เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 มาสร้างเรื่องที่โรงเรียน (2)

บทที่ 11 มาสร้างเรื่องที่โรงเรียน (2)

บทที่ 11 มาสร้างเรื่องที่โรงเรียน (2)


ผู้หญิงที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับชวีกุ้ยเซียงกลอกตามองบน จากนั้นจึงเอ่ยถาม “เกิดอะไรขึ้นเหรอ? ชวีกุ้ยเซียงไม่ให้พวกเธอกินข้าวเหรอ?”

จัวเซ่าพยักหน้า “ในครัวไม่มีข้าวเลยครับ...”

“เธอกับน้องสาวเข้ามากินข้าวที่บ้านป้าเถอะ เดี๋ยวป้าจะให้ลุงทำผัดมาม่าให้พวกเธอ” หญิงคนนี้เอ่ยและตะโกนเข้าไปในห้อง “เหลาจ้าว คุณลุกขึ้นมาผัดมาม่าสักสองห่อ...สามห่อให้หน่อย!”

หลังจากนี้อีกสิบกว่าปี สิ่งนี้ถึงจะถูกเรียกว่าอาหารขยะ ไม่มีใครเอาของแบบนี้ให้เด็กกิน แต่ในเวลานี้ ผู้คนในมณฑลฟูหยางต่างคิดว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนั้นเป็นของดี

ในตอนเช้ายังมีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปต้มขายอยู่ตามท้องถนนอีกด้วย

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชามละหนึ่งหยวน ถ้าใส่ไส้กรอกแฮมลงไปจะชามละหนึ่งหยวนห้าเหมา เด็กหลายคนชอบกินสิ่งนี้ในตอนเช้า

หลังจากที่เธอร้องเรียกสามีให้ทำผัดมาม่าให้ เธอก็มองมายังจัวเซ่าและเอ่ยถาม “ป้าสะใภ้เธอล่ะ? ป้าจะไปคุยกับเธอสักหน่อย!”

“ผมก็ไม่รู้ว่าป้าอยู่ที่บ้านไหม...” จัวเซ่าเอ่ยและพาคนคนนี้ขึ้นไปที่ชั้นบน

จัวเซ่าใช้กุญแจไขเปิดประตูเข้าไป หญิงสาวก็รีบเดินเข้าไป กวาดตามองไปรอบ ๆ

ในครัวไม่มีอะไรเลยสักอย่าง ไม่เพียงไม่มีข้าวเท่านั้น แม้แต่น้ำมัน เกลือ ซอสปรุงรส และน้ำส้มสายชูก็ถูกเก็บไปจนเรียบ

“ชวีกุ้ยเซียงไม่ได้ทำอาหารเช้าให้พวกเธอเหรอ?” หญิงคนนั้นเอ่ยถาม

จัวเซ่าส่ายศีรษะ “ก่อนหน้านี้ป้าทำผักดองกับโจ๊กไว้ครับ แต่เมื่อวาน...ผมกลัวว่าน้องสาวจะหิว เลยเอาให้เธอกินไปแล้วครับ”

“ชวีกุ้ยเซียง ชวีกุ้ยเซียง! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน? นี่เธอไม่แม้แต่จะให้ข้าวเด็กสองคนนี้กินเลยเหรอ!” หญิงสาวมองไปยังจัวเซ่าด้วยความสงสาร หลังจากได้ยินเรื่องเหล่านี้เธอก็เดินไปยังประตูห้องของชวีกุ้ยเซียง เปิดประตูห้องอย่างแรงจนได้ยินไปทั้งชั้นบนชั้นล่าง

ในเวลานี้จัวหรงหมิงออกไปดื่มเหล้าแล้ว แต่ชวีกุ้ยเซียงยังคงอยู่ในห้อง...

เรื่องราวที่เกิดขึ้นต่อจากนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับจัวเซ่าแล้ว

เมื่อจัวเซ่าและจัวถิงกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแล้ว เขาก็ไปส่งจัวถิงที่โรงเรียน ส่วนหนังสือชุดเรื่องราวห้าพันปี เขายืนยันที่จะให้คุณป้าเก็บเอาไว้

เมื่อจัวเซ่ายืนกรานเช่นนั้น ป้าที่เถียงกับชวีกุ้ยเซียงอยู่ก็อดที่จะชื่นชมในตัวจัวเซ่าไม่ได้

วันนี้ที่โรงเรียนมัธยมต้นเป่ยเหมินก็ไม่ต่างจากเมื่อก่อน

ตอนเวลาประมาณสิบโมงเช้า มีผู้ปกครองคนหนึ่งมาที่ประตูโรงเรียน บอกว่ามีเรื่องเร่งด่วนต้องมาหาลูก หลังจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่อยู่ในป้อมยามถามชื่อและชั้นเรียนของลูกผู้ปกครองคนนั้นแล้ว ก็อนุญาตให้เข้าไปได้เหมือนอย่างเคย

หลังจากนั้นไม่นาน คนคนนั้นก็มาถึงห้องปี 3 ห้อง 2 และในเวลานี้จัวเซ่าก็กำลังเรียนคาบเรียนที่สามของช่วงเช้า

คาบนี้เป็นคาบวิชาภาษาอังกฤษ

การพูดภาษาอังกฤษของจัวเซ่าดีมาก ไม่มีปัญหาเรื่องการอ่านหรือการเข้าใจความหมาย แต่ยังต้องใส่ใจในเรื่องของไวยากรณ์...และเมื่อชวีกุ้ยเซียงมาปรากฏตัวอยู่ที่หน้าต่าง จัวเซ่าก็กำลังอ่านสรุปและอ่านเรื่องไวยากรณ์ที่เรียนไปในคาบที่แล้ว

เขากำลังอ่านหนังสืออย่างใจจดใจจ่อ และทันใดนั้นเองก็ได้ยินเสียงตะโกนดังลั่นขึ้นมา “จัวเซ่า แก ไอ้เด็กสารเลว! ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!”

