- หน้าแรก
- ปลุกพลังหลุมดำมฤตยู ข้านี่แหละผู้ไร้เทียมทาน
- บทที่ 23 - ก้าวสู่ขอบเขตกึ่งเทพ ยกระดับคุณภาพแบบก้าวกระโดด
บทที่ 23 - ก้าวสู่ขอบเขตกึ่งเทพ ยกระดับคุณภาพแบบก้าวกระโดด
บทที่ 23 - ก้าวสู่ขอบเขตกึ่งเทพ ยกระดับคุณภาพแบบก้าวกระโดด
"สังหารสัตว์อสูรระดับหวง..."
"สังหารสัตว์อสูรขอบเขตวิญญาณ..."
"สังหารสัตว์อสูรขอบเขตจุน..."
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง กินเวลาไปถึงสองชั่วโมงเต็ม
"จบซะที"
หลินเทียนขยี้หูเบาๆ เสียงดังก้องอยู่นานจนหูเขาแทบจะอื้อไปหมดแล้ว
แบล็กโฮลเพียงลูกเดียว นำพาแต้มมหาศาลมาให้เขา แต่พอก้มมองลงไปเบื้องล่าง เทือกเขาสัตว์อสูรที่เคยมีอยู่ ตอนนี้กลับเหลือเพียงซากปรักหักพัง
เทือกเขาสัตว์อสูรอันกว้างใหญ่ไพศาลถูกราบเป็นหน้ากลอง พื้นดินแตกกระจาย ต้นไม้ สิ่งมีชีวิต... ทุกสรรพสิ่งล้วนอันตรธานหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงผืนดินสีเหลืองและฝุ่นละออง
สัตว์อสูรนับแสนตัว ตายเรียบ
"ระบบ เปิดหน้าต่างสถานะ"
โฮสต์: หลินเทียน
ระดับพลัง: ขอบเขตกึ่งเทพขั้นหก
ของวิเศษที่ปลุกได้: แบล็กโฮล (ระดับเทพ), ลิงวานรทองคำ (ระดับ SSS), เพลิงลาวาสีชาด (ระดับ SS), หัตถ์ปีศาจ (ระดับ B)
ทักษะ: วาจาสิทธิ์
แต้ม: 334,215,494
ช่องเก็บของ: ว่างเปล่า
"เชี่ยเอ๊ย สามร้อยล้านแต้ม"
พอเห็นจำนวนแต้ม หลินเทียนก็ถึงกับอึ้งกิมกี่ ดูท่าสัตว์อสูรในเทือกเขานี้จะเยอะจริงๆ แฮะ!
ไม่เสียแรงที่ตัดสินใจแบบนี้ โคตรจะคุ้มเลย
สามร้อยล้านแต้ม พอให้สุ่มตู้กาชาระดับทองได้ตั้งสามครั้งเลยนะเนี่ย
หัวใจหลินเทียนเต้นตึกตัก ตื่นเต้นจนเนื้อเต้นไปหมด
แต่น่าเสียดาย ถึงสัตว์อสูรจะเยอะ ทว่าร่างกายเขาก็ต้องการพลังงานมหาศาล สัตว์อสูรหลายหมื่นตัวดันเขาขึ้นมาได้แค่ขอบเขตกึ่งเทพขั้นหก แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็พอใจกับผลลัพธ์นี้สุดๆ แล้ว
เวลาผ่านไปไม่ถึงวัน เขาก็ก้าวกระโดดจากระดับเทียนขั้นสมบูรณ์มาถึงขอบเขตกึ่งเทพ ความเร็วระดับนี้มันน่าสะพรึงกลัวชัดๆ
ตอนนี้เขาคือยอดฝีมือขอบเขตกึ่งเทพของแท้แล้ว
ขอบเขตกึ่งเทพ ทั่วทั้งโลกนี้จะมีสักกี่คนกันเชียว?
ตัวเขาในเวลานี้เรียกได้ว่าเป็นจ้าวแห่งดินแดน ผู้ยืนหยัดเหนือผู้คนทั้งปวง ไม่เพียงแค่นั้น ด้วยพลังในปัจจุบัน เขาสามารถงัดข้อกับยอดฝีมือขอบเขตเทพได้สบายๆ ด้วยซ้ำ
หลินเทียนข่มความตื่นเต้นในใจ มองดูซากปรักหักพัง คาดว่าอีกไม่นานคงมีคนแห่มาที่นี่แน่ ไม่ควรอยู่นาน เผ่นดีกว่า
หลินเทียนกลายเป็นเส้นแสง พุ่งตัวออกจากเทือกเขาสัตว์อสูรที่ราบเป็นหน้ากลอง
ที่นี่อยู่ระหว่างพรมแดนหลายประเทศ ความวุ่นวายระดับนี้ต้องดึงดูดความสนใจจากยอดฝีมือประเทศอื่นแน่นอน ตอนนี้เขาแค่อยากหาที่เงียบๆ ปรับสมดุลพลัง และผลาญแต้มอย่างสบายใจ
ไม่นาน หลินเทียนก็เข้ามาในอาณาเขตประเทศตัวเอง เขาหาสถานที่ลับตาคนเพื่อนั่งขัดสมาธิ ใช้เวลาหลายวันในการปรับสมดุลพลัง
สามวันต่อมา
บนโขดหินก้อนหนึ่ง หลินเทียนกำลังนั่งสมาธิ ขณะที่เขาเดินพลัง เสียงกระดูกดังกรอบแกรบก็ดังมาจากภายในร่าง พลังวิญญาณรอบๆ หลั่งไหลมารวมตัวกันและถูกเขาดูดซับเข้าไป
"ในที่สุดก็เสถียรซะที กินเวลาไปตั้งเยอะ"
หลินเทียนลืมตาขึ้น ประกายแสงสีทองวาบผ่านนัยน์ตา เขาล้วงมือถือออกมาดูเวลา ไม่นึกเลยว่าจะผ่านไปถึงสามวันแล้ว
ในมือถือมีสายที่ไม่ได้รับหลายสิบสาย เป็นของเสิ่นซีเอ๋อร์ไปซะสี่สิบกว่าสาย ส่วนที่เหลือเป็นของอาจารย์สอนวิชาบำเพ็ญเพียร
เดาได้ไม่ยากว่าพวกเขาโทรมาทำไม ก็เขาเล่นหายตัวมาหมกอยู่ที่นี่ตั้งสามวัน ไม่ยอมไปมหาลัยนี่นา
หลังจากตอบแชทเสร็จซีเอ๋อร์สั้นๆ หลินเทียนก็เปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมา
ช่วงหลายวันที่กำลังปรับสมดุลพลัง เขาก็ถามระบบไปด้วย
แต้มไม่ได้ใช้แค่สุ่มกาชาเท่านั้น แต่ยังใช้เสริมความแข็งแกร่งให้ของวิเศษได้ด้วย
คิดไปคิดมา หลินเทียนก็รู้สึกว่าการสุ่มกาชามันเสี่ยงเกินไป ก็มันเป็นเรื่องของดวงล้วนๆ ถ้าซวยขึ้นมา อาจจะเจ๊งยับก็ได้
ถึงตู้สีทองจะได้ของกากสุดคือระดับ SS แต่มันก็ยังเทียบกับแบล็กโฮลของเขาไม่ได้หรอก อีกอย่างถ้ามีแต้มเยอะพอ เขาสามารถไปกว้านซื้อของที่ต้องการในร้านค้าระบบได้เลย ไม่เห็นต้องมานั่งเสี่ยงดวง
ที่สำคัญที่สุดคือ แบล็กโฮลถ้าอัปเกรดแล้ว มันจะกลายเป็นแบบไหนกันนะ?
หลินเทียนเปิดหน้าต่างสถานะ แล้วกดไปที่แบล็กโฮล
แบล็กโฮล+
แต้มที่ใช้ในการอัปเกรด 100,000,000
"ซี๊ด... ใช้ตั้งร้อยล้านแต้มเลยเหรอ?!"
หลินเทียนไม่คิดเลยว่าการอัปเกรดแบล็กโฮลจะแพงหูฉี่ขนาดนี้ แต่พอคิดถึงความโหดของมัน เขาก็กัดฟันกดอัปเกรดไปเลย
[ขอแสดงความยินดี โฮสต์อัปเกรดสำเร็จ]
[ปลดล็อกความสามารถใหม่: แผ่รังสีพลังงาน]
[แผ่รังสีพลังงาน: ตอนนี้แบล็กโฮลสามารถปลดปล่อยรังสี, รังสีเอกซ์...]
