- หน้าแรก
- ระบบส่งของข้ามภพ สั่งปุ๊บส่งปั๊บ รับประกันด้วยแต้มบุญ
- บทที่ 46 - กฎการอนุรักษ์พลังงาน
บทที่ 46 - กฎการอนุรักษ์พลังงาน
บทที่ 46 - กฎการอนุรักษ์พลังงาน
บทที่ 46 - กฎการอนุรักษ์พลังงาน
หลังจากที่โจวไต้หยุนรับเถ้ากระดูกของฉินปิงกลับไป หรงเล่ออิงก็ได้รับแต้มบุญเพิ่มมาอีกหนึ่งแต้ม
ดูเหมือนว่าการช่วยเหลือวิญญาณจะทำให้ได้รับแต้มบุญจริงๆ ด้วยสิ แต่เอ๊ะ... ก่อนหน้านี้ตอนเคสของเสิ่นหงเหลียนกับสวี่จื่อหาง เธอก็ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือนอกเหนือจากออร์เดอร์เหมือนกันนี่นา
แล้วทำไมตอนนั้นถึงไม่ได้แต้มบุญล่ะ
หรงเล่ออิงนั่งคิดทบทวนอยู่นานจนในที่สุดก็ได้ข้อสรุป น่าจะเป็นเพราะเธอขายยันต์จากแอปฯ ให้พวกเขา และได้เงินมาแล้ว แอปฯ เดลิเวอรี่ปรโลกก็เลยไม่ให้แต้มบุญเธอซ้ำอีก
นี่แหละที่เขาเรียกว่ากฎการอนุรักษ์พลังงาน
หรงเล่ออิงเก็บมือถือลงกระเป๋า ไม่ว่าจะเป็นเงินหรือแต้มบุญ เธอรับจบหมดนั่นแหละ
เหนื่อยมาทั้งวันแถมยังหาเงินได้เป็นกอบเป็นกำ เธอตั้งใจจะพาคุณปู่ไปเลี้ยงอาหารมื้อใหญ่สักมื้อ
แต่พอเดินลงมาถึงล็อบบี้โรงแรม พวกเขาก็ดันมาเจอกับคนน่ารังเกียจเข้าเสียก่อน
หรงหมิงต๋าในชุดสูทสีดำสนิทก้าวฉับๆ ตรงดิ่งมาหาพวกเขา ด้านหลังมีบอดี้การ์ดร่างบึกบึนในชุดสูทสีดำเดินตามมาติดๆ
"เสี่ยวอิง! นั่นมัน!"
คุณปู่หรงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นผีผู้หญิงเกาะติดอยู่บนไหล่ของหรงหมิงต๋า แม้จะไม่ได้เจอหน้ากันมาเกือบยี่สิบปี แต่ท่านก็จำได้ทันทีว่าวิญญาณดวงนั้นคือแม่ของหรงเล่ออิง
หรงเล่ออิงมีสีหน้าหนักใจ "คุณปู่คะ นั่นแม่หนูเอง เธอคอยตามติดหรงหมิงต๋ามาตลอดแหละค่ะ"
เธอตั้งใจไว้ว่าจะรอส่งคุณปู่กลับบ้านก่อนแล้วค่อยไปคิดบัญชีกับหรงหมิงต๋า ช่วงเวลาสั้นๆ ที่เหลือนี้เธอแค่อยากให้คุณปู่ได้เที่ยวเมืองตงหนิงอย่างมีความสุขเท่านั้น
แต่ไอ้หมอนี่ดันมาขัดขวางความสุขของพวกเขา โผล่มาทำลายบรรยากาศเสียได้ น่ารังเกียจจริงๆ!
หรงหมิงต๋าเดินเข้ามาใกล้พอดีจึงได้ยินประโยคที่หรงเล่ออิงพูด เขาชะงักฝีเท้าไปครู่หนึ่ง
"หรงเล่ออิง แกพูดจาเหลวไหลอะไรอีกแล้ว!" เขาตวาดเสียงต่ำด้วยความโมโห
คุณปู่หรงรีบก้าวออกมายืนบังหลานสาวไว้แล้วตะคอกกลับเสียงดังลั่น "แกบ้าไปแล้วหรือไง มาถึงก็ด่าปาวๆ พวกเรารู้จักแกหรือไง!"
เสียงเอะอะโวยวายดึงดูดสายตาของผู้คนในล็อบบี้ให้หันมามอง
ใบหน้าของหรงหมิงต๋าเดี๋ยวแดงเดี๋ยวเขียวสลับกันไปมา เขากัดฟันกรอด "คุณพ่อ พูดอะไรแบบนั้น ผมเป็นพ่อแท้ๆ ของเธอนะ!"
"ไร้สาระ พ่อแท้ๆ ของหลานสาวฉันตายไปตั้งแปดร้อยปีแล้ว"
คุณปู่หรงสวนกลับทันควัน "แล้วแกก็ไม่ใช่ลูกชายฉันด้วย อย่ามาเนียนรับสมอ้างเป็นพ่อเป็นลูกมั่วซั่วแถวนี้!"
หรงเล่ออิงยืนหลบอยู่หลังคุณปู่พลางพยักหน้าหงึกหงักสนับสนุน "ใช่ๆ พ่อฉันตายไปตั้งนานแล้ว ส่วนคุณปู่ก็ไม่มีลูกชาย คุณอย่ามามั่วตีสนิทหน่อยเลย"
มีคุณปู่นี่แหละดีที่สุด เป็นเด็กที่มีคุณปู่คอยปกป้องเหมือนมีสมบัติล้ำค่า
หรงหมิงต๋า "..."
"เสี่ยวอิง ไปกันเถอะ อย่าไปเสวนากับคนบ้าชอบตู่ว่าเป็นพ่อคนอื่นเลย"
คุณปู่หรงจูงมือหรงเล่ออิงเตรียมเดินเลี่ยงไปอีกทาง แต่บอดี้การ์ดของหรงหมิงต๋ากลับเดินเข้ามาขวางไว้
คุณปู่หรงชี้หน้าด่ากราด "พวกแกจะทำอะไร บ้านเมืองมีขื่อมีแปนะโว้ย โรงพักก็อยู่ใกล้แค่นี้ ระวังตัวไว้ให้ดี ฉันจะแจ้งตำรวจมาลากคอพวกแกเข้าซังเตแน่!"
ผู้คนที่เดินผ่านไปมาเริ่มจับกลุ่มซุบซิบนินทา พนักงานโรงแรมก็รีบวิ่งเข้ามาดูเหตุการณ์
ด้วยความกลัวว่าจะมีคนจำหน้าได้แล้วจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ทางสังคม หรงหมิงต๋าจึงจำใจต้องกัดฟันสั่งลูกน้อง "ปล่อยพวกเขาไป ฉันทักคนผิด"
คุณปู่หรงแค่นเสียงเหอะ "ทีหลังก็หัดจำให้มันแม่นๆ หน่อย"
พูดจบท่านก็จูงมือหรงเล่ออิงเดินจากไป จังหวะที่เดินผ่านหรงหมิงต๋า หรงเล่ออิงก็ฉวยโอกาสคว้าตัวผีผู้หญิงที่เกาะอยู่บนไหล่เขาติดมือมาด้วย
หรงหมิงต๋าคิดว่าเธอจะทำร้ายเขาจึงเผลอเอียงคอหลบตามสัญชาตญาณ
หลังจากที่มือของเธอตวัดผ่านไป หรงหมิงต๋าก็รู้สึกได้ทันทีว่าบ่าของเขาเบาหวิว ความรู้สึกหนาวเหน็บที่เกาะกุมมาตลอดก็พลันมลายหายไป
ราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างถูกเธอดึงออกไป
...คงไม่ใช่ว่าเธอฉุดวิญญาณที่เกาะติดเขาอยู่ออกไปหรอกนะ?
หรงหมิงต๋าลอบสะท้านอยู่ในใจ แต่ก็พยายามปลอบใจตัวเองว่าในโลกนี้ไม่มีผีหรอก หรงเล่ออิงแค่ปั้นน้ำเป็นตัวหลอกเขาเท่านั้น!
ผีสาวเหลียงอิงเซี่ย : ???
เอ๊ะ แกจะเดินก็เดินไปสิ จะมาลากฉันไปด้วยทำไม
"หรงเล่ออิง! ปล่อยฉันนะ! ฉันจะอยู่กับหมิงต๋า!"
เหลียงอิงเซี่ยดิ้นรนขัดขืนอย่างหนักเพื่อหวังจะหลุดพ้นจากการเกาะกุม
"แม่ อย่าเพิ่งดิ้นสิ หนูมีเรื่องจะถามนิดหน่อย!" หรงเล่ออิงพยายามรั้งตัวเธอไว้แน่นพลางกระซิบเสียงเบา
"ถามเสร็จเดี๋ยวหนูปล่อยให้กลับไปหาเขาแน่"
เธอแค่อยากรู้ว่าทำไมหรงหมิงต๋าถึงดึงดันอยากให้เธอกลับไปอยู่ที่บ้านตระกูลหรงนักหนา
"ฉันไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ฉันจะไปหาหมิงต๋า ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!"
เหลียงอิงเซี่ยดิ้นแรงมากจนหรงเล่ออิงจับไว้ไม่อยู่ ผีสาวสะบัดตัวหลุดจากการเกาะกุมและพุ่งกลับไปเกาะบ่าหรงหมิงต๋าดังเดิมทันที
เหลียงอิงเซี่ยโอบแขนหรงหมิงต๋าไว้แน่นด้วยสีหน้าอิ่มเอมใจ "หมิงต๋า ไม่มีใครแยกพวกเราออกจากกันได้หรอก"
ความรู้สึกหนักอึ้งกดทับลงบนบ่าอีกครั้ง ลำคอตีบตันราวกับถูกใครบางคนบีบเค้นจนแทบหายใจไม่ออก
หรงหมิงต๋ากระตุกเนกไทให้คลายออก สีหน้าเผยให้เห็นถึงความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด
เขาพาบอดี้การ์ดเดินจากไป ขณะที่เดินผ่านหรงเล่ออิงและคุณปู่หรง เขาก็ตวัดสายตาเย็นเยียบมองทั้งสองคน
"อีกสองสามวันฉันจะมาหาพวกแกใหม่"
หรงเล่ออิงจ้องมองผีสาวที่เกาะติดอยู่บนบ่าของเขาอย่างเหม่อลอย รู้สึกวูบโหวงในอกราวกับมีใครมาเจาะรูไว้ มันช่างเหน็บหนาวเหลือเกิน
เหตุการณ์เมื่อครู่ตกอยู่ในสายตาของคุณปู่หรงทั้งหมด ท่านมองไม่เห็นผีและไม่สามารถช่วยหรงเล่ออิงรั้งตัวเหลียงอิงเซี่ยไว้ได้
ท่านลูบหลังหรงเล่ออิงด้วยความปวดใจ "ไม่เป็นไรนะเสี่ยวอิง ยังมีปู่อยู่ตรงนี้ทั้งคน"
ตั้งแต่เด็ก หรงเล่ออิงมักจะได้ยินเรื่องราวความรักของพ่อแม่จากปากเพื่อนบ้านเสมอ ทุกคนต่างบอกว่าพวกเขาสองคนรักกันปานจะแหกตูดดม
แต่เธอไม่เคยคิดเลยว่าแม่ของเธอจะคลั่งรักจนไม่ลืมหูลืมตาได้ขนาดนี้!
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอเฝ้าดูหรงหมิงต๋าแต่งงานใหม่กับผู้หญิงคนอื่น เห็นพวกเขาจูบพลอดรัก หลับนอนด้วยกัน และสร้างครอบครัวที่อบอุ่นด้วยกันทุกวัน
แต่แม่ก็ยังคงรักและปักใจอยู่กับหรงหมิงต๋าไม่เสื่อมคลาย
เพื่อผู้ชายคนนี้ แม่ยอมทิ้งแม้กระทั่งลูกในไส้ของตัวเอง
หรงเล่ออิงรู้สึกเหมือนถูกหักหลังอย่างแรง เธอเคยคิดว่าที่แม่เกาะติดหรงหมิงต๋าเป็นเพราะต้องการแก้แค้น
เพราะความเจ็บใจและความแค้นที่ถูกหักหลัง เธอจึงคอยตามหลอกหลอนเขา
แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าแม่แค่รักเขาสุดหัวใจ และไม่ต้องการแยกจากเขาไปไหน ต่อให้เขาจะลืมเธอและแต่งงานใหม่ไปแล้วก็ตาม
หรงเล่ออิงพยายามข่มความปวดร้าวในใจ ฝืนยิ้มออกมา "คุณปู่คะ หนูไม่เป็นไรค่ะ"
ช่างมันเถอะ ต่อให้ไม่มีพ่อไม่มีแม่ เธอก็โตมาได้แถมยังเก่งกาจขนาดนี้
เมื่อก่อนไม่เคยต้องการ ตอนนี้และในอนาคตก็ไม่ต้องการเหมือนกัน
คุณปู่หรงเห็นรอยยิ้มฝืนๆ ของหลานสาวก็ยิ่งรู้สึกปวดใจมากขึ้นไปอีก
อีกไม่กี่วันมหาวิทยาลัยตงหนิงก็จะเปิดเทอมแล้ว ตอนแรกท่านตั้งใจว่าพอหลานสาวเปิดเทอมก็จะกลับบ้านเกิด
แต่พอเจอสถานการณ์แบบนี้เข้า ท่านก็ชักจะเป็นห่วงไม่อยากทิ้งเธอให้อยู่ที่เมืองตงหนิงคนเดียวเสียแล้ว
ระหว่างทานข้าว คุณปู่หรงก็เอ่ยขึ้นว่า "เสี่ยวอิง เราไปหาเช่าบ้านกันเถอะ"
หรงเล่ออิงมองคุณปู่อย่างงุนงง "คุณปู่คะ อีกไม่กี่วันมหา'ลัยก็จะเปิดเทอมแล้วนะคะ"
เธอเข้ากับรูมเมตได้ดีมาก การอยู่หอพักก็สนุกดี เธอไม่อยากย้ายออกมาอยู่ข้างนอกหรอก
"ปู่จะอยู่เอง" คุณปู่หรงอธิบาย "ปู่คิดดูแล้ว หลานไม่อยู่บ้าน ปู่กลับไปอยู่บ้านเกิดคนเดียวก็เหงาแย่"
"เลี้ยงไก่เลี้ยงเป็ดก็ไม่ได้เงินเท่าไหร่ ปู่กะว่าจะหางานทำที่เมืองตงหนิงนี่แหละ จะได้หาเงินเพิ่มด้วย"
เหตุผลหลักจริงๆ คือท่านตั้งใจจะอยู่เมืองตงหนิงเพื่อคอยปกป้องหลานสาวสุดที่รัก ไม่ยอมให้พวกสวะอย่างหรงหมิงต๋ามารังแกเธอได้เด็ดขาด
หรงเล่ออิงชะงักไปเล็กน้อย แต่ไม่นานเธอก็เข้าใจเจตนาที่แท้จริงของคุณปู่ ท่านเป็นห่วงกลัวว่าหรงหมิงต๋าจะมารังแกเธอนั่นเอง
หัวใจของหรงเล่ออิงอบอุ่นขึ้นมาทันที เธอเองก็ไม่อยากปล่อยให้คุณปู่กลับไปอยู่บ้านเกิดคนเดียวเหมือนกัน
เธอเป็นห่วงว่าถ้าคุณปู่อยู่คนเดียวแล้วเกิดเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา เธอจะดูแลท่านไม่ทันท่วงที
"ถ้าอย่างนั้นหนูซื้อบ้านเลยดีกว่าค่ะ หนูมีเงินแล้ว ซื้อหลังเล็กๆ สักหลังก็พอ"
ในเมื่อคุณปู่ตั้งใจจะอยู่เป็นเพื่อนเธอที่เมืองตงหนิง การซื้อบ้านย่อมดีกว่าเช่าอยู่แล้ว อีกอย่างตอนนี้เธอก็มีเงินเก็บพอสมควร
คุณปู่หรงคิดตามและเห็นด้วยกับเหตุผลของหลานสาว จึงตกลงรับข้อเสนอเรื่องซื้อบ้าน
[จบแล้ว]