เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 - ระบบพลังการต่อสู้ดราก้อนบอล

บทที่ 1 - ระบบพลังการต่อสู้ดราก้อนบอล

บทที่ 1 - ระบบพลังการต่อสู้ดราก้อนบอล


บทที่ 1 - ระบบพลังการต่อสู้ดราก้อนบอล

พายุพัดโหมกระหน่ำ หอบเอาเม็ดฝนขนาดใหญ่สาดกระแทกกระจกหน้าต่างจนเกิดเสียงดังเปาะแปะ ตอนนี้เข้าสู่ช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงแล้ว แต่กลับยังมีพายุไต้ฝุ่นพัดถล่มมหานคร พนักงานบริษัทต่างพากันตอกบัตรเลิกงานแล้วรีบเผ่นกลับบ้านกันหมด แผนกเทคนิคทั้งชั้นจึงเหลือเพียงเจียงหนานแค่คนเดียว

ไม่ใช่ว่าเจียงหนานรักงานอะไรนักหนา เขาเองก็อยากรีบวิ่งกลับบ้านก่อนที่ลมจะแรงไปกว่านี้เหมือนกัน โทษฐานเดียวคือเขามือดันบอน ก่อนเลิกงานดันติดนิสัยกดเข้าไปดูข้อความที่ยังไม่ได้อ่านในแอปพลิเคชันสื่อสารของบริษัท

ทันทีที่ตัวหนังสือเล็กๆ ใต้ข้อความนั้นเปลี่ยนเป็นคำว่า ‘อ่านแล้ว’ โทรศัพท์ของเจียงหนานก็สั่นขึ้นมาแทบจะในวินาทีเดียวกัน

"พี่หนาน พี่ชาย พี่คือพี่ชายแท้ๆ ของผมเลย พี่ช่วยผมหน่อยเถอะ ลูกค้ารายนี้เป็นลูกค้าเก่าแก่ของบริษัทเรา ผมส่งข้อความหาคนอื่นก็ไม่มีใครตอบกลับเลย มีแค่พี่คนเดียวที่ยังอยู่ทำงาน!" ปลายสายคือเพื่อนร่วมงานจากสาขาต่างจังหวัด

ฉันนี่มันมือบอนจริงๆ เล้ย! เจียงหนานรู้สึกหงุดหงิดตัวเอง

"ไม่ใช่แบบนั้นสิ สถานการณ์ที่คุณอธิบายมามันไม่ได้อยู่ในความต้องการตอนแรกนี่ ถ้าลูกค้ายังยืนยันจะเอาผลลัพธ์แบบนี้ ก็ต้องให้ฝ่ายปฏิบัติการกับฝ่ายผลิตภัณฑ์ไปคุยกัน แล้วเดินเรื่องขอเปลี่ยนแปลงตามขั้นตอนปกติสิ" เจียงหนานเริ่มมีน้ำโห

ฝนตกหนักขึ้นกว่าเดิม พายุพัดกระหน่ำผ่านอาคารสำนักงานจนเกิดเสียงหวีดหวิวแหลมปรี๊ด นานๆ ทีก็มีแสงฟ้าแลบแปลบปลาบ ตามมาด้วยเสียงฟ้าร้องดังครืนๆ

เพื่อนร่วมงานปลายสายอ้อนวอน "พี่หนาน พี่ช่วยคิดหาวิธีหน่อยเถอะ ผมก็รู้ว่านี่มันเป็นคำขอที่ไร้เหตุผลของลูกค้า แต่เขาอารมณ์เสียมาก บอกว่าถ้าวันนี้แก้ปัญหาไม่ได้จะร้องเรียนผม"

"ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากช่วยนะ แต่ตอนนี้เพื่อนร่วมงานคนอื่นเขากลับบ้านกันหมดแล้ว ต่อให้ผมจะเขียนระบบการทำงานนี้ขึ้นมาให้ได้ชั่วคราว ผมตัวคนเดียวก็ไม่มีสิทธิ์กดปรับปรุงระบบขึ้นใช้งานจริง ผมไม่ได้มีอำนาจล้นฟ้าขนาดนั้น คุณเข้าใจใช่ไหม" น้ำเสียงของเจียงหนานเริ่มอ่อนลง

"พี่หนาน พี่ช่วยผมเถอะ เดือนนี้ยอดประเมินผมเข้าขั้นวิกฤตแล้วนะ ถ้าโดนร้องเรียนอีกกระทง ผมคงต้องเก็บข้าวของโดนไล่ออกแน่ๆ พี่ชาย สงสารน้องชายคนนี้หน่อยเถอะนะ"

ได้ยินแบบนั้นเจียงหนานก็เงียบไป สองปีมานี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี แผนกที่ไม่ใช่ส่วนสำคัญโดนปลดพนักงานออกไปเยอะมาก เขาเริ่มใจอ่อนแล้ว

พอกดดูพยากรณ์อากาศแบบเรียลไทม์บนมือถือ ตอนนี้ความเร็วลมอยู่ที่ระดับ 7 และต้องใช้เวลาอีก 3 ชั่วโมงกว่าจะถึงระดับ 9 การสร้างระบบรูปแบบชั่วคราวแบบง่ายๆ คงใช้เวลาไม่นานนัก ส่วนข้ออ้างที่บอกว่าไม่มีสิทธิ์ปรับปรุงระบบนั่นก็แค่คำพูดหลอกคนนอกแผนกเท่านั้นแหละ

กฎกติกามันเป็นของตาย แต่คนน่ะเป็นของเป็น ในฐานะมนุษย์เงินเดือนจอมเก๋า เจียงหนานได้แอบบันทึกบัญชีผู้ใช้งานของทุกตำแหน่งในกระบวนการปรับปรุงระบบอัตโนมัติเอาไว้หมดแล้ว ตั้งแต่ฝ่ายทดสอบไปจนถึงฝ่ายอนุมัติ เรียกได้ว่าเป็นการทำงานแบบรวดเร็วทันใจ อยากให้ไวแค่ไหนก็จัดให้ได้

เจียงหนานรีบพูดขึ้น "เอาเถอะๆ คุณรอผมแป๊บหนึ่งแล้วกัน เดี๋ยวผมจะทำเรื่องขอสิทธิ์ฉุกเฉินจัดการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ก่อน อาทิตย์หน้าคุณค่อยบอกให้หัวหน้าคุณส่งอีเมลแจ้งความต้องการย้อนหลังไปให้ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ด้วยล่ะ"

"โหย ผมรู้อยู่แล้วว่าพี่หนานน่ะพึ่งพาได้มากที่สุด คราวหน้าถ้าผมเข้าสำนักงานใหญ่เดี๋ยวผมเลี้ยงข้าวพี่เลย"

พูดจบก็ลงมือทำทันที เจียงหนานดึงสาขาข้อมูลจากระบบหลักลงมา นิ้วรัวพิมพ์ลงบนคีย์บอร์ดอย่างรวดเร็ว เพื่อแก้ไขชุดคำสั่งที่เกี่ยวข้อง

หนึ่งชั่วโมงครึ่งต่อมา ในที่สุดเจียงหนานก็ผลักดันระบบชั่วคราวขึ้นสู่ระบบหลักสำเร็จ หลังจากโทรศัพท์ยืนยันกับเพื่อนร่วมงานสาขาต่างจังหวัดแล้ว เขาถึงได้เก็บข้าวของ หยิบร่ม แล้วลงลิฟต์เตรียมตัวกลับบ้าน

ตอนที่ลงลิฟต์มาถึงชั้นล่างก็ปาเข้าไป 2 ทุ่มแล้ว ทางเข้าออกหลายทางที่ล็อบบี้ชั้นหนึ่งเหลือแค่ประตูเดียวที่ยังไม่ได้ลงกลอนปิดล็อก เจียงหนานออกแรงผลักบานประตูให้แง้มออกแล้วเบียดตัวออกไป ทันใดนั้นก็ต้องปะทะกับพายุฝนอันรุนแรงที่สาดเข้าใส่หน้าอย่างจัง

"เวรเอ๊ย!"

ร่มที่เพิ่งกางออกถูกลมพัดจนพับกลับด้านทันที เจียงหนานต้องจับร่มตะแคงข้างเพื่อบังลำตัวเอาไว้ แต่ใบหน้ากลับไม่มีที่ซ่อน โดนลมแรงพัดปะทะเข้าเต็มๆ จนแทบหายใจไม่ออก

ฝนเม็ดใหญ่ร่วงหล่นกระแทกพื้น หยดน้ำที่แตกกระจายหากมองจากมุมเฉียงจะดูเหมือนผีเสื้อน้ำที่ใสกระจ่าง

แน่นอนว่าเจียงหนานไม่มีอารมณ์สุนทรีย์มาสนใจภาพฉากพวกนี้หรอก เขากระหืดกระหอบอยากจะฝ่าม่านฝนไปขึ้นรถไฟใต้ดินให้เร็วที่สุด

ทางลงสถานีรถไฟใต้ดินอยู่ห่างจากตึกแค่ร้อยกว่าเมตร แต่ร้อยกว่าเมตรนี้กลับก้าวเดินได้ยากลำบากเหลือเกิน เพียงแค่นาทีเศษๆ นอกจากหน้าอกแล้ว ทั่วทั้งตัวของเจียงหนานก็ไม่มีจุดไหนแห้งอีกเลย แม้แต่แผ่นหลังก็ไม่รอด

ในที่สุดก็จะถึงสถานีรถไฟใต้ดินแล้ว เจียงหนานเร่งฝีเท้าเตรียมฮึดวิ่งรวดเดียวให้ถึง

วินาทีนั้นเอง แสงฟ้าแลบเจิดจ้าระเบิดแหวกความมืดมิดยามราตรี พุ่งตรงลงมาจากเบื้องบนราวกับทัณฑ์สวรรค์ที่ธรรมชาติส่งมาลงโทษ ฟาดเปรี้ยงเข้าใส่เจียงหนานอย่างแม่นยำ!

เจียงหนานรู้สึกชาไปทั้งตัว ภาพตรงหน้าขาวโพลนไปชั่วขณะ และตระหนักได้ทันทีว่าตัวเองโดนฟ้าผ่าเข้าให้แล้ว

"จบสิ้นกัน เมียที่เพิ่งหมดสินสอดไปหนึ่งล้านของฉัน!" นี่คือความคิดที่แวบขึ้นมาในหัวเจียงหนานชั่วพริบตา

ท่ามกลางความตกตะลึงของพนักงานร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมงที่อยู่ไม่ไกล คนเป็นๆ ทั้งคนได้หายวับไปกับตา

วิ้ง~

เสียงวิ้งๆ ดังต่อเนื่องในหู

มืด ความมืดมิดอันบริสุทธิ์

วอแว อู้อี้ โหวกเหวก~

การได้ยินเริ่มกลับมา เจียงหนานได้ยินเสียงคนจอแจอยู่รอบๆ สติสัมปชัญญะของเขาก็เริ่มฟื้นคืนมาเช่นกัน เพียงแต่ตรงหน้ายังคงมืดสนิท มองไม่เห็นสิ่งใดเลย

"ยังดี แฮะ ยังไม่ตายก็ดีแล้ว คงจะมีคนใจดีช่วยไว้ล่ะมั้ง" เจียงหนานคิดในใจ

"ติ๊ง—!"

"ตรวจพบผู้ข้ามมิติ ระบบเริ่มทำการผูกมัด!"

เสียงปัญญาประดิษฐ์ที่แยกไม่ออกว่าเป็นเพศใดดังก้องขึ้นมาจากส่วนลึกในสมองของเจียงหนาน

ด้วยความสงสัย ในที่สุดการมองเห็นของเจียงหนานก็เริ่มฟื้นคืนมา ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือสภาพแวดล้อมที่ค่อยๆ สว่างขึ้น เขาพบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนแท่นทรงกลม ด้านบนแท่นมีวงแหวนขนาดใหญ่ส่องแสงสีขาวซีดๆ ออกมา

นี่โรงพยาบาลเหรอ?

เจียงหนานเหลียวมองรอบๆ เห็นคนหลายคนสวมชุดยูนิฟอร์มเหมือนกัน ท่าทางเหมือนพวกนักวิจัยวิทยาศาสตร์ กำลังมองมาที่เขาด้วยสีหน้าที่มีทั้งความประหลาดใจและดีใจ

ด้านหลังคนเหล่านั้นมีชายชราผมและหนวดเคราสีดอกเลาสวมเสื้อกาวน์สีขาว กำลังขมวดคิ้วจ้องมองเจียงหนานอย่างครุ่นคิด

เจียงหนานยังไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้า จึงไม่กล้าผลีผลามเอ่ยปาก ได้แต่สบตากับชายชราเสื้อกาวน์ขาวอยู่อย่างนั้น

"แกเป็นใคร?" ในที่สุดชายชราก็เอ่ยปาก

"ที่นี่ที่ไหน? แล้วคุณเป็นใคร?" เจียงหนานถามกลับ

ตามหลักแล้วเขาควรจะอยู่ที่โรงพยาบาลสิ ถ้าจะลงทะเบียนประวัติก็ควรจะถามชื่อแซ่ แต่มองจากท่าทางของชายชราคนนี้แล้ว ไม่น่าจะใช่คนดีสักเท่าไหร่

ชายชราแค่นเสียงเย็นชา ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องเขม็งไปที่เจียงหนานแล้วพูดว่า "เกโร่ คนที่นี่เรียกฉันว่าดร.เกโร่ ที่นี่คือศูนย์วิจัยของฉัน ทีนี้ถึงตาแกบอกฉันมาได้แล้วว่าแกเป็นใคร?"

ทำไมมาโผล่ที่ศูนย์วิจัยได้ล่ะเนี่ย? หรือว่ามีองค์กรอะไรเห็นว่าคนที่โดนฟ้าผ่ามีค่าพอให้ศึกษาวิจัย เลยลากตัวมาเตรียมชำแหละทำชิ้นเนื้อทดลอง?

เจียงหนานรู้สึกตื่นตระหนกในใจ แต่สถานการณ์ตอนนี้เสียเปรียบเห็นๆ จึงทำได้เพียงตอบไปว่า "ผมชื่อเจียงหนาน เป็นคนเมืองตอนกลาง"

"แกเป็นคนเมืองหลวงกลางเหรอ?" ดร.เกโร่มีสีหน้ายินดี ก่อนจะพูดต่อว่า "เมืองหลวงกลางอยู่ห่างจากที่นี่ตั้งหกพันกิโลเมตร แสดงว่า..."

"การทดลองสำเร็จแล้วครับ!" ผู้ช่วยที่อยู่ข้างๆ ดร.เกโร่พูดขึ้นด้วยความดีใจ "สร้างเครื่องเคลื่อนย้ายข้ามมิติสำเร็จแล้ว! ถ้าเครื่องนี้ถูกผลิตจำนวนมากเมื่อไหร่รับรองว่าขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแน่ครับ ดร.เกโร่ คุณกำลังจะกลายเป็นคนที่รวยที่สุดในโลกแล้ว!"

หนวดของดร.เกโร่ขยับเล็กน้อย เขายิ้มและพูดว่า "บรีฟเป็นอัจฉริยะจริงๆ นั่นแหละ ที่สามารถคิดค้นของพรรค์นั้นอย่างแคปซูลสารพัดนึกขึ้นมาได้ แต่ถ้าพูดถึงความเข้าใจเรื่องมิติอวกาศล่ะก็ ฉันยังเหนือกว่ามันก้าวหนึ่ง"

เจียงหนานทำหน้าเหลอหลา นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย หกพันกิโลเมตรอะไร? นี่เขายังอยู่ในประเทศหรือเปล่า? จับฉันส่งมาที่ไหนเนี่ย?

"ติ๊ง—!"

จู่ๆ เสียงในหัวก็ดังขึ้นอีกครั้ง

"ผูกมัดระบบพลังการต่อสู้ดราก้อนบอลสำเร็จ—!"

"ผู้ใช้ระบบเจียงหนาน มนุษย์จากต่างมิติ พลังการต่อสู้ 5"

ระบบอะไรนะ?

ความคิดของเจียงหนานแล่นปรู๊ดปร๊าด เพียงชั่วพริบตาเขาก็ปะติดปะต่อข้อมูลทั้งหมดที่รับรู้ในตอนนี้เข้าด้วยกัน

ระบบ, ต่างมิติ, ดร.เกโร่, แคปซูลสารพัดนึก...

ทะลุมิติมางั้นเหรอ???

ทะลุมิติมาจริงๆ ด้วย!!!

ฉวยโอกาสตอนที่คนรอบข้างกำลังดื่มด่ำกับความสำเร็จของการทดลอง เจียงหนานรวบรวมสติแล้วตะโกนเรียกในใจ "ระบบ!"

"ฉันอยู่นี่!" มีเสียงตอบรับดังขึ้นในหัวจริงๆ ด้วย

"นี่คือโลกดราก้อนบอลใช่ไหม?"

"ใช่!" เสียงตอบของระบบสั้นกระชับและเย็นชา

"ฉันตายไปแล้วหรือว่าทะลุมิติมา หรือว่าตอนนี้ฉันกลายเป็นเจ้าชายนิทรา แล้วโลกนี้คือภาพลวงตาที่ฉันจินตนาการขึ้นมาเอง?" เจียงหนานถาม

"ฉันไม่สามารถทำความเข้าใจคำถามของเจ้านายได้ แต่จากการตรวจสอบของฉัน ปัจจุบันเจ้านายยังเป็นสิ่งมีชีวิตอินทรีย์ที่มีชีวิตอยู่"

งั้นก็แปลว่าทะลุมิติมาจริงๆ สินะ จบกัน จบสิ้นกันแล้ว ตอนนี้ความคิดเดียวของเจียงหนานคือการกลับไป กลับไปสู่โลกเดิมของเขา

เจียงหนานมีเหตุผลที่ต้องกลับไปให้ได้ หลังจากเพียรพยายามตื๊อมาหลายปี จ่ายค่าสินสอดไปตั้งสามแสนแปดหมื่นแถมยังซื้อบ้านในตัวอำเภอให้น้องเขยในอนาคตอีกหนึ่งหลัง ในที่สุดเทพธิดาก็ใจอ่อนยอมแต่งงานกับเขา เพิ่งจะไปจดทะเบียนสมรสกันมาเมื่อสองวันก่อนนี่เอง!

"ฉันอยากกลับไป! ระบบ นายช่วยคิดหาวิธีหน่อย"

"ตอบเจ้านาย ฉันไม่มีความสามารถในการทะลุมิติ"

"แล้วฉันมีวิธีไหนที่จะได้รับความสามารถในการทะลุมิติอย่างที่นายบอกไหม?"

พอพูดประโยคนี้จบ เจียงหนานก็นึกขึ้นมาได้ว่าในโลกดราก้อนบอล ดูเหมือนว่าถ้าพลังการต่อสู้ถึงระดับหนึ่งก็จะสามารถฉีกกำแพงมิติได้ ที่จำได้แม่นที่สุดคือจอมมารบูและโกเท็นคูสที่เคยฉีกช่องว่างมิติเพื่อหนีออกจากห้องกาลเวลา

"มีความเป็นไปได้" ทันทีที่คิด ระบบก็ช่วยยืนยันความคิดของเจียงหนาน ดีล่ะ มีความหวังก็ดีแล้ว!

ถึงตอนนี้เจียงหนานเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าต้องถามความสามารถของระบบ "งั้นระบบ ความสามารถของนายคืออะไรล่ะ?"

ระบบตอบว่า "ฉันคือระบบพลังการต่อสู้ ฉันสามารถตรวจสอบพลังการต่อสู้ของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดได้ ฟังก์ชันหลักของฉันคือการทำให้พลังการต่อสู้ของผู้ถือครองระบบเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุกปี"

"เพิ่มสองเท่าทุกปี? หมายความว่าปีหน้าฉันถึงจะมีพลังการต่อสู้ 10 แล้วปีถัดไปถึงจะ 20 เหรอ?"

"ใช่แล้ว!"

ในฐานะหนุ่มสายวิทย์ เจียงหนานรู้ดีว่านี่คือระบบระดับโกงสุดๆ ถึงแม้ช่วงแรกพลังการต่อสู้จะเพิ่มขึ้นค่อนข้างช้า แต่ยิ่งเข้าสู่ช่วงหลัง ความสามารถของระบบก็จะยิ่งทรงพลังมากขึ้นเรื่อยๆ

แต่เงื่อนไขก็คือเขาต้องมีชีวิตรอดไปให้ได้ก่อน ถ้าหากไม่ผิดเพี้ยนไปจากความทรงจำในเรื่องดราก้อนบอลล่ะก็ ตาเฒ่าเกโร่นี่ไม่ใช่คนดีแน่ๆ

เจียงหนานถาม "ตอนนี้ปีอะไร?"

"ตอบเจ้านาย ฉันเพิ่งเปิดใช้งาน จึงยังไม่สามารถรับรู้ข้อมูลของโลกภายนอกได้ในตอนนี้"

เอาเป็นว่าอย่าเพิ่งคิดไปไกลขนาดนั้นเลย "แล้วนายมีชุดของขวัญมือใหม่ วงล้อเสี่ยงโชค หรือรางวัลอะไรพวกนี้ให้ฉันบ้างไหม?"

"ไม่มี"

"แล้วมีระบบร้านค้าอะไรทำนองนั้นไหม?"

"ไม่มี"

เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น เจียงหนานจึงดึงสติตัวเองกลับมา แล้วหันมาพิจารณาปัญหาเฉพาะหน้าว่าจะหนีเอาตัวรอดออกจากศูนย์วิจัยนี้ได้ยังไง

เจียงหนานกระโดดลงจากแท่นกลมแล้วเดินไปข้างหน้าสองสามก้าว ก่อนจะเอ่ยถามดร.เกโร่อย่างระมัดระวัง "ท่านดร.เกโร่ผู้ทรงเกียรติ ผมได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของท่านมานานแล้ว การได้พบท่านตัวจริงในวันนี้ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ ตอนนี้การทดลองก็จบลงแล้ว ผมขอตัวกลับได้หรือยังครับ?"

ดร.เกโร่อารมณ์ค่อนข้างดี แต่ตอนนี้เขายังไม่แน่ใจว่าเครื่องเคลื่อนย้ายข้ามมิติถูกพัฒนาจนสำเร็จจริงๆ หรือว่ามันทำงานได้เฉพาะกับคนที่มีร่างกายพิเศษกันแน่ จึงตอบปัดเจียงหนานไปก่อน

"เอาแบบนี้แล้วกัน แกอยู่ที่ศูนย์วิจัยต่ออีกสักสองสามวันก่อน ฉันจำเป็นต้องตรวจดูว่าร่างกายของแกมีความผิดปกติอะไรเกิดขึ้นระหว่างกระบวนการเคลื่อนย้ายหรือเปล่า ถ้าแน่ใจว่าสุขภาพแกแข็งแรงดีแล้ว ฉันจะจัดเตรียมเครื่องบินส่งแกกลับเมืองหลวงกลางเอง"

ฟีต ผู้ช่วยที่ยืนอยู่ข้างๆ ดร.เกโร่ ฟังความหมายแฝงออก เขายิ้มเจ้าเล่ห์ "คุณเจียงหนานใช่ไหมครับ ท่านดร. ของเราก็เป็นห่วงคุณนะ คุณอยู่ที่นี่ต่ออย่างสบายใจเถอะ ตามผมมาสิ เดี๋ยวผมพาไปที่ห้องพัก"

ฟีต ผู้ช่วยคนนี้เป็นชายผิวขาวผมสีน้ำตาลอายุราวๆ ยี่สิบกว่าปี รูปร่างไม่สูงนัก เตี้ยกว่าดร.เกโร่ประมาณครึ่งศีรษะ รูปร่างอวบอ้วน เวลาพูดมักจะหรี่ตาและแฝงรอยยิ้มเสมอ ดูแล้วชวนให้อึดอัดชอบกล

ระหว่างทางที่เดินตามผู้ช่วยฟีตไปยังห้องพัก เจียงหนานไม่ใช่ไม่เคยคิดจะหนี แต่ด้านหลังเขายังมีนักวิจัยเดินตามมาอีกหลายคน และถ้าเขาตาไม่ฝาดล่ะก็ ที่เข็มขัดของนักวิจัยเหล่านั้นมีปืนพกเหน็บอยู่ด้วย

จบบทที่ บทที่ 1 - ระบบพลังการต่อสู้ดราก้อนบอล

คัดลอกลิงก์แล้ว