- หน้าแรก
- ปลุกพลังหลุมดำมฤตยู ข้านี่แหละผู้ไร้เทียมทาน
- บทที่ 22 - ขอเชิญทุกท่าน ช่วยส่งเสริมการฝึกตนของข้าที
บทที่ 22 - ขอเชิญทุกท่าน ช่วยส่งเสริมการฝึกตนของข้าที
บทที่ 22 - ขอเชิญทุกท่าน ช่วยส่งเสริมการฝึกตนของข้าที
การต้องลงมือสังหารพี่น้องร่วมสาบานด้วยตัวเอง ทำเอานกเผิงยักษ์เจ็บปวดเจียนตาย แต่ยังดีที่มันยั้งมือเอาไว้ พอเรื่องทุกอย่างจบลง แค่ถ่ายทอดพลังชีวิตให้สักหน่อย เจ้างูดำก็น่าจะฟื้นคืนสติขึ้นมาได้
มันจ้องหลินเทียนด้วยดวงตาแดงก่ำราวกับเลือด เลิกกั๊กพลังอีกต่อไป ระเบิดพลังทั้งหมดที่มีพุ่งเข้าใส่หลินเทียนเต็มกำลัง
มันต้องลากคอไอ้มนุษย์คนนี้มาชดใช้กรรมให้ได้
การโจมตีของนกเผิงยักษ์รุนแรงจนห้วงมิติสั่นสะเทือน เงาร่างของสัตว์เทพคุนเผิงขนาดยักษ์ปรากฏขึ้นเหนือหัว กลิ่นอายพลังที่แผ่ออกมาทำเอาสวี่ซีอวิ๋นถึงกับตัวสั่นงันงก
"เคล็ดวิชาคุนเผิง นี่มันเคล็ดวิชาคุนเผิงนี่!"
เห็นร่างยักษ์ของคุนเผิง สวี่ซีอวิ๋นก็เหงื่อตกจนเปียกชุ่มหลัง นี่มันไพ่ตายก้นหีบของเผ่าคุนเผิงเลยนะ พลังทำลายล้างมหาศาลสุดๆ เธอเคยมีวาสนาได้เห็นยอดฝีมือปะทะกับจ้าวอสูรเผ่าคุนเผิงมาแล้ว ภาพเหตุการณ์ตอนนั้นยังติดตาอยู่เลย โคตรจะอลังการงานสร้าง
เคล็ดวิชาคุนเผิงแผลงฤทธิ์ สรรพสิ่งล้วนพินาศ
หมอนั่นคงไม่ได้กะจะให้ฉันไปเป็นโล่รับตีนแทนหรอกนะ?
สวี่ซีอวิ๋นจ้องมองหลินเทียนที่ยืนนิ่งเป็นรูปปั้นด้วยแววตาสั่นระริก ในใจก็คิดว่าตอนนี้เธอโดนเขาควบคุมอยู่นี่หว่า
"ได้โอกาสลองของใหม่พอดี มาดูกันซิว่าขอบเขตจักรพรรดิขั้นแปดของฉันมันจะเจ๋งแค่ไหน"
หลินเทียนไม่คิดจะงัดวาจาสิทธิ์ออกมาใช้ เพราะเขาอยากจะลองของพลังระดับขอบเขตจักรพรรดิขั้นแปด กับพลังของแบล็กโฮลดูสักตั้ง
เขายกมือขึ้นประสานอิน ปากก็ขมุบขมิบร่ายมนตร์ พริบตาเดียวมิติเบื้องหลังก็ส่งเสียงคำรามก่อนจะฉีกขาดออก เผยให้เห็นทางช้างเผือกอันกว้างใหญ่ไพศาล หมู่ดาวทอแสงระยิบระยับอยู่เต็มฟ้า
จักรวาลอันไร้ขอบเขตปรากฏขึ้นแก่สายตา ตรงกึ่งกลางหมู่ดาวที่โคจรวนเวียนนั้น มีเงาดำมืดวงหนึ่งปรากฏขึ้น มันขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ดูดกลืนดาวเคราะห์รอบๆ เข้าหาตัวประหนึ่งวังน้ำวน กลืนกินทุกสรรพสิ่งอย่างเลือดเย็น
"กลืนกิน"
ดวงตาสีขาวของหลินเทียนแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ไร้ซึ่งตาขาว มีเพียงหมอกควันสีดำลอยกรุ่นออกมาจากเบ้าตา แฝงไปด้วยความชั่วร้ายอย่างล้นเหลือ นัยน์ตาดำขลับคู่นั้นสะท้อนภาพนกเผิงยักษ์ที่เบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
ส่วนเคล็ดวิชาคุนเผิงอันน่าเกรงขามนั่นน่ะเหรอ... โดนกระแทกจนแหลกเป็นผุยผงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
วินาทีต่อมา พอนกเผิงยักษ์ได้สติ มันก็พบว่าตัวเองกำลังล่องลอยอยู่ท่ามกลางจักรวาลอันกว้างใหญ่ และเบื้องหน้าของมันก็คือแบล็กโฮลขนาดยักษ์ที่มีหมู่ดาวโคจรล้อมรอบอยู่
ภาพความยิ่งใหญ่ตระการตานี้ทำเอามันถึงกับสติหลุด
นี่มันพลังระดับไหนกันเนี่ย? มันจ้องมองแบล็กโฮลตรงหน้า ตอนนี้ตัวมันก็ไม่ต่างอะไรกับมดปลวก ไร้ทางสู้โดยสิ้นเชิง
อาณาเขตงั้นเหรอ?
ไม่ใช่นี่ นี่ไม่ใช่อาณาเขต แต่มันคือจักรวาลของแท้เลยต่างหาก
มองปราดเดียวมันก็รู้แล้วว่านี่ไม่ใช่อาณาเขต แต่มันคือจักรวาลจำลองที่สมบูรณ์แบบ
"ได้ตายด้วยวิชานี้ แกก็นอนตายตาหลับได้แล้วล่ะ"
เหนือห้วงอวกาศ นัยน์ตาสีทองสว่างวาบขึ้น พร้อมกับเสียงเย็นชาของหลินเทียน เขากำลังพิพากษาชะตากรรมของสรรพสิ่งราวกับผู้เป็นพระเจ้า
วูบ—
แบล็กโฮลสั่นสะเทือน ดาวเคราะห์รอบๆ พุ่งเข้าโคจรล้อมรอบ ก่อนที่แบล็กโฮลจะปลดปล่อยพลังทำลายล้างที่สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งจักรวาลออกมา
นกเผิงยักษ์ถูกตรึงร่างไว้กับที่ มันได้แต่มองดูรอยร้าวที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนตัวอย่างโง่งม จักรวาลอันไร้ขอบเขตเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง หมู่ดาวแตกสลายกลายเป็นละอองธุลี ค่อยๆ ถูกแบล็กโฮลสูบกลืนเข้าไป
"คิดจะฆ่าข้า มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นหรอก"
นกเผิงยักษ์ดิ้นรนสุดชีวิต มันอาละวาดทำลายล้างทุกสิ่งในจักรวาล พยายามมองหาทางออก มันไม่อยากมาตายอยู่ที่นี่ ไม่อยากแหลกสลายกลายเป็นผุยผงเหมือนดาวเคราะห์พวกนั้น
ทว่าการดิ้นรนของมันสูญเปล่า พลังที่มองไม่เห็นสลายการโจมตีของมันจนหมดสิ้น สิ่งที่ตอบสนองมันมีเพียงเศษซากดาวเคราะห์ที่แตกสลาย และเสียงฉีกขาดของร่างกายมันเอง
รอยร้าวลุกลามไปทั่วตัวอย่างรวดเร็ว ภายใต้เสียงหวีดหวิวอันน่าขนลุกของแบล็กโฮล มันถูกตรึงร่างไว้กับที่ ได้แต่มองดูแขนขาของตัวเองค่อยๆ สลายหายไปทีละส่วน
"เป็นไปไม่ได้ แกไปเอาพลังระดับนี้มาจากไหน แกมันก็แค่ขอบเขตจักรพรรดิขั้นแปดกระจอกๆ ไม่ใช่รึไง"
เสียงคำรามอย่างเจ็บใจของนกเผิงยักษ์ดังก้องไปทั่วจักรวาล
ความสิ้นหวังเกาะกินหัวใจ อยากจะหนี แต่ก็ไร้ทางหนี
วิชาแบบนี้ ขนาดมหาจักรพรรดิของเผ่ามันยังทำไม่ได้เลย แล้วทำไมมนุษย์ต๊อกต๋อยอย่างมัน... ทำไมถึงได้ร้ายกาจขนาดนี้
"ก็เพราะว่าฉันมันโปรเพลเยอร์ไงล่ะ"
เสียงกระซิบของหลินเทียนดังกังวานในห้วงอวกาศ
เพียงไม่นาน ร่างของนกเผิงยักษ์ก็อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย กลายเป็นเพียงธุลีดินไร้ค่าในจักรวาล ไม่มีใครจดจำ
[สังหารนกเผิงยักษ์ขอบเขตจักรพรรดิขั้นสมบูรณ์ ได้รับแต้ม...]
