะกลับมาเจอท่านพ่อ ตอนที่แม่ตายๆ ของเธอปรนเปรอตัวเองอยู่ใน 'แหล่งอบายมุข' น่ะ เธอท้องเธอขึ้นมาหรือเปล่า?"
รอยยิ้มชั่วร้ายขยายกว้างบนใบหน้า น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสะใจ: "หืม~~~~ เธออาจจะลองไปอธิษฐานถามดูนะ"
"ส่วนเธอจะเป็นลูกของท่านพ่อจริงๆ หรือมีเชื้อสายตระกูลฉินจริงไหม อันนั้นน่ะต้องพิสูจน์"
เธอเหลือบมองชายวัยกลางคนที่ปรากฏตัวที่หน้าประตูด้วยสายตาดูแคลน เธอรู้สึกสะใจที่เห็นสีหน้าช็อกและท่าทางตื่นตระหนกที่ถอยกรูออกไปอย่างลนลานของเขา มันช่างน่ารื่นรมย์จริงๆ
สารภาพตามตรง ซวินมี่ก็ไม่นึกว่าจะมีความลับซ่อนอยู่ขนาดนี้
หากไม่ใช่เพราะเมื่อคืนตอนที่เธอส่งคนไปดักเล่นงานเฟยเทียนจื่อ แล้วบังเอิญสั่งให้คนไปสืบเรื่องแม่ของฉินหวยเซ่อไว้ เธอคงไม่ได้ข่าวที่น่าสนใจขนาดนี้
แม้ในนิยายต้นฉบับจะไม่ได้กล่าวถึง แต่ซวินมี่กลับรู้สึกว่ามันประจวบเหมาะเกินไป
ในตอนนั้น หลังจากแม่ของฉินหวยเซ่อแยกทางกับฉินเซิ่ง เธอก็ไปคบกับนักธุรกิจร่ำรวยทันที
โชคร้ายที่ดวงเธอตกผู้ชายคนนั้นตายในไม่ช้า เธอก็เลยต้องกลับมา "ร่อนเร่" อีกครั้ง
หลังจากทั้งสองกลับมาเจอกัน ฉินเซิ่งก็ไม่ได้สืบสาวราวเรื่องอะไรต่อ และในเวลาไม่ถึงเดือน ข่าวการตั้งครรภ์ก็แพร่สะพัด
บังเอิญจริงๆ ที่เดือนก่อนจะมาเจอฉินเซิ่ง ในเมื่อไม่มีเงินใช้จ่าย เธอก็ไปอาศัยอยู่ที่แหล่งอบายมุขเป็นเดือน
แหล่งอบายมุขแค่ได้ยินชื่อก็รู้แล้วว่าที่นั่นคือที่ไหน
ส่วนความจริงจะเป็นอย่างไร คืนนี้เราคงได้รู้กัน
บอกตรงๆ สองคนนั้นช่างเหมาะสมกันเหมือนกิ่งทองใบหยก... ผู้หญิงแพศยากับผู้ชายสารเลว
ความรังเกียจในดวงตาของจ้านจื่อซีทวีความรุนแรงขึ้น เขาไม่อยากแม้แต่มองฉินหวยเซ่อ ราวกับเธอเป็นเชื้อโรคติดต่อร้ายแรง
ทว่าฉินหวยเซ่อกลับยืนแข็งทื่อ นี่มันต้องไม่ใช่ความจริง มันต้องไม่ใช่!
ใช่แล้ว ฉินซวินมี่ต้องจงใจพูดแบบนี้เพื่อจัดการเธอ เพื่อแก้แค้นเธอแน่ๆ
"ฉินซวินมี่ ฉันไม่นึกเลยว่าแกจะต่ำช้าและไร้ยางอายได้ขนาดนี้ ฉันที่อุตส่าห์มองว่าแกเป็นพี่สาวที่ใจดี"
"ที่แท้ก็..." ยังไม่ทันจบประโยค ซวินมี่ก็แทรกขึ้นทันที
"หยุด! คุณหนูคนนี้ไม่ต้องการความเห็นใจจอมปลอมจากเธอ ไปให้พ้น ก่อนที่ฉันจะฉีกปากเธอทิ้ง"
"จริงสิ ปากหมาไม่เคยมีงาช้าง... ไม่สิ ปากสัตว์เดรัจฉานย่อมไม่อาจพูดภาษาคน"
"แก... แก..." ดอกไม้สีขาวที่สั่นไหวในสายลมดูเหมือนพร้อมจะพังทลายลงได้ทุกเมื่อ
ทว่าไม่มีใครมีใจจะเห็นใจ และไม่มีใครอยากจะทำเช่นนั้นด้วย
ซวินมี่จูงมือจ้านจื่อซี เดินผ่านฉินหวยเซ่อเข้าไปในห้องประชุม ทุกคนที่ควรจะอยู่ก็มากันครบแล้ว
ฉินเซิ่งคำนวณมาอย่างดี คิดจะบีบให้เธอประนีประนอมด้วยกระแสสังคมงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ!