- หน้าแรก
- จากศิษย์รับใช้สู่ยอดเซียนไร้พ่าย
- บทที่ 111 - สัญญาหมั้นหมาย
บทที่ 111 - สัญญาหมั้นหมาย
บทที่ 111 - สัญญาหมั้นหมาย
บทที่ 111 - สัญญาหมั้นหมาย
"อ้อๆๆ..." เฮ่อผิงเซิงไม่รู้ว่าเหตุใดเฉียวฮุ่ยจูถึงได้ทำหน้าเช่นนั้น จึงทำได้เพียงพยักหน้ารับ "เช่นนั้นข้าไม่ถามแล้วก็ได้ขอรับ!"
เรื่องแบบนี้ไม่มีประโยชน์อันใดต่อการฝึกบำเพ็ญเพียร ไม่ถามก็แล้วไปเถอะ
"ทีนี้ก็มาถึงปัญหาแล้วล่ะ!"
เฉียวฮุ่ยจูนั่งอยู่บนม้านั่งหิน โน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย ทำให้ใบหน้าของนางขยับเข้าไปใกล้เฮ่อผิงเซิงมากยิ่งขึ้น
จากนั้นนางก็กระซิบเสียงแผ่ว "เจ้าสังหารคู่บำเพ็ญเพียรของข้าไปแล้ว ข้าเลยแต่งงานออกไปไม่ได้น่ะสิ!"
"เจ้าต้องชดใช้ให้ข้าคนหนึ่งนะ รู้ไหม?"
เฮ่อผิงเซิงสะดุ้งโหยงราวกับถูกตัวอะไรกัดหางรีบกระโดดตัวลอยทันที "ข้า... ข้าจะชดใช้ให้ได้อย่างไรเล่า?"
"เขาตายไปแล้ว ข้าจะเอาอะไรมาชดใช้ให้ท่าน?"
"เซียวปู้ฝานมีน้องชายหรือเปล่าล่ะขอรับ?"
ใบหน้าของเฉียวฮุ่ยจูมืดครึ้มลงทันควัน
นางไม่เอ่ยสิ่งใด เอาแต่จ้องมองเฮ่อผิงเซิงเขม็งอยู่นานนับสิบอึดใจ ก่อนจะแค่นเสียงถาม "ศิษย์น้องเฮ่อ ดูๆ ไปเจ้าก็ไม่ได้เหมือนคนโง่นี่นา?"
"ความหมายของข้า เจ้าฟังไม่ออกจริงๆ หรือ?"
ถึงตอนนี้เฮ่อผิงเซิงก็เริ่มตั้งสติได้แล้ว เขามองเฉียวฮุ่ยจูพลางหยั่งเชิงถาม "ความหมายของท่านก็คือ... เอาตัวข้าชดใช้ให้ท่านแทนอย่างนั้นหรือ?"
"พรวด..." เฉียวฮุ่ยจูหัวเราะลั่น "ในที่สุดก็เข้าใจแล้วสินะ?"
ใบหน้าแก่ๆ ของเฮ่อผิงเซิงแดงก่ำไปหมด "เอ่อ... แบบนี้... จะไม่เป็นการไม่ยุติธรรม ต่อศิษย์พี่มากไปหน่อยหรือขอรับ?"
"อย่าพูดเช่นนั้นสิ!" เฉียวฮุ่ยจูกล่าว "แต่ว่านะ การที่พวกเราสองคนจะผูกวาสนาเป็นคู่บำเพ็ญเพียรกัน ก็ไม่ใช่เรื่องที่ราบรื่นนักหรอก!"
"ปรมาจารย์แห่งสำนักเทียนฟูของเราบอกแล้วว่า ท่านเคารพการตัดสินใจของข้า!"
"แต่หากจะผูกวาสนาเป็นคู่บำเพ็ญเพียรกับข้า ท่านมีเงื่อนไขอยู่ข้อหนึ่ง!"
เฮ่อผิงเซิงถาม "เงื่อนไขอะไรหรือขอรับ?"
เฉียวฮุ่ยจูตอบ "ปรมาจารย์บอกว่า รอให้เจ้าฝึกฝนจนถึงขั้นจินตันเมื่อไหร่ พวกเราสองคนถึงจะผูกวาสนาเป็นคู่บำเพ็ญเพียรกันได้อย่างเป็นทางการ!"
"หา?" เฮ่อผิงเซิงอ้าปากค้าง : ขั้นจินตันเนี่ยนะ?
แม้ว่าเขาจะมีของวิเศษที่ฝืนลิขิตฟ้าอย่างอ่างวิเศษอยู่ในครอบครอง แต่ขั้นจินตันสำหรับเขาก็ยังถือว่าเป็นเรื่องที่ห่างไกลเกินไปอยู่ดี
หากอิงตามทฤษฎีของท่านลุงอาจารย์อวี้เสวียน คนที่สามารถสร้างรากฐานได้ในวัยสามสิบปี และก้าวเข้าสู่ขั้นจินตันได้ในวัยร้อยปี ล้วนแต่เป็นสุดยอดอัจฉริยะแห่งยุคทั้งสิ้น
แล้วถ้าข้าอยากจะก้าวเข้าสู่ขั้นจินตัน อย่างน้อยที่สุดข้าก็ต้องใช้เวลาอีกแปดสิบปีเลยงั้นหรือ?
นี่มัน...
"หากเจ้าเองก็ถูกใจข้า!" เฉียวฮุ่ยจูเอ่ย "เช่นนั้นก็ตกลงไปก่อนเถอะ ส่วนเรื่องวันข้างหน้า ค่อยว่ากันอีกที!"
เฮ่อผิงเซิงนั้นหน้าตาธรรมดา ระดับการฝึกตนก็ดาดๆ!
ส่วนเรื่องภูมิหลังครอบครัวยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะไม่มีเลยสักนิด
ก่อนหน้านี้ เฉียวฮุ่ยจูเคยพบเขามาแล้วสามครั้ง แต่นางไม่เคยชายตามองเขาด้วยความชื่นชมเลยแม้แต่น้อย
ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลก ภายในถ้ำในแดนลับแห่งนั้น ภายใต้ฤทธิ์ของยาปลุกกำหนัด นางได้ร่วมหลับนอนกับเฮ่อผิงเซิงที่สลบไศลไปเพราะใช้สัมผัสเทวะจนหมดแรง
เรื่องราวจึงเปลี่ยนไป
ในตอนแรกเฉียวฮุ่ยจูก็คิดจะปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านเลยไป
อย่างไรเสีย เฮ่อผิงเซิงเองก็ไม่รู้เรื่องนี้อยู่แล้ว
แต่เมื่อเวลาผ่านไป เจ้าคนที่หน้าตาธรรมดาและมีระดับพลังดาดๆ ผู้นี้ กลับมีน้ำหนักในใจของนางเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อปีนั้น ตอนที่นางกำลังจะทะลวงจากขั้นรวบรวมลมปราณระดับสิบสองเข้าสู่ขั้นสร้างรากฐาน เฮ่อผิงเซิงเคยกลายเป็นมารในใจของนางอยู่ช่วงหนึ่ง
ดังนั้นในวันนี้ หลังจากผ่านไปสามปี และผ่านการพิจารณาไตร่ตรองมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว เฉียวฮุ่ยจูจึงตัดสินใจเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ท่านอาฟัง และพาท่านอามาที่สำนักไท่ซวีด้วยกัน
มิเช่นนั้น นางคงตั้งใจจะหลบหน้า ไม่มาพบเฮ่อผิงเซิงอีกเลยชั่วชีวิต
"แน่นอนว่า เจ้ายังไม่ต้องรีบให้คำตอบข้าหรอก!" เฉียวฮุ่ยจูกล่าว "ข้ายังต้องอธิบายความเสี่ยงที่แฝงอยู่ในเรื่องนี้ให้เจ้าฟังอย่างละเอียดเสียก่อน!"
"นอกจากเงื่อนไขของปรมาจารย์ของพวกเราแล้ว ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง!"
"นั่นก็คือตระกูลเซียว!"
"ตระกูลเซียวจะต้องยื่นมือเข้ามาขัดขวางแน่!"
เฮ่อผิงเซิงแย้ง "เซียวปู้ฝานก็ตายไปแล้ว พวกเขาจะมาขัดขวางไปเพื่ออะไรอีก?"
เฉียวฮุ่ยจูส่ายหน้า "มันไม่ได้ง่ายดายปานนั้นหรอก เจตนาของตระกูลเซียวก็คือ อยากให้ข้าแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับศิษย์ในตระกูลของพวกเขาอีกคนหนึ่งแทน!"
"คนที่พวกเขาจะให้ข้าแต่งงานด้วยมีชื่อว่าเซียวเสวียน!"
"ข้าไม่ค่อยรู้เรื่องของเซียวเสวียนผู้นี้มากนัก แต่หากข้าปฏิเสธเขาแล้วมาตกลงหมั้นหมายกับเจ้า ข้าเกรงว่าเขาจะมาหาเรื่องเจ้า!"
"ตอนนี้ระดับพลังของเขายังไม่สูงนัก อยู่ที่ขั้นรวบรวมลมปราณระดับสิบ แต่ข้าได้ยินมาว่า เขาคืออัจฉริยะอันดับหนึ่งของตระกูลเซียวในปัจจุบันนี้!"
"ด้วยเหตุผลบางประการ เขาเพิ่งเริ่มฝึกบำเพ็ญเพียรตอนอายุยี่สิบ!"
"ใช้เวลาเพียงแค่สามปี จากคนธรรมดาสามัญ ก็สามารถบรรลุถึงขั้นรวบรวมลมปราณระดับสิบได้แล้ว!"
"เขาอายุยี่สิบสามปีเท่ากับเจ้าเลย!"
ในใจของเฮ่อผิงเซิงรู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันที
สามปี ถึงขั้นรวบรวมลมปราณระดับสิบเนี่ยนะ?
ช่างเป็นสัตว์ประหลาดโดยแท้
"แล้ว... ในช่วงยี่สิบปีก่อนหน้านั้น ทำไมเขาถึงไม่ได้ฝึกบำเพ็ญเพียรล่ะขอรับ?" เฮ่อผิงเซิงเอ่ยถามต่ออีกประโยค
เฉียวฮุ่ยจูอธิบาย "ได้ยินมาว่า ก่อนหน้านี้ใครๆ ก็คิดว่าเขาเป็นเพียงคนธรรมดาที่ไร้รากวิญญาณ แต่ภายหลังถึงได้พบว่าเขาไม่ได้ไร้รากวิญญาณหรอก แต่มีรากวิญญาณที่หาได้ยากยิ่ง ซึ่งเรียกว่า รากวิญญาณว่างเปล่า ต่างหาก!"
"รากวิญญาณว่างเปล่า?" เฮ่อผิงเซิงทวนคำ "มันคือรากวิญญาณอะไรหรือขอรับ?"
เฉียวฮุ่ยจูตอบ "ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นสำคัญคือ เจ้ากลัวหรือไม่?"
"หากเจ้ากลัว ก็ถือเสียว่าข้าไม่ได้พูดอะไรก็แล้วกัน!"
"แต่หากเจ้าไม่กลัว พวกเราสองคนก็จะทำสัญญาหมั้นหมายกัน!"
การที่เฉียวฮุ่ยจูมาที่นี่ในวันนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่านางจะต้องทำสัญญาหมั้นหมายกับเฮ่อผิงเซิงให้จงได้
จุดประสงค์ของนางมีสองข้อ
ข้อแรก คือการทำสัญญาหมั้นหมายกับเฮ่อผิงเซิง เพื่อให้ทั้งสองคนได้ผูกวาสนาเป็นคู่บำเพ็ญเพียรกัน แล้วมารในใจของนางก็จะสลายไป
ข้อที่สอง คือการให้เฮ่อผิงเซิงปฏิเสธนางด้วยปากของเขาเอง ซึ่งวิธีนี้ก็สามารถตัดมารในใจของนางได้เช่นกัน
ทางไหนก็ได้ทั้งนั้น!
แม้ว่าผลลัพธ์ในข้อที่สอง จะทำให้นางรู้สึกเศร้าเสียใจและยากที่จะยอมรับได้ก็ตาม
"ศิษย์น้องเฮ่อ เจ้า... ตกลงหรือไม่?" เฉียวฮุ่ยจูมองเขาด้วยสีหน้าจริงจัง ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความคาดหวัง
เฮ่อผิงเซิงพยักหน้าพลางเอ่ย "ตอนที่ข้าได้พบศิษย์พี่เป็นครั้งแรก ข้าก็ตะลึงจนคิดว่าเป็นเทพธิดาจำแลงมา ตอนนั้นข้ายังคิดอยู่เลยว่า ที่ศิษย์พู่งดงามถึงเพียงนี้ เป็นเพราะอานุภาพของยันต์แปลงโฉมหรือเปล่า!"
