เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 501 - ข้าก็ยังไว้หน้าเขาบ้างนะ

บทที่ 501 - ข้าก็ยังไว้หน้าเขาบ้างนะ

บทที่ 501 - ข้าก็ยังไว้หน้าเขาบ้างนะ


บทที่ 501 - ข้าก็ยังไว้หน้าเขาบ้างนะ

หลินเฉินหุบพัดพับในมือลง พร้อมกับแย้มยิ้ม "ขอให้พวกเจ้าโชคดี"

จ้าวหู่ที่อยู่ด้านข้างสั่งให้ทหารกองทัพพยัคฆ์ขาวก้าวไปข้างหน้า จากนั้นก็เริ่มแจกจ่ายเหรียญทองแดงให้แก่เด็กๆ

ขงจื่อจี๋และเด็กคนอื่นๆ ยืนเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบ ยื่นมือออกไปรับเหรียญทองแดงสิบเหรียญ

"จำไว้นะ การประลองในครั้งนี้ง่ายมาก ใครกินซาลาเปาได้ก่อน คนนั้นคือที่หนึ่ง คนที่กินซาลาเปาได้เป็นคนที่สอง ก็คือที่สอง ซาลาเปาที่นั่นราคาลูกละสามอีแปะ พวกเจ้าทนหิวไปก่อน หิวมากๆ เข้า เดี๋ยวก็กินได้สามลูกเองแหละ จำที่ข้าบอกได้ไหม?"

ขงจื่อจี๋และเด็กตระกูลขงคนอื่นๆ พยักหน้า "จำได้แล้วขอรับ"

หลินเฉินเดินนำออกไปก่อน ขงหมิงเฟยรีบเดินตามไปติดๆ พลางกล่าวเสียงเครียด "ใต้เท้าหลิน ท่านกำลังทำเรื่องเหลวไหล!"

หลินเฉินหัวเราะร่วน "อ้อ? เหลวไหล? ใต้เท้าขงหมายความว่าอย่างไรหรือ?"

"นี่คือการคัดเลือกเหยี่ยนเซิ่งกง ไม่ใช่การคัดเลือกทหาร ความแข็งแรงของร่างกายไม่ใช่สิ่งสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณา!"

หลินเฉินตอบพร้อมรอยยิ้ม "ใต้เท้าขง แต่ช่างน่าเสียดายที่ข้าเป็นคนตัดสิน ท่านไม่ได้เป็นคนตัดสิน ข้าสั่งให้พวกเขาวิ่ง พวกเขาก็ต้องวิ่ง หากท่านไม่พอใจ ก็ไปฟ้องฝ่าบาทสิ"

"ท่าน!"

ขงหมิงเฟยแทบจะกระอักเลือดตาย!

หลินเฉินพูดต่ออย่างอ้อยอิ่ง "แน่นอน ในเมื่อท่านเป็นคนของตระกูลขง อีกทั้งยังเป็นราชครูประจำองค์รัชทายาท ข้าก็จะไว้หน้าท่านบ้าง เอาเป็นว่า การทดสอบในครั้งนี้ ท่านสามารถติดตามไปดูพร้อมกับข้าได้ จะได้ไม่ต้องมาหาว่าข้าลำเอียงทีหลัง"

ขงหมิงเฟยตอบด้วยสีหน้าเย็นชา "ข้าย่อมต้องไปดูอยู่แล้ว!"

หลินเฉินหันไปถามเฉินอิง "เฉินอิง รถม้าเตรียมพร้อมหรือยัง?"

"วางใจเถอะ เตรียมพร้อมแล้ว"

ไม่ไกลนัก ทหารกองทัพพยัคฆ์ขาวจูงรถม้าออกมา หลินเฉินหันไปพูดกับขงหมิงเฟย "ใต้เท้าขง รอจนเลยยามเที่ยงไปสักครึ่งชั่วยาม แล้วค่อยขึ้นรถม้า การประลองถึงจะเริ่มขึ้น"

ขงหมิงเฟยไม่เข้าใจว่าหลินเฉินกำลังมีแผนการอะไรซ่อนอยู่ จึงตอบเสียงขุ่น "ข้ารู้แล้ว"

ภายในลานกว้าง เด็กๆ แต่ละคนต่างกำเหรียญทองแดงในมือไว้แน่น โดยเฉพาะขงเซวียนที่ผอมแห้ง เมื่อนึกถึงซาลาเปาลูกโตที่หลินเฉินบอก เขาก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย

ส่วนขงจื่อจี๋กำลังทบทวนคำพูดของหลินเฉินอย่างรวดเร็ว

"เขาบอกว่า ต้องวิ่งไปที่ถนนเส้นนั้นก่อน แล้วกินซาลาเปา ใครกินได้ก่อน คนนั้นก็คือที่หนึ่ง ตั้งแต่อันดับสิบเอ็ดเป็นต้นไปต้องถูกคัดออกทั้งหมด งั้นข้าก็แค่ทำให้คนอื่นไม่ได้กินซาลาเปาก็สิ้นเรื่องไม่ใช่หรือ?"

สายตาของขงจื่อจี๋จ้องมองไปที่เหรียญทองแดงในมือของเด็กคนอื่นๆ เด็กที่ถูกจ้องมองถึงกับหวาดกลัวและพูดขึ้นว่า "พี่จื่อจี๋ อย่าแย่งเหรียญของข้าเลยนะ"

ขงจื่อจี๋แค่นเสียงฮึดฮัด เด็กอีกคนจึงพูดขึ้นว่า "ถึงเจ้าจะแย่งไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก"

ขงจื่อจี๋กลอกตาไปมา แล้วหันไปมองขงเซวียน อย่างน้อยก็กำจัดไปได้สักคนก็ยังดี

แต่คราวนี้ ขงเซวียนถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "ถ้าเจ้ากล้าแย่งของข้า ข้าจะร้องให้คนช่วย"

ขงจื่อจี๋จำต้องล้มเลิกความคิดนั้น "ใครจะไปแย่งของพวกเจ้ากันเล่า ไม่ได้ยินหรือไง การประลองครั้งนี้ทดสอบความแข็งแรงของร่างกาย ใครวิ่งไปที่ถนนทางทิศใต้ของตลาดตะวันตก แล้วซื้อซาลาเปากินได้ก่อน คนนั้นก็เป็นผู้ชนะ"

เวลาผ่านไปทีละนาทีทีละวินาที จากยามซื่อไปจนถึงยามอู่ เป็นเวลาหนึ่งชั่วยามพอดี และช่วงเวลานี้ โดยปกติแล้วก็คือเวลาอาหารกลางวัน แต่เงื่อนไขของหลินเฉินคือ ต้องรอไปอีกหนึ่งชั่วยาม หมายความว่า ต้องรอไปอีกสองชั่วโมง

เด็กกลุ่มนี้ยังเล็ก บางคนตอนเช้าก็ไม่ได้กินอะไรเลย เมื่อต้องมาทนหิวแบบนี้ ท้องก็เริ่มร้องจ๊อกๆ ความรู้สึกหิวโหยทำให้พวกเขาอ่อนล้าไปทั้งตัว

"หิวจังเลย"

เด็กคนหนึ่งร้องขึ้น "ข้าจะหิวตายอยู่แล้ว"

ขงจื่อจี๋เองก็หิวเช่นกัน แต่เขากล่าวว่า "บรรพบุรุษของเราเคยกล่าวไว้ว่า สวรรค์จะมอบหมายภาระอันยิ่งใหญ่ให้แก่ผู้ใด ย่อมต้องทดสอบจิตใจให้เหนื่อยล้า และทรมานร่างกายให้ลำบากเสียก่อน ความหิวโหยเป็นเรื่องปกติ มีเพียงในยามหิวโหยเท่านั้น ที่จะสามารถทดสอบความแข็งแรงของร่างกายได้"

ขงเซวียนเพียงแค่เม้มริมฝีปากแน่น โดยไม่พูดอะไรสักคำ

เด็กหลายคนโอดครวญ แต่ก็ไม่มีใครมาแจ้งข่าว พวกเขาจึงทำได้เพียงแค่รอต่อไป

แต่ในแววตาของขงจื่อจี๋กลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ครั้งนี้เขาจะต้องคว้าที่หนึ่งมาให้ได้ เพื่อจะได้เป็นเหยี่ยนเซิ่งกง!

เหยี่ยนเซิ่งกงเชียวนะ! ท่านแม่บอกไว้ว่า หากได้รับตำแหน่งนี้ ต่อไปก็แทบจะเรียกได้ว่าเรียกชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ เสวยสุขกับความร่ำรวยไปตลอดชีวิต อีกทั้งยังสามารถกลับไปเป็นผู้นำตระกูลขงได้อีกด้วย!

"ข้าต้องชนะ! เพื่อให้ชนะ! ข้าพร้อมทำทุกอย่าง!"

ในที่สุดเวลาหนึ่งชั่วยามก็ผ่านไป เด็กๆ เหล่านี้หิวจนแทบจะเป็นลม ประตูไม้เปิดออกเสียงดังเอี๊ยด ทหารกองทัพพยัคฆ์ขาวกล่าวเสียงเรียบ "การประลองเริ่มขึ้นแล้ว พวกเจ้าทุกคนจะมีทหารกองทัพพยัคฆ์ขาวคอยติดตามไปหนึ่งนาย เพื่อบอกทางให้พวกเจ้า จุดหมายคือร้านขายซาลาเปา ใครไปถึงและได้กินซาลาเปาก่อน ถือเป็นที่หนึ่ง"

สิ้นเสียง ขงจื่อจี๋ก็พุ่งตัวออกไปราวกับลูกธนู!

เด็กคนอื่นๆ ที่อยู่ด้านหลังชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบวิ่งตามไป

ขงเซวียนมีรูปร่างผอมบาง เขาทำได้เพียงวิ่งตามอยู่ท้ายขบวน เมื่อเริ่มวิ่ง ความหิวโหยก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น แต่เขาก็ทำได้เพียงกัดฟันวิ่งต่อไป

เด็กกลุ่มนี้วิ่งออกจากลานกว้าง โดยมีทหารกองทัพพยัคฆ์ขาววิ่งตามหลังเด็กแต่ละคนไป เพื่อคอยบอกทาง

ที่ร้านน้ำชาไม่ไกลนัก หลินเฉินจิบชาพลางวางถ้วยชาลง "เริ่มแล้ว ไปกันเถอะ พวกเราไปดูเรื่องสนุกกัน"

ขงหมิงเฟยอดทนเฝ้าดูมาโดยตลอด เขาต้องการจะดูว่า หลินเฉินมีความตั้งใจอะไรกันแน่

"ขึ้นรถ"

พวกหลินเฉินขึ้นรถม้า ขงหมิงเฟยเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวขึ้นรถม้าตามไป

จ้าวหู่เป็นคนขับรถม้า เขาไม่ได้ขับตามเส้นทางของเด็กเหล่านั้น แต่กลับเลือกใช้เส้นทางลัด มุ่งหน้าไปยังเส้นทางที่ต้องผ่านเพื่อไปยังตลาดตะวันตก

ขงหมิงเฟยมองดูทิวทัศน์ภายนอก ก่อนจะปล่อยม่านลงแล้วขมวดคิ้วถาม "ใต้เท้าหลิน ท่านกำลังจะไปไหน?"

จูเหนิงอดไม่ได้ที่จะพูดแทรก "ท่านนี่ปัญหาเยอะจังเลย ให้ท่านตามมาด้วยก็ดีแค่ไหนแล้ว ขืนยังพูดจาเจื้อยแจ้วอีก ข้าจะโยนท่านลงจากรถม้านะ!"

เฉินอิงหัวเราะฮ่าๆ "น้องสาม กับราชครูประจำองค์รัชทายาท ก็ต้องสุภาพหน่อยสิ"

สีหน้าของขงหมิงเฟยดูดีขึ้นมาเล็กน้อย แต่ไม่คิดว่าเฉินอิงจะพูดต่อว่า "ใต้เท้าขง ท่านเงียบหน่อยเถอะ หากท่านยังถามคำถามอีก ข้าจะเชิญท่านลงจากรถม้า"

จูเหนิงไม่เข้าใจ "นี่มันก็ความหมายเดียวกันไม่ใช่หรือ?"

เฉินอิงตอบ "ข้าก็ยังไว้หน้าเขาบ้างนะ"

ขงหมิงเฟยแทบจะกัดฟันจนแหลกละเอียด ทั้งสามคนนี้ ไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย

ส่วนทางด้านเด็กๆ ตระกูลขงทั้งยี่สิบสองคน ก็กำลังวิ่งไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง ตามคำบอกทางของทหารกองทัพพยัคฆ์ขาว

ขงจื่อจี๋วิ่งอย่างสุดกำลัง ทหารที่วิ่งตามหลังร้องบอก "สี่แยกข้างหน้า เลี้ยวขวา"

เมื่อขงจื่อจี๋ถึงสี่แยก เขาก็เลี้ยวขวาทันที ขณะเลี้ยว เขายังหันกลับไปมองแวบหนึ่ง เมื่อเห็นว่าเด็กตระกูลขงคนอื่นๆ ถูกทิ้งห่างออกไปไกล เขาก็มีแรงฮึดวิ่งต่อไปอย่างไม่ลดละ

ชาวบ้านหลายคนที่สัญจรไปมาบนท้องถนนต่างมองด้วยความประประหลาดใจ เด็กตัวกะเปี๊ยกพวกนี้วิ่งเรียงแถวกัน หมายความว่าอย่างไร?

แน่นอนว่า เมื่อเห็นสัญลักษณ์บนตัวทหารกองทัพพยัคฆ์ขาว ทุกคนก็ไม่กล้าเข้าไปสอด

ตอนนี้ในเมืองหลวง มีใครบ้างที่ไม่รู้จักกองทัพพยัคฆ์ขาว?

ถนนกู่จิ่ง

นี่คือถนนเส้นหนึ่งทางฝั่งตะวันออกของตลาดตะวันตก ในเส้นทางการวิ่งครั้งนี้ เด็กทุกคนจะต้องผ่านถนนเส้นนี้ จากนั้นเลี้ยวอีกสองโค้ง จึงจะเข้าสู่ถนนที่เป็นจุดหมายปลายทาง

แน่นอนว่า จุดเด่นที่สุดของถนนเส้นนี้ ประการแรกคือมีอาหารขายมากมาย ประการที่สองคือ วันนี้มีขอทานมานั่งขอทานอยู่ที่นี่เยอะมาก

จบบทที่ บทที่ 501 - ข้าก็ยังไว้หน้าเขาบ้างนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว