เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 - เริ่มต้นฝึกฝน

บทที่ 10 - เริ่มต้นฝึกฝน

บทที่ 10 - เริ่มต้นฝึกฝน


บทที่ 10 - เริ่มต้นฝึกฝน

การสั่งสมประสบการณ์ วิชาท่าร่างเดิมจะไม่สูญหายไป แต่การกลืนกินประสบการณ์ วิชาเดิมจะสูญหายไปในทันที ไม่สามารถนำมาฝึกฝนใหม่ได้ และต่อให้ฝืนฝึกฝนไปก็ไม่มีทางสำเร็จ

ทว่าคุณสมบัติเด่นของวิชาเดิม จะถูก 《เคล็ดวิชาโคปีศาจ》 ดูดซับไปจนหมดสิ้น

โชคดีที่การกลืนกินนี้ไม่ใช่การกลืนกินแบบสุ่มสี่สุ่มห้า แต่เป็นการกลืนกินแบบเจาะจง หรือก็คือเขาสามารถเลือกได้ว่าจะให้มันกลืนกินวิชาใด มิเช่นนั้นหลิงเซียวก็คงไม่กล้าฝึกมันแน่

สองยอดวิชาปาฏิหาริย์ ล้วนเป็นยอดวิชาที่สามารถพัฒนาได้ และหากฝึกฝนไปจนถึงระดับสูงสุด ก็สามารถสั่นสะเทือนฟ้าดินได้อย่างแน่นอน

ดังนั้นเขาต้องฝึกฝนอย่างแน่นอน เพียงแต่วิธีการนั้นค่อนข้างแปลกประหลาดสักหน่อย ทำให้หลิงเซียวต้องเริ่มฝึกฝนวิชาอื่นไปก่อน

นับว่ายังโชคดีที่เขามีวิญญาณยุทธ์ขุนเขาธารา สามารถจำลองวิทยายุทธ์ได้ และเขาก็แอบขโมยวิทยายุทธ์มาจากหอตำราของตระกูลหลิงมาไม่น้อยเลยทีเดียว

ตอนนี้เขาก็แค่เลือกมาฝึกสักสองสามวิชาก่อน

เมื่อมองดูคัมภีร์วิทยายุทธ์มากมายในหอตำราของภาพวาดขุนเขาธารา หลิงเซียวก็ถึงกับกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงด้วยความตื่นเต้นดีใจ

เมืองเทียนเฟิงที่พวกเขาอาศัยอยู่ เป็นส่วนหนึ่งของแคว้นเป่ยฮั่น ตามราคาตลาด คัมภีร์วิชาระดับพื้นฐานหนึ่งเล่ม สามารถขายได้ถึงสิบตำลึงเงิน คัมภีร์วิชาระดับต่ำหนึ่งเล่ม ขายได้หนึ่งพันตำลึงเงิน ส่วนคัมภีร์วิชาระดับกลางหนึ่งเล่ม มีราคาสูงถึงหนึ่งแสนตำลึงเงินเลยทีเดียว

แล้วทำไมคนยากจนอย่างหลิงเซียว ถึงไม่มีปัญญาซื้อแม้แต่วิชาระดับพื้นฐานล่ะ?

ก็เพราะว่าชั่วชีวิตนี้ เขาก็ไม่มีปัญญาเก็บเงินได้ถึงสิบตำลึงเงินน่ะสิ

ทำดีไม่ได้ดี หลิงเซียวจึงเตรียมจะนำคัมภีร์วิชาระดับพื้นฐานบางเล่มไปขาย อย่างน้อยก็ต้องหาเงินมารักษาซี่โครงของท่านปู่ให้หายดีเสียก่อน

ในเมื่อตระกูลหลิงไร้ความเมตตา ก็อย่าหาว่าเขาไร้คุณธรรมก็แล้วกัน

หนึ่งปีที่เขาอาศัยอยู่ในตระกูลหลิง ไม่ใช่ว่าจะได้กินอยู่ฟรีๆ เสียหน่อย ปกติเขาก็ต้องฝึกยุทธ์ และยังต้องทำงานแลกข้าวอีกต่างหาก แต่กลับไม่ได้เงินเลยแม้แต่อีแปะเดียว ได้เพียงแค่เสบียงอาหารประทังชีวิตเท่านั้น

แถมยังกินไม่อิ่มอีกต่างหาก

สำหรับตระกูลหลิงแบบนี้ เขาไม่มีความเคารพหลงเหลืออยู่อีกต่อไปแล้ว

ดังนั้นการลักลอบนำคัมภีร์วิทยายุทธ์ไปขาย จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

แน่นอนว่าเพื่อความปลอดภัย เขาตั้งใจจะเริ่มขายคัมภีร์วิชาระดับพื้นฐานก่อน เพราะคัมภีร์วิชาระดับพื้นฐานมีอยู่เกลื่อนกลาด ไม่ได้มีแค่ตระกูลหลิงที่มี โอกาสที่จะถูกจับได้จึงมีน้อยมาก

เมื่อคิดได้เช่นนี้ เขาก็รีบออกจากบ้านมุ่งหน้าไปยังโรงประมูลของเมืองเทียนเฟิงทันที

โดยทั่วไปแล้ว คัมภีร์วิชาระดับพื้นฐานเพียงแค่นำไปฝากขายไว้ที่โรงประมูลก็พอ หากขายได้ ทางโรงประมูลก็จะโอนเงินเข้าบัญชีร้านแลกเงินให้โดยตรง

ไม่จำเป็นต้องไปนั่งเฝ้าอยู่ทุกวัน

ดังนั้น หลังจากที่หลิงเซียวฝากขายคัมภีร์วิชาระดับพื้นฐานสิบเล่มไว้ที่โรงประมูลเสร็จ เขาก็รีบกลับมาที่ตระกูลหลิงทันที แม้การรักษาอาการบาดเจ็บของท่านปู่จะสำคัญมาก

แต่การยกระดับความแข็งแกร่งก็สำคัญไม่แพ้กัน

หากความแข็งแกร่งไม่เพียงพอ เหตุการณ์ที่ท่านปู่ถูกทำร้ายก็จะต้องเกิดขึ้นซ้ำรอยอย่างแน่นอน

เมื่อกลับมาถึงห้อง หลิงเซียวก็เริ่มลงมือคัดเลือกคัมภีร์วิทยายุทธ์กว่าเก้าพันเล่ม

แม้จะรู้ดีว่าจับปลาสองมืออาจจะไม่ได้อะไรเลย แต่วิทยายุทธ์นั้นมีความพิเศษอยู่ วิทยายุทธ์หลายแขนงสามารถเกื้อหนุนซึ่งกันและกันได้ ไม่เพียงแต่จะไม่ขัดแข้งขัดขากันเองเท่านั้น ทว่ากลับช่วยเร่งความเร็วในการฝึกฝนให้รวดเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย

ดังนั้นเขาจึงต้องเลือกวิทยายุทธ์หลายๆ แขนงมาฝึกฝนควบคู่กันไป

ยิ่งไปกว่านั้น การจะยกระดับ 《ท่าร่างเหินเมฆา》 และหาเหยื่อมาป้อน 《เคล็ดวิชาโคปีศาจ》 ให้จุใจ ก็จำเป็นจะต้องฝึกฝนวิทยายุทธ์ให้มากขึ้นไม่ใช่หรือ

ด้วยคำแนะนำจากภาพวาดขุนเขาธารา เวลาที่ใช้ในการคัดเลือกจึงสั้นลงอย่างมาก หากให้เขาเลือกเอง คงต้องใช้เวลาเป็นวันเป็นคืนกว่าจะเลือกเสร็จ

ทว่าภายใต้คำแนะนำของภาพวาดขุนเขาธารา เขาใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อ ก็สามารถเลือกวิทยายุทธ์ออกมาได้ถึงห้าแขนง

อาจกล่าวได้ว่ามันคือชุดวิทยายุทธ์ขนาดย่อมเลยทีเดียว ภาพวาดขุนเขาธาราถึงขนาดตั้งชื่อชุดวิทยายุทธ์นี้ว่า "จิตวิญญาณแห่งหมัด"

การฝึกฝนวิทยายุทธ์ทั้งห้าแขนงนี้ไปพร้อมกัน จะช่วยเพิ่มความเร็วในการฝึกฝนได้ถึงหนึ่งถึงสามส่วน และยังเพิ่มความเร็วในการสั่งสมลมปราณแท้ได้อีกหนึ่งถึงสามส่วนเช่นกัน

เมื่อใช้กระบวนท่าเพลงหมัด อานุภาพก็จะเพิ่มขึ้นถึงหนึ่งหรือสองเท่าตัว!

วิทยายุทธ์ทั้งห้าแขนงในชุด "จิตวิญญาณแห่งหมัด" ประกอบไปด้วย 《ท่าร่างพยัคฆ์ลงเขา》, 《หมัดดาวตก》, 《เคล็ดระเบิดปราณ》, 《เคล็ดวิชาสุริยันชาด》, และ 《เคล็ดฟื้นฟูปราณ》

ความจริงแล้ว หากวิเคราะห์อย่างละเอียดก็จะพบว่า วิทยายุทธ์ทั้งห้าแขนงนี้ ล้วนมี 《หมัดดาวตก》 เป็นแกนหลัก ส่วนอีกสี่แขนงที่เหลือ ล้วนเป็นวิชาเสริมทั้งสิ้น

วิชาท่าร่างระดับกลาง 《ท่าร่างพยัคฆ์ลงเขา》 เป็นวิชาท่าร่างที่แข็งแกร่งและดุดัน หลังจากใช้ออกไป ทุกครั้งที่พุ่งทะยานไปข้างหน้า พละกำลังจะเพิ่มขึ้น กลิ่นอายจะแข็งแกร่งขึ้น และความเร็วก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ราวกับพยัคฆ์ร้ายที่กำลังพุ่งลงจากยอดเขา!

แน่นอนว่าวิชาท่าร่างระดับกลางนี้ สุดท้ายแล้วก็ต้องถูกนำไปเป็นฐานให้กับ 《ท่าร่างเหินเมฆา》 อยู่ดี

เคล็ดวิชาลมปราณระดับกลาง 《เคล็ดวิชาสุริยันชาด》 เป็นวิชาที่ช่วยเพิ่มพูนลมปราณแท้ จุดสำคัญคือเมื่อใช้ออกพร้อมกับกระบวนท่า จะช่วยเพิ่มความร้อนแรงแผดเผาดุจเปลวเพลิง ซึ่งจะช่วยยกระดับอานุภาพของเพลงหมัดได้อีกด้วย

เคล็ดวิชาลับระดับกลาง 《เคล็ดฟื้นฟูปราณ》 และ 《เคล็ดระเบิดปราณ》 วิชาหนึ่งคือเคล็ดลับในการฟื้นฟูลมปราณแท้ ส่วนอีกวิชาหนึ่งคือเคล็ดลับในการระเบิดลมปราณแท้ออกมาในพริบตา

วิชาหลังสามารถทำให้ 《หมัดดาวตก》 ปลดปล่อยอานุภาพสูงสุดออกมาได้ในชั่วพริบตา ทว่าข้อเสียคือมันจะผลาญลมปราณแท้ไปเป็นจำนวนมาก

