- หน้าแรก
- ยอดวาย เปิดเกมมาก็จับเซียนสาวร่วงหล่นสู่เส้นทางมาร
- ตอนที่ 11 นวดบ่าให้
ตอนที่ 11 นวดบ่าให้
ตอนที่ 11 นวดบ่าให้
ตอนที่ 11 นวดบ่าให้
หลิ่วอวี่หานรู้สึกหายใจหอบถี่ขึ้นมาทันที ฝ่ามือขาวผ่องเผลอบีบที่วางแขนเก้าอี้จนแหลกคามือ สาวใช้ข้างกายเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "ฮูหยิน เป็นอะไรไปเจ้าคะ?"
เยี่ยเสวี่ยรับใช้ข้างกายหลิ่วอวี่หานมาหลายปี แทบไม่เคยเห็นฮูหยินเสียอาการขนาดนี้มาก่อน นางลอบคาดเดาอยู่ในใจว่ามีเรื่องอะไรที่ทำให้ฮูหยินอารมณ์แปรปรวนได้ถึงเพียงนี้
หลิ่วอวี่หานพยายามปรับอารมณ์ให้สงบลง ปรายตามองเยี่ยเสวี่ยที่อยู่ข้างๆ แล้วโบกมือไล่ "ไม่มีอะไร เจ้าออกไปก่อนเถอะ"
นางลุกขึ้นเดินวนไปวนมาในห้อง พลางครุ่นคิดอย่างหนัก
ภารกิจคราวนี้ดันเหมือนกับตอนแรกเป๊ะ คือให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ระดับความยากกับความบัดซบมันคนละเรื่องกันเลย
จะให้นางพาผู้ชายคนอื่นเข้าไปในห้องที่เคยอยู่กับสามี แล้วยังไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันในนั้นอีก เรื่องพรรค์นี้นางจะไปทำลงได้ยังไง แบบนั้นนางก็ไม่ต่างอะไรกับนังแพศยาชั้นต่ำที่ไร้ยางอายเลยน่ะสิ?!
เป็นไปไม่ได้ เรื่องแบบนี้ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด! ต่อให้รางวัลจะล่อตาล่อใจแค่ไหน นางก็ไม่มีทางทำเรื่องบัดสีแบบนั้นเด็ดขาด ส่วนภารกิจที่สอง เอาจริงๆ นางก็รับไม่ได้เหมือนกัน นางเป็นคนมีหน้ามีตา จะให้ไปพูดจาไร้ยางอายโจ่งแจ้งแบบนั้น มันเสียเกียรติเกินไป
แต่ข้อเรียกร้องของภารกิจที่หนึ่ง ก็ทำให้นางรู้สึกรับไม่ได้ไม่ต่างกัน จะให้นางแหวกอกโชว์เต้าให้ผู้ชายหน้าไหนก็ไม่รู้ดู แถมยังต้องหน้าด้านถามอีกว่า 'สวยไหม?'
พฤติกรรมสำส่อนแบบนี้ ถ้าวันข้างหน้าสามีล่วงรู้เข้า เขาคงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟแน่ๆ... เฮ้อ... แต่นางก็รู้ดีว่าตัวเองไม่มีทางเลือก ทำได้แค่หลับหูหลับตาเลือกข้อที่พอจะฝืนใจทำได้มากที่สุดจากตัวเลือกที่รับไม่ได้พวกนี้ ไม่อย่างนั้นผลที่ตามมา นางคงแบกรับมันไว้ไม่ไหวแน่
ถ้าสาเหตุมาจากนางที่ทำให้สามีต้องตกอยู่ในสภาวะปางตาย นางคงรู้สึกผิดบาปไปชั่วชีวิต คิดไปคิดมา ดูเหมือนว่านางจะมีแค่ภารกิจที่ 1 เท่านั้นให้เลือก
'ขอโทษนะท่านพี่ ข้าก็ทำไปเพื่อท่านนั่นแหละ...' หลิ่วอวี่หานพึมพำในใจ คล้ายกับกำลังหาข้ออ้างให้ตัวเอง
แม้จะน่าอับอายขายขี้หน้า แต่นั่นก็ยังอยู่ในระดับที่นางควบคุมได้ ถึงจะน่าอายไปหน่อย แต่อย่างน้อยก็มีแค่นางกับเฉินอวี้สองคนที่รู้ จะไม่มีบุคคลที่สามล่วงรู้เด็ดขาด
เพียงแต่... หลิ่วอวี่หานก็เริ่มหนักใจ นางเพิ่งจะกลบเกลื่อนเรื่องสวมกอดแบบปุบปับเมื่อวันก่อนไปหมาดๆ อุตส่าห์ข่มกลั้นเอาไว้ กะจะวางมาดให้ดูน่านับถือต่อหน้าเฉินอวี้ แต่ตอนนี้กลับต้องมาทำเรื่องน่าละอายแบบนี้อีก
แต่นางไม่มีเวลามามัวลังเล สมองแล่นปรู๊ดปร๊าดคิดหาวิธีที่จะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จโดยไม่ให้เสียเกียรติและแนบเนียนที่สุด!