[สังหารงูเหลือมยักษ์สีดำขอบเขตจักรพรรดิขั้นแปด...]
พริบตาเดียว ทุกอย่างก็กลับคืนสู่สภาวะปกติ
หลินเทียนหลับตาซึมซับพลังงานที่ไหลเวียนในร่าง หลังจากดูดซับพลังของสองราชันอสูร ระดับการฝึกตนของเขาก็พุ่งไปชนเพดานขอบเขตจักรพรรดิขั้นสมบูรณ์เรียบร้อย ขาดอีกแค่ก้าวเดียวก็จะได้เหยียบขอบเขตกึ่งเทพแล้ว
สวี่ซีอวิ๋นมองไปทางจุดที่นกเผิงยักษ์เคยอยู่ด้วยความงุนงง นกหายไปไหนแล้วล่ะ?
เธอไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายโดนลากเข้าไปในอาณาเขตมรณะของหลินเทียน รู้แค่ว่าจู่ๆ มันก็หายวับไปกับตา สัมผัสถึงกลิ่นอายไม่ได้ด้วยซ้ำ ราวกับระเหยหายไปจากโลกนี้เลย
ฝีมือเขางั้นเหรอ?
จู่ๆ สวี่ซีอวิ๋นก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
ต้องเป็นฝีมือหลินเทียนแน่ๆ แต่ทำไมฉันถึงไม่รู้สึกตัวเลยล่ะ? เมื่อกี้เห็นเขาทำมือยุกยิกๆ เหมือนร่ายมนตร์ แล้วสองราชันอสูรนั่นก็หายวับไปเลย
เดี๋ยวนะ... ทำไมเขาถึงกลายเป็นขอบเขตจักรพรรดิขั้นสมบูรณ์ไปแล้วล่ะ?!
ไม่นานเธอก็สังเกตเห็นความผิดปกติ เพราะคลื่นพลังที่แผ่ออกมาจากตัวหลินเทียน มันฟ้องชัดๆ ว่าเขาอยู่ขอบเขตจักรพรรดิขั้นสมบูรณ์แล้ว แถมยังน่ากลัวกว่าตัวเธอซะอีก
เดี๋ยวก่อนนะ... หรือว่าเขาแอบดูดกลืนสองราชันอสูรนั่นไปตอนที่ฉันไม่รู้ตัว?
ถึงจะขยับตัวไม่ได้ แต่ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมา เธอก็เห็นเต็มสองตาว่าผู้ชายคนนี้สามารถสูบพลังจากสิ่งมีชีวิตอื่นมาเพิ่มพลังให้ตัวเองได้
และการที่เขาจู่ๆ ก็อัปเลเวลพรวดพราดมาถึงขั้นสมบูรณ์แบบนี้ มันก็แปลว่า... ราชันอสูรทั้งสองตัวตายห่าไปแล้วไง
ตายแบบงงๆ จู่ๆ ก็แวบหายไป แล้วผู้ชายคนนี้ก็เลเวลอัปเฉยเลย ทำได้ไงเนี่ย?
