เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 เมาเกินกว่าที่จะดื่มต่อไปได้ (2)

บทที่ 15 เมาเกินกว่าที่จะดื่มต่อไปได้ (2)

บทที่ 15 เมาเกินกว่าที่จะดื่มต่อไปได้ (2)


รถแล่นมาตามทาง ซีเซี่ยเย่นำเอกสารกลับมาที่บริษัทก่อน ตอนที่เธอออกไปก็เป็นเวลาเลิกงานแล้ว เพราะอย่างนั้นท้องฟ้าด้านนอกจึงมืดแล้ว

ที่ด้านล่างตึก เสี่ยวเหม่ยผู้ช่วยของเธอ กล่าวลาเธอออกมาว่า “ผู้อำนวยการซี ฉันกลับก่อนนะคะ ขับรถกลับบ้านปลอดภัยค่ะ!”

ซีเซี่ยเย่เงยหน้ามองขึ้นไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ยังคงสงบนิ่ง เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็พูดออกไปว่า “ขึ้นรถฉันสิ เดี๋ยวฉันจะไปส่งเธอระหว่างทางเอง”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ผู้อำนวยการซี ตอนนี้ยังมีรถบัสเข้าเมืองอยู่! มันจะลำบากเกินไป ฉันไม่อยากรบกวนคุณ” เสี่ยวเหม่ยคลี่ยิ้มออกมาด้วยความเกรงใจ

“ช่วงเลิกงานแบบนี้รถบัสเข้าเมืองน่าจะแออัดนะ ฉันจะไปซื้อใบชาที่โรงน้ำชาใกล้ๆ บ้านของเธอพอดี” ซีเซี่ยเย่พูดออกไปอย่างใจเย็น ก่อนจะหยิบกุญแจรถออกจากกระเป๋า แล้วเดินไปที่ประตูฝั่งที่นั่งคนขับ จากนั้นเธอก็เปิดประตูรถ และเข้าไปนั่งอย่างรวดเร็ว

เสี่ยวเหม่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินตามเธอขึ้นมานั่งที่ด้านข้างคนขับ หล่อนคาดเข็มขัดนิรภัย และกล่าวขอบคุณเธอออกไปด้วยรอยยิ้มกว้าง “ขอบคุณนะคะ ผู้อำนวยการซี!”

ซีเซี่ยเย่พยักหน้าเป็นการตอบรับ จากนั้นเธอก็ใส่ซีดีเข้าไปในเครื่องเล่นเพลง ก่อนจะสตาร์ทรถ จากนั้นพวกเธอก็เริ่มออกเดินทาง

เพลงที่กำลังบรรเลงอยู่นี้เป็นเพลงที่เหมาะกับความเร็วรถตอนนี้จริงๆ เสี่ยวเหม่ยรู้สึกว่าเพลงนี้มันฟังดูคุ้นๆ แต่หล่อนก็คิดชื่อเพลงไม่ออก เพราะอย่างนั้นหล่อนจึงหันไปมองซีเซี่ยเย่ และหล่อนก็เห็นว่าตอนนี้เธอกำลังเอนศีรษะไปยังแขนข้างหน้าที่พาดกับกระจกรถ ส่วนมืออีกข้างก็กำลังจับพวงมาลัยเอาไว้อย่างมั่นคง ขณะที่ดวงตาที่เหนื่อยล้าของเธอจับจ้องไปถนนเบื้องหน้า ลมเย็นพัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างรถอย่างต่อเนื่อง และมันก็เสยผมที่นุ่มสวยของเธอขึ้น…

เมื่อเห็นภาพตรงหน้า หล่อนก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่กดดันและความรกร้างว่างเปล่า

เสี่ยวเหม่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง และหล่อนก็อดไม่ได้ที่จะถามออกไป “ผู้อำนวยการซี ช่วงนี้คุณมีเรื่องอะไรรึเปล่า? คุณดูเหนื่อยมากเลย…”

เมื่อได้ยินคำถามของหล่อน ซีเซี่ยเย่ก็สะดุ้งตกใจขึ้นมาครู่หนึ่ง จากนั้นเธอก็หันไปจับจ้องที่เสี่ยวเหม่ยด้วยดวงตาที่สงบนิ่ง "ฉันสบายดี"

“ผู้อำนวยการซี ช่วงนี้เพื่อนร่วมงานในออฟฟิศต่างก็พูดกันแต่เรื่องของคุณ…”

เสี่ยวเหม่ยเปลี่ยนหัวข้อไปคุยเรื่องที่สาวๆ ในออฟฟิศต่างก็พูดถึงเธอ แม้ว่าผู้อำนวยการซีมักจะดูเป็นคนที่เก็บตัว แต่หล่อนก็รู้ว่า ผู้อำนวยการซีเป็นคนที่เข้าถึงได้ง่ายและใจดีมาก เธอเอาใจใส่และเห็นอกเห็นใจลูกน้องของเธอมาก

ตอนที่พ่อของหล่อนล้มป่วย และต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ในตอนนั้นค่ารักษาพยาบาลแพงมากและมันก็เกินกำลังของหล่อน หลังจากที่ผู้อำนวยการซีได้ทราบเรื่อง เธอก็โอนเงิน 50,000 หยวนมาให้หล่อนทันทีเพื่อให้หล่อนเอาไปใช้แก้ไขเหตุฉุกเฉิน เพราะอย่างนั้นหล่อนจึงรู้สึกซาบซึ้งผู้อำนวยการซีเป็นอย่างมาก

และหล่อนยังได้ยินมาอีกว่า เธอมักจะสนับสนุนให้การช่วยเหลือสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าทางตอนเหนือของเมือง และเธอก็เสนอความช่วยเหลือมากมายให้กับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอีกด้วย

“พวกเขาพูดว่าอะไรกันเหรอ?” ซีเซี่ยเย่ถามออกไปอย่างตรงไปตรงมา เพราะเธอรู้ดีว่าพวกพนักงานทุกบริษัทก็มักจะชอบนินทากันเป็นปกติอยู่แล้ว และมันก็มักจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้บริหารระดับสูง เพราะอย่างนั้นเธอจึงไม่ได้คิดอะไรมาก

“พวกเขาพูดกันว่า คุณเป็นคนมีความสามารถ อีกทั้งยังหน้าตาดี แต่คุณกลับดูเป็นคนลึกลับมาก พวกเขาสงสัยกันว่าคุณยังโสดอยู่รึเปล่า เพื่อนร่วมงานผู้ชายหลายคนในบริษัทต่างก็อยากจะจีบคุณทั้งนั้นแหละค่ะผู้อำนวยการซี แต่พวกเขาไม่กล้า... แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็คิดว่าผู้ชายที่ได้แต่งงานกับคุณจะเป็นคนพิเศษอย่างแน่นอนค่ะ และเขาก็คงจะเป็นคนที่โชคดีมาก…”

หล่อนรู้สึกว่าซีเซี่ยเย่เป็นคนที่อ่อนโยนมากคนหนึ่ง ดังนั้นเสี่ยวเหม่ยจึงรู้สึกสบายใจที่จะพูดสิ่งเหล่านี้กับเธอ

"โชคดี?"

ซีเซี่ยเย่พึมพำออกมาเบาๆ แล้วเธอก็หัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา และมีการเยาะเย้ยตัวเองผ่านทางแววตาของเธอ จากนั้นแววตาของเธอก็หม่นลงอีกครั้ง

เมื่อหล่อนเห็นว่าจู่ๆ ซีเซี่ยเย่ก็เงียบไป เสี่ยวเหม่ยจึงไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก และบรรยากาศทั่วทั้งรถก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง

เธอขับรถมาส่งเสี่ยวเหม่ยตรงจุดใกล้ๆ โรงน้ำชาที่เธอจะมาซื้อใบชา เมื่อเธอขับรถผ่านสถานบันเทิงระดับไฮเอนด์ภายใต้ Emperor Entertainment City เธอก็หยุดรถลง

แม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะไม่ได้อยู่ใจกลางเมือง แต่มันก็มีผู้คนมาเที่ยวกันอย่างหนาแน่น

ซีเซี่ยเย่เดินเข้าไปเมื่อเห็นว่าด้านในกำลังคึกคัก นักร้องประจำกำลังร้องเพลงและเคลื่อนไหวตามบทเพลงอย่างน่าหลงใหลบนเวที ที่นี่ไม่เหมือนบาร์ทั่วไปที่มักจะเปิดเพลงดังอยู่เสมอ เพราะเมื่อเดินเข้าไปด้านใน สถานบันเทิงแห่งนี้ก็ดูจะเงียบกว่าสถานบันเทิงอื่นๆ

เซี่ยเย่เคยมาที่นี่ประมาณสองสามครั้ง เธอไม่ได้มาเที่ยวสถานที่แบบนี้บ่อยๆ ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเธอรู้สึกอึดอัดใจ เธอก็คงจะไม่มา

เซียเย่เดินไปนั่งลงที่มุมๆ หนึ่งที่มีแสงสลัวๆ ของบาร์สาดส่องมา จากนั้นบาร์เทนเดอร์ก็คลี่ยิ้มส่งมาให้เธอ และถามออกมาว่า “คุณผู้หญิง อยากดื่มอะไรดีครับ?”

“ขอวิสกี้ขวดหนึ่งค่ะ” ซีเซี่ยเย่ตอบกลับไปเบาๆ เมื่อเธอเห็นปฏิกิริยาที่ดูตกใจขึ้นมาเล็กน้อยของบาร์เทนเดอร์ เธอก็ทำได้เพียงแค่ก้มหน้าลงเพียงเท่านั้น และไม่ได้พูดอะไรออกไปอีก

“คุณผู้หญิงครับ วิสกี้ค่อนข้างแรง ผมขอแนะนำให้คุณสั่งอย่างอื่นเถอะครับ ผู้หญิงสั่งวิสกี้ไม่ได้จริงๆ” บาร์เทนเดอร์คนนี้เป็นชายหนุ่มที่หล่อเหลามากคนหนึ่ง และในขณะที่เขาปฏิบัติหน้าที่เขาก็มักจะยิ้มตลอดเวลา “ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะชอบดื่มเครื่องดื่มที่ชื่อน้ำตาคู่รักอะไรแบบนั้น คุณอยากจะลองดูไหมครับ?”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่วิสกี้ก็พอ” ซีเซี่ยเย่พูดออกไปอย่างเรียบง่าย แล้วเธอก็ยกมือขึ้นมาลูบขมับเพื่อคลายความปวดหัว

“คุณผู้หญิงครับ วิสกี้ เปลี่ยนเป็น...”

ยังไม่ทันที่บาร์เทนเดอร์จะพูดจบประโยค ซีเซี่ยเย่ก็ยยกมือขึ้นเพื่อให้เขาหยุด จากนั้นเธอก็หยิบขวดขึ้นมา และรินมันลงในแก้วด้วยตัวเอง เธอขมวดคิ้วมุ่น แล้วก้มหน้าลงดึงความความสนใจมาที่แก้วเครื่องดื่มของตัวเอง

เมื่อเธอกระดกมันขึ้นดื่ม เธอก็สัมผัสได้ถึงความร้อนแรงของมันที่ไหลลงไปตามลำคอและไปสิ้นสุดที่บริเวณหน้าอก เพียงชั่วพริบตาเดียว ก็ดูเหมือนว่าร่างกายของเธอกำลังถูกแผดเผาทั้งเป็น

แสงไฟระยิบระยับทำให้มุมมืดนี้สว่างไสวขึ้นมา บนเวทีนักร้องเริ่มเปลี่ยนไปทีละคนๆ ซีเซี่ยเย่ไม่รู้ว่าเธอดื่มไปกี่แก้วแล้ว แต่ไม่ว่าจะดื่มสักกี่แก้ว เธอก็ยังรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอยู่เหมือนเดิม

มีเรื่องบางเรื่องที่เธออยากจะลืมมัน แต่เธอก็ไม่สามารถทำมันได้ ไม่เพียงแต่เธอจะลืมพวกเขาไม่ได้แล้วเท่านั้น แต่ในเวลานี้ เธอกลับคิดถึงพวกเขาได้อย่างชัดเจนอย่างไม่อาจควบคุมมันได้

ฮานอี้เฟิงตัดสัมพันธ์ทั้งหมดกับเธอ ซีซินอี้ร้องไห้และขอร้องอ้อนวอนให้เธอให้อภัย ความเกลียดชังของพ่อ ความเฉยเมยของแม่ และความอบอุ่นของทุกคนค่อยๆ จางหายไป...

เธอถามตัวเองมากกว่าพันครั้งว่า เธอจะสามารถไถ่ตัวเองออกมาจากเรื่องราวเหล่านี้ และใช้ชีวิตต่อไปได้รึเปล่า แต่คำตอบของเธอมันยังคงเหมือนเดิม นั่นก็คืออากาศที่หนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ

เธอจะอยู่ต่อไปได้ยังไง เธอจะขับไล่พวกเขาออกไปได้ยังไง?

เธอพยายามทำทุกอย่าง และพยายามเป็นอย่างมาก แต่ไม่ว่าเธอจะทำอะไร เธอก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย เธอไม่สามารถทำให้พ่อกับแม่ของเธอกลับมาคืนดีกันได้ และเธอก็ไม่สามารถบังคับให้ฮานอี้เฟิงกลับมาอยู่เคียงข้างเธอและรักเธอได้

บางทีเขาอาจจะไม่เคยอยู่เคียงข้างซีเซี่ยเย่เลยก็ได้ แล้วอย่างนี้จะบอกให้เขากลับมาได้ยังไง?

ซีเซี่ยเย่ก้มหน้าลงและหัวเราะเยาะตัวเองออกมา สายตาที่พร่ามัวของเธอเลื่อนไปมองของเหลวที่หมุนวนในแก้ว และเธอก็มองมันด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นใบหน้าที่ซีดเผือดของตัวเอง ทันใดนั้นจู่ๆ เธอรู้สึกขมขื่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

ดูเธอสิ ซีเซี่ยเย่...

มองดูสภาพของตัวเองตอนนี้ เธอดูเหมือนกับตัวตลกที่ถูกฝังเอาไว้ในแม่น้ำที่นิ่งสงบ เมื่อไหร่เธอจะเข้าใจสักทีล่ะว่า เมื่อใดก็ตามที่บางสิ่งบางอย่างจากเธอไปแล้ว ต่อให้เธอจะพยายามมากสักแค่ไหน สิ่งนั้นมันก็ไม่มีวันหวนคืนกลับมา

มันไม่เคยกลับมา…

จบบทที่ บทที่ 15 เมาเกินกว่าที่จะดื่มต่อไปได้ (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว