- หน้าแรก
- ชีวิตประจำวันของคนงานก่อสร้างรุ่นลุง
- บทที่ 85: สิ้นสุดการตรวจงาน
บทที่ 85: สิ้นสุดการตรวจงาน
บทที่ 85: สิ้นสุดการตรวจงาน
กว่าจะตรวจงานเสร็จสิ้นทั้งสองไซต์งาน เวลาก็ล่วงเลยไปรวมทั้งสิ้นสี่วันพอดี ในคืนวันสุดท้าย จ้าวเฉวียนได้ชวนหยางหย่วนคุนไปที่สถานบันเทิง อีกครั้ง แต่คราวนี้คนมาร่วมน้อยลงกว่าเดิม เหลียงเซี่ยกั๋วที่เคยมาคราวก่อนไม่ได้มาด้วยในครั้งนี้ ซึ่งหยางหย่วนคุนก็พอมองออกว่าอีกฝ่ายคงเป็นพวกที่รอรับแค่เงินปันผลส่วนแบ่งอย่างเดียวจริงๆ และจ้าวเฉวียนก็น่าจะแค่ยืมใช้เส้นสายและพาวเวอร์ของอีกฝ่ายเป็นหลัก
หยางหย่วนคุนไม่ได้ดื่มหนักเหมือนคราวก่อนแล้ว เนื่องจากทุกคนเริ่มสนิทสนมคุ้นเคยกันดี เขาจึงไม่ได้กระตือรือร้นที่จะชนแก้วเท่าไหร่นัก ไม่อย่างนั้นถ้าเมาพับเหมือนคราวที่แล้วอีกล่ะก็... บททดสอบทำนองนั้นถ้ามีมาบ่อยๆ ตัวเขาเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าจะควบคุมตัวเองให้อยู่กับร่องกับรอยได้ตลอดรอดฝั่งไหม
“พี่จ้าว ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” เมื่อเห็นว่าแขกเหรื่อที่มาต้อนรับพากันกลับไปหมดแล้ว และในห้องเหลือเพียงหัวหน้าคนงานรายย่อยไม่กี่คน หยางหย่วนคุนจึงเอ่ยปากบอกจ้าวเฉวียน
“จะรีบกลับไปไหนล่ะ เหล้ายังดื่มไม่หมดเลย” จ้าวเฉวียนถามด้วยความไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ น้องชายคนนี้ถึงรีบกลับ นักหนา ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาก็ดูปรับตัวเข้ากับบรรยากาศแบบนี้ได้ดีแท้ๆ
“ไม่ไหวแล้วครับ รู้สึกมึนหัวนิดหน่อย” หยางหย่วนคุนเอามือกุมขมับ แกล้งทำเป็นเมาและมีท่าทางพะอืดพะอมพลางพูดต่อ: “กลับไปพักผ่อนดีกว่าครับ ตอนนี้ก็ดึกมากแล้วด้วย พรุ่งนี้ที่ไซต์งานก็ขาดคนคุมไม่ได้เหมือนกัน”
“อืม...” จ้าวเฉวียนครุ่นคิดครู่หนึ่ง ในเมื่อที่นี่ไม่มีแขกคนสำคัญที่ต้องอยู่คอยเอนเตอร์เทนแล้ว อีกฝ่ายจะกลับก็คงไม่เป็นไร เขาจึงลุกขึ้นยืน: “ไปเถอะ เดี๋ยวฉันเดินออกไปส่ง”
“โธ่ พี่จ้าว พี่สนุกต่อเถอะครับ เดี๋ยวผมเรียกแท็กซี่กลับเองได้” หยางหย่วนคุนรีบปฏิเสธ
“ออกไปด้วยกันนี่แหละ เดี๋ยวฉันค่อยกลับเข้ามา” จ้าวเฉวียนเดินนำไปที่ประตูแล้ว หยางหย่วนคุนจึงเดินตามหลังอีกฝ่ายลงมาจนถึงโถงล็อบบี้ของสถานบันเทิง
“ฉันให้คนขับรถไปส่งนายดีกว่า ตอนนี้ก็ห้าทุ่มเข้าไปแล้ว จะไปหาโบกรถที่ไหนได้ล่ะ” จ้าวเฉวียนตะโกนเรียกคนขับรถที่นั่งรออยู่ตรงโถงล็อบบี้ “เสี่ยวหวัง มาส่งพี่หยางของแกกลับไซต์งานหน่อยซิ”
“ได้ครับเถ้าแก่!” พอเสี่ยวหวังได้ยินเจ้านายเรียก ก็รีบลุกขึ้นยืนแล้วเดินนำออกไปสตาร์ตพ่นรถที่ด้านนอกทันที
“ฉันใกล้จะได้เปลี่ยนรถใหม่แล้วล่ะ ถ้ารถใหม่มาเมื่อไหร่ คันนี้ก็จะเป็นของนายทันทีนะ” จ้าวเฉวียนพูดปนยิ้มอย่างอารมณ์ดี: “นายนั่งรถคันนี้บ่อยๆ จะได้มีแรงบันดาลใจหาเงินมาซื้อต่อจากฉันไวๆ ไงล่ะ ใช่ไหม?”