"พอได้พบศิษย์พี่เป็นครั้งที่สอง ข้าก็เริ่มคิดแล้วว่า หากชาตินี้ได้ผูกวาสนาเป็นคู่บำเพ็ญเพียรกับหญิงสาวเช่นท่าน ก็ถือว่าข้าโชคดีถึงสามชาติภพแล้ว!"
"ข้าสูญเสียบิดามารดาไปตั้งแต่ยังเป็นเด็กสิบกว่าขวบ กลายเป็นเด็กกำพร้า แต่ศิษย์พี่เฉียวกลับไม่รังเกียจที่ข้ามีชาติกำเนิดต่ำต้อย ไม่รังเกียจที่หน้าตาข้าขี้ริ้วขี้เหร่ และไม่รังเกียจที่ระดับพลังการฝึกตนของข้าแสนจะธรรมดา!"
"แล้วข้าจะมีสิทธิ์อะไรไปปฏิเสธศิษย์พี่เล่าขอรับ?"
"ดังนั้น การได้เป็นคู่บำเพ็ญเพียรกับศิษย์พี่ ถือเป็นสิ่งที่ข้าปรารถนาอย่างยิ่ง!"
ในช่วงเวลาเพียงชั่วพริบตา เฮ่อผิงเซิงครุ่นคิดเรื่องต่างๆ มากมาย
เขาเคยคิดด้วยซ้ำว่า อีกฝ่ายกำลังวางแผนหลอกใช้ตนอยู่หรือไม่
ต้องยอมรับว่ามีโอกาสเป็นไปได้
แต่ถึงเป็นไปได้แล้วจะอย่างไรล่ะ?
หากเป็นการหลอกใช้จริงๆ ต่อให้เจ้าปฏิเสธไป คนอื่นเขาก็หาทางหลอกใช้ไม่ได้อย่างนั้นหรือ?
หากไม่หลอกใช้ผ่านสัญญาหมั้นหมาย ก็ยังสามารถหลอกใช้ด้วยวิธีอื่นได้อีกตั้งเยอะแยะ
ดังนั้น ในตอนที่พิจารณาเรื่องการหมั้นหมายนี้ ก็สามารถตัดประเด็นเรื่องการถูกหลอกใช้ออกไปได้เลย
เพียงแต่ในวันข้างหน้า คงต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นก็เท่านั้น
อีกอย่าง ว่าที่คู่บำเพ็ญเพียรที่มาเสนอตัวให้ถึงที่ ก็เป็นสตรีที่ตนหมายปองอยู่พอดี หากปฏิเสธไป จะไม่ถือเป็นการขัดต่อลิขิตสวรรค์หรอกหรือ? จะไม่ถือเป็นการขัดแย้งกับวิถีเต๋าในใจของตนเองหรอกหรือ?
ส่วนเรื่องตระกูลเซียว หรือเซียวเสวียนอะไรนั่นน่ะหรือ?
ยิ่งไม่ต้องเอามาใส่ใจให้รกสมองเลย
แค่ทำเป็นไม่สนใจก็สิ้นเรื่อง!
เมื่อได้ยินคำตอบของเฮ่อผิงเซิง เฉียวฮุ่ยจูก็แย้มยิ้มออกมา
สำหรับนางแล้ว นี่คือผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด
ในเมื่อเฮ่อผิงเซิงตกลงแล้ว เรื่องต่อไปก็ง่ายดายยิ่งนัก!
อวี้หนิงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะคัดค้าน!
ยิ่งไปกว่านั้น เพราะเรื่องของเฮ่อผิงเซิง ปรมาจารย์ฉงหยางผู้เก็บตัวไม่ยอมออกไปไหนมาเป็นเวลานาน ถึงกับยอมก้าวออกมาจากลานบำเพ็ญเพียรของตน เพื่อเป็นประธานในพิธีหมั้นหมายให้แก่เฮ่อผิงเซิงด้วยตัวเอง
(จบแล้ว)