ไม่นาน เค้าโครงของแผนการก็ค่อยๆ ผุดขึ้นมาในหัว
"ใครอยู่ข้างนอกบ้าง" หลิ่วอวี่หานส่งเสียงเรียก ไม่นาน เยี่ยเสวี่ยก็เดินเข้ามา "ฮูหยินเจ้าคะ"
"ไปเชิญเฉินอวี้มาพบข้าที่นี่"
"รับทราบเจ้าค่ะ" เยี่ยเสวี่ยรับคำอย่างกระฉับกระเฉง เตรียมจะออกไป
"เดี๋ยว..." หลิ่วอวี่หานที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ประธาน จู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เลยเรียกเยี่ยเสวี่ยเอาไว้ "หลังจากเจ้าเชิญเฉินอวี้มาแล้ว ให้ไปสืบดูทีว่าโยวไป๋กับโยวชิงยังเป็นหญิงบริสุทธิ์อยู่หรือไม่ ไปสืบรายละเอียดมาให้ชัดเจน แล้วค่อยกลับมารายงานข้า"
"รับทราบเจ้าค่ะฮูหยิน บ่าวจะไปเดี๋ยวนี้" เยี่ยเสวี่ยติดตามหลิ่วอวี่หานมาหลายปี นางไม่ใช่แค่สาวใช้ธรรมดาๆ ที่คอยปรนนิบัติพัดวีเท่านั้น
นางทำงานเก่ง หัวไว แถมยังซื่อสัตย์ภักดี หลิ่วอวี่หานจึงโปรดปรานนางมาก ฝีมือบ่มเพาะของนางก็ถือว่าไม่เลวเลย
ทันทีที่นางได้ยินคำสั่งของฮูหยิน นางก็ประเมินสถานการณ์ออกทันทีว่า ตอนนี้เฉินอวี้กำลังได้รับความสำคัญเป็นอย่างมาก แม้จะยังไม่รู้เหตุผลตื้นลึกหนาบางก็ตาม แต่จากคำว่า 'เชิญ' ที่ฮูหยินใช้ติดๆ กันถึงสองครั้ง เยี่ยเสวี่ยก็รู้แล้วว่าต้องจัดการเรื่องนี้ยังไง
~~~
"บ่าวคารวะท่านเยี่ยเสวี่ยเจ้าค่ะ" ภายในลานพักของเฉินอวี้ หลิ่วโยวชิงรีบย่อตัวทำความเคารพทันทีที่เห็นเยี่ยเสวี่ย
เยี่ยเสวี่ยกวาดสายตามองหลิ่วโยวชิงแวบเดียว ก็สังเกตเห็นถึงความยั่วยวนมีน้ำมีนวลที่เพิ่มขึ้นมาระหว่างคิ้วของนาง ในใจก็พอจะเดาเรื่องราวออกแล้ว "อืม ฮูหยินต้องการพบคุณชายเฉินอวี้ เจ้าเข้าไปรายงานที ข้าจะรออยู่ตรงนี้"
"เจ้าค่ะ บ่าวจะไปเดี๋ยวนี้" หลิ่วโยวชิงไม่กล้าชักช้า รีบหมุนตัวเดินเข้าไปข้างใน ในใจเกิดความรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา
ต้องรู้ก่อนนะว่าสถานะของเยี่ยเสวี่ยในจวนอ๋องอินนั้นไม่ธรรมดา นึกไม่ถึงเลยว่านางจะมาหาคุณชายด้วยท่าทีให้ความเคารพถึงขนาดนี้
ดูท่าคุณชายคงจะไม่ธรรมดาจริงๆ พอนึกถึงเรื่องที่คุณชายเมตตาพวกนางสองพี่น้องเมื่อคืน ในใจนางก็รู้สึกภาคภูมิใจและเบาใจสุดๆ นางกับพี่สาวได้เกาะต้นขาใหญ่ของจริงแล้วสินะ หมดเคราะห์หมดโศกสักที!
