- หน้าแรก
- วันพีซ บุตรชายสุดที่รักของหนวดขาว
- ตอนที่ 29 ลูกเรือคนใหม่
ตอนที่ 29 ลูกเรือคนใหม่
ตอนที่ 29 ลูกเรือคนใหม่
ตอนที่ 29 ลูกเรือคนใหม่
มุมปากของคาซิยกขึ้นเล็กน้อย ทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุม สมกับที่เป็นชั้นจริงๆ
"การฝึกซ้อมของชั้นมันค่อนข้างจะโหดหินเลยนะ รู้รึเปล่า?"
"นายแน่ใจแล้วหรอว่าตัดสินใจดีแล้ว?"
ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ อันที่จริงคาซิก็มีความตั้งใจที่จะพาเบเรนส์ขึ้นเรืออยู่แล้ว แต่เขาก็ยังคงต้องพูดตามมารยาทไปอย่างนั้น เขาจะแสดงออกให้เห็นชัดเจนเกินไปไม่ได้ การฝืนใจบังคับใครย่อมอยู่ได้ไม่ยืดหรอก
แววตาของเบเรนส์แน่วแน่ เขาไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว เหลือเพียงแค่ชีวิตของเขาเท่านั้น
"ผมเตรียมใจมาพร้อมแล้วครับ ได้โปรดชี้แนะผมด้วยเถอะครับ คุณคาซิ"
หลังจากพูดจบ เบเรนส์ก็ลุกขึ้นยืนและโค้งคำนับอย่างลึกซึ้งเพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเขา
"ถ้าอย่างนั้น ก็ขอต้อนรับสมาชิกใหม่ของเรา เบเรนส์!"
"ฮี่ฮี่ฮี่ ยินดีต้อนรับนะ"
คาซิยอมรับสถานะลูกเรือของเบเรนส์โดยตรง และมากิโนะก็ส่งยิ้มต้อนรับสมาชิกใหม่เช่นกัน
ในชั่วขณะนั้น เบเรนส์ถึงกับทำตัวไม่ถูกไปเลยทีเดียว
"ครับ ผมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด"
ทั้งสามคนดื่มและพูดคุยกันในป่าแบบนี้ เพื่อทำความรู้จักกันให้มากขึ้น
"ว่าแต่ กัปตันครับ ความฝันของคุณคืออะไรหรอครับ?"
"ความฝันของชั้นหรอ?"
คาซิเงยหน้าขึ้น คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยว่า "ชั้นไม่ได้มีความปรารถนาในเงินทองหรืออำนาจมากนักหรอก ตราบใดที่ชั้นมีเงินพอใช้ นั่นก็เพียงพอแล้ว ส่วนเรื่องอำนาจ มันก็ไม่คุ้มค่าเท่ากับการพัฒนาความแข็งแกร่งของชั้นหรอก ตราบใดที่ชั้นมีความแข็งแกร่งมากพอ ชั้นก็จะได้รับอิสรภาพ"
"ชั้นเชื่อว่าสิ่งที่เรียกว่าอิสรภาพนั้น ไม่ใช่การใช้ชีวิตโดยปราศจากความกังวล แต่คือการมีความแข็งแกร่งอย่างแท้จริงที่จะพูดคำว่า 'ไม่' เมื่อต้องเผชิญกับสิ่งที่ตัวเองไม่อยากทำต่างหาก"
"ชั้นอยากจะแข็งแกร่งขึ้น เพื่อที่ครอบครัวและเพื่อนพ้องรอบตัวชั้นจะได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรี"
หลังจากพูดจบ คาซิกก็โอบเอวมากิโนะและพูดเสริมว่า "แน่นอน ถ้าเงื่อนไขเอื้ออำนวย ชั้นก็อยากจะมอบบ้านที่อบอุ่นให้กับหญิงสาวนับพันคนเหมือนกันนะ ชั้นเป็นลูกคนเดียว ดังนั้นความเจริญรุ่งเรืองของวงศ์ตระกูลจึงตกอยู่บนบ่าของชั้นเพียงคนเดียว"
ปึ้ก~
มากิโนะเหยียบเท้าคาซิ แม้ว่ามันจะไม่เจ็บเท่าไหร่ แต่เขาก็ยังต้องแกล้งทำเป็นเจ็บอยู่ดี
คาซิทำหน้าตาเจ็บปวด ซึ่งนั่นก็ทำให้มากิโนะรู้สึกดีขึ้นมาบ้างจริงๆ
ผู้ชายของเธอนั้นดีไปซะทุกอย่าง ยกเว้นก็แต่ความเจ้าชู้ประตูดินที่ออกจะมากไปสักหน่อย
ที่สำคัญที่สุด มาตรฐานของคาซินั้นดูจะสูงเอาเรื่อง เขาคงไม่คว้าเอาผู้หญิงธรรมดาๆ คนไหนก็ได้มาเป็นผู้หญิงของเขา ด้วยเหตุนี้ เธอจึงรู้สึกกดดันอยู่ไม่น้อย แล้วถ้าเธอแก่ตัวลงและคาซิเลิกสนใจเธอไปล่ะ จะทำยังไง?
ท้ายที่สุดแล้ว ในอนาคตก็ต้องมีหญิงสาวสวยๆ คนอื่นมาปรากฏตัวอยู่ข้างกายเขาอยู่ดี
หลังจากปล่อยให้ความคิดเตลิดเปิดเปิงไปไกล มากิโนะก็รู้สึกว่าเธอควรจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาความแข็งแกร่งและทักษะการทำอาหารของตัวเองต่อไป ต่อให้รูปลักษณ์ของเธอจะร่วงโรยไปตามกาลเวลาในอนาคต เธอก็ยังสามารถครอบครองพื้นที่ส่วนหนึ่งในหัวใจของคาซิได้ด้วยวิธีอื่นอยู่ดี
คาซิและมากิโนะพาเบเรนส์ไปที่เรือเพื่อเลือกห้องพัก บัดนี้ตำแหน่งพลซุ่มยิงบนเรือได้ถูกกำหนดขึ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
คาซิไม่ได้เข้าไปรบกวนคาลมันเด เขาบอกว่าสามวัน และเขาก็รอครบสามวันจริงๆ
เมืองนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไรนัก แต่มันก็ไม่สามารถเดินสำรวจได้หมดภายในวันเดียวเช่นกัน ดังนั้นคาซิและคนอื่นๆ จึงไม่ได้รู้สึกเบื่อหน่าย
ภายใต้คำแนะนำของคาซิ เบเรนส์ได้ซื้อปืนพกมาสองกระบอก การผสมผสานระหว่างวิชาการต่อสู้ทางร่างกายและทักษะความแม่นยำทำให้ดวงตาของเบเรนส์เป็นประกาย
ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะพอมีความคิดในแนวทางนี้อยู่บ้าง แต่ด้วยอิทธิพลจากรูปแบบของพลซุ่มยิงแบบดั้งเดิม เขาก็ยังคงเชื่อว่าทักษะความแม่นยำก็คือทักษะความแม่นยำ และวิชาการต่อสู้ทางร่างกายก็มีไว้เพื่อการเคลื่อนไหวที่ดีขึ้นและการให้พละกำลังเท่านั้น
ต้องรู้ไว้ด้วยว่าอาวุธปืนที่ทรงพลังก็ย่อมมีแรงถีบกลับที่รุนแรงเช่นกัน หากปราศจากร่างกายที่แข็งแกร่ง ก็ไม่มีทางที่จะยิงโดนศัตรูได้อย่างแม่นยำหรอก
คาซิไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินทอง ด้วยการสะบัดมือเพียงครั้งเดียว เขาก็ใช้จ่ายเงินไปหลายล้านเบรี จู่ๆ เบเรนส์ก็รู้สึกว่าชีวิตช่างมีความสุขเหลือเกิน
ของแพงก็ย่อมมีเหตุผลที่มันแพง ปืนพกที่ถูกประกอบขึ้นมานั้นไร้ที่ติ ไม่เพียงแต่มันจะทรงพลังเท่านั้น แต่มันยังทนทานมากๆ และสามารถใช้เป็นก้อนอิฐทุบหัวคนได้หากจำเป็น
"กลับมาแล้วจ้า~"
ความแข็งแกร่งของคาลมันเดนั้นไม่เลวเลย แต่หลังจากผ่านไปสามวัน ใบหน้าของเขากลับซีดเซียวลงเล็กน้อย ซึ่งใครๆ ก็มองเห็นได้
เขาถูกสูบพลังไปเล็กน้อย
"ในที่สุดนายก็กลับมานะ คาลมันเด"
มากิโนะต้มซุปหม้อใหญ่ทิ้งไว้นานแล้ว และตักส่งให้คาลมันเดที่เพิ่งกลับมาหนึ่งชาม
"นี่มัน..."
ดวงตาของคาลมันเดเป็นประกาย สิ่งที่เขาขาดแคลนมากที่สุดในตอนนี้ก็คือสารอาหารนี่แหละ
โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง เขากระดกมันรวดเดียวจนหมดเกลี้ยง
"คาซิอยู่ไหนล่ะ?"
หลังจากกินซุปจนหมดและเดาะลิ้น เขาก็เพิ่งตระหนักได้ว่ากัปตันไม่ได้อยู่ที่นี่
"คาซิหรอ? เขาอยู่ในห้องฝึกซ้อมน่ะ กำลังนำลูกเรือคนใหม่ฝึกวิชาการต่อสู้อยู่"
"สมาชิกใหม่หรอ?"
คาลมันเดไม่คาดคิดเลยว่าแค่เขาออกไปเที่ยวเล่นสนุกสนานเพียงไม่กี่วัน ก็มีเพื่อนพ้องคนใหม่มาร่วมทีมเสียแล้ว
"ชั้นจะไปดูหน่อย!"
คาลมันเดมุ่งหน้าตรงไปยังห้องฝึกซ้อม และก็เป็นไปตามคาด เสียงของคาซิดังแว่วออกมาจากข้างใน กำลังออกคำสั่งสอน
"วิชาการต่อสู้ทางร่างกายและทักษะความแม่นยำจะต้องถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้ง จินตนาการซะว่าปืนพกเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายนาย และกระสุนก็คือส่วนต่อขยายจากร่างกายของนาย"
"เอาใหม่ ยิงมาที่ชั้นเรื่อยๆ"
พรสวรรค์ของเบเรนส์นั้นค่อนข้างดีทีเดียว บ่อยครั้งที่หลังจากคาซิพูดจบได้ไม่นาน เขาก็สามารถทำความเข้าใจได้อย่างถ่องแท้
เบเรนส์ยิงกระสุนออกมารวดเดียวสามนัดด้วยมือขวา จากนั้นก็ฉวยโอกาสพุ่งทะยานไปข้างหน้า และกระโดดเตะพุ่งตรงไปที่หน้าอกของคาซิ
คาซิหลบกระสุนทั้งสามนัดได้อย่างง่ายดาย จากนั้นก็ใช้มือซ้ายสกัดกั้นลูกเตะลอยตัวของเบเรนส์เอาไว้
การที่เห็นคาซิสามารถสกัดกั้นการโจมตีของเขาได้อย่างง่ายดาย ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายของเบเรนส์แต่อย่างใด
ในขณะที่ยังคงลอยตัวอยู่กลางอากาศ เบเรนส์ก็หมุนตัว เล็งขาซ้ายตรงไปที่หัวของคาซิ ในขณะเดียวกันก็เหนี่ยวไกด้วยมือทั้งสองข้าง ปลดปล่อยห่ากระสุนพุ่งออกไปทั้งสองทิศทาง
"ดีมาก นายเชี่ยวชาญขึ้นมากแล้ว"
คาซิเปลี่ยนร่างเป็นธาตุล่วงหน้าเพื่อหลบหลีกห่ากระสุนที่ยิงมาอย่างรวดเร็ว และชกเข้าที่ขาซ้ายของเบเรนส์ จนร่างของเขากระเด็นปลิวออกไป
"โย่ คาซิ นี่คือเพื่อนพ้องคนใหม่หรอ?"
คาลมันเดไม่คาดคิดเลยว่าเพื่อนพ้องคนใหม่จะมีฝีมือขนาดนี้ คนที่ผสมผสานวิชาการต่อสู้เข้ากับทักษะความแม่นยำนั้นไม่ได้หาได้ยากนัก แต่คนที่เก่งกาจในด้านนี้จริงๆ นั้นกลับมีน้อยจนนับหัวได้
"คาลมันเด ดูจากสภาพที่ถูกสูบพลังของนาย ชั้นก็รู้เลยว่าช่วงหลายวันมานี้นายสนุกสุดเหวี่ยงไปเลยล่ะสิ"
ปากของคาซินั้นเคลือบไปด้วยน้ำผึ้งอาบยาพิษ ทำเอาคาลมันเดถึงกับพูดไม่ออก
ถ้าพูดไม่เป็น ก็บริจาคปากของนายไปซะเถอะ มันจะได้ช่วยให้คนอื่นไม่ต้องมานั่งปวดหัว
"นี่คือลูกเรือคนใหม่ของกลุ่มโจรสลัดผมทองของเรา เบเรนส์"
"นับจากนี้ไป เขาคือพลซุ่มยิงประจำเรือของเรา"
"ส่วนหมอนี่คือต้นหนเรือของเรา คาลมันเด"
คาซิแนะนำคาลมันเดและเบเรนส์ให้รู้จักกัน
"สวัสดีครับ ผมชื่อเบเรนส์ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับในอนาคต"
"เช่นกันนะ นับจากนี้ไป พวกเราก็เป็นพี่น้องกันแล้ว"
"คราวหน้า หลังจากที่เราเทียบท่า ชั้นจะพานายไปในที่สนุกๆ เอง"
คาลมันเดเดินมาอยู่ข้างๆ เบเรนส์ ทำท่าทางลึกลับซับซ้อน ราวกับเด็กที่กำลังแบ่งของเล่นกัน
"ที่สนุกๆ หรอครับ?"
"ฮ่าฮ่าฮ่า งั้นผมคงต้องรบกวนพึ่งพาคุณแล้วล่ะครับ"
เบเรนส์ดูออกว่านี่คือความปรารถนาดีของคาลมันเด เขาจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องปฏิเสธ
เมื่อเห็นคาลมันเดเริ่มหาพาร์ทเนอร์ คาซิกก็ไม่ได้พูดอะไรมากนัก
เขาจะให้ตัวเขากับผู้หญิงของเขาอยู่บนเรือ แล้วไม่ยอมปล่อยให้ไอ้พวกคนโสดพวกนี้ออกไปหาความสุขใส่ตัวได้ยังไงกันล่ะ
ขืนทำแบบนั้นก็พานจะทำให้พวกนั้นอิจฉาตาร้อนกันจนแทบบ้าตายไม่ใช่รึไง?
เขาเป็นกัปตันที่เปิดกว้างและใจกว้าง มันไม่มีความจำเป็นต้องไปห้ามปรามเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้หรอก ในทางกลับกัน เขาคิดว่าจะฉวยโอกาสไปร่วมแจมกับลูกเรือของเขาซะเลย เพื่อกระชับสายสัมพันธ์ความเป็นพี่น้องระหว่างพวกเขาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
จบตอน