- หน้าแรก
- เป็นม่ายยุคเจ็ดศูนย์แล้วไง ขนสมบัติแม่ผัวไปเลี้ยงลูกจนได้ดี
- บทที่ 12 หาเหาใส่หัวตัวเอง
บทที่ 12 หาเหาใส่หัวตัวเอง
บทที่ 12 หาเหาใส่หัวตัวเอง
บทที่ 12 หาเหาใส่หัวตัวเอง
"พอได้แล้ว คุณจะมาโวยวายอะไรตอนนี้ ร้องไห้ไปมันมีประโยชน์อะไร เด็กมันพูดไปเรื่อยเปื่อยตามประสาแหละ สงสัยคงไปได้ยินอะไรมาจากข้างนอกแน่ๆ คุณก็แค่ไปคุยกับลูกดีๆ ไม่ได้หรือไง"
"คุณน่ะเก่งแต่พูดสอนลูก งั้นทำไมไม่เห็นคุณไปคุยกับลูกเองบ้างล่ะ อีกอย่างนะ ที่ฉันโดนคนข้างนอกเอาไปนินทาเสียๆ หายๆ เนี่ย มันไม่ใช่เพราะลูกสะใภ้ตัวดีของคุณไปป่าวประกาศทำลายชื่อเสียงฉันหรือไง ฉันล่ะทนไม่ไหวแล้วจริงๆ สวี่เว่ยกั๋ว ฉันจะกลับไปอยู่บ้านแม่ ฉันไม่อยากทนปรนนิบัติรับใช้คนตั้งมากมายขนาดนี้อีกแล้ว!"
พูดจบเธอก็บ่นกระปอดกระแปด เล่าเรื่องที่พี่ชายสองคนของกู้ซืออวี๋เอาแต่จับผิดหาเรื่องเธอตลอดทั้งวันให้ฟังเป็นฉากๆ
ท้ายที่สุดก็สรุปปิดท้ายอย่างเด็ดขาด "เอาเป็นว่าบ้านหลังนี้ ถ้ามีฉันก็ต้องไม่มีนังนั่น มีนังนั่นก็ต้องไม่มีฉัน"
"พอซะทีเถอะ คุณพูดไปแล้วมันได้อะไรขึ้นมา ตอนนี้คนตั้งกี่สิบตาจ้องเราอยู่ จะไม่ดูแลเทคแคร์พวกเขาได้ยังไง ขืนทำงั้น คนข้างนอกเขาจะเอาไปนินทาคุณว่ายังไงล่ะ" สวี่เว่ยกั๋วพูดอย่างปวดขมับ
ยังไงซะญาติพี่น้องเขาก็อุตส่าห์มาเยี่ยมถึงบ้าน ถึงจะไม่ได้ต้อนรับขับสู้ด้วยของกินดีๆ แต่อย่างน้อยก็ต้องรักษามารยาทให้ดี คนข้างนอกจะได้ไม่มีข้ออ้างมานินทา
ไม่งั้นครอบครัวพวกเขาได้ตกเป็นขี้ปากชาวบ้านในบ้านพักโรงงานแน่ๆ
"คุณก็อดทนอีกนิดเถอะนะ ถ้าไม่ไหวจริงๆ ค่อยอ้างว่าแม่คุณป่วยหนัก ต้องกลับไปดูแล อย่างน้อยเราก็ต้องรักษาหน้าตากันไว้ก่อน จะได้ไม่มีใครมาจับผิดได้!" สวี่เว่ยกั๋วนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกแผนเด็ดออก
หลินอวี้ฉินที่ตอนแรกกะจะวีนแตก ก็เริ่มคิดตาม เออ แผนนี้มันก็เข้าท่าอยู่นะ
เช้าวันต่อมา ตอนที่หลินอวี้ฉินถูพื้น เธอก็แอบเอาสบู่ไปถูบนไม้ถูพื้น พอถูเสร็จพื้นก็จะลื่นปรื๊ด ถ้ามีคนลื่นล้มหัวฟาดพื้นตายไปเลยก็ยิ่งดี
เธอลืมไปเสียสนิทว่า คราวก่อนที่เธอแกล้งทำน้ำหกบนพื้น กู้ซืออวี๋ก็ยังจับได้ ครั้งนี้เลยกะจะเปลี่ยนมุกใหม่ ใครจะไปรู้ว่าวันนี้กู้ซืออวี๋ดันไม่ออกจากห้องเลย กลายเป็นกู้เจ๋อหมิงที่ต้องยกข้าวขึ้นไปให้ถึงบนห้อง แถมยังแอบกระซิบเตือนอีกว่า "วันนี้พื้นลื่นเป็นพิเศษเลย ยัยเฒ่ามหาภัยนี่ทำตามที่เธอเดาเป๊ะเลย สรรหาสารพัดวิธีมาวางแผนเล่นงานเธอจริงๆ!"
