- หน้าแรก
- ปลุกพลังหลุมดำมฤตยู ข้านี่แหละผู้ไร้เทียมทาน
- บทที่ 5 - ผู้แข็งแกร่งขอบเขตเทพปรากฏตัว
บทที่ 5 - ผู้แข็งแกร่งขอบเขตเทพปรากฏตัว
บทที่ 5 - ผู้แข็งแกร่งขอบเขตเทพปรากฏตัว
"เชี่ย ระบบ นี่แกระดับกะจะทำลายล้างโลกเลยหรือไงเนี่ย!"
หลินเทียนเงยหน้ามองหลุมดำทะมึนบนฟากฟ้า เห็นเพื่อนร่วมโลกหลายคนถูกดูดลอยละลิ่วขึ้นไป ตึกรามบ้านช่องรอบตัวก็กำลังแตกสลาย เปลือกตาของเขากระตุกยิกๆ อย่างห้ามไม่อยู่
ท่ามกลางเสียงอุทาน 'เชี่ยเอ๊ย' ของคนรอบข้าง หลินเทียนก็ตั้งจิตสลายพลังอันน่าสะพรึงกลัวนั้นทิ้งไป
โชคดีที่เป็นไปตามคาด หลุมดำมลายหายไป ท้องฟ้ากลับมาแจ่มใสอีกครั้ง ทว่าข้าวของที่ถูกดูดขึ้นไปบนฟ้าก็ร่วงหล่นลงมาเป็นห่าฝน
[โฮสต์คะ นี่ไม่ใช่ฝีมือของระบบนะ แต่เป็นฝีมือของคุณเองต่างหากล่ะ]
"ห๊ะ? โทษฉันงั้นดิ?!"
หลินเทียนชี้หน้าด่าอากาศอย่างไม่ยอมแพ้ แต่ตอนนี้ไม่มีใครสนใจเขาเลยสักคน ทุกคนเอาแต่มองท้องฟ้าด้วยความรู้สึกเหมือนเพิ่งรอดตายหวุดหวิด
[ถ้าคุณไม่ทำการปลุกพลัง เรื่องพวกนี้มันก็ไม่เกิดหรอกค่ะ]
เสียงของระบบดังตอกกลับมา
หลินเทียน: "..."
เถียงไม่ออกเลยแฮะ
"อาจารย์และผู้อาวุโสทุกคนฟังทางนี้ รีบไปช่วยคนเดี๋ยวนี้!"
ครูใหญ่ยังไม่ทันได้ปาดเหงื่อเย็นเฉียบที่เกาะพราวบนหน้าผาก เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้มันเหนือความคาดหมายเกินไป แต่ตอนนี้สิ่งที่พวกเขาควรทำที่สุดคือปกป้องคนที่ร่วงตกลงมา รวมถึงจัดการกับซากปรักหักพังพวกนั้นด้วย
ถ้าไม่รีบจัดการ ซากปรักหักพังพวกนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับลูกหลงจากขีปนาวุธดีๆ นี่เอง
เหล่าอาจารย์และผู้อาวุโสไม่รอช้า รีบผนึกกำลังกันเข้าช่วยเหลือผู้คนและปัดป้องซากตึกที่ร่วงหล่นลงมา
ไม่ใช่แค่ในสถาบันเท่านั้น หลังจากหลุมดำสยองขวัญหายไป ขุมกำลังและสำนักยุทธต่างๆ หรือแม้กระทั่งระดับประเทศก็ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือกันจ้าละหวั่น
เพียงไม่นาน ภายใต้ความร่วมมือของทุกคน วิกฤตการณ์ครั้งนี้ก็คลี่คลายลง
ในขณะที่ทุกคนกำลังยินดีที่รอดพ้นความตายมาได้ จู่ๆ ก็มีคนสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง เสียงฮือฮาดังขึ้นในฝูงชน นิ้วมือชี้เปะปะไปทางจุดที่ลิงวานรทองคำเคยยืนอยู่
"พวกนายดูนั่นสิ ทำไมลิงวานรทองคำถึงกลายเป็นวานรยักษ์วิญญาณไปได้ล่ะ?"
