- หน้าแรก
- เนตรสัพพัญญูผู้สร้างโลก: จากตัวประกอบสู่จ้าวแห่งมวลดารา
- บทที่ 19 - เจอเหยียนชิงเฉิงอีกครั้ง ตามหาคนที่ใช่
บทที่ 19 - เจอเหยียนชิงเฉิงอีกครั้ง ตามหาคนที่ใช่
บทที่ 19 - เจอเหยียนชิงเฉิงอีกครั้ง ตามหาคนที่ใช่
บทที่ 19 - เจอเหยียนชิงเฉิงอีกครั้ง ตามหาคนที่ใช่
โลกเริ่มต้นล่องลอยอยู่ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล
โอกาสที่โลกเริ่มต้นสองแห่งจะมาโคจรเจอกันนั้น แทบจะเป็นศูนย์
แต่ก็มีข้อยกเว้นอยู่กรณีหนึ่ง
นั่นก็คือการใช้ ป้ายบอกตำแหน่ง
ป้ายชนิดนี้จะทำงานเป็นคู่
มีทั้งแบบตัวแม่และแบบตัวลูก
ตัวแม่สามารถค้นหาตำแหน่งของตัวลูกได้
จากนั้นศิษย์สำนักสวรรค์ก็จะสามารถใช้พลังของโลกเริ่มต้น เทเลพอร์ตโลกของตัวเองไปตรงนั้นได้เลย
เทเลพอร์ตไปทำไมน่ะเหรอ
อย่างแรกก็คือไปช่วยเหลือน่ะสิ
เพราะมอนสเตอร์มันร้ายกาจมาก ใครจะไปกล้ารับประกันว่าตัวเองจะต้านไหวตลอด
บ่อยครั้งที่ศิษย์สำนักสวรรค์ต้องพึ่งพากำลังเสริมจากภายนอกถึงจะเอาตัวรอดจากการโจมตีได้
ดังนั้น พวกพี่น้องหรือเพื่อนสนิท
ก็มักจะแลกป้ายบอกตำแหน่งกันไว้
เผื่อเกิดเรื่องไม่คาดฝัน
จะได้รีบตามไปช่วยได้ทันท่วงที
นอกจากเอาไว้ช่วยแล้ว
ยังมีอีกเหตุผลหนึ่ง
นั่นก็คือ...
การปล้น!
กฎของสำนักสวรรค์ห้ามศิษย์ทำร้ายกันเอง
อย่างเช่น หม่าหลิง หรืออูยา ต่อให้เกลียดถังซวนแค่ไหน ก็ทำอะไรเขาในสำนักไม่ได้
แต่พอออกไปอยู่ในโลกเริ่มต้นแล้ว กฎเกณฑ์ก็ไร้ความหมาย
ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ ไม่มีใครมานั่งรักษากฎหรอก
ปลาใหญ่กินปลาเล็กเป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่สุดแล้ว
ดังนั้น พิกัดของโลกเริ่มต้นจึงถือเป็นความลับสุดยอด
ถ้าไม่ใช่คนที่ไว้ใจได้จริงๆ ก็ไม่มีใครยอมบอกพิกัดให้รู้หรอก
ก็เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมาไงล่ะ
แต่ตอนนี้พิกัดโลกเริ่มต้นของถังซวนถูกเยี่ยนกูเฉิงล็อกเป้าไว้แล้ว
นั่นก็หมายความว่าฟางเสี่ยงมีโอกาสบุกไปโจมตีเขาได้ตลอดเวลา
ถึงฟางเสี่ยงจะไม่มีเรื่องบาดหมางอะไรกับถังซวน
แต่ความโลภมันไม่เข้าใครออกใครนี่นา
ถ้าโจมตีโลกเริ่มต้นสำเร็จ
ของทุกอย่างที่ยังสภาพดีก็สามารถยึดมาเป็นของตัวเองได้หมด
ไม่ต้องเสียหินโลกาสักก้อนเดียว
พระราชวังโลกเริ่มต้นของฟางเสี่ยงอยู่ระดับลึกลับ 4 ดาว
ส่วนของถังซวนอยู่ระดับลึกลับ 5 ดาว
ถึงจะห่างกันแค่ดาวเดียว
แต่ค่าใช้จ่ายในการอัพเกรดก็ปาเข้าไปตั้งสามหมื่นกว่าหินโลการะดับกลางแล้ว
ไหนจะค่ายกลรวมปราณที่ประเมินค่าไม่ได้นั่นอีก
นี่แหละคือสิ่งที่ทำให้ฟางเสี่ยงเกิดกิเลสขึ้นมาจริงๆ
"แบบนี้... จะดีเหรอ"
แต่ฟางเสี่ยงก็ยังรู้สึกลังเล
ยังไงถังซวนก็เป็นศิษย์ร่วมสำนัก
การลอบกัดมันดูไม่ค่อยแมนเท่าไหร่
เยี่ยนกูเฉิงแสยะยิ้ม
"นายท่าน ถ้าท่านไม่เอา ผมไม่เอา คนอื่นก็ต้องเอาไปอยู่ดีแหละครับ"
"พอถึงช่วงประเมินผล ยังไงก็ต้องมีคนไปท้าประลองกับเขา ถึงตอนนั้นของพวกนั้นก็ต้องตกไปอยู่ในมือคนอื่นอยู่ดีไม่ใช่เหรอครับ"
"ในเมื่อไม่ช้าก็เร็วต้องโดนคนอื่นแย่งไปอยู่ดี สู้ท่านชิงลงมือก่อนไม่ดีกว่าเหรอครับ นั่นมันเงินก้อนโตเลยนะ"
ในที่สุดฟางเสี่ยงก็ใจอ่อน
ความโลภเข้าครอบงำจิตใจ
"ตกลง เดี๋ยวฉันไปเตรียมตัวก่อน แล้วค่อยบุกไปเลย"
พูดจบ ฟางเสี่ยงก็กลายเป็นละอองแสงแล้วหายวับไปจากตรงนั้นทันที
ทิ้งให้เยี่ยนกูเฉิงยืนแสยะยิ้มอย่างน่าเกลียดอยู่คนเดียว
"ไอ้หนู อย่ามาโทษฉันเลยนะ ใครใช้ให้นายมามีเรื่องกับฉันเองทำไมล่ะ หึหึหึ..."
...
ส่วนทางด้านนี้
ถังซวนก็กลับมาถึงสำนักสวรรค์เรียบร้อยแล้ว
แต่เขาไม่ได้ไปหาเจ้าอ้วนหวัง
อย่างแรกเลยคือ สมบัติคราวนี้ไม่เหมาะจะเอาไปประมูล
อย่างที่สองคือ การที่เขาได้สมบัติมากมายมาในเวลาสั้นๆ แบบนี้
รับรองว่าต้องมีคนสงสัยแน่ๆ
ถ้าเป็นเจ้าอ้วนหวังที่เป็นพวกเดียวกันก็ไม่เป็นไร
แต่เรื่องของอูยาก็เป็นบทเรียนสอนใจให้ถังซวนได้เป็นอย่างดี
บนโลกนี้ไม่มีใครโง่หรอก
ถ้าเกิดมีคนจับสังเกตได้
รับรองว่าต้องมีปัญหาตามมาอีกเป็นพรวนแน่ๆ
ตอนนี้ก็มีคนจ้องจะเล่นงานเขาอยู่ไม่น้อยเลย
ดังนั้น ถังซวนก็เลยมุ่งหน้าไปหาเหยียนชิงเฉิงแทน
ในสำนักสวรรค์
พวกอัจฉริยะระดับท็อปจะมีบ้านพักส่วนตัว
แถมแต่ละหลังก็อยู่ห่างกันพอสมควรด้วย
ดังนั้น ถังซวนก็เลยไม่ต้องมาเจอฉากน้ำเน่าอย่างการโดนคนไม่เจียมกะลาหัวมาหาเรื่องหรอก
บ้านของเหยียนชิงเฉิงมีการกางอาคมป้องกันเอาไว้
ถ้ามีคนนอกบุกรุกเข้าไป อาคมก็จะทำงานทันที
แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ได้รับการยกเว้น
นั่นก็คือถังซวน
"ผู้หญิงคนนี้ดีกับฉันเกินไปแล้วนะเนี่ย ถึงขนาดยอมให้กุญแจบ้านกับฉันเลยเหรอ หึหึหึ..."