ในห้องเรียนเริ่มเกิดความโกลาหล นักเรียนที่เดิมกำลังทบทวนบทเรียนของคาบก่อนมองไปยังผู้หญิงคนนั้น จากนั้นก็มองไปยังจัวเซ่า

จัวเซ่ามักจะอยู่คนเดียวตลอดเวลา แต่เพื่อนร่วมห้องก็ไม่ได้เกลียดเขา เด็กในวัยนี้ต่างก็ชื่นชมคนที่มีผลการเรียนดี แต่จู่ ๆ กลับมีคนมาด่าสาปแช่งจัวเซ่า ทำให้ทุกคนได้แต่อ้าปากค้างและมองไปยังจัวเซ่าด้วยความสงสัย

“ไอ้เด็กสารเลว ไอ้หมาป่าตาขาว ฉันเลี้ยงแกมาตั้งนาน แกไม่รู้จักขอบคุณก็แล้วไปเถอะ แกยังกล้ามาทุบตีพี่ชายแก แล้วยังจะขโมยของอีก!” ชวีกุ้ยเซียงรีบพุ่งเข้าไปในห้องเรียนและเอ่ยกับอาจารย์ที่ยืนอยู่บนโพเดียม “อาจารย์ คุณต้องสั่งสอนจัวเซ่าให้ดี ๆ สิ!”

อาจารย์สอนภาษาอังกฤษเป็นหญิงสาวอายุยี่สิบกว่าปีที่เพิ่งเรียนจบได้ไม่นาน ตอนนี้เธอสับสนเล็กน้อย แต่ชวีกุ้ยเซียงกลับร้องไห้และเอ่ยตอบ “จัวเซ่า ไอ้เด็กสารเลวนี่ไม่มีพ่อแม่ ฉันเลี้ยงเขาด้วยความหวังดี แต่มันกลับมาขโมยของของฉัน!”

คนอื่น ๆ ในห้องต่างตกตะลึง จัวเซ่ามองไปยังชวีกุ้ยเซียงและถอนหายใจด้วยความโล่งอก

มาแล้ว

สิ่งที่ทำให้ชีวิตของเขาพลิกผันอย่างกะทันหันในชีวิตก่อนได้เกิดขึ้นแล้ว

ชวีกุ้ยเซียงเป็นคนมีพรสวรรค์จริง ๆ โดยปกติคงมีเพียงไม่กี่คนที่จะไร้ยางอายได้เท่าเธอ การกระทำเช่นนี้ของเธอเป็นประโยชน์กับเขามากจริง ๆ

ในชีวิตก่อนเธอพบว่าการก่อเรื่องที่โรงเรียนทำให้จัวเซ่าไม่สามารถมาเรียนหนังสือได้ เธอประสบความสำเร็จในสิ่งที่ทำมากจริง ๆ

ครั้งนี้เธอมาก่อเรื่องที่โรงเรียน อยากจะไล่จัวเซ่าออกจากบ้าน และเธอก็จะประสบความสำเร็จอีกเช่นกัน

แต่ถึงอย่างนั้นจัวเซ่าจะไม่จากไปมือเปล่า ต้องได้อะไรติดไม้ติดมือไปด้วยสักหน่อย…

เสียงของชวีกุ้ยเซียงดังเกินไปแล้ว ทั้งร้องไห้ทั้งโวยวาย อาจารย์สอนภาษาอังกฤษกังวลเล็กน้อย วิ่งไปหมายจะห้ามเธอเอาไว้ แต่กลับทำอะไรไม่ได้เลย และในเวลานี้ อาจารย์ห้องข้าง ๆ ก็เดินมาดู มีนักเรียนสองสามคนตามมาด้วย

ทุกคนต่างก็ได้ยินสิ่งที่ชวีกุ้ยเซียงว่ากล่าวจัวเซ่า

“ฉันทำอาหาร ซักผ้าให้แก แต่แกกลับมาขโมยเงินฉัน จัวเซ่า แก ไอ้เด็กสารเลว!”

“พี่ชายมาเพื่อตักเตือนแก แกกลับทุบตีเขา ตอนนี้เขายังนอนพักฟื้นอยู่เลย!”

“แก ไอ้สารเลว ไอ้ตัวซวย…”

……

โรงเรียนมัธยมต้นเป่ยเหมินขอเพียงมีทะเบียนบ้านอยู่ในอำเภอก็สามารถเข้าเรียนได้ แต่ในเวลานี้คนที่มีทะเบียนบ้านอยู่ในอำเภอล้วนพื้นฐานครอบครัวไม่เลวนัก ไม่ค่อยได้ยินภาษาหยาบคายเช่นนี้

พวกเขาต่างดูมึนงงเล็กน้อย และมองไปที่จัวเซ่าอย่างไม่อยากจะเชื่อนัก

จัวเซ่า...ทำเรื่องพวกนี้จริง ๆ อย่างนั้นเหรอ?

จบบทที่ บทที่ 11 มาสร้างเรื่องที่โรงเรียน (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว