เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 - สมาคมผู้ฝึกยุทธหาเรื่อง

บทที่ 33 - สมาคมผู้ฝึกยุทธหาเรื่อง

บทที่ 33 - สมาคมผู้ฝึกยุทธหาเรื่อง


"ยอดเยี่ยมมาก พัฒนาการเร็วกันจริงๆ"

กงชูอวิ๋นมองเหล่านักศึกษาที่กำลังฝึกเดินพลังตามเคล็ดวิชาหายใจด้วยความพึงพอใจ นัยน์ตาสวยเหลือบไปมองหลินเทียนที่กำลังนั่งอู้ชิวๆ

ตอนแรกก็กะจะดุแหละ แต่พอคิดไปคิดมา ด้วยระดับความเร็วของเขา จะอู้นิดอู้หน่อยก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง

เธอตั้งความหวังกับหลินเทียนไว้สูงมาก เขาคืออนาคตของสถาบันหลิงเซียวเลยนะ เธอถึงขั้นถ่อไปหาอธิการบดีเพื่อขอเบิกทรัพยากรการฝึกพิเศษมาให้เขาโดยเฉพาะ

อัจฉริยะแบบนี้ จะปล่อยให้เสียของในมือเธอไม่ได้เด็ดขาด เธอต้องเคี่ยวเข็ญให้เขาเก่งขึ้นไปอีก

กงชูอวิ๋นกำหมัดแน่น แววตาเป็นประกายมุ่งมั่น ก่อนจะเรียกหลินเทียนให้ลุกขึ้นมา

"อาจารย์มีธุระอะไรกับผมเหรอครับ"

หลินเทียนรู้สึกว่าการนั่งฝึกสมาธิรวมกลุ่มแบบนี้มันน่าเบื่อสุดๆ แถมตอนนี้เขาก็บรรลุถึงขอบเขตกึ่งเทพขั้นสมบูรณ์แล้ว ไม่จำเป็นต้องมานั่งฝึกพื้นฐานพวกนี้อีก

เห็นกงชูอวิ๋นเรียกออกไปคุยแยก เขาก็แอบสงสัยนิดหน่อย

แต่ยอมรับเลยนะว่า กงชูอวิ๋นสวยจริงๆ ยิ่งมองยิ่งมีเสน่ห์

มิน่าล่ะ พวกผู้ชายในห้องถึงได้ตั้งตารอเรียนวิชาเธอกันนัก

"นี่ทรัพยากรบำเพ็ญเพียรสำหรับเดือนนี้ รับไปสิ"

กงชูอวิ๋นยื่นถุงมิติให้ พร้อมกับเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ตั้งใจฝึกซ้อมให้ดีนะ อย่าให้พรสวรรค์ของเธอต้องเสียเปล่า"

หลินเทียนรับถุงมิติมาเปิดดู พอเห็นของข้างในก็แอบตกใจนิดหน่อย แต่ก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เขาเป็นผู้ปลุกพลังระดับ SS ก็ต้องได้ทรัพยากรเยอะกว่าคนอื่นเป็นธรรมดา เพราะเป็นตัวเต็งที่สถาบันปั้นอยู่แล้ว

แต่ที่นึกไม่ถึงคือมันจะเยอะขนาดนี้ เห็นได้ชัดว่าเกินโควตาปกติไปมาก

เขาพอจะเดาอะไรได้บ้าง ก็เลยไม่ซักไซ้ต่อ "ขอบคุณครับอาจารย์กง"

"ไปเถอะ ตั้งใจฝึกวิชาล่ะ"

กงชูอวิ๋นตบไหล่เขาเบาๆ หลินเทียนรับคำสั้นๆ แล้วเดินกลับไปเข้าแถว

วิชาบำเพ็ญเพียรสุดแสนจะน่าเบื่อก็จบลงสักที หลินเทียนเกือบจะสัปหงกไปหลายรอบ ตั้งแต่ได้ระบบมา เขาก็หมดไฟในการฝึกฝนด้วยตัวเองไปเลย