หลังจากอัปเกรด หลินเทียนก็พบว่าขนาดของแบล็กโฮลใหญ่ขึ้นจากเดิมถึงเท่าตัว แถมพลังทำลายล้างก็พุ่งพรวดตามไปด้วย
หลังจากลองสำรวจดู หลินเทียนก็รู้สึกว่าพอใช้ได้เลยล่ะ
ถ้าจะอัปเกรดอีกรอบ ต้องใช้แต้มเท่าไหร่ล่ะเนี่ย?
พอก้มมองเท่านั้นแหละ โอ้โห หมื่นล้าน!
งั้นก็ช่างมันเถอะ
ไม่นานหลินเทียนก็หันไปเล็งอีกทักษะหนึ่ง วาจาสิทธิ์
วาจาสิทธิ์+
แต้มที่ใช้ในการอัปเกรด 200,000,000
เดี๋ยวนะ นี่ระบบกะจะสูบแต้มเขาให้เกลี้ยงเลยใช่ไหมเนี่ย! เขามีอยู่สามร้อยล้านแต้ม เพิ่งผลาญไปร้อยล้าน ก็เหลือแค่สองร้อยล้าน แล้วค่าอัปเกรดวาจาสิทธิ์ก็ดันปาไปสองร้อยล้านพอดีเป๊ะ
"ระบบ แกจงใจใช่ไหมเนี่ย?"
หลินเทียนเค้นเสียงถามอย่างหัวเสีย
[ฉันเปล่านะ อย่ามาใส่ร้ายกัน]
แต่เขาก็รู้ดีว่าวาจาสิทธิ์มันโกงแค่ไหน ถ้าไม่ยอมลงทุนก็ไม่ได้ผลกำไรหรอก กดก็กดวะ
ปลายนิ้วแตะเบาๆ แต้มก็ดิ่งลงเหวไปเหลือศูนย์ทันที
[อัปเกรดสำเร็จ]
[ปลดล็อกฟังก์ชันใหม่: คืนชีพ, รักษา]
[คืนชีพ: คำพูดของคุณแฝงไปด้วยพลังลึกลับ สามารถชุบชีวิตสิ่งมีชีวิตที่ตายไปแล้วให้ฟื้นคืนชีพได้]
[รักษา: คำพูดของคุณแฝงไปด้วยพลังลึกลับ สามารถเยียวยาบาดแผลได้ทุกรูปแบบบนโลกใบนี้]
"เดี๋ยวนะ แค่สองความสามารถใหม่เนี่ย แกเก็บฉันตั้งสองร้อยล้านเลยเหรอ?"
หลินเทียนลุกพรวดขึ้นยืน ถึงสองสกิลนี้มันจะโกงหลุดโลกก็เถอะ แต่นี่มันตั้งสองร้อยล้านแต้มเลยนะเว้ย! สองร้อยล้าน!
แต่ระบบกลับเงียบกริบ
เห็นระบบแกล้งตาย หลินเทียนก็เลยต้องยอมแพ้
"อ้าว แล้วแต้มที่เหลืออีกสามสิบกว่าล้านจะเอาไปทำอะไรดีล่ะเนี่ย?"
หลินเทียนรีบเปิดเข้าไปในร้านค้าระบบ จู่ๆ เขาก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังไม่มีเคล็ดวิชาอะไรติดตัวเลย เลยจัดแจงซื้อเคล็ดวิชามาสองสามเล่ม แถมยังใช้แต้มอัปเกรดพวกมันให้เชี่ยวชาญถึงขั้นสุดยอด แล้วก็แวะไปอัปเกรดหัตถ์ปีศาจกับเพลิงลาวาสีชาดด้วย โชคดีที่สองอย่างหลังนี่ใช้แต้มไม่เยอะเท่าไหร่
พอสัมผัสได้ว่าระดับพลังตัวเองพุ่งทะยานขึ้นอีกครั้ง หลินเทียนก็หัวเราะลั่น ตอนนี้ในสถาบันหลิงเซียว... ไม่สิ ทั่วทั้งแคว้นหลง คงหาคนมาต่อกรกับเขาได้แทบนับหัวได้เลย
สะใจ!
