- หน้าแรก
- มรรคาดาราผลาญสวรรค์
- บทที่ 20 พวกเจ้าติดค้างข้า ข้าจะทวงคืนเป็นร้อยเท่า!
บทที่ 20 พวกเจ้าติดค้างข้า ข้าจะทวงคืนเป็นร้อยเท่า!
บทที่ 20 พวกเจ้าติดค้างข้า ข้าจะทวงคืนเป็นร้อยเท่า!
บทที่ 20 พวกเจ้าติดค้างข้า ข้าจะทวงคืนเป็นร้อยเท่า!
"กู่เฉิน! ไอ้กบฏทรยศตระกูล ยังกล้ามาใส่ร้ายท่านผู้นำและคุณหนูใหญ่อีก สมควรตายยิ่งนัก!!"
"ท่านผู้นำมีคุณธรรมสูงส่ง จะยอมให้เจ้ามาสาดโคลนใส่ได้อย่างไร!"
"ท่านผู้นำน่าจะฆ่าเจ้าทิ้งเสียตั้งแต่แรก!"
เสียงด่าทอด้วยความโกรธแค้นดังระงมมาจากกลุ่มคนตระกูลกู่ โดยมีผู้อาวุโสรองและผู้อาวุโสสามเป็นแกนนำ โดยเฉพาะผู้อาวุโสรองที่ชักกระบี่พุ่งออกมาด้วยความโกรธแค้น "ฆ่าเซียวเอ๋อร์ของข้า วันนี้ข้าจะถลกหนังเลาะกระดูกเจ้า เพื่อระบายความแค้นในใจ!!"
ความเจ็บปวดจากการสูญเสียลูกชายฝังลึกถึงกระดูก! ผู้อาวุโสรองคำรามลั่นพร้อมกับฟาดกระบี่เข้าใส่กู่เฉิน กู่เฉินนัยน์ตาหดเกร็ง "ต่อให้เจ้าไม่มา ข้าก็จะไปหาเจ้าอยู่ดี!" วินาทีต่อมากระบี่ในมือก็สาดประกายพลังอันทรงอำนาจ ปลายกระบี่ทั้งสองปะทะกันอย่างจัง
"ตาย!" กู่เฉินตวาดลั่นคำเดียว วินาทีต่อมาพลังเหมันต์และพลังวิญญาณแห่งกระบี่ก็ผสานกันเป็นหนึ่ง ภายใต้การหนุนเสริมของกระบวนท่าไล่ล่าสายลม พลังมหาศาลก็พุ่งทะลักออกไป
"ปัง!" พลังบนกระบี่ของผู้อาวุโสรองแหลกสลายลงทันที และในวินาทีนั้นกระบี่ของกู่เฉินก็หลุดจากมือ "ฉึก!" กระบี่พุ่งทะลวงเข้าที่ลำคอของผู้อาวุโสรองอย่างจัง พลังมหาศาลกระแทกร่างของผู้อาวุโสรองปลิวไปไกลนับสิบเมตรก่อนจะล้มลงสิ้นใจตายคาที่! กู่เฉินตวัดมือเบาๆ กระบี่ก็ลอยกลับมาอยู่ในมือของเด็กหนุ่มอีกครั้ง
เงียบกริบ! ทั่วทั้งงานตกอยู่ในความเงียบงันทันที!
ผู้อาวุโสรองแห่งตระกูลกู่ ผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์ขั้นที่สอง กลับถูกกู่เฉินสังหารด้วยกระบี่เดียวโดยที่ยังไม่ทันได้ใช้จิตดาราประทับร่างเลยด้วยซ้ำ! เหมือนกับที่สังหารกู่เซียวไม่มีผิดเพี้ยน! ห่างหายไปเพียงไม่กี่วัน กู่เฉินกลับแข็งแกร่งถึงเพียงนี้!
"จิตดาราคู่!!" ไม่รู้ว่าใครตะโกนขึ้นมาเบาๆ ราวกับพายุที่พัดโหมกระหน่ำ ทำให้ทั่วทั้งงานเกิดความโกลาหลขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อนึกถึงกระบี่ของเด็กหนุ่มเมื่อครู่ พลังกระบี่สายหนึ่ง พลังเหมันต์ยะเยือกอีกสายหนึ่ง! นี่มันพลังจากจิตดาราสองดวงชัดๆ นี่มันจิตดาราคู่ไม่ใช่หรือ! จิตดาราคู่มีเยอะขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เพิ่งจะมีกู่เยวี่ยเอ๋อร์ไปคนหนึ่ง กู่เฉินก็มีจิตดาราคู่เหมือนกันหรือ!