ถังซวนก้าวเข้าไปในเขตบ้าน
ลมร้อนผ่าวพัดมาปะทะใบหน้า
ที่นี่อบอวลไปด้วยพลังวิญญาณธาตุไฟ
เชื่อมต่อกับโลกเริ่มต้นของเหยียนชิงเฉิงโดยตรงเลยล่ะ
"ศิษย์พี่ อยู่ไหมครับ"
ถึงจะสามารถเข้าออกได้ตามสบาย
แต่ยังไงก็เป็นชายหญิง
ถังซวนก็เลยส่งเสียงบอกล่วงหน้า
เพื่อป้องกันไม่ให้ไปเจอฉากที่ไม่สมควรเข้า
ถึงลึกๆ แล้วถังซวนจะอยากเห็นก็เถอะ
และเหยียนชิงเฉิงอาจจะไม่ถือสาก็ได้
แต่เพื่อความปลอดภัย
ก็อย่าเสี่ยงดีกว่า
"เข้ามาสิ"
เสียงใสๆ แต่แฝงไปด้วยความเย็นชาของเหยียนชิงเฉิงดังมาจากในบ้าน
คนธาตุไฟ น่าจะมีนิสัยร่าเริงเปิดเผยสิ
แต่เหยียนชิงเฉิงกลับวางตัวเย็นชาอยู่เสมอ
ดูขัดกันอย่างสิ้นเชิง
ถังซวนผลักประตูเข้าไป
แล้วดวงตาก็เบิกกว้าง
เหยียนชิงเฉิงอยู่ในชุดคลุมผ้าโปร่งบางๆ อย่างไม่ใส่ใจนัก
เผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าเย้ายวนใจแบบวับๆ แวมๆ
ถังซวนรู้สึกได้ถึงความร้อนวูบวาบที่ท้องน้อยทันที
"ดับไฟราคะ บำรุงไต"
เขารีบดึงสติตัวเองให้กลับมาสงบเยือกเย็น
กามารมณ์เปรียบเสมือนมีดกรีดกระดูก
ห้ามมัวเมาเด็ดขาด
"มาแล้วเหรอ นั่งสิ"
เหยียนชิงเฉิงชี้มือไปที่เก้าอี้อย่างไม่ใส่ใจนัก
ถังซวนนั่งลง
ถึงจะพยายามระวังตัวแค่ไหน
แต่เขาก็ยังแอบเห็นภาพชวนใจสั่นไปหลายช็อตเลยทีเดียว
"มีอะไรหรือเปล่า"
เหยียนชิงเฉิงก็ยังคงเป็นคนตรงไปตรงมาเหมือนเดิม
ดูเหมือนเธอไม่อยากจะเสียเวลาไปแม้แต่วินาทีเดียว
"อืม ผมเพิ่งกลับมาจากโลกเริ่มต้นน่ะครับ"
ถังซวนตอบ
"ขาดเงินเหรอ อยากได้เท่าไหร่ บอกมาเลย"
เหยียนชิงเฉิงพูดขึ้น
ถังซวนยิ้ม "ศิษย์พี่ ผมไม่ได้มาขอยืมเงินหรอกครับ แต่มีเรื่องมาปรึกษาต่างหาก"
เหยียนชิงเฉิงทำหน้าสงสัย
เธอก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล ถังซวนจึงแบมือออก
ป้ายทหารผีปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ
"นี่มัน... ป้ายกองกำลังพิเศษ"
ในที่สุดสีหน้าของเหยียนชิงเฉิงก็เปลี่ยนไป
เธอยืดตัวนั่งหลังตรงขึ้นเล็กน้อย
ของสิ่งนี้ในสายตาของพวกอัจฉริยะระดับท็อป ถือว่าเป็นของล้ำค่ามาก
ยิ่งทหารผีในมือถังซวนมีระดับสูงด้วยแล้ว
"ไปได้มายังไง"
ถังซวนบอกไม่ได้ว่าตัวเองหลอมมา
เลยอ้อมแอ้มตอบไปว่าเจอในโลกเริ่มต้น
แม้เหยียนชิงเฉิงจะสงสัย
แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อ
ได้มายังไงไม่สำคัญ
ที่สำคัญคือถังซวนไว้ใจเธอต่างหาก
ของวิเศษแบบนี้
จะเอามาอวดสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้เด็ดขาด
เหยียนชิงเฉิงคิดแป๊บเดียวก็รู้เจตนาของถังซวน
"อยากขายเหรอ"
โลกเริ่มต้นของถังซวนตอนนี้ เลี้ยงทหารผีไม่ไหวหรอก
ขืนเก็บไว้รอใช้ทีหลัง
ก็มีแต่จะเสียของเปล่าๆ
ถ้าเป็นเหยียนชิงเฉิง อาจจะพอรอได้
แต่สำหรับถังซวนแล้ว มันคือความสูญเปล่าจริงๆ
ทางเดียวก็คือ ขายทิ้ง
และเธอก็รู้จักพวกอัจฉริยะระดับท็อปดี
ย่อมหาคนซื้อที่เหมาะสมได้แน่
"พวกอัจฉริยะมีกองกำลังของตัวเองกันหมดแล้ว คงยากที่จะมีใครอยากเลี้ยงกองกำลังเพิ่ม"
"การเปลี่ยนกองกำลังยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ เพราะกองกำลังใหม่ต้องเสียเวลาฝึกและปรับตัว"
เหยียนชิงเฉิงพูดประโยคยาวๆ ออกมา ซึ่งหาได้ยากมาก
ถังซวนถึงกับอึ้งไปเลย
เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน
นั่นหมายความว่าจบเห่แล้วงั้นเหรอ
เหยียนชิงเฉิงเห็นหน้าจืดเจื่อนของเขา ก็อมยิ้ม
"ตามฉันมา"
เธอสะบัดแขนเสื้อ
เสื้อคลุมสีแดงเพลิงก็มาสวมทับบนร่าง
จากนั้นเธอก็พาถังซวนเดินออกจากบ้านไป
ตลอดทาง
มีสายตาชื่นชมทอดมองมาที่เหยียนชิงเฉิงนับไม่ถ้วน
แต่สิ่งที่ถังซวนได้รับ
กลับมีแต่ความอิจฉาริษยาอย่างรุนแรง
เหยียนชิงเฉิงได้รับการยกย่องว่าเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งของสำนักสวรรค์
ไม่รู้ว่ามีคนหมายปองเธอมากแค่ไหน
แต่เธอกลับดีกับถังซวนแค่คนเดียว
แบบนี้จะไม่ให้คนอื่นเกลียดได้ยังไง
เหยียนชิงเฉิงพาถังซวนมาที่โซนของศิษย์ระดับหัวกะทิ
และหยุดอยู่หน้าห้องพักที่ดูเงียบสงบห้องหนึ่ง
ทั้งๆ ที่เป็นตอนกลางวันแสกๆ
แต่ห้องนี้กลับให้ความรู้สึกมืดมนน่าขนลุก
"จู้อิน"
เหยียนชิงเฉิงเอ่ยเรียก
ประตูห้องเปิดออก
ศิษย์สำนักสวรรค์ในชุดคลุมสีดำเดินออกมา
"คารวะศิษย์พี่เหยียน"
แววตาของเขามีร่องรอยของความสับสน
หญิงงามอันดับหนึ่งของสำนักสวรรค์มาหาเขาถึงที่ทำไมกัน
เหยียนชิงเฉิงหันไปพูดกับถังซวนว่า
"จู้อิน โลกเริ่มต้นระดับศักยภาพ 9 ดาว กำลังเตรียมตัวเลื่อนระดับเป็นระดับตำนาน แต่ขาดกองกำลังที่แข็งแกร่ง"
"คุยกันดีๆ ล่ะ ฉันไปก่อนนะ"
พูดจบ หญิงสาวผู้เย็นชาก็หันหลังเดินจากไปทันที
"เอ่อ... ศิษย์น้องถัง มีธุระอะไรกับฉันหรือเปล่า"
จู้อินยิ่งงงหนักเข้าไปใหญ่
ถังซวนพยักหน้า แล้วหยิบป้ายทหารผีออกมาให้ดู
"นี่... นี่มัน..."
ม่านตาของจู้อินขยายกว้าง
ร่างกายสั่นสะท้านขึ้นมาทันที
เห็นปฏิกิริยาของเขาแล้ว
ถังซวนก็ยิ้มออก
งานนี้
หมูตู้แน่ๆ