โคตรสะใจเลย นี่สินะความรู้สึกของการเปิดโปร?
"ได้เวลากลับแล้วล่ะ ซีเอ๋อร์คงเป็นห่วงจนแทบบ้าแล้วมั้ง"
พอคิดถึงข้อความที่อีกฝ่ายส่งมาให้ หลินเทียนก็ยิ้มออกมาบางๆ เพื่อนสนิทสุดอึ๋มของเขากำลังเป็นห่วงความปลอดภัยของเขาอยู่นี่นา
"แต่ก่อนหน้านั้น..."
แววตาของหลินเทียนพลันเย็นเยียบ ใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นถมึงทึง
"ถังซาน วันนี้แหละคือวันตายของแก"
หลินเทียนหายวับไปจากตรงนั้นอย่างไร้ร่องรอย มุ่งหน้าตรงไปยังทิศทางหนึ่ง
...
ตัดภาพมาอีกด้านหนึ่ง
ห่างออกไปนับพันลี้ สวี่ซีอวิ๋นค่อยๆ ลืมตาตื่น เธอเอามือกุมหัวที่กำลังปวดหนึบ มองไปรอบๆ ด้วยความงุนงง
"ฉันน่าจะอยู่ในเทือกเขาสัตว์อสูรไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงมาโผล่ที่นี่ล่ะ? ซี๊ด... ทำไมก้นฉันถึงปวดแบบนี้เนี่ย?"
เธอค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืน ตอนนี้เสื้อผ้าของเธอหลุดลุ่ยไปหมด แถมยังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินโคลน พอมองดูรอยบนพื้น ก็ดูเหมือนว่าเธอจะถูกจับโยนลงมาตรงนี้นะ?!
เธอพยายามเค้นสมองนึก แต่ก็พบว่าตัวเองเหมือนจะลืมอะไรบางอย่างไป คิดยังไงก็คิดไม่ออก
ทันใดนั้นเธอก็ฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ รีบล้วงกระเป๋าค้นหาทันที ในที่สุดก็เจอหยาดทิพย์แก่นโลกที่ยังเก็บไว้กับตัว
แต่แล้วเธอก็รู้สึกถึงความผิดปกติ คิ้วเรียวขมวดมุ่น "เดี๋ยวนะ ทำไมฉันถึงไม่มีความทรงจำหลังจากได้หยาดทิพย์แก่นโลกมาเลยล่ะ?"
เธอจำได้ว่าตัวเองแย่งหยาดทิพย์แก่นโลกมาจากราชสีห์ม่วงทอง พอเตรียมจะลงมือสั่งสอนมันสักหน่อย... ซี๊ด... ทำไมคิดไม่ออกนะ หลังจากนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? แล้วทำไมฉันถึงมาโผล่ที่นี่ได้ล่ะ?
เธอหันไปมองทางเทือกเขาสัตว์อสูร แล้วดวงตากลมโตก็เบิกกว้าง
"เทือกเขาสัตว์อสูรล่ะ?"
มองดูเทือกเขาสัตว์อสูรที่ราบเป็นหน้ากลอง สวี่ซีอวิ๋นก็ใจเต้นรัว สัมผัสได้ว่าในความทรงจำที่หายไปนั้น ต้องเกิดเรื่องคอขาดบาดตายขึ้นแน่ๆ
เธอมั่นใจเกินร้อยว่าตัวเองอยู่ในเทือกเขาสัตว์อสูร เพียงแต่ไม่รู้ว่าทำไมตื่นมาถึงมาอยู่ตรงนี้ได้
"ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย? ทำไมฉันถึงนึกไม่ออกเลยล่ะ?"
สวี่ซีอวิ๋นเกาหัวแกรกๆ พยายามเค้นสมองให้นึกออก แต่ก็ว่างเปล่า ราวกับว่าความทรงจำช่วงนั้นมันอันตรธานหายไปเฉยๆ
ทันใดนั้นเธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้ รีบตบหน้าผากตัวเองฉาดใหญ่ แล้วหยิบอัญมณีที่ห้อยอยู่ตรงร่องอกขาวเนียนขึ้นมา ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับ
"จริงด้วย ฉันมีหินบันทึกภาพอยู่นี่นา เกือบลืมไปซะสนิทเลย..."