เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 มาสร้างเรื่องที่โรงเรียน (1)

บทที่ 11 มาสร้างเรื่องที่โรงเรียน (1)

บทที่ 11 มาสร้างเรื่องที่โรงเรียน (1)


บนโต๊ะว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลย และชวีกุ้ยเซียงก็นั่งอยู่ข้าง ๆ มองไปยังจัวเซ่าด้วยความลำพองใจ

เมื่อก่อนเวลาที่จัวเซ่าและจัวถิงไม่เชื่อฟัง ชวีกุ้ยเซียงก็จะชอบลงโทษด้วยการให้พวกเขาอดอาหาร ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าเธอต้องการจะใช้วิธีนี้อีกครั้ง

จัวเซ่าหันไปยิ้มให้ชวีกุ้ยเซียง

เมื่อชวีกุ้ยเซียงเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของจัวเซ่าก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง จากนั้นก็มองไปยังจัวเซ่าด้วยความระแวดระวัง “แกจะทำอะไร ?”

“รู้ไหมว่าเมื่อเช้าผมเอาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาได้ยังไง?” จัวเซ่าเอ่ยถาม

ไม่ใช่ว่าฉันลืมปิดประตูตู้เองอย่างนั้นเหรอ? ชวีกุ้ยเซียงมองไปยังจัวเซ่าด้วยความงุนงง จากนั้นเธอก็เห็นจัวเซ่าเดินเข้าไปในครัว ไม่รู้ว่าเขาจะทำบ้าอะไร แต่ต่อมาจัวเซ่าก็ปลดล็อคกุญแจที่ล็อคตู้ออกมาแขวนไว้ที่ประตูตู้

ชวีกุ้ยเซียงมองไปยังจัวเซ่าด้วยความตกตะลึง “แกสะเดาะกุญแจได้?!”

“ใช่แล้ว ผมสะเดาะกุญแจได้” จัวเซ่าเอ่ย “ป้าไม่ทำอาหาร คิดว่าผมจะทำเองไม่ได้หรือไง?”

จัวเซ่าพูดพลางหยิบผักดองกับอาหารจานเนื้อออกมาจากตู้

ชวีกุ้ยเซียงรีบร้อนอยากจะเอาเรื่องนี้ออกไปโพนทะนาจะแย่ แต่กลับโดนจัวเซ่าร้องทักขึ้นมา “ป้าสะใภ้อยากจะเอาเรื่องที่ผมสะเดาะกุญแจแล้วขโมยของออกจากตู้ไปเล่าให้คนอื่นฟังงั้นเหรอ?”

“ก่อนจะไปป้าควรจะคิดให้ดีก่อนนะว่าจะมีใครเชื่อเรื่องนี้หรือเปล่าน่ะ”

เมื่อได้ยินสิ่งที่จัวเซ่าพูด ฝีเท้าของชวีกุ้ยเซียงก็ชะงักทันที เวลานี้จัวเซ่าก็เอ่ยเสริมอีกประโยค “อีกอย่างป้าอยากจะไปพูดว่าผมขโมยอะไรไปล่ะ? ขโมยผักดองไปกินงั้นเหรอ? ให้คนอื่นได้รู้ว่าแม้แต่ผักดองป้าก็ยังไม่ให้ผมกิน ป้าไม่รู้สึกขายหน้าบ้างหรือไง จัวเจียเป่าคงรู้สึกขายหน้าแย่!”

ชวีกุ้ยเซียงในตอนนี้แทบทนไม่ไหวอยากเอาเล็บไปข่วนหน้าจัวเซ่าเสียให้ได้

แต่จัวเซ่ากลับยังรู้สึกไม่พอใจ ยังคงเอ่ยยั่วโมโหชวีกุ้ยเซียง “จากนี้ไปป้าก็ปฏิบัติกับผมดี ๆ ให้กินให้ดื่มของที่ดีที่สุด ไม่อย่างนั้นผมก็จะไปหาคณะกรรมการในพื้นที่ ไปหาอาจารย์ ไปแจ้งความ ยังมีพวกเพื่อน ๆ ของจัวเจียเป่าอีก ผมก็จะไปบอกกับพวกเขาว่าแม่ของจัวเจียเป่าไม่ให้ข้าวผมกินสักชาม”