และวิชาแรกอย่าง 《เคล็ดฟื้นฟูปราณ》 ก็สามารถอุดช่องโหว่นี้ได้อย่างยอดเยี่ยม

นี่คือเหตุผลว่าทำไมหลิงเซียวจึงเลือกวิทยายุทธ์ทั้งห้าแขนงนี้

ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมถึงเลือก 《หมัดดาวตก》 เป็นวิชาเพลงหมัดหลักน่ะหรือ เหตุผลก็ง่ายนิดเดียว เพราะเพลงหมัดชุดนี้ เป็นวิชาที่มีอานุภาพรุนแรงที่สุดในบรรดาวิชาระดับกลาง และหลิงเซียวก็ชื่นชอบรูปแบบการต่อสู้ที่ดุดันเปิดเผยแบบนี้ด้วย

อานุภาพของมัน แทบจะไม่ด้อยไปกว่าวิทยายุทธ์ระดับสูงบางวิชาเลยด้วยซ้ำ แน่นอนว่าข้อเสียของมันก็เหมือนกับ 《เคล็ดระเบิดปราณ》 คือผลาญลมปราณแท้มาก ดังนั้นผู้ฝึกยุทธ์ในช่วงตื่นรู้ทั่วไป จึงมักจะไม่ค่อยเลือกฝึกฝนมันนัก

แต่หลิงเซียวไม่เหมือนคนทั่วไปนี่นา

เขาไม่เพียงแต่มีวิญญาณยุทธ์ขุนเขาธาราที่ทำให้มีลมปราณแท้หนาแน่นกว่าผู้ฝึกยุทธ์ในระดับเดียวกันเท่านั้น แต่เขายังจงใจเลือก 《เคล็ดฟื้นฟูปราณ》 มาเพื่ออุดช่องโหว่นี้โดยเฉพาะอีกด้วย

สำหรับผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นๆ ต่อให้เป็นอัจฉริยะแค่ไหน การฝึกฝนวิทยายุทธ์สามแขนงไปพร้อมๆ กัน ก็ถือว่าฝืนธรรมชาติมากพอแล้ว ทว่าเขากลับสามารถอาศัยการวิเคราะห์และการจำลองของวิญญาณยุทธ์ขุนเขาธารามาช่วยได้

ทำให้เขาสามารถฝึกฝนวิทยายุทธ์ทั้งห้าแขนงไปพร้อมกันได้อย่างสบายๆ

แถมยังเป็นวิทยายุทธ์ห้าแขนงที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกันอีกด้วย

นี่แหละคือความได้เปรียบ!

นับตั้งแต่นี้ไป เขาหลิงเซียวจะไม่ใช่ไอ้ลูกขอทานที่ใครๆ ก็มารังแกได้อีกต่อไปแล้ว เส้นทางการเป็นผู้ฝึกยุทธ์ของเขา จะต้องราบรื่นโรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างแน่นอน

หลังจากคัดเลือกชุดวิทยายุทธ์ "จิตวิญญาณแห่งหมัด" เสร็จเรียบร้อยแล้ว หลิงเซียวก็เริ่มต้นฝึกฝนทันที

แน่นอนว่า แม้จะบอกว่าฝึกฝนไปพร้อมๆ กัน แต่เขาก็เป็นแค่คนคนเดียว ย่อมต้องฝึกไปทีละขั้นตอนตามลำดับ เพียงแต่ความเร็วในการฝึกฝนวิทยายุทธ์แต่ละแขนงของเขานั้น รวดเร็วกว่าคนอื่นมากก็เท่านั้นเอง

วิชาแรกที่เขาเลือกฝึกฝนก็คือ 《เคล็ดวิชาสุริยันชาด》

เหตุผลง่ายๆ เลยก็คือ 《เคล็ดวิชาสุริยันชาด》 สามารถเพิ่มพูนลมปราณแท้ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกายได้

สิ่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นต่อวิชาท่าร่างหรือวิชาต่อสู้แขนงอื่นก็ตาม เพราะรากฐานสำคัญของผู้ฝึกยุทธ์ก็คือลมปราณแท้

แม้แต่การแบ่งระดับของผู้ฝึกยุทธ์ แท้จริงแล้วก็แบ่งตามระดับของลมปราณแท้ในแต่ละช่วงด้วยเช่นกัน

หลิงเซียวหลับตาลง แล้วเริ่มฝึกฝนตามเนื้อหาของ 《เคล็ดวิชาสุริยันชาด》

ลมปราณแท้โคจรไปตามเส้นชีพจรภายในร่างกาย สิ่งที่ทำให้เขาตื่นเต้นก็คือ เมื่อใดก็ตามที่เกิดอาการติดขัด หรือพบเจอปัญหา วิญญาณยุทธ์ขุนเขาธาราก็จะทำงานด้วยตัวมันเอง และเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาให้ทันที พร้อมกับชี้แนะเส้นทางการโคจรลมปราณแท้ที่ถูกต้องให้

ด้วยวิธีนี้ หลิงเซียวจึงแทบไม่มีโอกาสธาตุไฟแตกซ่านเลย แถมการฝึกฝนวิทยายุทธ์ก็ยังไม่มีสิ่งที่เรียกว่าคอขวดมากีดขวางอีกด้วย

สำหรับคนอื่น การทะลวงคอขวดในการฝึกยุทธ์นั้นยากเย็นแสนเข็ญ อาจต้องใช้เวลาหลายเดือน หรือเป็นปีๆ แต่สำหรับเขาแล้ว อุปสรรคที่เรียกว่าคอขวดนั้นไม่มีอยู่จริงเลย

ทุกอย่างล้วนเปิดโล่ง ราบรื่นไร้อุปสรรค

เดิมทีพรสวรรค์ของเขาก็ไม่ได้แย่อยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้โดดเด่นถึงขั้นอัจฉริยะเหนือคนแบบนี้

ทั้งหมดนี้ ล้วนมาจากพลังพิเศษของวิญญาณยุทธ์ขุนเขาธาราทั้งสิ้น

สิ่งนี้ทำให้หลิงเซียวยิ่งให้ความสำคัญ และสนใจในตัววิญญาณยุทธ์ขุนเขาธารามากขึ้นไปอีก

แค่ชื่อก็รู้แล้วว่าวิญญาณยุทธ์นั้นลี้ลับเพียงใด และวิญญาณยุทธ์ขุนเขาธารา ก็เห็นได้ชัดว่าลึกลับกว่าวิญญาณยุทธ์ทั่วไปมากนัก มันจะมีความมหัศจรรย์มากเพียงใดกันนะ

หลิงเซียวร้อนรนอยากจะรู้คำตอบเหลือเกิน

ทว่าหากอยากรู้ความลับนี้ ระดับพลังของเขาในตอนนี้ก็ยังไม่เพียงพออยู่ดี

และการฝึกฝน ก็คือกุญแจสำคัญที่จะไขความลับของภาพวาดขุนเขาธาราออกมา

เพราะในขณะที่เขาฝึกฝน 《เคล็ดวิชาสุริยันชาด》 อยู่นั้น เขาก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าภาพวาดขุนเขาธารากำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงที่น่าอัศจรรย์บางอย่างขึ้น

แน่นอนว่า เมฆหมอกที่จางหายไปทีละน้อยนั้น คือสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด

ในตอนนี้ หมู่บ้านเล็กๆ ในภาพวาดขุนเขาธารา ก็มีสถานที่เพิ่มขึ้นมาอีกแห่งหนึ่งแล้ว

มันคือแท่นบูชา และสิ่งที่อยู่ในแท่นบูชานั้นไม่ใช่รูปปั้นเทพเจ้า แต่กลับเป็นเปลวเพลิงกองหนึ่ง!

เปลวเพลิงที่สุกสว่างเจิดจรัส!

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 10 - เริ่มต้นฝึกฝน

คัดลอกลิงก์แล้ว