"เฮ้ย จริงด้วย กลายเป็นวานรยักษ์วิญญาณไปแล้ว"
สายตาทุกคู่หันไปจับจ้องตำแหน่งที่เคยมีลิงวานรทองคำตัวมหึมาส่องแสงสีทองอร่ามยืนตระหง่านอยู่ ตอนนี้อย่าว่าแต่ลิงวานรทองคำเลย เหลือแค่ลิงวานรยักษ์วิญญาณสีดำแดงตัวหนึ่งยืนบื้ออยู่แทน
"เป็นไปไม่ได้ ลิงวานรทองคำของฉันหายไปไหน?"
ตอนที่ได้ยินคนพูด ถังซานยังทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อ แต่พอเห็นกับตาว่าลิงวานรทองคำของตัวเองเสื่อมสภาพกลายเป็นวานรยักษ์วิญญาณไปแล้ว เขาก็สติแตกทันที
ลิงวานรทองคำตัวเบ้อเริ่มของฉันหายไปไหนแล้ววะ?
ทั้งที่เขาปลุกพลังลิงวานรทองคำขึ้นมาได้แล้วแท้ๆ กำลังจะได้กลายเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่เหมือนบรรพบุรุษแล้วเชียว แต่ความจริงกลับเล่นตลกครั้งใหญ่ ลิงวานรทองคำดันกลายร่างเป็นวานรยักษ์วิญญาณไปซะงั้น
เขาโกรธจนแทบจะกระอักเลือดออกมาเป็นสาย
จากที่เคยทำตัวกร่างคับฟ้า บัดนี้กลับทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นเหมือนลูกโป่งแฟบ ปากก็พึมพำไม่หยุดว่า: ลิงวานรทองคำของฉัน!
"น่าเสียดายจริงๆ! นึกว่าตระกูลถังจะมีอัจฉริยะเหนือมนุษย์โผล่มาซะแล้ว ดูท่าจะยังปลุกสายเลือดลิงวานรทองคำไม่สำเร็จล่ะมั้ง"
"เฮ้อ ไม่คิดเลยว่าลิงวานรทองคำจะลดขั้นกลายเป็นวานรยักษ์วิญญาณไปได้ อุตส่าห์ตั้งตารอดูแท้ๆ"
"คราวนี้ตระกูลถังคงได้ร้องไห้ขี้มูกโป่งแน่ๆ ต้องมาทนดูลิงวานรทองคำลดขั้นกลายเป็นวานรยักษ์วิญญาณไปต่อหน้าต่อตา"
เหล่าผู้อาวุโสและอาจารย์ที่เพิ่งกลับมาจากการช่วยเหลือผู้คน พอเห็นลิงวานรทองคำกลายเป็นวานรยักษ์วิญญาณไปแล้ว ก็พากันส่ายหน้าด้วยความเสียดาย
ถ้าถังซานปลุกสายเลือดลิงวานรทองคำได้สำเร็จ อนาคตตระกูลถังคงได้ผงาดขึ้นเป็นตระกูลอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงที่ไม่มีใครกล้าแหยมแน่ๆ
น่าเสียดายที่ไม่เป็นอย่างที่หวัง
แม้แต่หลี่เถียนเถียนเองก็ยังใจแป้วไปเหมือนกัน
แต่ก็ยังดีนะที่วานรยักษ์วิญญาณตัวนี้ก็เป็นถึงจิตวิญญาณสัตว์อสูรระดับ SS ไม่ใช่ของกิ๊กก๊อกที่คนทั่วไปจะเอามาเทียบได้ ถึงจะไม่เจ๋งเท่าลิงวานรทองคำ แต่อนาคตของถังซานก็ยังถือว่าไปได้สวยอยู่ดี
"ไอ้ทึ่ม นายเห็นไหม? ลิงวานรทองคำของไอ้หมอนั่นกลายเป็นวานรยักษ์วิญญาณไปแล้ว"
เสิ่นซีเอ๋อร์พูดด้วยความตื่นเต้นจนแทบจะกระโดดปรบมือ แววตากลมโตคู่สวยมองไปทางถังซานด้วยความสมเพชปนสะใจ
ฮ่าๆๆ...
นี่อาจจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สุดในชีวิตที่เธอเคยเจอมาเลยก็ได้มั้ง?
ลิงวานรทองคำลดขั้นเป็นวานรยักษ์วิญญาณ พวกตาเฒ่าที่อยู่เบื้องหลังถังซานคงโกรธจนกระอักเลือดตายไปเลยมั้งเนี่ย?
หลินเทียนไม่ได้พูดอะไร เขาเอาแต่จ้องมองลิงวานรทองคำที่กลายสภาพเป็นวานรยักษ์วิญญาณเขม็ง
มันลดขั้นไปเองจริงๆ งั้นเหรอ?
ถ้าเขาตาไม่ฝาด ก่อนหน้านี้แสงสีทองที่แผ่ออกมาจากตัวลิงวานรทองคำ เหมือนจะถูกหลุมดำดูดกลืนเข้าไปจนหมดเกลี้ยงเลยนี่นา...
หรือว่ามันจะเกี่ยวกับหลุมดำของเขากันนะ?
หลินเทียนมั่นใจเต็มร้อยเลยว่า หลุมดำนั่นคือของวิเศษที่เขาปลุกขึ้นมา และการที่ลิงวานรทองคำเสื่อมสภาพกลายเป็นวานรยักษ์วิญญาณ ก็ต้องมีความเกี่ยวข้องกันแหงๆ
ในขณะเดียวกัน ผู้คนก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่
"พวกนายคิดว่าหลุมดำเมื่อกี้ฝีมือของหลินเทียนหรือเปล่า?"
จู่ๆ สายตาทุกคู่ก็หันขวับมาจับจ้องที่หลินเทียน แววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและหวาดผวา
พวกเขาได้ประจักษ์ถึงอานุภาพทำลายล้างของหลุมดำมาแล้ว ถ้าเมื่อกี้มันไม่จู่ๆ หายไปล่ะก็ ไม่ใช่แค่สถาบันหรอก ทั้งเมืองคงราบเป็นหน้ากลองไปแล้ว
ก่อนหน้านี้พวกเขาเห็นเต็มสองตาว่า หินปลุกพลังตรงหน้าหลินเทียนถูกปกคลุมไปด้วยไอหมอกสีดำมืด ก่อนจะกลายเป็นเสาสีดำพุ่งทะยานขึ้นฟ้า แล้วหลังจากนั้นหลุมดำก็โผล่มาพอดี
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันเชื่อมโยงกับหลินเทียนอย่างแยกไม่ออก
"ไม่มั้ง? มนุษย์จะปลุกพลังหลุมดำได้ยังไง? ให้ตายฉันก็ไม่เชื่อหรอก คงแค่บังเอิญล่ะมั้ง?"
"ถ้าหลุมดำนั่นเป็นของวิเศษที่ถูกปลุกขึ้นมาจริงๆ แล้วมันจะอยู่ระดับไหนล่ะวะ? มันเกือบจะทำลายล้างโลกได้ทั้งใบเลยนะเว้ย"
"บังเอิญ บังเอิญชัวร์ ไม่งั้นหลุมดำมันคงไม่หายไปเฉยๆ แบบนี้หรอก"
"ขยะอย่างมันเนี่ยนะจะปลุกพลังหลุมดำได้? ไม่เคยมีปรากฏมาก่อนด้วยซ้ำ หลุมดำนั่นน่ะระดับคงสูงกว่าลิงวานรทองคำกับมังกรอัสนีตั้งไม่รู้กี่เท่า"
หลายคนไม่อยากจะเชื่อว่ามนุษย์จะปลุกพลังหลุมดำออกมาได้ ถึงขั้นพูดจาถากถางและส่ายหน้าปฏิเสธ
ก็แน่ล่ะ หลุมดำคืออะไร?
มันคือหนึ่งในสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในจักรวาลเลยนะเว้ย
สิ่งมีชีวิตที่สามารถกลืนกินได้ทุกสรรพสิ่ง ดวงดาวเมื่ออยู่ต่อหน้าหลุมดำก็เป็นได้แค่ของเล่นเด็ก
มนุษย์จะปลุกพลังหลุมดำได้จริงๆ เหรอ? ให้ตายเขาก็ไม่เชื่อหรอก
"แล้วทำไมหลุมดำถึงหายไปเฉยๆ ล่ะ?"
"มันเลิกกลืนกินดาวสุ่ยซิงแล้วเหรอ?"