วินาทีนี้แม้แต่ผู้อาวุโสชิงเหอแห่งสำนักกระบี่วิญญาณที่หลับตาพักผ่อนอยู่ก็ลืมตาขึ้นมาทันที แต่ไม่นานก็หลับตาลงอีกครั้ง "เป็นจิตดาราคู่จริงๆ แต่หนึ่งในนั้นเป็นจิตดาราขยะระดับหนึ่งชั้นฟ้า เทียบกับเยวี่ยเอ๋อร์ศิษย์ข้าไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ไม่ควรค่าแก่การกล่าวถึง!"
"ผู้อาวุโสรอง!!" เมื่อเห็นผู้อาวุโสรองถูกสังหาร คนตระกูลกู่ก็โกรธแค้นจนแทบคลั่ง นำโดยผู้อาวุโสสามและเหล่าผู้ดูแล ร่างหลายสิบคนลุกพรวดขึ้นมาจ้องมองกู่เฉินอย่างเคียดแค้นราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เสียงด่าทอว่าไอ้ลูกทรพีดังกึกก้องกลบเสียงของกู่เฉินจนหมดสิ้น
"ฆ่าไอ้ลูกทรพีตระกูลนี่ซะ!!"
"ฆ่ามัน!!"
ทุกคนตะโกนลั่นเตรียมจะพุ่งเข้าสังหารกู่เฉิน
"หยุดเดี๋ยวนี้ ดูสิว่าใครกล้าขยับ!!" ทว่าในตอนนั้นเองเสียงตวาดก้องก็ดังเข้าหูคนตระกูลกู่ทุกคน ทำให้ทุกคนชะงักไปทันที สายตาทุกคู่หันไปมองผู้อาวุโสใหญ่ด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ผู้อาวุโสสามจ้องผู้อาวุโสใหญ่เขม็ง "ผู้อาวุโสใหญ่! กู่เฉินฆ่าผู้อาวุโสรอง ฆ่ากู่เซียว ฆ่าคนตระกูลกู่ไปตั้งมากมาย ท่านยังจะปกป้องมันอีกหรือ?"
ผู้อาวุโสใหญ่แค่นเสียงเย็น "ข้าเชื่อแค่ความจริง ไม่สนว่าเป็นใคร และในฐานะผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลกู่ ข้าจะไม่ยอมให้ใครใช้อำนาจในทางมิชอบ ทำเรื่องชั่วช้าเลวทราม ต่อให้เป็นผู้นำตระกูลก็ไม่ได้!"
ผู้อาวุโสสี่เอ่ยขึ้น "ผู้อาวุโสใหญ่หมายความว่าอย่างไร! หรือผู้อาวุโสใหญ่คิดว่าเรื่องที่ไอ้ลูกทรพีนี่พูดใส่ร้ายท่านผู้นำตระกูลจะเป็นความจริงงั้นหรือ?"
"จะเป็นความจริงหรือไม่ แค่ให้กู่เยวี่ยเอ๋อร์แสดงจิตดาราของนางออกมา ทุกอย่างก็กระจ่างแล้วไม่ใช่หรือ?" คำพูดของผู้อาวุโสใหญ่ทำให้ทุกคนชะงักไปก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย จริงด้วย เรื่องง่ายๆแค่นี้จะทำให้ยุ่งยากไปทำไม แค่ให้กู่เยวี่ยเอ๋อร์แสดงจิตดาราออกมาก็รู้เรื่องแล้ว!
"คุณหนูเยวี่ยเอ๋อร์ ท่านก็แสดงจิตดาราออกมาให้ทุกคนดูสิ!"
"ใช่แล้ว แสดงออกมาเลย จะได้ไม่มีใครมาใส่ร้ายได้อีก!"
ทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกัน ตั้งแต่กู่เยวี่ยเอ๋อร์ปลุกจิตดาราดวงที่สองขึ้นมาหลายวัน พวกเขาก็ยังไม่เคยเห็นเลยว่าจิตดาราดวงที่สองของนางคืออะไร ถือโอกาสนี้ดูให้เป็นบุญตาสักหน่อย
ทว่าไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่าใบหน้าของกู่เยวี่ยเอ๋อร์ย่ำแย่ลงเรื่อยๆ แววตาเต็มไปด้วยความเย็นชา นางตวัดสายตามองคนตระกูลกู่อย่างโกรธเกรี้ยว "พวกเจ้า กำลังสงสัยข้างั้นหรือ!"
"นี่..." เมื่อเผชิญกับสายตาของกู่เยวี่ยเอ๋อร์ คนตระกูลกู่ก็ไม่กล้าสบตาด้วย
"คุณหนูเยวี่ยเอ๋อร์ ท่านจะร้อนตัวไปทำไม? ในเมื่อไม่ได้แย่งชิงจิตดาราคนอื่นมา เหตุใดจึงไม่กล้าให้ทุกคนดูเล่า?"
"นั่นสิคุณหนูเยวี่ยเอ๋อร์ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ แสดงออกมาเถอะ!"
"มีแต่คนที่ร้อนตัวเท่านั้นแหละ ที่พอถูกสงสัยก็เอาแต่เบี่ยงประเด็น!"
แขกเหรื่อที่มาร่วมงานต่างก็ส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขรม โดยมีเซียวหลิงเทียนเจ้าเมือง ผู้นำตระกูลกู้ และผู้นำตระกูลไป๋เป็นแกนนำ แม้พวกเขาจะไม่เชื่อเรื่องการแย่งชิงจิตดารา แต่พวกเขาก็ไม่อยากเห็นตระกูลกู่ได้ดีหรอก หากสามารถใช้เรื่องนี้ขัดขวางไม่ให้กู่เยวี่ยเอ๋อร์เข้าสำนักกระบี่วิญญาณได้ พวกเขาคงดีใจจนเนื้อเต้น มิเช่นนั้นหากกู่เต้าเทียนได้ดี อนาคตของพวกเขาในเมืองหลินซานคงไม่สวยงามนัก
"หุบปากกันให้หมด!!" ทว่าในตอนนั้นเองกู่เต้าเทียนก็ตวาดลั่น เขากวาดสายตามองทุกคนด้วยความโกรธเกรี้ยว นัยน์ตาหดเกร็ง "พวกเจ้าสงสัยเยวี่ยเอ๋อร์ ก็เท่ากับสงสัยสายตาของสำนักกระบี่วิญญาณ สงสัยสายตาของผู้อาวุโสชิงเหอ หรือพวกเจ้าคิดจะลองดี!!"
ประโยคเดียวก็ทำให้ทุกคนเงียบกริบ ความยิ่งใหญ่ของสำนักกระบี่วิญญาณใครจะกล้าลองดีด้วย? หากเผลอไปล่วงเกินผู้อาวุโสสำนักกระบี่วิญญาณเข้า เกรงว่าตระกูลของพวกเขาคงถูกลบออกจากเมืองหลินซานในชั่วข้ามคืนเป็นแน่! แม้แต่จวนเจ้าเมืองก็ไม่มีข้อยกเว้น! นี่คืออำนาจอันน่าสะพรึงกลัวของสำนักกระบี่วิญญาณ!
แม้ผู้คนจะเงียบลงแล้ว แต่ฝีเท้าของเด็กหนุ่มกลับยังคงก้าวเดินต่อไป เลือดจากปลายกระบี่ยังคงหยดลงพื้นเป็นทางยาวตรงไปจนถึงกลางลานพิธี "กู่เต้าเทียน กู่เยวี่ยเอ๋อร์ ข้ากู่เฉินเคยบอกไว้แล้ว วันงานชุมนุมตระกูลจะเป็นวันทวงหนี้ของข้า!"
สิ้นเสียงเด็กหนุ่มก็มายืนอยู่กลางลานพิธี เผชิญหน้ากับกู่เยวี่ยเอ๋อร์และกู่เต้าเทียน ห่างกันเพียงสามสิบเมตร "พวกเจ้าติดค้างข้า กู่เฉิน ข้าจะทวงคืนทีละอย่าง และจะให้พวกเจ้าชดใช้เป็นร้อยเท่าพันทวี!"
วินาทีนี้ใบหน้าของเด็กหนุ่มไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใดๆ ไร้ซึ่งความโกรธแค้น ไร้ซึ่งรังสีอำมหิต มีเพียงความสงบนิ่ง สงบนิ่งดั่งผิวน้ำที่ราบเรียบ ทว่าความสงบนิ่งนี้กลับทำให้ทุกคนที่มองมาสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บที่บาดลึกถึงกระดูกวิญญาณ ราวกับว่ามันน่ากลัวยิ่งกว่าตอนที่เด็กหนุ่มกำลังโกรธแค้นเสียอีก
"กะอีแค่เจ้า มีสิทธิ์อะไรงั้นหรือ!" กู่เยวี่ยเอ๋อร์กัดฟันกรอด กระบี่ในมือราวกับรับรู้ถึงรังสีอำมหิตของเจ้านาย มันส่งเสียงกู่ร้องกังวาน
"งั้นหรือ?" กู่เฉินยิ้มบางๆ เขาก้มหน้าลงใช้นิ้วลูบไล้คมกระบี่เบาๆ เลือดบนกระบี่ย้อมสองนิ้วของเขาจนแดงฉาน วินาทีต่อมาเด็กหนุ่มก็เงยหน้าขึ้นขวับ นัยน์ตาฉายประกายกระบี่ทะลวงฟ้า รังสีอำมหิตอันเย็นเยียบแปรเปลี่ยนสายตาของเด็กหนุ่มให้กลายเป็นดาบแหลมคม พุ่งตรงไปที่กู่เยวี่ยเอ๋อร์ "วันนั้นเจ้าชิงจิตดาราของข้าไปอย่างไร วันนี้ข้าก็จะชิงมันกลับมาเช่นนั้น!"