- หน้าแรก
- ดราก้อนบอล วิวัฒนาการไร้ขีดจำกัด พลังของข้าเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุกปี
- บทที่ 22 - ประลองฝีมือ (พลังการต่อสู้ 180)
บทที่ 22 - ประลองฝีมือ (พลังการต่อสู้ 180)
บทที่ 22 - ประลองฝีมือ (พลังการต่อสู้ 180)
บทที่ 22 - ประลองฝีมือ (พลังการต่อสู้ 180)
"น้องชาย เชิญ"
เจียงหนานไม่พูดพร่ำทำเพลง ถึงแม้พลังการต่อสู้ของเขาจะใกล้เคียงกับเผยหู่ แต่ถ้าพูดถึงประสบการณ์ในการต่อสู้จริงแล้วเขาต้องด้อยกว่าเผยหู่มากแน่ๆ ดังนั้นเขาจึงไม่ลังเล พุ่งตัวเข้าไปเปิดฉากโจมตีเผยหู่ทันที
ถังเฟยรู้สึกแค่ว่าภาพตรงหน้าพร่ามัว เจียงหนานก็เข้าไปประชิดตัวเผยหู่แล้ว เจียงหนานเหวี่ยงหมัดชกเข้าที่หน้าอกของเผยหู่ เผยหู่เพียงแค่เบี่ยงตัวหลบการโจมตีของเจียงหนานไปได้
เจียงหนานดึงหมัดกลับ แล้วเตะกวาดไปที่น่องของเผยหู่ เผยหู่ไม่ลนลาน ยกขาขึ้นใช้เข่ารับการโจมตีของเจียงหนานไว้
การโจมตีหลายครั้งของเจียงหนานถูกเผยหู่ปัดป้องได้อย่างง่ายดาย และเผยหู่ก็ตั้งใจจะหยั่งเชิงฝีมือของเจียงหนาน จึงไม่ได้เป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อน
จู่ๆ เจียงหนานก็หยุดชะงัก ประสานมือคารวะแล้วพูดว่า
"พี่เผยมีฝีมือล้ำลึกสุดหยั่งคาดจริงๆ ขอพี่เผยอย่าได้ออมมือ ต่อจากนี้ผมก็จะเอาจริงเหมือนกันครับ"
เผยหู่หัวเราะ
"ดี น้องชายบุกเข้ามาได้เต็มที่เลย"
เจียงหนานเกร็งตัวแน่น พุ่งเข้าหาเผยหู่อีกครั้งราวกับเสือชีตาห์ ปล่อยหมัดพุ่งเข้าใส่เผยหู่ราวกับห่าฝน ถังเฟยที่อยู่ข้างล่างเวทีมองตามการเคลื่อนไหวของเขาไม่ทันแล้ว
เมื่อเห็นความเร็วของเจียงหนานเพิ่มขึ้นอย่างมาก เผยหู่ก็ไม่กล้าประมาท คอยปัดป้องการโจมตีของเจียงหนานอย่างระมัดระวัง
ท้ายที่สุดแล้วเจียงหนานก็ไม่เคยฝึกศิลปะการต่อสู้มาอย่างเป็นทางการ เขาไม่มีกระบวนท่าที่พลิกแพลง จะบอกว่าต่อยมั่วซั่วก็ไม่ผิดนัก ไม่นานเผยหู่ก็จับทางของเจียงหนานได้ หลังจากรับหมัดทั้งสองข้างของเจียงหนานไว้ได้ เขาก็ใช้ข้อศอกกระแทกกลับอย่างแรง จนเจียงหนานกระเด็นถอยหลังไปทันที
เจียงหนานลูบหน้าอกที่เจ็บแปลบ สมองของเขากำลังประมวลผลอย่างรวดเร็ว ทบทวนการเคลื่อนไหวของพวกเขาทั้งสองคนเมื่อครู่นี้
เจียงหนานพบว่าถึงแม้การโจมตีของเขาจะรวดเร็ว แต่เจตนาในการโจมตีก็ชัดเจนเกินไป เผยหู่จึงสามารถคาดเดาการเคลื่อนไหวของเขาได้ล่วงหน้าเสมอ เมื่อคิดตกแล้วเจียงหนานก็พุ่งตัวเข้าไปอีกครั้ง
คราวนี้ตาเผยหู่ต้องตกใจบ้างแล้ว เจียงหนานไม่โจมตีตามรูปแบบเดิมอีก ทั้งหมัดและเท้าเริ่มเฉียบขาดขึ้นเรื่อยๆ เขาเริ่มรู้สึกกดดันในการตั้งรับมากขึ้น
หลังจากปัดป้องเจียงหนานออกไปได้อีกครั้ง เผยหู่ก็ตะโกนเสียงดัง
"น้องเจียงหนาน ระวังตัวด้วย"
เจียงหนานรู้ว่าเผยหู่กำลังจะเอาจริงแล้ว จึงตั้งสมาธิเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ สองคนที่ยืนดูอยู่ข้างสนามก็อ้าปากค้างกับการประลองอันยอดเยี่ยมนี้ไปนานแล้ว
"ฝ่ามือหิมะโปรยปราย"
พร้อมกับเสียงตะโกน ฝ่ามือทั้งสองข้างของเผยหู่ก็พุ่งเข้าใส่เจียงหนานราวกับพายุหิมะ เจียงหนานรีบยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาป้องกันฝ่ามือของเผยหู่อย่างตื่นตระหนก ฝ่ามือที่ฟาดลงบนแขนทำให้เขารู้สึกแสบร้อน และทำให้การป้องกันของเขาเริ่มหละหลวมลงเรื่อยๆ
ปัง ปัง ปัง
เมื่อต้านทานไม่ไหว เผยหู่ก็ฟาดฝ่ามือเข้าที่หน้าอกและหน้าท้องของเจียงหนานติดต่อกันสามครั้ง เจียงหนานลอยละลิ่วกระเด็นไปล้มลงบนพื้น แล้วไถลไปข้างหลังอีกหลายเมตรถึงจะหยุดลงได้
"น้องชาย พี่ล่วงเกินแล้ว"
เผยหู่เดินเข้ามายิ้มแย้มแล้วพยุงเจียงหนานขึ้น เจียงหนานประสานมือคารวะ
"พี่เผยมีพลังวัตรล้ำลึก เจียงหนานขอคารวะ คารวะจริงๆ ครับ"
"สู้พวกคนหนุ่มไม่ได้หรอกนะ"
เผยหู่ถ่อมตัว
"เพลงหมัดก็ต้องพึ่งพาความหนุ่มแน่น พี่ก็แค่อาศัยประสบการณ์ที่มากกว่าเอาชนะน้องชายไปได้แค่ไม่กี่กระบวนท่า อีกหน่อยพี่คงไม่ใช่คู่น้องชายแล้วล่ะ"
อย่าเห็นว่าภายนอกเผยหู่ดูสงบนิ่ง ในใจเขาก็รู้สึกทึ่งมากเช่นกัน ในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่นาทีที่ประลองกัน ระดับการต่อสู้ของเจียงหนานพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนสามารถบีบให้เขาต้องงัดท่าไม้ตายออกมาใช้ได้ แสดงให้เห็นว่าเจียงหนานมีพรสวรรค์ในการต่อสู้สูงมากจริงๆ
สมแล้ว คนที่ได้เป็นศิษย์ของปรมาจารย์มูเท็นล้วนเป็นสัตว์ประหลาดกันทุกคน
เจียงหนานบอกว่า
"การได้ประลองกับพี่เผยทำให้ผมได้รับประโยชน์มากมาย วันนี้ถือว่าได้รู้ซึ้งแล้วว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมีคน"
หลังจากทั้งสองคนพูดคุยกันตามมารยาทอีกพักหนึ่ง เจียงหนานก็ขอตัวกลับ
"จากตรงนี้กลับไปก็ไม่ไกลแล้ว ไม่ต้องรบกวนหรอกครับ พอดีผมจะได้เดินยืดเส้นยืดสายไปด้วยเลย"
เจียงหนานปฏิเสธน้ำใจของพวกเผยหู่ที่จะเดินไปส่ง แล้วเดินออกจากโรงฝึกวิชาไปเพียงลำพัง
"พ่อ เจียงหนานคนนี้เป็นยังไงบ้างครับ"
หลังจากเจียงหนานเดินจากไปแล้ว เผยเจิ้งก็ถามพ่อของเขา
เผยหู่ถึงเพิ่งจะนวดแขนตัวเองราวกับยกภูเขาออกจากอก พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
"เด็กคนนี้อนาคตไกลไร้ขีดจำกัด อาเจิ้ง แกต้องผูกมิตรกับเจียงหนานให้ดีนะ พ่อดูแล้วเขายังอ่อนต่อโลก เรื่องมารยาททางสังคมคงไม่ต้องให้พ่อพูดซ้ำหรอกนะ"
"ผมเข้าใจครับ"
เผยเจิ้งพยักหน้าอย่างจริงจัง
ถังเฟยพูดแทรกขึ้นมา
"เอ่อ คุณลุงครับ วันนี้ผมเห็นลุงเรียกเจียงหนานเป็นน้องชาย แล้วต่อไปผมกับพี่เจิ้งต้องเรียกเขาว่าคุณอาหนานไหมครับ"
เผยหู่ถึงกับพูดไม่ออก พ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างแรง
"พวกแกก็เรียกในส่วนของพวกแกไปสิ อาเฟยเอ๊ย ต่อไปแกก็เลิกทำตัวเสเพลได้แล้ว ตั้งใจเรียนรู้จากพี่เจิ้งให้ดี เข้าใจไหม"
เมื่อเห็นเผยหู่เริ่มบ่นสั่งสอน ถังเฟยก็หาข้ออ้างแล้วรีบวิ่งหนีไปทันที
เป็นไปตามที่เจียงหนานคาดการณ์ไว้ การประลองครั้งนี้ทำให้พลังการต่อสู้ของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตอนนี้พุ่งไปถึงแปดสิบห้าแล้ว แต่เจียงหนานรู้ดีว่าตัวเลขไม่ได้สะท้อนถึงพลังที่แท้จริงทั้งหมด เหมือนอย่างเมื่อกี้ พอเผยหู่งัดท่าไม้ตายฝ่ามือหิมะโปรยปรายออกมา เจียงหนานก็ตั้งรับไม่ทันเลย
จะทำตัวหยิ่งผยองไม่ได้เด็ดขาด ต้องมุ่งมั่นฝึกฝนต่อไป
วันเวลาหลังจากนั้น เจียงหนานยังคงมุ่งมั่นกับการฝึกแบกน้ำหนักและฝึกปฏิกิริยาตอบสนองต่อไป แต่สิ่งที่ไม่ค่อยน่าพอใจคือ หลังจากพลังการต่อสู้ถึงเก้าสิบ เขาก็สัมผัสได้ถึงช่วงคอขวด ไม่ว่าจะเพิ่มการฝึกฝนอย่างไรก็ไม่สามารถทะลุขีดจำกัดไปได้อีก
เมื่อถึงจุดอิ่มตัว เจียงหนานก็เลิกเพิ่มปริมาณการฝึก หันมารักษาระดับความพอดีไว้ เพื่อรอคอยการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในครั้งต่อไป