"ถ้าหลุมดำเป็นของวิเศษที่หลินเทียนปลุกขึ้นมาจริงๆ งั้นเรื่องที่มันหายไปก็มีคำอธิบายแล้วล่ะ ต้องเป็นเขาแน่ๆ ที่ลงมือสลายหลุมดำนั่นทิ้งไป"
มีคนตั้งข้อสังเกตขึ้นมาอีก สายตาทุกคู่ยังคงจับจ้องไปที่หลินเทียน
ทุกอย่างมันบังเอิญเกินไปจนพวกเขาเริ่มคล้อยตาม
คนส่วนใหญ่ยังคงไม่เชื่อ แต่ก็หาเหตุผลอื่นมาอธิบายไม่ได้ พวกเขาเอาแต่มองหลินเทียน หวังให้เขาปริปากบอกว่าตัวเองปลุกพลังอะไรออกมากันแน่
ทำไมหินปลุกพลังของหลินเทียนถึงเต็มไปด้วยไอหมอกสีดำ?
ทำไมถึงต้องกลายเป็นเสาสีดำพุ่งทะยานขึ้นฟ้า?
ทำไมหลุมดำถึงปรากฏขึ้นมาในเวลาไล่เลี่ยกันพอดีเป๊ะ?
แล้วทำไมถึงจู่ๆ หายวับไปกับตา?
น่าสงสัย... มันน่าสงสัยเกินไปแล้ว
เมื่อถูกสายตาจับจ้องจากทุกสารทิศ หลินเทียนก็ตกอยู่ในภวังค์ความคิด
เขาเพิ่งรู้จากระบบว่า หลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจ ถูกหลุมดำดูดกลืนจนยับเยิน ล้มตายเป็นเบือ
ถ้าความลับเรื่องนี้แตกออกไป เขาคงโดนตามล่าจนไม่รู้จะตายศพไหนแน่ๆ เพราะตอนนี้เขายังอ่อนแอเกินไป มีพลังแค่ระดับผู้ฝึกยุทธขั้น 1 เท่านั้น
ถึงตอนนี้เขาจะมีของวิเศษสุดโกงอย่างหลุมดำ แต่ก็ทำได้แค่สร้างปรากฏการณ์ขู่คนอื่นเท่านั้นแหละ
เขาต้องมีพลังบ่มเพาะที่แข็งแกร่งพอซะก่อน ถึงจะสามารถงัดอานุภาพทำลายล้างโลกแบบวันนี้ออกมาใช้ได้จริงๆ
ตอนนี้เขายังไม่มีปัญญาปกป้องตัวเอง จะเปิดเผยความลับนี้ออกไปไม่ได้เด็ดขาด
รอให้ฉันเก่งขึ้นก่อนเถอะ ใครจะสงสัยว่าเป็นฉันก็เชิญ เอาให้ราบเป็นหน้ากลองไปเลย
ทว่าในตอนนั้นเอง ท้องฟ้าก็ปริร้าวออก
เงาดำร่างหนึ่งก้าวออกมาจากรอยแยก พลังอันน่าสะพรึงกลัวปกคลุมไปทั่วบริเวณในชั่วพริบตา กดดันจนคนเบื้องล่างเงยหน้าไม่ขึ้น
ครูใหญ่หน้าถอดสี พูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักอย่างไม่อยากจะเชื่อว่า "ผู้แข็งแกร่งขอบเขตเทพ..."
พลังปราณอันมหาศาลนั่น ทำเอากึ่งเทพอย่างเขาถึงกับเงยหน้าไม่ขึ้น เมื่ออยู่ต่อหน้าเงาดำร่างนั้น เขาก็เป็นได้แค่มดปลวกที่ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่น้อย
ยิ่งไปกว่านั้น การฉีกมิติอวกาศได้ มีแค่ผู้แข็งแกร่งขอบเขตเทพเท่านั้นที่ทำได้ แถมยังต้องเป็นขอบเขตเทพระดับ 9 ด้วยซ้ำ
นั่นหมายความว่า คนที่เดินท่องไปในห้วงมิติเบื้องหน้านี้ คือผู้แข็งแกร่งขอบเขตเทพระดับ 9 จุดสูงสุดของเส้นทางผู้ฝึกยุทธ
"อะไรนะ? ผู้แข็งแกร่งขอบเขตเทพงั้นเหรอ?"
"พลังปราณน่ากลัวอะไรขนาดนี้ ตัวตนระดับนี้มาทำอะไรที่นี่เนี่ย?"