ก่อนหน้านี้กู้ซืออวี๋เล่าเรื่องทุกอย่างให้พี่ชายทั้งสองฟังหมดแล้ว ในเมื่อเธอตั้งใจให้พี่ๆ มาเป็นก้างขวางคอ เธอก็ต้องให้พวกเขาได้เห็นธาตุแท้ของหลินอวี้ฉินให้เต็มตา
เห็นมะ ภายนอกดูสงบนิ่ง แต่ที่แท้ก็แอบแทงข้างหลังอยู่ดี
"คุณน้า นี่คุณน้าถูพื้นยังไงเนี่ย ลื่นปรื๊ดขนาดนี้ ถูใหม่เดี๋ยวนี้เลยนะ! บ้านเรามีคนท้องคนไส้อยู่นะ ต้องระวังให้มากหน่อยสิ!" กู้ซิวหย่วนออกปากสั่งเสียงเรียบ สีหน้าไร้อารมณ์ของเขาดูเหมือนหัวหน้าคนงานมาคุมงานไม่มีผิด
พูดจบเขาก็เดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาทันที ถึงจะพูดแต่ก็ไม่ขยับตัวไปช่วยแม้แต่น้อย
หลินอวี้ฉินไม่คาดคิดเลยว่า นอกจากจะเล่นงานกู้ซืออวี๋ไม่สำเร็จแล้ว เธอยังต้องมาโดนสั่งให้ถูพื้นใหม่อีกรอบ
สุดท้ายเธอก็ทำได้แค่กัดฟันรับปาก "แหะๆ~ งั้นเหรอจ๊ะ สงสัยคงถูไม่สะอาด เดี๋ยวฉันถูใหม่อีกรอบแล้วกัน"
แต่ใครจะไปรู้ว่าพอถูเสร็จ กู้ซิวหย่วนก็ยังส่ายหน้าไม่พอใจ สั่งให้เธอไปถูใหม่อีกรอบ
ถูไปถูมาตั้งสี่รอบกว่าพื้นจะหายลื่น กู้ซิวหย่วนถึงได้พยักหน้าพอใจ แต่หลินอวี้ฉินนี่สิ หลังแทบหัก นึกไม่ถึงเลยว่าตัวเองจะหาเหาใส่หัวแท้ๆ
ดูท่าแผนนี้คงต้องพับเก็บไปก่อน ตอนออกไปซื้อกับข้าว เธอเลยตั้งใจจะหาของที่คนท้องกินไม่ได้มาทำอาหาร
ระหว่างซื้อกับข้าวก็ไปยืนเม้าท์กับชาวบ้าน พูดอ้อมๆ ว่าตัวเองเหนื่อยสายตัวแทบขาด วันๆ เอาแต่ซักผ้าทำกับข้าว ปรนนิบัติลูกสะใภ้มันเหนื่อยแค่ไหน
เธอเอาแต่บ่นพึมพำกับตัวเอง โดยไม่ทันสังเกตเลยว่า สายตาที่เพื่อนบ้านมองมานั้นมันเริ่มแฝงไปด้วยความรู้สึกแปลกๆ
สร้างภาพซะดิบดี แต่สุดท้ายแค่เนื้อยังงกไม่ยอมซื้อให้ลูกสะใภ้กินเลยเนี่ยนะ?
ทุกคนต่างก็คิดเป็นเสียงเดียวกันว่า ผู้หญิงคนนี้มันเสแสร้งเก่งจริงๆ ขืนคบค้าสมาคมด้วยมีหวังเหนื่อยตาย วันๆ ต้องมานั่งระแวงว่ามันซ่อนแผนอะไรไว้ ไม่รู้จะโดนมันตลบหลังเอาตอนไหนด้วยซ้ำ
ดีไม่ดีอาจจะต้องไปนั่งนับเงินให้มันฟรีๆ อีก
พอคิดได้แบบนี้ ทุกคนก็ฟันธงเลยว่าหลินอวี้ฉินไม่ใช่คนที่ควรจะคบหาด้วย
ฝ่ายหลินอวี้ฉินเองก็ไม่รู้ตัวหรอก แค่รู้สึกว่าวันนี้สายตาที่ชาวบ้านมองมามันดูแปลกๆ ไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
ยิ่งเธอสร้างภาพว่าตัวเองลำบากตรากตรำมากแค่ไหน คนรอบข้างก็ยิ่งระแวงเธอมากขึ้นเท่านั้น
โดยเฉพาะตอนที่มีคนแอบเห็นเธอซื้อของฤทธิ์เย็นกลับไปตั้งเยอะแยะ ต่างคนก็ต่างคิดกันไปไกลแล้ว
หลินอวี้ฉินยังไม่รู้ตัวเลยว่าภาพลักษณ์ตัวเองป่นปี้ไม่มีชิ้นดีแล้ว เธอก้มมองดูของที่ซื้อมาด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง ในเมื่อเล่นงานซึ่งๆ หน้าไม่ได้ ก็ต้องแอบเอาไปผสมในกับข้าวให้กู้ซืออวี๋กินนี่แหละ ถึงตอนนั้นเกิดแท้งขึ้นมา ก็โทษเธอไม่ได้แล้วนะ
แต่เธอคงไม่รู้หรอกว่า กู้ซืออวี๋น่ะระวังตัวแจอยู่แล้ว ตอนไปตรวจที่โรงพยาบาล หมอก็กำชับเรื่องอาหารที่ห้ามกินไว้หมดแล้ว แถมยังบอกถึงอันตรายอย่างละเอียด กู้ซืออวี๋จำได้ขึ้นใจทุกคำ
ดังนั้นพอเห็นปูไข่กับซุปตะพาบบนโต๊ะ กู้ซืออวี๋ก็แทบจะหลุดขำออกมา
นังนี่คิดว่าฉันโง่นักหรือไง
กู้ซืออวี๋ไม่ยอมแตะเลยสักอย่าง อ้างว่ากินไม่ลงแล้วก็หนีขึ้นห้องไปเลย แต่กลับบอกให้กู้เจ๋อหมิงกับพี่สามค่อยๆ กินไป
กู้ซิวหย่วนนึกถึงตอนก่อนออกจากบ้าน แม่ก็ย้ำนักย้ำหนาเรื่องอาหารการกิน แถมยังร่ายยาวลิสต์ของต้องห้ามสำหรับคนท้องมาซะยืดยาว
พอมาเห็นกับข้าวเต็มโต๊ะวันนี้ เมื่อวานยัยนี่ยังบ่นว่าซื้อเนื้อไม่ได้อยู่เลย แต่วันนี้กลับขนซีฟู้ดมาเพียบ แถมส่วนใหญ่ก็เป็นพวกฤทธิ์เย็นทั้งนั้น คนท้องที่ไหนเขากินกัน
เหอะ~ ดูท่ายัยแม่สามีมหาภัยนี่จะยังไม่ยอมแพ้สินะ!
พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อจะให้ลูกของน้องสาวแท้งให้ได้ แต่ในเมื่อพี่ชายอย่างพวกเขาอยู่ที่นี่ ย่อมไม่มีทางปล่อยให้นังนั่นสมหวังแน่
"คุณน้า สิ้นเปลืองแย่เลยนะครับเนี่ย ผมก็นึกว่าเมื่อวานซื้อเนื้อไม่ได้ วันนี้ก็จะไม่มีเนื้อกินซะอีก ไม่คิดเลยว่าวันนี้อาหารจะอลังการขนาดนี้" กู้เจ๋อหมิงรับส่งสายตากับพี่สามปุ๊บ ก็ยิ้มกริ่มเอ่ยปากพูดทันที
หลินอวี้ฉินหลงนึกว่าสองพี่น้องนี่คงไม่รู้เรื่องข้อห้ามของพวกอาหารพวกนี้หรอก ตอนนี้เลยได้ใจตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จใหญ่เลย
"โธ่~ นานๆ พวกเธอจะมาเยี่ยมสักที ที่บ้านก็ไม่มีอะไรดีๆ ต้อนรับ น้าเลยต้องบากหน้าไปขอยืมเงินกับคูปองคนอื่นมาซื้อของถูกๆ พวกนี้ หวังว่าพวกเธอคงไม่รังเกียจนะ อ้อ จริงสิ ตอนนี้เสี่ยวอวี๋กินข้าวไม่ลง เธอช่วยยกซุปนี่ขึ้นไปให้กินหน่อยสิ หมอบอกว่าคนท้องต้องกินซุปเยอะๆ ถึงจะบำรุงร่างกายได้ดี!"
หลินอวี้ฉินแอบเสียดายอยู่ลึกๆ ที่วันนี้กู้ซืออวี๋ไม่ยอมแตะกับข้าวพวกนี้เลย พอเห็นว่าพี่ชายทั้งสองคนยังจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน เธอก็ถือโอกาสชี้นิ้วสั่งให้กู้เจ๋อหมิงยกซุปขึ้นไปให้ทันที
"ซุปตะพาบหม้อนี้บำรุงดีนักเชียวล่ะ กินซุปเยอะๆ จะได้แข็งแรง!"
"งั้นเหรอครับ งั้นเดี๋ยวผมยกไปให้น้องเล็กเอง" ถึงกู้เจ๋อหมิงจะไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ น้องสาวถึงบอกว่ากินไม่ลง แต่ด้วยสัญชาตญาณความผูกพันของพี่น้องที่สั่งสมมานานหลายปี เขาก็สัมผัสได้ทันทีว่าเรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำแน่ๆ
เขาเลยรีบยกซุปขึ้นไปข้างบนทันที
ประตูกู้ซืออวี๋ไม่ได้ล็อค คล้ายกับรู้อยู่แล้วว่าพี่สี่จะต้องขึ้นมา
พอกู้เจ๋อหมิงเห็นกู้ซืออวี๋นั่งอยู่บนเตียง เขาก็วางของลงบนโต๊ะลวกๆ แล้วชี้ไปที่ชามซุป พลางกระซิบถาม "มีปัญหาใช่ไหม"
กู้ซืออวี๋ส่งสายตายืนยันให้เขา
(จบบท)