- หน้าแรก
- ขยันสู้ตาย ขออัปแต้มเป็นชาวนาไร้เทียมทาน
- บทที่ 31 - จัดการหอยขม
บทที่ 31 - จัดการหอยขม
บทที่ 31 - จัดการหอยขม
โจวต้าชิ่งทำเวลาได้ดีมาก ไม่นานนักเขาก็เข็นรถเข็นไม้กลับมา
ชายหนุ่มตบลงบนตัวรถเข็นดังปังๆ พลางคุยโวโอ้อวด "รถเข็นคันนี้แข็งแรงทนทานสุดๆ บรรทุกไม้เป็นพันจินก็ยังไหว!"
"งั้นเอาหอยขมของบ้านเราสองคนไว้ข้างล่าง แล้วเอาของบ้านน้าฉินทับไว้ข้างบนละกัน จะได้ขนลงง่ายๆ" โจวข่ายเสนอ
"จัดไป! งั้นเริ่มจากบ้านนายก่อนเลย!" โจวต้าชิ่งรับคำ
กระสอบป่านทั้งใหญ่ทั้งหนักอึ้งไปด้วยหอยขม ลำพังคนเดียวคงยกไม่ไหว ต้องใช้สองคนช่วยกันยก
พวกเขาจับกระสอบให้ล้มลง จับมุมกระสอบคนละข้าง แล้วออกแรงยกขึ้นไปบนรถเข็นพร้อมกัน
แต่แล้วโจวข่ายก็เพิ่งสังเกตเห็นว่า คนอื่นๆ เขาจับคู่ยกกันเป็นคู่สามีภรรยาหมดเลยนี่หว่า!
พ่อโจวคู่กับแม่โจว โจวหยวนคู่กับเฉินเหม่ยเหลียน โจวต้าชิ่งก็คู่กับหลี่ไฉ่เสีย
ทำเอาโจวข่ายที่จับมุมกระสอบเตรียมพร้อมอยู่แล้วถึงกับอ้าปากค้าง ไร้คู่หูไปโดยปริยาย
นิวนิวตาไวมาก พอเห็นว่าโจวข่ายอยากยกกระสอบแต่ขาดคนช่วย เด็กน้อยก็รีบวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหา ใช้สองมือเล็กๆ จับมุมกระสอบอีกข้างไว้แน่น แล้วออกแรงฮึดสู้จนหน้าดำหน้าแดง แต่ด้วยเรี่ยวแรงอันน้อยนิด กระสอบป่านก็ไม่ได้ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย ทว่าเด็กน้อยไม่ได้คิดว่าเป็นเพราะตัวเองแรงน้อย เธอคิดว่าเป็นเพราะโจวข่ายไม่ยอมออกแรงต่างหาก จึงหันไปทำหน้าดุใส่พลางเร่งเร้า "คุณอาข่าย ออกแรงยกเร็วๆ สิคะ!"
โจวข่ายไม่ได้ขยับตัว เขาส่ายมือไล่เบาๆ "หลบไปเลย ตัวแค่นี้จะไปยกไหวได้ยังไง"
นิวนิวเข้าใจทันทีว่าโจวข่ายกำลังดูถูกเรี่ยวแรงของเธอ เด็กน้อยเบะปากอย่างไม่พอใจ แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ หันไปคว้าตัวหนานหนานมาเป็นผู้ช่วยจำเป็น แถมยังทำทีเป็นผู้เชี่ยวชาญชี้แนะวิธีทำอย่างเป็นคุ้งเป็นแคว "จับตรงมุมกระสอบไว้สิ! ใช่ๆ แบบนั้นแหละ จับให้แน่นๆ แล้วยกขึ้น ออกแรงสิ! หนานหนาน แอบอู้ใช่มั้ยเนี่ย!"
"อ๊าาา—" หนานหนานหน้าแดงก่ำ ร้องเสียงหลงพร้อมกับออกแรงดึงสุดชีวิต แต่กระสอบก็ยังคงนิ่งสนิท
"หนานหนาน ไม่ได้กินข้าวมาหรือไง!"
"หนานหนาน ออกแรงอีกนิดสิ!"
"หนานหนาน ยัยทึ่มเอ๊ย แค่กระสอบแค่นี้ก็ยกไม่ขึ้น!"
ริมฝีปากเล็กๆ ของนิวนิวขยับบ่นไม่หยุด พ่นคำต่อว่าใส่หนานหนานเป็นชุดๆ
และในที่สุด... หนานหนานก็ทนไม่ไหว ระเบิดเสียงร้องไห้จ้าออกมา "แงงง... โฮๆๆ... หนูม่ายช่ายคนโง่น้า หนูเปงเด็กดีต่างหาก โฮๆๆ... พี่นิวนิวดุหนู หนูจาม่ายย่นกับพี่นิวนิวแย้ว!"
พูดจบ หนานหนานก็วิ่งร้องไห้น้ำตานองหน้าไปซุกอกคุณย่าโจว
คุณย่าโจวลูบหัวเด็กน้อยเบาๆ อย่างอ่อนโยน พลางปลอบโยน "โอ๋ๆ ไม่ร้องนะลูก พี่นิวนิวเขาไม่ได้ตั้งใจจะดุหนูหรอกจ้ะ"
นิวนิวเองก็เริ่มมีน้ำโหแล้วเหมือนกัน พอเห็นหนานหนานเอาแต่หลบซุกอกคุณย่าโจวร้องไห้ เธอก็ยิ่งหงุดหงิด ตะโกนสวนกลับไป "ฉันก็จะไม่เล่นกับหนานหนานแล้วเหมือนกัน!"
"แงงง คุณทวดขา พี่นิวนิวดุหนูอีกแย้ว โฮๆๆ..." หนานหนานยิ่งแหกปากร้องดังกว่าเดิม
"นิวนิว! ห้ามรังแกหนานหนานนะลูก!" หลี่ไฉ่เสียดุเสียงเข้ม
พอโดนแม่ดุ นิวนิวก็หน้าแดงก่ำไปถึงใบหู แต่ก็ยังทำคอแข็งเถียงกลับเสียงดังฟังชัด "หนูไม่ได้รังแกหนานหนานนะ! หนานหนานทึ่มเองต่างหาก ยกกระสอบแค่นี้ก็ไม่ขึ้น!"
หลี่ไฉ่เสียถึงกับกุมขมับ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ลูกเองก็ยกไม่ขึ้นเหมือนกันนั่นแหละ ทำไมไม่ดูตัวเองบ้างล่ะ"
"หนู... หนู..." โดนจี้ใจดำเข้าอย่างจัง นิวนิวอึกอัก พยายามจะหาคำมาเถียง แต่ก็คิดไม่ออก สุดท้ายเลยสะบัดหน้าหนีไปอีกทางเป็นการแสดงออกว่าเธอกำลังโกรธจัด
ฉินเจาตี้เห็นสถานการณ์ตรงหน้า จึงเดินเข้ามาหาโจวข่ายอย่างรู้หน้าที่ เธอก้มลงจับมุมกระสอบทั้งสองข้างไว้ พลางส่งยิ้มให้ชายหนุ่ม "มาจ้ะ เดี๋ยวฉันช่วยยกเอง"
จังหวะที่โจวข่ายก้มลงจับกระสอบ สายตาของเขาก็บังเอิญเหลือบไปเห็นร่องอกที่โผล่พ้นคอเสื้อของฉินเจาตี้เข้าอย่างจัง... อื้อหือ ซ่อนรูปไม่เบานะเนี่ย! แม้วิวทิวทัศน์ตรงหน้าจะน่ามองแค่ไหน แต่เพื่อไม่ให้เกิดความอึดอัดใจ เขาจึงรีบเบือนหน้าหนีทันที ก่อนจะกระชับมุมกระสอบในมือแน่น แล้วออกแรงยกขึ้นไปบนรถเข็นพร้อมกับฉินเจาตี้
คนเยอะก็จัดการกันได้ไว เพียงครู่เดียวพวกเขาก็ขนกระสอบทั้งหมดขึ้นรถเข็นเสร็จเรียบร้อย
"ป่ะ กลับกันเถอะ" พ่อโจวส่งเสียงเรียก
พ่อโจวมีประสบการณ์ลากรถเข็นมากที่สุด จึงรับหน้าที่เป็นคนลาก ส่วนผู้ใหญ่คนอื่นๆ คอยช่วยดันอยู่ข้างหลัง
คุณย่าโจวพาเด็กๆ เดินตามรั้งท้ายขบวน
หลังจากที่คุณย่าโจวช่วยพูดเกลี้ยกล่อม นิวนิวกับหนานหนานก็กลับมาคืนดีกันแล้ว ทั้งคู่จับมือกันกระโดดโลดเต้นไปตามทางอย่างร่าเริง ราวกับไม่เคยมีเรื่องผิดใจกันมาก่อน
ระหว่างทาง ลุงหวังที่เพิ่งปีนตลิ่งขึ้นมาพร้อมกับตะกร้าในมือ พอเห็นกระสอบบนรถเข็นก็ตาโตเป็นไข่ห่าน รีบวิ่งถลาเข้ามาดูใกล้ๆ พลางอุทานเสียงหลง "โอ้โห! พวกเอ็งนี่มันเกินไปแล้วนะ เก็บหอยขมจนต้องใช้รถเข็นมาขนเลยเรอะ!"