สวี่ซีอวิ๋นอ้าปากค้างกว้างจนยัดไข่ไก่เข้าไปได้ทั้งฟอง เธอมองไม่ทันจริงๆ ว่าหลินเทียนลงมือตอนไหน นี่มันผ่านไปไม่ถึงครึ่งนาทีเลยด้วยซ้ำมั้ง?
แล้วคิวต่อไป... คงไม่ใช่ฉันหรอกนะ?
พอคิดถึงตรงนี้ สวี่ซีอวิ๋นหน้าซีดเผือด ยืนตัวสั่นงันงกอยู่ข้างๆ มองหลินเทียนที่กำลังทำหน้าฟินอย่างหวาดหวั่น
ฉันไม่อยากโดนสูบพลังนะโว้ย!
ในสายตาเธอ หลินเทียนก็คือปีศาจร้าย ปีศาจร้ายที่สูบพลังชีวิตคนอื่นมาอัปเลเวลให้ตัวเอง ทำได้ทุกอย่างเพื่อความแข็งแกร่ง
หมอนี่คงไม่ใช่คนของเผ่ามารหรอกนะ?!
สวี่ซีอวิ๋นกลัวจนฉี่แทบราด มองหลินเทียนที่เดินเข้ามาใกล้ด้วยหัวใจที่เต้นรัวจนแทบจะกระดอนออกมาจากอก สุดท้ายก็ตัดสินใจหลับตาปี๋ แงๆๆ... ฉันกำลังจะตายแล้ว ฉันกำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเขาแล้ว
ตอนนี้เธอโครตจะเสียใจเลยที่เสนอหน้ามาที่นี่ ถ้าฉันไม่ออกมา ก็คงไม่ต้องมาเจอเรื่องซวยๆ แบบนี้หรอก
หลินเทียนเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างๆ สวี่ซีอวิ๋น เห็นขนตาที่สั่นระริกของเธอ ก็แอบคิดในใจว่ายัยนี่ก็น่ารักดีแฮะ ดูเหมือนจะกลัวเขาเอามากๆ ด้วย
"ลืมเรื่องทั้งหมดซะนะ"
เสียงของหลินเทียนกระซิบข้างหูเธอราวกับร่ายมนตร์ วินาทีต่อมา ยังไม่ทันที่เธอจะได้คิดอะไร เธอก็หมดสติล้มพับไป
หลินเทียนประคองเธอไว้ในอ้อมแขน กลิ่นหอมกรุ่นและสัมผัสนุ่มนิ่มแผ่ซ่านมาจากร่างบางในอ้อมกอด แต่เขาไม่ได้มีอารมณ์มานั่งชื่นชมความงามอะไรตอนนี้ เขาจัดการโยนเธอออกไปสุดแรงเกิด ร่างของเธอกลายเป็นเส้นแสงลอยละลิ่วออกไปไกลโพ้นจากเทือกเขาสัตว์อสูร
ด้วยระดับพลังของเธอ ตกจากที่สูงแค่นี้ ไม่เป็นอะไรหรอก
พอตัวเกะกะหายไปแล้ว หลินเทียนก็เตรียมตัวทำโปรเจกต์ยักษ์
เขายิ้มมุมปาก เหาะขึ้นไปลอยตัวอยู่กลางอากาศ ก้มมองสัตว์อสูรทั้งหมดในเทือกเขาที่กำลังเงยหน้ามองเขาตัวสั่นงันงกอยู่บนฟ้า
แบล็กโฮลในมือเขาเริ่มขยายตัวอย่างบ้าคลั่ง พลังทำลายล้างครอบคลุมไปทั่วทั้งเทือกเขาสัตว์อสูร
"ขอเชิญทุกท่าน ช่วยส่งเสริมการฝึกตนของข้าที..."
สิ้นคำพูด หลินเทียนก็ทิ้งแบล็กโฮลยักษ์ขนาดหมื่นเมตรลงไปเบื้องล่าง
ตู้มมม...