ตัดภาพมาทางด้านเฉินอวี้ ตอนนี้เขากำลังประลองฝีมือ ฝึกฝนเคล็ดวิชากับหลิ่วโยวไป๋อยู่ที่ลานหลังบ้าน
ระดับพลังของนางถือว่าใช้ได้เลย เป็นคู่ซ้อมชั้นยอด ทำเอาเฉินอวี้ได้ออกลวดลายอย่างเมามันส์ "คุณชายเจ้าคะ คุณชาย~" เสี่ยวชิงเดินจ้ำอ้าวกระหืดกระหอบเข้ามา
เฉินอวี้กับหลิ่วโยวไป๋หยุดมือ พอได้ยินเรื่องที่เสี่ยวชิงมารายงาน เสี่ยวไป๋ก็รีบพูดขึ้นทันที "ถ้าอย่างนั้นคุณชาย ให้บ่าวช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะเจ้าค่ะ อย่าให้ฮูหยินกับท่านเยี่ยเสวี่ยต้องรอนานเลย"
ว่าแล้วสองสาวก็จัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เฉินอวี้อย่างคล่องแคล่ว
~~ ผ่านไปครู่หนึ่ง เยี่ยเสวี่ยก็เดินตามเสี่ยวชิงเข้ามา
"เยี่ยเสวี่ยคารวะคุณชายอวี้ เชิญเจ้าค่ะ"
เฉินอวี้เชิดหน้าส่งเสียงอืมในลำคอ มองดูเยี่ยเสวี่ยที่มีผมซอยสั้น สวมชุดรัดรูปสีดำ ดูทะมัดทะแมงและองอาจห้าวหาญ เยี่ยเสวี่ยเองก็ลอบสังเกตเฉินอวี้อยู่เงียบๆ แน่นอนว่าเรื่องที่นางรู้มันมีมากกว่าคนทั่วไป
ตั้งแต่วันที่โดนฉีกหน้าจนต้องเดินออกไป จนถึงตอนนี้ที่ท่าทีของฮูหยินเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ พอมาดูเฉินอวี้ในตอนนี้ กลิ่นอายรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ในใจนางแอบตกใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้แสดงออกทางสีหน้า ท่าทีที่ปฏิบัติต่อเขายังคงเต็มไปด้วยความเคารพ
~~ ภายในเรือนทิงอวิ๋น
หลิ่วอวี่หานเห็นเด็กหนุ่มรูปงามร่างสูงโปร่งกำยำในชุดสีดำขลับเดินเข้ามา ในใจก็เกิดคลื่นลมปั่นป่วน ไม่ใช่เพราะนางไม่เคยเห็นคนหล่อหรอกนะ แต่เป็นเพราะ...
พอนึกถึงเรื่องที่ตัวเองจะต้องแหวกอกโชว์... ให้เขาดู ความรู้สึกแปลกๆ ก็ตีตื้นขึ้นมาจนห้ามไม่อยู่
"คุณชาย เชิญดื่มชาเจ้าค่ะ" เยี่ยเสวี่ยประคองถ้วยชามาเสิร์ฟ จากนั้นก็เห็นหลิ่วอวี่หานโบกมือไล่
"เจ้าออกไปก่อนเถอะ ข้ามีเรื่องจะคุยกับเสี่ยวอวี้ ถ้าข้าไม่สั่ง ห้ามใครเข้ามาเด็ดขาด"
"รับทราบเจ้าค่ะ ฮูหยิน"
หลังจากเยี่ยเสวี่ยถอยออกไป หลิ่วอวี่หานก็สะบัดมือเบาๆ ประตูและหน้าต่างทุกบานก็ปิดสนิทลงทันที
"ท่านน้าหลิ่ว นี่มันเรื่องอะไรกันขอรับ?" เฉินอวี้ทำหน้างงงวย สงสัย มองดูหลิ่วอวี่หานที่กำลังเดินตรงเข้ามาหาเขาช้าๆ
ชุดคลุมผ้ากอซสีดำขลับทิ้งตัวพริ้วไหวแนบไปกับเรือนร่างอรชรเย้ายวน คอเสื้อปักดิ้นเงินเป็นลวดลายกลุ่มดาวกระบวยเหนือ ทุกย่างก้าวที่นางเดิน ลวดลายนั้นก็จะขยับเขยื้อนไปตามจังหวะกระเพื่อมไหวของหน้าอกหน้าใจ แล้วก็สวิงกลับมาที่เดิม
การเคลื่อนไหวนี้ทำให้เนื้อผ้าบางเบาแนบลู่ไปกับเอวคอดกิ่ว ขับเน้นทรวดทรงโค้งเว้าที่ชวนให้ใจสั่นระทึก มาดามสาวใหญ่ที่สุกงอมเต็มที่คนนี้ เวลาก้มหน้าลงไปรับรองว่ามองไม่เห็นปลายเท้าตัวเองแน่ๆ
เรียวขาขาวเนียนที่โผล่วับๆ แวมๆ ลอดรอยผ่าของกระโปรงผ้าโปร่งตามจังหวะก้าวเดิน...! จู่ๆ สายตาของเฉินอวี้ก็แข็งค้าง นังแพศยานี่คงไม่ได้... โนบราหรอกนะ? เมื่อกี้เขาเหมือนจะตาฝาดเห็นตุ่มไตโผล่ขึ้นมาแวบหนึ่ง แต่มันก็แค่เสี้ยววินาที เขาเลยไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่
"สาวใช้สองคนที่ท่านน้าส่งไปให้ ปรนนิบัติถูกใจเจ้าหรือเปล่า? ถ้าไม่ชิน จะเปลี่ยนคนใหม่ก็ได้นะ"
เฉินอวี้ยิ้มตอบ "แน่นอนว่าต้องถูกใจสิขอรับ ท่านน้าหลิ่วช่างดีกับข้าเหลือเกิน ห่วงใยข้าขนาดนี้"
"เช่นนั้นก็ดีแล้ว" พูดจบ หลิ่วอวี่หานก็แกล้งยกมือป้องปากหาวหวอดอย่างแนบเนียน
เฉินอวี้สมองแล่นปรู๊ด พอนึกถึงความอิ่มเอมใจเมื่อคืน ก็ตัดสินใจว่ารอบนี้จะปล่อยให้หลิ่วอวี่หานได้พักหายใจหายคอบ้างสักหน่อย เขาเลยเป็นฝ่ายชงบทสนทนาขึ้นมาก่อน
"ท่านน้าหลิ่วพักผ่อนไม่เพียงพอหรือขอรับ? ดูท่าทางอ่อนล้าพิกล"
"อืม... อาจจะใช่กระมัง ช่วงนี้เรื่องในจวนวุ่นวายนัก ข้าต้องเหน็ดเหนื่อยจัดการจนแทบไม่ได้พัก"
"ท่านน้าหลิ่วลำบากแย่เลย เสี่ยวอวี้พอจะมีวิชานวดเฟ้นอยู่บ้าง ให้ข้านวดไหล่ให้ท่านผ่อนคลายสักหน่อย ดีหรือไม่ขอรับ?"
ประกายแสงวาบขึ้นในดวงตาของหลิ่วอวี่หาน นางนึกไม่ถึงเลยว่าทุกอย่างมันจะเข้าทางราบรื่นขนาดนี้ ถือว่าทุ่นแรงนางไปได้เยอะเลย นางมองเฉินอวี้แล้วคลี่ยิ้มอย่างพึงพอใจ
"เด็กดี เจ้าช่างมีน้ำใจนัก ไม่เสียแรงที่ข้าดีต่อเจ้า ถ้าอย่างนั้นก็มาเถอะ มาช่วยนวดให้ท่านน้าหลิ่วหน่อยสิ"