ช่วงเวลานี้เผยเจิ้งแวะมาเยี่ยมเยียนที่บ้านอยู่หลายครั้ง พอเห็นว่าที่พักของเจียงหนานคับแคบ เผยเจิ้งก็เสนอจะยกบ้านหลังใหญ่ให้ เจียงหนานจะไปยอมรับของฟรีได้ยังไง เขาจึงปฏิเสธไปอย่างเด็ดขาด
เผยเจิ้งก็ไม่ได้ตื๊อ วันข้างหน้ายังอีกยาวไกล การเอาผลประโยชน์มาฟาดหัวคนอย่างรีบร้อนมีแต่จะทำให้คนเขาสงสัยในเจตนา ค่อยๆ ผูกมิตรซื้อใจกันไปดีกว่า
ถังเฟยก็มักจะมาหาเจียงหนานบ่อยๆ นานวันเข้าเจียงหนานก็พบว่าถังเฟยไม่เหมือนเผยเจิ้ง หมอนี่มันเป็นคนซื่อบื้อ อายุสามสิบกว่าแล้วแต่วันๆ เอาแต่ทำเรื่องที่พวกวัยรุ่นเขาทำกัน
นี่ไง พอลูกน้องรักษาแผลจนหายดีแล้ว ถังเฟยก็กลับมาดูแลแก๊งมังกรบินของเขาอีกครั้ง เพียงแต่ไม่ไปหาเรื่องรังแกพวกพ่อค้าแม่ค้าทั่วไปแล้วก็เท่านั้น
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวก็เข้าสู่เดือนกันยายนแล้ว
บ่ายวันนั้น เจียงหนานกะเวลาว่าน่าจะใกล้ถึงเวลาแล้ว เขานั่งขัดสมาธิบนเตียงเพื่อรอคอย
"ติ๊ง"
"ระยะเวลาห่างจากการเพิ่มพลังการต่อสู้เป็นสองเท่าครั้งล่าสุดครบ 1 ปีแล้ว ระบบกำลังเริ่มเพิ่มพลังการต่อสู้เป็นสองเท่า"
พลังสายหนึ่งก่อตัวขึ้นจากความว่างเปล่าภายในร่างกายของเจียงหนาน ทำให้เขารู้สึกว่ากล้ามเนื้อกำลังพองขยาย
"เพิ่มพลังการต่อสู้เป็นสองเท่าเสร็จสมบูรณ์"
พร้อมกับเสียงของระบบที่เหมือนกับเสียงของเหวยจวิ้นไม่มีผิดเพี้ยน พลังการต่อสู้ของเจียงหนานก็ทะยานไปถึง 180
เสร็จแล้วเหรอเนี่ย
เจียงหนานกำหมัดแน่น เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าพละกำลังของเขาเพิ่มขึ้นมาก เขาชกหมัดออกไปในอากาศ หมัดที่รวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาดแหวกอากาศจนเกิดเสียงดังสนั่น
เมื่อพลังการต่อสู้เพิ่มขึ้น เจียงหนานก็สัมผัสได้ลางๆ ว่าพลังในร่างกายของเขาเหมือนจะมีรูปร่าง เมื่อเขาลองจับความรู้สึกดูอย่างละเอียด ก็สัมผัสได้ว่าพลังสายนี้กำลังวิ่งพล่านอยู่ในร่างกาย
หรือว่านี่ก็คือพลังชี่ในตำนาน
เจียงหนานลองรวบรวมพลังในร่างกายไปไว้ที่ปลายนิ้ว แล้วชี้ไปข้างหน้าอย่างแรง พลังงานที่ส่องแสงสีเงินก็พุ่งทะลุร่างออกไป ชนเข้ากับกำแพงอย่างจังจนเกิดเป็นหลุมเล็กๆ บนกำแพง
โชคดีที่เจียงหนานแค่ลองทดสอบดูเบาๆ ไม่อย่างนั้นคงเจาะกำแพงทะลุไปแล้ว
นี่มันคลื่นพลังดดงปาในตำนานชัดๆ