- หน้าแรก
- เมื่ออันธพาลตระกูลกั๋วกงขอรันวงการสุราเซียน
- บทที่ 603 - ท่านอ๋องขอเชิญท่านไปร่วมสนทนาที่จวนอ๋อง
บทที่ 603 - ท่านอ๋องขอเชิญท่านไปร่วมสนทนาที่จวนอ๋อง
บทที่ 603 - ท่านอ๋องขอเชิญท่านไปร่วมสนทนาที่จวนอ๋อง
บทที่ 603 - ท่านอ๋องขอเชิญท่านไปร่วมสนทนาที่จวนอ๋อง
เสิ่นอีสุ่ยรู้สึกไร้เรี่ยวแรงไปหมด แต่เขาก็รู้ว่ายังคงมีความหวังอยู่ริบหรี่ และความหวังที่ว่านี้ก็คือ เขาต้องมีชีวิตอยู่รอดต่อไปให้ได้
"ผู้นำตระกูลเสิ่น ไม่อยากพูดอะไรหน่อยหรือ?"
เสิ่นอีสุ่ยแค่นหัวเราะออกมา "ใต้เท้าหลิน ข้าจะมีอะไรให้พูดอีก ในเมื่อท่านเปิดฉากสังหารหมู่ในคฤหาสน์ตระกูลเสิ่นของข้าเสียขนาดนี้ คนแซ่เสิ่นอย่างข้ายังมีอะไรจะพูดได้อีกงั้นหรือ?"
"แน่นอนสิ ยกตัวอย่างเช่น เงินที่หวังเฉาจากพรรคขนส่งทางน้ำส่งให้ตระกูลเสิ่นของพวกท่านหายไปไหนหมด แล้วยังเรื่องที่ไปร่วมมือวางแผนกับตระกูลซูอีก ทำไมถึงต้องฆ่าเจ้าหน้าที่เกลือด้วย เจ้าหน้าที่เกลือไปล่วงรู้ความลับอะไรของพวกท่านเข้าล่ะ?"
เสิ่นอีสุ่ยเอ่ยเสียงเรียบ "ขออภัยด้วยใต้เท้าหลิน ข้าไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น"
หลินเฉินพยักหน้า "ไม่รู้ก็ไม่เป็นไร ยังไงเสียครั้งนี้ตระกูลเสิ่นของท่านก็คงต้องโดนประหารเจ็ดชั่วโคตรอยู่แล้ว ข้าจำได้ว่าตระกูลเสิ่นของพวกท่านยังมีลูกหลานที่เป็นขุนนางอยู่ในราชสำนักด้วยนี่นา เดี๋ยวข้าจะเอาสาแหรกตระกูลเสิ่นของท่านมาไล่ดู แล้วค่อยๆ สั่งประหารไล่ไปทีละคน ขอแค่ยังอยู่ในเขตแดนของต้าเฟิง ข้าจะจับตัวมาอยู่ตรงหน้าท่านให้หมด แล้วฟันคอให้หัวร่วงกราวเป็นลูกหมุนเลย"
แววตาของเสิ่นอีสุ่ยลุกโชนราวกับมีไฟพ่นออกมา "หลินเฉิน! ท่านช่างอำมหิตนัก!"
"ข้าอำมหิตงั้นหรือ? พวกท่านสร้างแก๊งค้าเกลือเถื่อนขึ้นมา สมรู้ร่วมคิดกับลานผลิตเกลือหลวง รับซื้อในราคาถูกแล้วเอาไปโก่งราคาขายแพงๆ หลบเลี่ยงขั้นตอนทุกอย่าง กอบโกยรายได้จากการขายเกลือเข้ากระเป๋าตัวเองจนหมด เกาะสูบเลือดสูบเนื้อจากระบบการค้าเกลือของมณฑลเจียงหนานจนร่ำรวยมหาศาล ถึงขนาดทำให้ชาวบ้านในเจียงหนานไม่มีปัญญาซื้อเกลือกินด้วยซ้ำ! ที่แนบเนียนไปกว่านั้นก็คือ การที่พวกท่านทำแบบนี้ มันยิ่งกลายเป็นข้ออ้างให้พวกท่านอ้างได้ว่า ปีนี้ค้าขายไม่ได้กำไรอะไรเลย เพราะฉะนั้นก็เลยไม่มีเงินมาจ่ายภาษี ช่างสมบูรณ์แบบเสียนี่กระไร ดูดเลือดจากภาษีเกลือ แถมยังหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีได้อีก จะมีใครหน้าไหนเจ้าเล่ห์แสนกลไปกว่าพวกท่านได้อีก?"
หลังจากหลินเฉินพูดจบ เขาก็หัวเราะเยาะ "ถึงเวลาประหารชีวิตพวกท่านเมื่อไหร่ ข้าจะไปเป็นสักขีพยานดูพวกท่านถูกประหารด้วยตาตัวเองให้ได้เลย จ้าวหู่ จับไอ้สุนัขสารเลวตัวนี้มัดเอาไว้ก่อน จับมันแขวนคอทิ้งไว้สักวันสองวันก่อนค่อยว่ากัน"
"ขอรับ"
ตอนนี้ท้องฟ้าสว่างเต็มที่แล้ว ชาวบ้านในเมืองหูโจวเริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ เพราะบนท้องถนนมีทหารจากค่ายพยัคฆ์ขาวเพิ่มขึ้นมามากมาย พวกเขายืนประจำการเฝ้าอยู่แทบทุกตรอกซอกซอย
หลังจากหลินเฉินยึดทรัพย์ตระกูลเสิ่นเสร็จ เขาก็สั่งให้คนนำยันต์มาปิดผนึก ก่อนจะนำกำลังตรงไปยังตระกูลจู้ต่อ
เมื่อมาถึงตระกูลจู้ กลับกลายเป็นว่าจู้โหยวเฟิงนำคนมายืนรออยู่ก่อนแล้ว
"ใต้เท้าหลิน"
จู้โหยวเฟิงค้อมตัวทำความเคารพ
"ท่านนี่เป็นคนฉลาดจริงๆ จมูกไวใช้ได้เลยนี่"
จู้โหยวเฟิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ใต้เท้าหลิน ตั้งแต่ที่ท่านสั่งให้คนจุดคบเพลิงล้อมจวนตระกูลจู้เอาไว้กลางดึก ข้าก็รู้ตัวแล้วล่ะ"
"ดีมาก ให้คำอธิบายข้ามา เงินหายไปไหนหมด และใครบ้างที่มีส่วนร่วมในการวางแผนครั้งนี้"
"ขออภัยด้วยใต้เท้าหลิน ข้าพูดไม่ได้จริงๆ"
"ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องเกรงใจกันแล้ว จ้าวหู่"
สิ้นเสียงสั่งการ จ้าวหู่ก็นำทหารค่ายพยัคฆ์ขาวบุกตะลุยเข้าไปราวกับฝูงหมาป่า จับกุมตัวคนตระกูลจู้ทุกคน ไม่เว้นแม้แต่บ่าวไพร่ เหมือนกับที่ทำกับสองตระกูลก่อนหน้านี้
ปฏิบัติการยึดทรัพย์ค้นบ้านดำเนินไปอย่างดุเดือดเอิกเกริก ข่าวการถูกล้อมจับของทั้งสามตระกูลใหญ่แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหูโจวอย่างรวดเร็ว
ชาวบ้านต่างก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
"สวรรค์ทรงโปรด ตระกูลเสิ่น ตระกูลจู้ ตระกูลซู พวกเขาถูกล้อมจับหมดเลย ตระกูลซูกับตระกูลเสิ่นถึงกับโดนปิดผนึกบ้านเลยด้วยซ้ำ"
"จะเป็นไปได้ยังไง ในเมืองหูโจวนี้ ยังมีใครกล้าแตะต้องพวกเขารึ?"
"เรื่องจริงนะ เมืองหูโจวจะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินแล้ว มีแต่ทหารเต็มไปหมดเลย"
"เมื่อกี้ข้ากะจะออกไปนอกเมือง แต่ก็โดนด่านตรวจค้นเอาเสียก่อน"
ในตอนนั้นเอง จูเหนิงก็นำกองทหารปิงเป้ยเต้ามาจากนอกเมือง เขาพาทหารค่ายพยัคฆ์ขาวสองสามนายบุกฝ่าเข้ามาในเมืองจนพบหลินเฉิน
"พี่เฉิน ข้าพากองทหารปิงเป้ยเต้าของมณฑลเจียงหนานมาแล้ว อยู่ข้างนอกเมืองนี่เอง จำนวนคนทั้งหมดมีหนึ่งหมื่นห้าพันคน"
หลินเฉินพยักหน้า "ดีมาก จูเหนิง เฉินอิง พวกเจ้าไปสั่งให้นายทหารระดับเซี่ยวเว่ยในค่ายพยัคฆ์ขาวแยกกำลังส่วนหนึ่งไปรวมกับทหารปิงเป้ยเต้า ให้พวกเขานำทีม กระจายกำลังกันออกไป ควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ที่ว่าการอำเภอและเมืองต่างๆ ในมณฑลเจียงหนานเอาไว้ให้หมดในคราวเดียว พวกตระกูลที่มีรายชื่ออยู่ในสมุดบัญชีก็จับตัวมาให้หมดด้วย"
"ขอรับ!"
"จ้าวหู่ ในเมืองหูโจวนี้ยังมีอีกหลายตระกูลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง อย่าปล่อยให้หลุดรอดไปได้แม้แต่คนเดียว จับตัวมาให้หมด"
"ขอรับ"
ทหารค่ายพยัคฆ์ขาวรีบแยกย้ายกันไปปฏิบัติหน้าที่ทันที
ไม่นานนัก ทหารในเมืองหูโจวก็เห็นภาพคนร้องห่มร้องไห้คร่ำครวญอยู่ที่หน้าประตูของบางตระกูล พวกเขาถูกลากตัวออกมาตามพื้น บนร่างยังมีเชือกมัดเอาไว้อยู่เลย
ไม่ใช่แค่ในหูโจวเท่านั้น แต่ที่ซูโจวด้วยเช่นกัน ช่วงสาย ข่าวที่ผู้ว่าการมณฑลซูโจวถูกจับกุมตัวไปโดยตรงก็แพร่กระจายไปทั่วอย่างรวดเร็ว
ณ ห้องๆ หนึ่ง ร่างเงาสายหนึ่งผุดลุกขึ้นยืนทันทีหลังจากได้รับรู้ข่าวนี้
"แย่แล้ว ไอ้ลูกล้างผลาญนั่นลงมือแล้ว!"
เขาขมวดคิ้วแน่น "แต่มันลงมือเร็วขนาดนี้ได้ยังไง ไม่น่าจะเป็นไปได้นี่นา มันน่าจะจนตรอกเดินเข้าสู่หมากตาตายไปแล้วไม่ใช่หรือ หวังเฉาก็ตายไปแล้ว สมุดบัญชีก็หายสาบสูญไปแล้ว มันไม่น่าจะสืบหาร่องรอยอะไรได้อีกสิ มันเกิดเรื่องผิดพลาดตรงไหนกัน?"
เขาคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก ว่าทำไมแผนการที่อยู่ในกำมือทุกอย่างถึงได้พลิกผันกลายเป็นแบบนี้ไปได้ ไอ้ลูกล้างผลาญนั่นทำให้เขาตั้งตัวไม่ติด แถมยังลงมือรวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ ใช้เวลาแค่คืนเดียวก็จับตัวซือถูหยวนไปได้แล้วรึ?
"ไม่ได้การล่ะ ต้องรีบลงมือให้เร็วกว่านี้ ขืนปล่อยเนิ่นนานไปกว่านี้ สถานการณ์คงเกินจะควบคุมแล้ว"
เขารีบสาวเท้าเดินออกจากห้องไป
...
คุกของที่ว่าการอำเภอหูโจว ในตอนนี้มีนักโทษถูกขังเอาไว้จนล้นคุก ไม่ว่าจะเป็นตระกูลเสิ่น ตระกูลซู ตระกูลจู้ รวมถึงตระกูลอื่นๆ ที่มีชื่ออยู่ในสมุดบัญชี ถูกยัดทะนานเข้าไปจนแน่นขนัด บางคุกถึงกับล้นจนขังไม่พอด้วยซ้ำ
ทหารค่ายพยัคฆ์ขาวเริ่มลงมือสอบสวนไปพร้อมๆ กัน พวกเขาอาจจะไม่ค่อยสันทัดเรื่องการสอบสวนนัก แต่เรื่องเฆี่ยนตีใช้แส้กับเครื่องทรมานน่ะ พวกเขาถนัดนักล่ะ รู้แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
หลินเฉินอยู่ในที่ว่าการอำเภอ มองดูเกาฮั่นเหวิน นายอำเภอเมืองหูโจวที่นั่งอยู่ตรงหน้า
"ใต้เท้าเกา สถานการณ์ในตอนนี้ท่านเองก็คงเห็นแล้วกระมัง"
เกาฮั่นเหวินพยักหน้า "ใต้เท้าหลิน ข้าเห็นแล้วขอรับ ท่านเป็นถึงผู้ว่าการมณฑล ท่านต้องการจะทำสิ่งใด ข้ายินดีให้ความร่วมมือเต็มที่"
"ข้าตรวจสอบสมุดบัญชีดูแล้ว พบว่าท่านเป็นคนหายากคนหนึ่งที่ไม่มีชื่อปรากฏอยู่ในสมุดบัญชีเล่มนั้น ข้าไม่รู้ว่าจะเชื่อใจท่านได้หรือไม่ ดังนั้นข้าจึงต้องถามท่านว่า ตระกูลซู ตระกูลเสิ่น ตระกูลจู้ การกระทำของพวกเขานั้น ท่านรู้เห็นเป็นใจด้วยหรือไม่?"
เกาฮั่นเหวินถอนหายใจยาว "ใต้เท้าหลิน ข้าน้อยเพียงแค่รู้สึกตะหงิดๆ ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากลเท่านั้น การบริหารกิจการเกลือนั้นแยกเป็นเอกเทศ อีกทั้งยังมีท่านผู้ว่าการมณฑลระดับสูงคอยดูแลอยู่ ข้าน้อยจะไปล่วงรู้ได้อย่างไร?"
หลินเฉินยิ้มมุมปาก "แต่พรรคขนส่งทางน้ำก็ไม่เคยเอาเงินมาให้ท่านเลยงั้นรึ?"
"ไม่เคยขอรับ แต่ตระกูลซูกับตระกูลเสิ่น พวกเขามักจะชวนข้าน้อยไปกินข้าวอยู่บ่อยๆ จะมอบของกำนัลให้ ข้าน้อยก็ไม่รับ เงินทองก็ไม่เอา เพียงแต่เส้นทางเดินเรือพวกนั้น ข้าน้อยก็ปล่อยให้พวกเขาสัญจรไปมาได้"
"ท่านยกของให้คนอื่นไปแล้ว แน่นอนว่าเขาก็ไม่จำเป็นต้องเอาเงินมาประเคนให้ท่านอีก"
หลินเฉินเอ่ยเสียงเรียบ "ข้าไม่ได้ต้องการให้ท่านทำอะไร ขอแค่ท่านเฝ้าเมืองหูโจวเอาไว้ให้ดี คนที่อยู่ในคุก ห้ามปล่อยไปแม้แต่คนเดียว"
"ขอรับ"
ในขณะนั้นเอง ก็มีทหารเข้ามารายงาน
"ท่านผู้บัญชาการ หงกงกงจากจวนหลางหยาอ๋องมาขอรับ"
"ให้เขาเข้ามา"
ไม่นานนัก หงกงกงที่เคยพบหน้ากันมาก่อนหน้านี้ก็นำคนเดินเข้ามา หลินเฉินที่เดิมทีมีใบหน้าเรียบเฉยก็เปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มขึ้นมาทันที
"อ้าว หงกงกง ลมอะไรหอบท่านมาถึงที่นี่กันล่ะเนี่ย?"
หงกงกงหัวเราะร่วน "ใต้เท้าหลิน ท่านก็เกรงใจไป ข้าน้อยก็แค่มาตามรับสั่งน่ะขอรับ ท่านมาทำเรื่องใหญ่โตถึงเจียงหนานขนาดนี้ เพิ่งจะรู้ตัววันนี้เองว่า มณฑลเจียงหนานกำลังจะถูกท่านปั่นป่วนจนพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเสียแล้ว"
"โธ่เอ๊ย สิ่งที่ข้าทำมันจะนับเป็นอะไรได้ ท่านไม่รู้อะไร มีคนหนึ่งชื่อนาจา คนนั้นน่ะเก่งกาจกว่าข้าตั้งเยอะ"
หงกงกงถามด้วยความสงสัย "ใต้เท้านาจาผู้นี้เก่งกาจถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?"
"เขาไม่เพียงแต่ปั่นป่วนจนสวรรค์แทบแตก แต่ยังบุกอาละวาดทะเลตงไห่ ถลกหนังจับมังกรมาเลาะเส้นเอ็นจนพังทลายไปเลยล่ะสิ แถมยังพังทลายแม้กระทั่งเตาหลอมจักรวาลเทียนหยวนติ่งด้วย ข้าเอามาเทียบกันแล้วก็เป็นแค่น้ำจิ้มไปเลย"
สีหน้าของหงกงกงดูไม่ค่อยดีนัก "ใต้เท้าหลิน ท่านกำลังล้อข้าน้อยเล่นอยู่หรือเปล่า?"
ถึงจะไม่รู้ว่านาจาที่หลินเฉินพูดถึงคือใคร แต่นั่นต้องไม่ใช่คนแน่ๆ
"เปล่าเลยๆ ว่าแต่หงกงกงมาครั้งนี้ มีธุระอันใดหรือ?"
หงกงกงปรับสีหน้าให้เป็นปกติ "ใต้เท้าหลิน ท่านอ๋องขอเชิญท่านไปร่วมสนทนาที่จวนอ๋องขอรับ"
(จบแล้ว)