“งั้นก็ต้องขอแสดงความยินดีล่วงหน้ากับพี่จ้าวที่ได้รถใหม่ป้ายแดงนะครับ แต่ถึงตอนนั้นพอผมมีรถขับแล้ว พี่ก็ห้ามใจร้ายไม่ยอมให้ผมนั่งรถใหม่ของพี่นะ” หยางหย่วนคุนเย้าแหย่อีกฝ่ายติดตลก
“ฮ่าๆ ไอ้นี่นี่นะ ถึงตอนนั้นจะให้นายไปนั่งให้เบื่อไปข้างเลย หรือถ้าไม่ยอมจริงๆ นายก็มาสมัครเป็นคนขับรถให้ฉันเลยเป็นไง จะได้ได้ขับทุกวันเลยดีไหมล่ะ”
“แบบนั้นก็ไปแย่งชามข้าวของเสี่ยวหวังน่ะสิครับ ผมไม่ทำเรื่องแบบนั้นหรอก” หยางหย่วนคุนเห็นเสี่ยวหวังขับรถมาจอดเทียบท่าตรงประตูทางเข้าแล้ว จึงโบกมือลา: “งั้นผมกลับก่อนนะพี่จ้าว”
พอขึ้นมานั่งบนรถ หยางหย่วนคุนก็เริ่มกวาดสายตาสำรวจภายในรถอย่างละเอียด ตอนที่นั่งคราวก่อนๆ เขาไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ตอนนี้พอรู้ว่าอีกไม่นานรถคันนี้กำลังจะกลายมาเป็นของตัวเอง ความรู้สึกมันช่างแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง นึกไม่ถึงเลยว่าชาตินี้เขาจะมีรถขับได้รวดเร็วขนาดนี้ ซึ่งมันเร็วกว่าชาติก่อนตั้งยี่สิบปีแน่ะ ดูท่าการเกิดใหม่ในครั้งนี้ของเขาคงพอจะมีประโยชน์อยู่บ้างล่ะนะ
“เสี่ยวหวัง ได้ยินว่าพี่จ้าวเตรียมจะเปลี่ยนไปขับรถเบนซ์คันใหญ่แล้วนี่ นายที่เป็นคนขับรถส่วนตัวก็พลอยได้หน้ามีตาขึ้นตามไปด้วยเลยสิเนี่ย” หยางหย่วนคุนเอ่ยชวนคนขับรถด้านหน้าคุย
“ผมก็ได้ยิน มาเหมือนกันครับ รถคันนั้นเห็นว่าอยู่ระหว่างขนส่งเดินทางมาล่ะมั้ง เพราะเป็นรถแบบสั่งจองล่วงหน้าน่ะครับ ในเมืองของเราไม่มีรถรุ่นนี้พร้อมขายหรอก” เสี่ยวหวังพูดด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจราวกับว่ารถคันนั้นเป็นของตัวเองยังไงยังงั้น
“แต่เสี่ยวหวังคราหลังเอ๋ย เวลาขับรถคันนี้ก็นุ่มนวลกับมันหน่อยนะ” หยางหย่วนคุนพูดกำชับ “เพราะพี่จ้าวเขายกคันนี้ต่อให้ฉันแล้วล่ะ”
“เอ๊ะ? ให้พี่หยางเหรอครับ? นี่มัน...” เสี่ยวหวังถึงกับตกใจจนรีบหันขวับกลับมามอง
“เฮ้ย อย่าเพิ่งหันมา! ขับรถอยู่ ดูทางข้างหน้าโน่น เดี๋ยวก็ได้พากันไปเกิดใหม่ทั้งคู่หรอก” หยางหย่วนคุนรีบเตือนสติ ดีนะที่ช่วงเวลานี้บนท้องถนนไม่มีรถราหรือผู้คนหลงเหลืออยู่เลย ไม่อย่างนั้นมันอันตรายมากจริงๆ
“อ้อๆๆ ครับๆ” เสี่ยวหวังได้ยินคำเตือนก็รีบหันหน้ากลับไปตั้งใจขับรถทันที หลังจากตั้งสติได้ครู่หนึ่งถึงถามด้วยความอยากรู้ว่า: “เถ้าแก่ยกให้พี่ฟรีๆ เลยเหรอครับ?”
“คิดอะไรอยู่เนี่ย รถยนต์คันเบ้อเริ่มจะมายกให้กันฟรีๆ ได้ยังไง ของราคาแพงขนาดนี้” หยางหย่วนคุนหัวเราะขบขัน: “แกขายต่อให้ฉันในราคารถมือสองน่ะ ฉันเองก็คิดว่ามีรถไว้ใช้สักคันมันคงเดินทางไปไหนมาไหนสะดวกดี”
“มิน่าล่ะ พี่หยาง พวกพี่ที่ทำผู้รับเหมาก่อสร้างนี่รวยกันจริง ๆ รถยนต์นึกจะซื้อก็ซื้อได้ง่ายๆ เลย” พอพูดถึงเรื่องรถ เสี่ยวหวังที่เป็นคนเงียบๆ โลกส่วนตัวสูงก็กลายเป็นคนพูดมากคุยจ้อขึ้นมาทันที: “รถคันนี้จริงๆ วิ่งไปไม่ได้ไกลเท่าไหร่หรอกครับ ถึงภายนอกจะดูมอมแมมไปหน่อย แถมบางจุดสีก็เริ่มหลุดร่อน แต่อันนั้นเป็นเพราะต้องวิ่งเข้าออกไซต์งานก่อสร้างบ่อยๆ ทว่าระบบเครื่องยนต์และภายในนี่ยังดีเยี่ยมอยู่เลยครับ ผมเป็นคนขับผมรู้ดีที่สุด”
หยางหย่วนคุนสำรวจชุดแต่งภายในรถอย่างละเอียด มันไม่มีทางเอาไปเปรียบเทียบกับรถยนต์ในอีกยี่สิบปีข้างหน้าได้เลย แต่สำหรับคนในยุคนี้ รถยนต์รุ่นคลาสสิกอย่างซานตาน่าก็ยังคงให้ความรู้สึกเท่และมีมนต์ขลังในตัวเองไม่น้อย แม้ว่าจะเป็นเกียร์กระปุก (เกียร์ธรรมดา) ก็ตาม ทางที่ดีถ้ามีวิทยุสื่อสารติดตั้งไว้ด้านหน้าด้วยคงจะสมบูรณ์แบบน่าดู
รถยนต์แล่นฉิ่วไปบนท้องถนนอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักก็มาถึงไซต์งานก่อสร้าง หยางหย่วนคุนขอให้จอดรถตรงหน้าประตูใหญ่ทันที เขาเหลือบไปเห็น รปภ. ที่เฝ้าป้อมประตูใหญ่แอบฟุบหลับอยู่ข้างในเรียบร้อยแล้ว
“เสี่ยวหลี่ เปิดประตูหน่อย” หยางหย่วนคุนทุบประตูเหล็กเสียงดัง ทะลุเข้าไปเรียก รปภ. ด้านใน
“ใครวะ? ดึกดื่นป่านนี้ไม่รู้จักหลับนอน!” รปภ. สะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยสีหน้าหงุดหงิดโมโหพลางกวาดสายตามองออกมาด้านนอก แต่พอเห็นว่าเป็นหยางหย่วนคุน สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเป็นหน้ามือเป็นหลังมือทันที เขารีบโค้งตัวคำนับพลางพูดประจบว่า: “หัวหน้าหยาง เป็นหัวหน้านี่เองครับ”
“รีบเปิดประตูเร็วเข้า” หยางหย่วนคุนพูดพลางขมวดคิ้ว
“เปิดเดี๋ยวนี้ครับ เปิดเดี๋ยวนี้เลย” รปภ. มุดออกมาจากประตูอีกบาน จากนั้นก็ปลดล็อกแม่กุญแจเหล็กด้านหลังประตูบานใหญ่ แล้วออกแรงผลักประตูเหล็กให้เปิดออกเป็นช่องเล็กๆ ประตูแบบนี้เวลาเปิดปิดแต่ละทีมันช่างกินแรงและทุลักทุเลเหลือเกิน
หลังจากหยางหย่วนคุนแทรกตัวผ่านประตูเข้ามาด้านในแล้ว เขาก็ช่วยอีกฝ่ายปิดประตูและลงกลอนล็อกกุญแจใหม่อีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยปากถามว่า: “ทำไมเพิ่งจะเวลานี้แกก็แอบนอนหลับซะแล้วล่ะ? ไม่ใช่เพิ่งจะเปลี่ยนกะกันหรอกเหรอ?”
พวก รภป. ในไซต์งานจะแบ่งกะการทำงานเป็นสองกะ คือแปดโมงเช้าถึงทุ่มตรง สลับหมุนเวียนกันไป ตอนนี้เพิ่งจะห้าทุ่มเอง ทำไมถึงง่วงเหงาหาวนอนขนาดนี้แล้ว
“เอ่อ... หัวหน้าหยางครับ ผมยังไม่ได้เปลี่ยนกะเลยครับ พอดีอีกคนเขาขอลาหยุดวันนี้หนทางน่ะครับ” รปภ. ตอบอ้อมแอ้มเสียงเบาด้วยความระมัดระวัง
“อ้อ เป็นแบบนี้เองหรอกเหรอ โอเค งั้นก็คอยระวังหูระวังตาหน่อยแล้วกัน” พอได้ยินคำอธิบาย หยางหย่วนคุนก็ไม่รู้จะดุอะไรต่อ ในเมื่อเขาต้องนั่งเฝ้าอยู่ที่ป้อมนี้คนเดียว แถมยังต้องทำงานติดต่อกันยาวนานถึงสิบห้าชั่วโมงแล้ว การที่จะง่วงนอนบ้างมันก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้และเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก
“ครับผม จะระวังให้ดีเลยครับ จะระวังอย่างดีเลย” รปภ. รีบรับคำละล่ำละลัก พอได้ยินน้ำเสียงของหยางหย่วนคุนก็รู้ว่าหัวหน้าคนงานคนนี้ไม่ได้คิดจะเอาความหรือเอาผิดอะไร เขาจึงลอบถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
หยางหย่วนคุนเดินฝ่าความมืดมิดภายในไซต์งานก่อสร้าง ถนนแต่ละสายมีไฟกิ่งริมทางตั้งอยู่ห่างกันลิบลับ จะมีก็แต่แสงสว่างจากโซนหอพักคนงานที่อยู่ไกลออกไปโน่นที่ดูสว่างไสวกว่าจุดอื่น แต่เนื่องจากหยางหย่วนคุนใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มานานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว เส้นทางเดินสายนี้เขาจึงคุ้นชินกับมันเป็นอย่างดี
เมื่อกลับมาถึงห้องพัก เขายังไม่ได้รีบเข้านอนในทันที แต่เปิดสวิตช์กาต้มน้ำร้อนเพื่อต้มน้ำใส่ขวดโหลเก็บความร้อนไว้ก่อน หลังจากดื่มน้ำอุ่นเข้าไปเต็มๆ แก้วเพื่อดับกระหายคลายคอแห้งเสร็จสรรพ หยางหย่วนคุนถึงได้ถอดเสื้อผ้าออกแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงอย่างสบายใจ