"ลุงหวัง นี่ของบ้านเราสามครอบครัวรวมกันน่ะจ้ะ" โจวหยวนตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
"หอยขมเยอะแยะขนาดนี้ แบ่งกันสามบ้านก็กินไม่หมดหรอกมั้ง!" คำพูดของลุงหวังแฝงความนัยอย่างชัดเจน หวังจะขอแบ่งส่วนบุญ
แต่มีหรือที่โจวข่ายจะตกหลุมพราง ชายหนุ่มตอบกลับหน้าตาย "ลุงหวังไม่ต้องลำบากเป็นห่วงหรอกครับ พวกเรากินหมดแน่นอน"
พอเดินคล้อยหลังลุงหวังมาได้สักพัก ฉินเจาตี้ก็อดไม่ได้ที่จะบ่นอุบ "พวกเธอไม่รู้อะไร ตาลุงหวังนี่หน้าด้านหน้าทนยิ่งกว่ากำแพงเมืองจีนอีกนะ! เมื่อกี้ถ้าโจวข่ายไม่พูดดักคอไว้ล่ะก็ เชื่อเถอะว่าตาแก่นั่นต้องยิ้มหน้าระรื่นแล้วแบมือขอหอยขมหน้าด้านๆ แน่!"
"จริงด้วยจ้ะ! ลุงหวังแกชอบเอาเปรียบคนอื่นไปทั่ว บางทีฉันกับน้องสาวแบกหญ้าหมูเดินผ่านหน้าบ้าน แกยังกล้ามาขอแบ่งหญ้าหมูไปให้ไก่แกกินเลย!" โจวกุ้ยฮวารีบสมทบ
"เจอคนแบบนี้ วิธีรับมือที่ดีที่สุดคือไม่ต้องไปต่อปากต่อคำด้วยหรอก" โจวต้าชิ่งหัวเราะร่วน
คุยกันไปเพลินๆ พ่อโจวก็ลากรถเข็นเลี้ยวหัวมุมเข้าสู่ถนนที่ขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ ทำให้เข็นยากขึ้น
แต่โชคดีที่มีหลายคนช่วยกันดัน ในที่สุดรถเข็นก็มาถึงหน้าบ้านของฉินเจาตี้จนได้
ทุกคนช่วยกันขนกระสอบหอยขมทั้งสามใบเข้าไปไว้ในลานบ้านฉินเจาตี้อย่างรวดเร็ว
ตอนที่โจวข่ายกับครอบครัวขอตัวกลับ ฉินเจาตี้ก็พร่ำขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่หยุดปาก
เมื่อถึงบ้าน โจวข่ายและครอบครัวก็แยกหอยขมของแต่ละบ้านออกจากกัน ช่วยกันยกเข้าไปไว้ในลานบ้าน ก่อนจะเริ่มลงมือจัดการกับกองหอยขมมหาศาลตรงหน้า
การล้างหอยขมต้องใช้น้ำปริมาณมาก ผู้ชายบ้านโจวทั้งสามคนจึงรับหน้าที่ไปหาบน้ำ
คุณย่าโจวกับลูกสะใภ้ก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ
แม่โจวกับเฉินเหม่ยเหลียนไปค้นหาตะกร้าสานในห้องเก็บของ เพราะมันล้างหอยขมได้สะดวกกว่า
ส่วนคุณย่าโจวก็รับหน้าที่ต้มน้ำร้อนในครัว
สำหรับนิวนิวกับหนานหนาน ตอนนี้กำลังเคี้ยวลูกอมที่โจวข่ายให้เป็นรางวัลตุ้ยๆ นั่งยองๆ สุมหัวกันอยู่หน้ากระสอบหอยขม ถกเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตายว่าจะเอาหอยขมไปทำเมนูอะไรกินดี
ชายหนุ่มบ้านโจวหาบน้ำกลับมากันคนละหาบ ก่อนจะช่วยกันยกโอ่งน้ำใบใหญ่ในครัวออกมาตั้งไว้กลางลานบ้าน แล้วเทน้ำทั้งหมดลงไป
จากนั้นพ่อโจวกับโจวหยวนก็ออกไปหาบน้ำต่อ ส่วนโจวข่ายอยู่ช่วยแม่กับพี่สะใภ้ล้างหอยขม
พวกเขาเทหอยขมออกจากกระสอบ แบ่งใส่ตะกร้าสานแค่ครึ่งเดียว ราดน้ำลงไปให้ชุ่มทั่วถึงกันหมด จากนั้นก็จับตะกร้าเขย่าไปมาอย่างแรง
การเขย่าแบบนี้จะทำให้เปลือกหอยเสียดสีกันเอง คราบโคลนที่เกาะอยู่ก็จะหลุดร่วงออกไปอย่างง่ายดาย
พอคราบโคลนเริ่มหลุดออกเกือบหมด ก็เอาน้ำราดล้างอีกรอบ
ทำซ้ำแบบนี้สักสามรอบ หอยขมก็สะอาดเอี่ยมอ่อง... อย่างน้อยมองจากภายนอกก็ถือว่าสะอาดแล้วล่ะนะ
โจวข่ายหิ้วหอยขมที่ล้างสะอาดแล้วเข้าไปในครัว เทลงไปในกระทะเหล็กใบใหญ่ที่น้ำกำลังเดือดปุดๆ
พอน้ำเริ่มเดือดอีกรอบ โจวข่ายก็ใช้กระชอนตักหอยขมขึ้นมาใส่กะละมัง ถ้ากะละมังเต็มก็ตักใส่ตะกร้าสานแทน
ชายหนุ่มยกกะละมังหอยขมออกมาที่ลานบ้าน ราดน้ำเย็นลงไปจนท่วม เพื่อลดอุณหภูมิ ไม่ให้ลวกมือตอนแคะเนื้อ จากนั้นเขาก็ไปหาท่อนไม้ไผ่เก่าๆ มาผ่าด้วยมีดอีโต้ แล้วเหลาเป็นไม้แหลมๆ จำนวนสิบอัน
เตรียมของเสร็จสรรพ โจวข่ายก็เรียกแม่โจว เฉินเหม่ยเหลียน นิวนิว และหนานหนานมาล้อมวง แจกไม้แหลมให้คนละอัน
"เดี๋ยวผมจะทำให้ดูเป็นตัวอย่างนะ เอาไม้จิ้มเข้าไปตรงขอบฝาหอยแบบนี้นะครับ จิ้มเข้าไปนิดเดียวก่อน แล้วค่อยๆ งัดเฉียงๆ เข้าไปในเนื้อหอย ออกแรงงัดแล้วดึงปรื๊ดเดียว เนื้อหอยก็จะหลุดออกมาอย่างง่ายดายเลยครับ จากนั้นก็ใช้เล็บเด็ดส่วนตรงนี้ทิ้งไป ก็จะเหลือแค่เนื้อหอยล้วนๆ แล้ว" โจวข่ายอธิบายไปพลาง สาธิตการแคะเนื้อหอยขมไปพลางอย่างคล่องแคล่ว