ขืนมัวแต่นั่งสมาธิฝึกพลัง กว่าจะเก่งก็คงแก่ตายพอดี สู้ไปไล่สูบพลังหรือรอรับรางวัลจากระบบไม่ได้ เร็วกว่ากันเยอะ

"แกใช่ไหมที่ชื่อหลินเทียน"

ระหว่างทางเดินกลับ จู่ๆ ก็มีกลุ่มคนโผล่มาขวางทางหลินเทียน เรียกความสนใจจากนักศึกษาที่เดินผ่านไปมา

"พวกสมาคมผู้ฝึกยุทธนี่ เผ่นเร็วพวกเรา"

"นั่นประธานสมาคมเลยนี่นา ไอ้หมอนั่นไปเหยียบตาปลาพวกสมาคมเข้าหรือไง"

"แม่งเอ๊ย พวกสมาคมนี่ทำตัวกร่างเกินไปแล้วนะ กล้ามาดักหน้านักศึกษาถึงในมหาลัยเลย"

"เจิ้งหูมันอยู่ระดับตี้ขั้นเจ็ดแล้วนะเว้ย ยังมารังแกเด็กปีหนึ่งอีก ไอ้นี่มันไม่ใช่ลูกผู้ชายเลยจริงๆ"

"มีเรื่องสนุกให้ดูแล้วสิเนี่ย เอ๊ะ... หมอนั่นหน้าคุ้นๆ แฮะ"

พอเห็นว่าเป็นพวกสมาคมผู้ฝึกยุทธ คนรอบข้างก็พากันถอยกรูด กลัวโดนลูกหลง

"มีอะไรกับฉัน"

หลินเทียนมองกลุ่มคนนับสิบคนที่ล้อมหน้าล้อมหลังเขาอยู่ ได้ยินเสียงซุบซิบของคนรอบข้าง ก็รู้ทันทีว่าพวกนี้มาจากสมาคมผู้ฝึกยุทธ

"หลี่จงเทียน ไอ้หมอนี่ใช่ไหมที่ทำร้ายแก"

เจิ้งหูกวักมือเรียก ใครบางคนที่คุ้นหน้าคุ้นตาก็เดินออกมาจากด้านหลัง ชี้หน้าด่าหลินเทียนฉอดๆ "ลูกพี่เจิ้ง มันนี่แหละ! มันไม่ได้แค่กระทืบผมนะ แต่มันยังด่าว่าสมาคมเราเป็นขยะด้วย

ลูกพี่เจิ้ง ผมโดนกระทืบน่ะไม่เท่าไหร่ แต่มันมาหยามสมาคมเรา แถมยังขู่ว่าจะกระทืบคนของสมาคมทุกคนที่ขวางหน้า มันไม่เห็นหัวลูกพี่เจิ้งเลยสักนิด ลูกพี่ต้องสั่งสอนมันให้ผมนะ!"

หลี่จงเทียนบีบน้ำตา ร้องห่มร้องไห้ ใส่ไฟชุดใหญ่

พูดซะเหมือนเรื่องจริงสุดๆ

พอได้ยินแบบนั้น หน้าของเจิ้งหูก็มืดทะมึน ขมวดคิ้วแน่น จ้องหลินเทียนอย่างเอาเรื่อง "ไอ้หนู แกจะกร่างเกินไปแล้วนะ"

ไม่ได้แค่ทำร้ายคนของเขา แต่ยังดูถูกสมาคมอีก เขาเพิ่งเคยเจอคนปากดีขนาดนี้เป็นครั้งแรก กร่างสุดๆ ไปเลย

"กล้ามาดูถูกสมาคมเรา แกเป็นแค่เด็กปีหนึ่งแท้ๆ ไปเอาความกล้ามาจากไหน"

"อย่าคิดนะว่าเป็นเด็กปีหนึ่งแล้วพวกเราจะไม่กล้าสั่งสอน ต่อให้เป็นผู้ปลุกพลังระดับ SS ก็เถอะ ต่อหน้ารุ่นพี่ แกก็ต้องก้มหัวให้พวกเรา"

พวกสมาคมต่างก็ส่งเสียงข่มขู่ ส่วนไทยมุงรอบข้างก็เริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ บางคนเห็นท่าไม่ดี รีบวิ่งไปตามอาจารย์มาช่วย

หลี่จงเทียนแสยะยิ้มอย่างผู้ชนะ ใช่ๆๆ... เอาเลย หลินเทียน ฉันอยากจะรู้จริงๆ ว่าคราวนี้แกจะรอดไปยังไง

ภาพเหตุการณ์ที่เขาโดนอัดจนน่วมวันนั้น เขายังแค้นฝังใจไม่ลืม เฝ้ารอวันที่เจิ้งหูจะกลับมาทวงความยุติธรรมให้ เขาอาจจะสู้หลินเทียนไม่ได้ แต่เจิ้งหูเป็นถึงผู้ฝึกยุทธระดับตี้ขั้นเจ็ดเชียวนะ จะเอาชนะไอ้หลินเทียนไม่ได้ก็ให้มันรู้ไป

"วันๆ เจอแต่พวกงี่เง่าปัญญาอ่อนจริงๆ แฮะ"

หลินเทียนส่ายหัวอย่างระอาใจ อดถอนหายใจไม่ได้

"แกว่าไงนะ?!"

พอได้ยินหลินเทียนด่าว่าปัญญาอ่อน ไอ้หนุ่มหัวโล้นกล้ามปูก็ของขึ้นทันที ร่างสูงสองเมตรก้มมองหลินเทียนอย่างเอาเรื่อง "แกพูดใหม่อีกทีซิ"

มันพยายามจะใช้แรงผลักหลินเทียนให้ล้ม กะจะสั่งสอนไอ้เด็กรุ่นน้องปากดีคนนี้ให้หลาบจำ

แต่หลินเทียนกลับยืนนิ่งเป็นเสาหิน ไม่ว่ามันจะออกแรงผลักแค่ไหน เขาก็ไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด

"ล้มไปซะ..."

ไอ้หัวโล้นร่างยักษ์ออกแรงฮึดสู้จนหน้าดำหน้าแดง ท่ามกลางสายตากังขาของพรรคพวก

มันเป็นถึงผู้ฝึกยุทธระดับหวงเลยนะ ทำไมถึงผลักเด็กใหม่ที่เพิ่งเข้าเรียนไม่ขยับเลยวะ

"ไอ้โง่เอ๊ย"

หลินเทียนยกเท้าขึ้น ถีบเปรี้ยงเข้าที่ท้องไอ้หัวโล้นอย่างจัง แรงถีบทำเอาอวัยวะภายในของมันปั่นป่วนไปหมด เจ็บจุกจนตาแทบถลน

ร่างยักษ์สองเมตรปลิวกระเด็นลอยละลิ่ว ล้มทับพวกสมาคมที่ยืนอยู่ด้านหลังล้มระเนระนาด ร้องโอดครวญกันระงม

"เชี่ย! เอาจริงดิ เตะทีเดียวปลิวเลยเหรอวะ นั่นรุ่นพี่ระดับหวงเลยนะเว้ย! โดนหลินเทียนเตะกระเด็นเลยเนี่ยนะ?"

"โอ้โห ไอ้เด็กปีหนึ่งนี่มันไม่กลัวตายหรือไง กล้ามีเรื่องกับรุ่นพี่ด้วย"

"แม่เจ้าเว้ย หลินเทียนมันจะเก่งเกินไปแล้วมั้ง"

"ซวยแล้ว ซวยแน่ๆ คราวนี้เจิ้งหูต้องเอาตายแน่ หมอนั่นยิ่งเกลียดพวกที่มาทำร้ายคนของสมาคมอยู่ด้วย"

ไทยมุงรอบข้างถึงกับทึ่งในความโหดของหลินเทียน แต่ก็แอบคิดว่าเขาทำอะไรวู่วามเกินไป เจิ้งหูเป็นผู้ฝึกยุทธระดับเสวียนเลยนะเว้ย แถมยังเป็นพวกปกป้องลูกน้องแบบสุดโต่งอีกต่างหาก คราวนี้หลินเทียนจบไม่สวยแน่

เจิ้งหูมองหลินเทียนด้วยความตกใจ กำหมัดแน่น ไม่นึกเลยว่าเด็กปีหนึ่งคนนี้จะกล้าลงมือจริงๆ หมอนี่ไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาเลยสักนิด

เขาพยายามข่มความโกรธเอาไว้ กัดฟันถามทีละคำ "แกรู้ตัวไหมว่าทำแบบนี้แล้วผลมันจะเป็นยังไง"

"ไม่รู้สิ แล้วก็ไม่อยากรู้ด้วย" หลินเทียนส่ายหน้าปฏิเสธ

"พวกแกเข้ามาพร้อมกันเลยดีกว่า"

เขาขี้เกียจจะมานั่งต่อความยาวสาวความยืดกับพวกนี้ กวักมือเรียกท้าทายอย่างจงใจ ความหมายก็ชัดเจนอยู่แล้วว่า 'กูจะอัดพวกมึงทุกคนพร้อมกันนี่แหละ'

"เป็นแค่เด็กปีหนึ่ง อย่ามากร่างให้มันมากนัก ฉันจะสั่งสอนแกเอง"

ไอ้หนุ่มร่างผอมเกร็งคนหนึ่งเดินกร่างเข้ามา ง้างหมัดเตรียมจะซัดหน้าหลินเทียน

"ไอ้พวกขยะ อย่าเสนอหน้ามาให้ขายขี้หน้าเลยดีกว่า"

หลินเทียนตบสวนกลับไปทีเดียว ร่างของมันก็ปลิวกระเด็นลอยละลิ่วไปไกล

"จะตีก็รีบๆ ตี ฉันหิวข้าวแล้ว"

"ลูกพี่เจิ้ง ไอ้หมอนี่มันจะหยิ่งเกินไปแล้วนะ"

หลี่จงเทียนหันไปฟ้องเจิ้งหูอย่างเคียดแค้น หน้าของเจิ้งหูตอนนี้ดำมืดทะมึนไปหมดแล้ว

เห็นว่าเจิ้งหูกำลังโกรธจัด หลี่จงเทียนก็แอบสะใจ หึๆ... คราวนี้แหละมึง หลินเทียน มึงไม่รอดแน่

ความอวดดีของหลินเทียน ทำเอาพวกที่เหลือทนไม่ไหว ถึงจะไม่รู้ว่าหมอนั่นทำได้ยังไง แต่ก็พุ่งกรูเข้าใส่พร้อมกันหมด

พวกเขามีตั้งหลายคน แถมยังมีผู้ฝึกยุทธระดับเสวียนปะปนอยู่ด้วย จะจัดการเด็กปีหนึ่งแค่คนเดียวไม่ได้เชียวเหรอ?

"หน้าด้านชะมัด สมาคมผู้ฝึกยุทธนี่มันขยะจริงๆ รวมหัวกันทั้งระดับหวง ระดับเสวียน มารังแกเด็กปีหนึ่งคนเดียวเนี่ยนะ"

"ซวยแล้วๆ รีบไปตามอาจารย์มาเร็วเข้า ขืนปล่อยไว้แบบนี้ มีหวังได้ตายกันไปข้างแน่"

เห็นพวกสมาคมรุมกินโต๊ะหลินเทียน คนดูรอบข้างก็เบือนหน้าหนีด้วยความเวทนา แอบคิดในใจว่าหลินเทียนคงไม่รอดแน่ๆ เด็กปีหนึ่งตัวคนเดียว จะเอาอะไรไปสู้พวกรุ่นพี่ได้

แต่วินาทีต่อมา พวกเขากลับต้องเบิกตาโพลง ภาพตรงหน้ามัน... เชี่ยเอ๊ย มหัศจรรย์เกินไปแล้ว!!!

จู่ๆ เปลวเพลิงสีแดงฉานก็ลุกพรึบขึ้นกลางลานประลอง แผดเผาทุกสิ่งทุกอย่างจนลุกโชน เสียงร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วบริเวณ ก่อนจะมีร่างเปลือยเปล่าของชายหนุ่มหลายคนปลิวกระเด็นออกมาจากกองเพลิง...

จบบทที่ บทที่ 33 - สมาคมผู้ฝึกยุทธหาเรื่อง

คัดลอกลิงก์แล้ว