“ไอ้เด็กสารเลว แกรอก่อนเถอะ!” ชวีกุ้ยเซียงมองไปยังจัวเซ่าด้วยความเกรี้ยวกราด

แต่จัวเซ่ากลับมองเธอด้วยความสงบนิ่ง

ครั้งนี้จัวเซ่าไม่ได้ยุ่งกับมีด แต่ชวีกุ้ยเซียงกลับรู้สึกหวาดกลัวมากกว่าตอนที่เขาจับมีดเสียอีก

ตั้งแต่ต้นชวีกุ้ยเซียงก็ไม่ได้อยากเลี้ยงจัวเซ่าและจัวถิง

สองคนนี้ไม่มีญาติคนอื่นอีกเหรอ? ทำไมต้องให้พวกเขาเลี้ยงด้วยล่ะ?

สำหรับเงินที่พ่อแม่ของจัวเซ่าเหลือทิ้งไว้...เงินเหล่านั้นเป็นเงินของตระกูลจัวเก่า แน่นอนว่าต้องมอบให้กับลูกชายของเธอ ลูกชายของเธอซึ่งเป็นลูกชายคนโตและหลานคนโตของตระกูลจัว

เมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้ ชวีกุ้ยเซียงก็หวังว่าเธอจะได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้ เรื่องอื่นก็ให้คนอื่นทำไป

แต่เพราะจัวหรงหมิงอยากจะได้หน้า เขารับเอามรดกของพ่อแม่จัวเซ่ามา คงพูดว่าจะไม่เลี้ยงจัวเซ่าและจัวถิงไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงต้องพาเด็กทั้งสองกลับบ้าน

คนก็พามาแล้ว ชวีกุ้ยเซียงก็ทำได้เพียงต้องยอมรับ จากนั้นก็ทิ้งจัวเซ่าและจัวถิงไปซะ

ในตอนแรกแผนของชวีกุ้ยเซียงคือให้จัวเซ่าเรียนจนจบมัธยมต้น และให้เขาออกไปทำงานในโรงงานที่มีอาหารและที่พักให้ จัวถิงสามารถอยู่ได้อีกสองสามปี ถึงตอนนั้นยังเรียกสินสอดทองหมั้นได้อีก

อำเภอของพวกเขาไม่ใส่ใจเรื่องสินสอด แต่สามารถให้จัวถิงไปแต่งงานในชนบทได้ไม่ใช่เหรอ?

ถึงเด็กนี่จะพิการแต่ก็หน้าตาดี ความพิการเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนั้นไม่ได้มีผลอะไรกับการใช้ชีวิด และหลาย ๆ คนก็ไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้ด้วยซ้ำ

เธอคิดว่านี่เป็นเรื่องดีมากจริง ๆ ทว่าเมื่อผ่านไปเพียงปีเดียว จัวเซ่าก็เริ่มไม่เชื่อฟัง

ถ้ายังปล่อยให้จัวเซ่าอยู่ที่บ้านต่อไป ก็ไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรอีกบ้าง เขาขโมยของจากในบ้านของเธอจริง ๆ อย่างนั้นเหรอ?

ไม่สิ มันไม่ใช่แค่การขโมยของ...เห็นที่เขาใช้มีดในวันนั้นแล้ว เขาอาจจะทุบตีหรือฆ่าพวกเขาได้เลยด้วยซ้ำ!

ยิ่งชวีกุ้ยเซียงคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มากเท่าไร เธอก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจมากขึ้นเท่านั้น และเธอก็ยิ่งเกลียดจัวเซ่ามากขึ้นเช่นกัน

จัวเซ่ากลับไม่ได้ใส่ใจเรื่องพวกนี้ เขาพาจัวถิงมาทานอาหารด้วยกัน

ในชีวิตก่อนจัวเซ่ากับชวีกุ้ยเซียงทะเลาะกัน หลังจากนั้นหนึ่งเดือนชวีกุ้ยเซียงก็ไปโวยวายหาเรื่องเขา

ในเวลานั้นชวีกุ้ยเซียงพูดออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจว่าจะไม่ให้จัวเซ่าเรียนต่อมัธยมปลาย เขาโกรธมากจนทะเลาะกับชวีกุ้ยเซียงอย่างหนักและขอเงินจากเธอ จากนั้นสองวัน ชวีกุ้ยเซียงก็ไปที่โรงเรียนและใส่ร้ายว่าเขาขโมยเงินไป...

ครั้งนี้เรื่องนี้จะเกิดขึ้นอีกครั้งไหมนะ?

จัวเซ่าคิดใคร่ครวญเกี่ยวกับเรื่องนี้และหัวเราะออกมาเบา ๆ

วันรุ่งขึ้นจัวเซ่าตื่นขึ้นมาในตอนเช้า พบว่าในห้องครัวไม่มีข้าวอยู่เลยแม้แต่น้อย ส่วนห้องนอนของชวีกุ้ยเซียงและจัวหรงหมิงกลับปิดประตูแน่น

ที่จริงแล้วจัวเซ่าก็ไม่ค่อยจะเข้าใจชวีกุ้ยเซียงนัก

หากเขาเป็นชวีกุ้ยเซียง คงจะเลี้ยงตนและจัวถิงดี ๆ เป็นแน่...ส่วนจัวเจียเป่าเป็นพวกไม่เป็นโล้เป็นพาย ถ้าชวีกุ้ยเซียงดีต่อเขากับจัวถิง ในอนาคตเมื่อพวกเขาประสบความสำเร็จแล้วก็สามารถดึงจัวเจียเป่าขึ้นมาได้เช่นกัน

ส่วนเรื่องค่าใช้จ่าย...ก็มีเงินช่วยเหลือนักเรียนยากจนและเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาไม่ใช่เหรอ? เขากับจัวถิงนั้นไม่ได้รู้เรื่องเงินของพ่อแม่เลยแม้แต่น้อย แม้ว่าชวีกุ้ยเซียงจะได้รับเงินไปมากมาย พวกเขาก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ดี

แต่ชวีกุ้ยเซียงกลับมาคิดเล็กคิดน้อยเรื่องอาหารการกิน

วันนี้จัวเซ่าไม่ได้ทำเสียงดังในบ้าน ไม่ได้พยายามที่จะเปิดเข้าไปในห้องนอน เขาเพียงเดินลงไปที่ห้องชั้นล่างและเคาะประตูห้องที่อยู่ชั้นล่าง

เมื่อวานที่มีเรื่องเอะอะโวยวายในตอนกลางวัน เขาสังเกตเห็นคนที่ไม่ค่อยจะลงรอยกับชวีกุ้ยเซียงนักอาศัยอยู่ที่นี่

ด้วยนิสัยของชวีกุ้ยเซียง การจะมีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีนักกับเพื่อนบ้านชั้นล่าง...เป็นเรื่องปกติมาก

ผู้อยู่อาศัยในอาคารนี้ ในแต่ละชั้นจะเป็นแบบสองห้องที่ประตูอยู่ตรงข้ามกัน บ้านที่อยู่ตรงข้ามห้องจัวหรงหมิงได้ย้ายออกไปนานแล้ว

“จัวเซ่าเองเหรอ...มีเรื่องอะไรล่ะ?” จัวเซ่าเคาะเพียงสองสามครั้งก็มีคนจากบ้านชั้นล่างเปิดประตูออกมา มองมายังจัวเซ่าด้วยความสงสัย

“คุณป้าครับ นี่เป็นหนังสือที่พ่อแม่ของผมซื้อให้ก่อนที่พวกท่านจะเสีย ผมขอแลกหนังสือเล่มนี้กับของกินหน่อยได้ไหมครับ?” จัวเซ่าได้มอบชุดหนังสือเรื่องราวห้าพันปีให้กับเธอ

หนังสือชุดนี้ประกอบไปด้วยหนังสือสองสามเล่ม ราคารวมประมาณห้าสิบหยวน เพียงพอที่จะแลกอาหารนิดหน่อย เพียงแต่...เด็กคนนี้อยากจะแลกหนังสือกับอาหารจริง ๆ น่ะเหรอ?

จบบทที่ บทที่ 11 มาสร้างเรื่องที่โรงเรียน (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว