- หน้าแรก
- ระบบพฤกษาศักดิ์สิทธิ์ วิวัฒนาการต้นไม้ไร้ค่า สู่มหาพฤกษาแห่งหมื่นโลก
- บทที่ 24 - ถูกเรียกว่าเจ้าแห่งแม่น้ำดารา!
บทที่ 24 - ถูกเรียกว่าเจ้าแห่งแม่น้ำดารา!
บทที่ 24 - ถูกเรียกว่าเจ้าแห่งแม่น้ำดารา!
บทที่ 24 - ถูกเรียกว่าเจ้าแห่งแม่น้ำดารา!
การเดินทางกลับเป็นไปอย่างราบรื่น
ทั้งหกคนไม่ถูกภาพหลอนรบกวนอีก
เยี่ยชวีไม่เข้าใจว่าทำไมพืชวิญญาณที่แผลงฤทธิ์อยู่ในหลุมยุบมาตลอด ถึงได้สงบเสงี่ยมเหมือนนกกระทาได้ขนาดนี้
แต่เขาคิดว่ามันน่าจะเกี่ยวข้องกับใบไม้สีเขียวที่เขาพกไว้ในอกเสื้อ
ทั้งหกคนกลับมาที่พื้นที่หลบภัยอย่างปลอดภัย เยี่ยชวีนำโสมป่าที่มัดไว้ออกมา
กลัวว่ามันจะทำเรื่องอีก
เยี่ยชวีจึงเอาใบไม้ของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์แปะไว้ที่รากแก้วของโสมป่าซะเลย
สุดท้ายเขาก็ขู่ว่า "ถ้าแกไม่อยากโดนระเบิดลอยขึ้นฟ้า ก็อย่าปล่อยกลิ่นหอมสร้างภาพหลอนใส่คนรอบข้างเด็ดขาด"
โสมป่าไหนเลยจะกล้าทำเรื่องอีก
มันทำตัวเรียบร้อยเหมือนหลานชาย
ตั้งแต่เข้ามาในพื้นที่หลบภัยแห่งนี้ โสมป่าพืชวิญญาณก็หดตัวกลายเป็นโสมธรรมดาๆ ทันที
นั่นเป็นเพราะว่า ที่นี่มีกลิ่นอายของผู้ครองอำนาจสูงสุดที่เหนือกว่าผู้ยิ่งใหญ่คนใด!
กว้างใหญ่ดุจแม่น้ำดารา ไร้ขอบเขตสิ้นสุด
นี่คือตัวตนที่มีอยู่มาตั้งแต่โบราณกาลอันน่าสะพรึงกลัวขนาดไหน!
นี่คืออำนาจข่มขู่ที่แข็งแกร่งเพียงใด!
โสมป่าแทบอยากจะขุดหลุมซ่อนตัวเดี๋ยวนั้น
เมื่ออยู่ต่อหน้าตัวตนเช่นนี้ มันรู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่มดปลวกที่แค่บีบเบาๆ ก็ตายแล้ว!
โสมป่าอ่อนแอจนไม่กล้าปล่อยจิตสำนึกใดๆ ออกมา แม้แต่สัญชาตญาณที่ชอบปล่อยกลิ่นหอมกระจายไปรอบๆ ก็ถูกมันสะกดไว้แน่น ไม่กล้าปล่อยออกมาแม้แต่น้อย!
หลังจากเยี่ยชวีแกะผ้ากระสอบออก เขาก็พูดกับป้าเยี่ยว่า "ป้าครับ เดี๋ยวฉันตัดรากส่วนหนึ่งให้ป้าเอาไปต้มยานะ"
"ได้สิ ค่อยๆ ตัดนะ อย่าตัดมาเยอะเกินไปล่ะ"
เยี่ยชวีรวบรวมสมาธิ ตัดรากโสมป่าออกมาส่วนหนึ่ง โสมป่าสงบนิ่งตลอดกระบวนการ ไม่มีการดิ้นรนใดๆ ทั้งสิ้น
ธรรมดาเสียจนไม่เหมือนพืชวิญญาณเลย
ถ้าไม่เคยเห็นฤทธิ์เดชของมันมาก่อน เยี่ยชวีคงคิดว่ามันเป็นแค่พืชวิญญาณธรรมดาๆ
เยี่ยชวีมอบรากที่ตัดออกมาให้ป้าเยี่ย จากนั้นเขาก็ห่อโสมป่ากลับเข้าไปใหม่
แล้วเดินไปที่ใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์นอกบ้านหินพร้อมกับชายฉกรรจ์ทั้งห้าคนที่อยู่ข้างกายไม่ห่าง
เยี่ยชวีรู้สึกว่าที่เขาสามารถพาโสมป่ากลับมาได้อย่างปลอดภัย ก็เพราะต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์
หากไม่มีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เขาไม่เพียงแต่ช่วยผู้นำตระกูลไม่ได้ แต่ยังพาบรรดาลุงๆ ที่ไปหลุมยุบด้วยกันตกอยู่ในอันตรายอีกด้วย
ดังนั้น ตอนที่จับพืชวิญญาณได้ เขาก็คิดไว้แล้วว่าจะเก็บรากส่วนหนึ่งไว้ช่วยผู้นำตระกูล ส่วนที่เหลือเขาจะถวายให้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด เพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณที่ช่วยชีวิตเขาไว้
เยี่ยชวีกับคนอื่นๆ คุกเข่าลงตรงหน้าต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์
จากนั้นเยี่ยชวีก็เล่าเรื่องที่เขาไปเจอมาที่ก้นหลุมยุบให้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ฟังอย่างละเอียด
เขาเล่าไม่เร็วมากและมีลำดับขั้นตอนชัดเจน
คนตระกูลเยี่ยสองสามคนที่ทำหน้าที่เฝ้าต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ฟังจนตาค้าง
พระเจ้า รอดกลับมาได้ ดวงแข็งจริงๆ!
ขณะเดียวกัน พวกเขาก็คิดในใจว่า น่าหวาดเสียวจริงๆ ดีนะที่ท่านต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ยื่นมือเข้ามาช่วย!
เยี่ยชวีเล่าจบ ก็หยิบโสมป่าออกมาจากอกเสื้อ วางไว้ใต้ต้นไม้ แล้วโขกศีรษะลงกับพื้นอีกครั้ง
"โปรดรับพืชวิญญาณนี้ไว้ด้วยเถิดครับท่านต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์"
[ตรวจพบสิ่งที่สามารถกลืนกินได้ ต้องการกลืนกินหรือไม่?]
[ใช่/ไม่]
สายตาของเยี่ยหยางเลื่อนจากเยี่ยชวี ไปยังโสมป่าที่ถูกห่อด้วยผ้ากระสอบ
เขาไม่เคยกลืนกินพืชวิญญาณมาก่อน เลยไม่รู้ว่าพืชวิญญาณต้นหนึ่งจะให้แต้มปราณได้เท่าไหร่
ดวงจิตของเยี่ยหยางลูบคางตัวเอง บังคับกิ่งไม้สองกิ่งให้ยื่นไปหาโสมป่า
ปัง
จู่ๆ โสมป่าพืชวิญญาณก็แยกออกเป็นสองส่วน
พืชวิญญาณที่หน้าตาเหมือนกันเป๊ะสองต้นปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคน
กิ่งไม้ที่เยี่ยหยางยื่นลงมาชะงักค้างอยู่กลางอากาศ
"โสมป่ากลายเป็นสองต้นแล้ว!"
"ว่าแต่ แกเห็นไหมว่ามันแยกตัวยังไง"
"มองไม่ทันเลย ฉันได้ยินเสียงปังดังขึ้นมาครั้งนึง แล้วโสมป่านั่นก็กลายเป็นสองต้นแล้ว"
"สมกับเป็นพืชวิญญาณ พิเศษจริงๆ!"
ทุกคนเริ่มกระซิบกระซาบพูดคุยเรื่องโสมป่า พวกเขามองต้นซ้ายที มองต้นขวาที
กิ่งไม้ของเยี่ยหยางที่ชะงักค้างไว้ก็ยื่นต่อไปที่โสมป่าต้นซ้าย ปลายกิ่งไม้แทงทะลุรากแก้วของโสมป่าอย่างรวดเร็ว
เลือกกลืนกิน
กลืนกินสำเร็จ!
[ปราณ +500 แต้ม]
[ปราณปัจจุบัน: 6000 แต้ม!]
ตาของเยี่ยหยางเป็นประกายขึ้นมาทันที
พืชวิญญาณโสมป่าช่างอวบอ้วนดีจริงๆ!
ให้แต้มปราณตั้งเยอะ ยอดเยี่ยมไปเลย
เยี่ยหยางถูพุ่มไม้ ดวงตาของดวงจิตโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยวอย่างเจ้าเล่ห์
ถ้าเขากลืนกินโสมป่าอีกต้นเข้าไป เขาจะได้แต้มปราณเพิ่มอีก 500 แต้มไม่ใช่เหรอ
โสมป่าพืชวิญญาณสัมผัสได้ถึงเจตนาร้ายอย่างเต็มเปี่ยม
มันไม่คิดจะแกล้งตายอีกต่อไป และไม่คิดจะแบ่งพลังงานส่วนหนึ่งไปสร้างร่างแยกเพื่อให้เจ้าแห่งแม่น้ำดาราผู้นี้กลืนกินอีกแล้ว
เพราะพลังงานมันเหลือน้อยมาก ถ้าแบ่งออกไปอีกมันต้องตายแน่ๆ และมันไม่อยากตาย!
ขณะที่กิ่งไม้ที่สองกำลังจะแทงทะลุโสมป่าต้นสุดท้าย
โสมป่าก็ลุกขึ้นยืน
มันกระโดดขึ้นมา เลียนแบบท่าทางของมนุษย์ แล้วก้มหัวคำนับเยี่ยหยางอย่างบ้าคลั่ง
ปัง ปัง ปัง
ทุกครั้งที่โสมป่าก้ม หัว โขกพื้น จะมีเสียงปังดังขึ้น
บนยอดไม้ที่ว่างเปล่าของเยี่ยหยางค่อยๆ ปรากฏเครื่องหมายคำถามสามตัว
นี่มันจะทำอะไร
ทันใดนั้น ความนึกคิดแผ่วเบาก็ส่งเข้ามาในห้วงความรู้ของเขา
ได้โปรดเถอะ อย่ากินฉันเลย
ฉันยังมีประโยชน์อยู่นะ
เยี่ยหยางรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
โอ้โห พืชวิญญาณต้นนี้มีความเป็นคนสูงเหมือนกันนะเนี่ย!
รู้จักคุกเข่าร้องขอชีวิตด้วย
แต่แล้วไงล่ะ ของอะไรที่กลืนกินได้ เขาไม่มีทางปล่อยไปหรอก
โสมป่ายังคงก้ม หัว โขกพื้นต่อไป
คนตระกูลจางได้ยินเรื่องประหลาดที่มีพืชวิญญาณก้มหัวคำนับต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ก็ทนไม่ไหวต้องเขยิบเข้ามาใกล้
เขย่งเท้าเบิกตากว้างมองลอดช่องว่างของคนตระกูลเยี่ยที่ล้อมรอบต้นไม้อยู่
โสมป่า: "เจ้าแห่งแม่น้ำดาราผู้ยิ่งใหญ่ ได้โปรดอย่ากินฉันเลย"
กิ่งไม้ของเยี่ยหยางหยุดอยู่ตรงหน้ารากแก้วของโสมป่า ปลายกิ่งกระดกขึ้นเล็กน้อย
เดี๋ยวนะ เมื่อกี้พืชวิญญาณต้นนี้เรียกเขาว่าอะไรนะ
เจ้าแห่งแม่น้ำดาราผู้ยิ่งใหญ่งั้นเหรอ
ยังไม่ทันที่เยี่ยหยางจะถาม
คำสรรเสริญเยินยอของโสมป่าก็พรั่งพรูออกมาเป็นชุดราวกับของฟรี
เจ้าแห่งแม่น้ำดาราผู้ยิ่งใหญ่ ผู้เป็นใหญ่เหนือท้องนภา ความเร้นลับแห่งกระแสน้ำ ราชาแห่งห้วงลึกอันไร้ที่สิ้นสุด ผู้ปกครองหมื่นโลก จุดกำเนิดแห่งต้นไม้บรรพบุรุษ ความมืดมิด...
เยี่ยหยางฟังจนอึ้งไปเลย
เขาไม่เห็นรู้มาก่อนเลยว่าตัวเองเก่งขนาดนี้??
กิ่งไม้เกาไปที่ลำต้น เยี่ยหยางพูดไม่ออก ได้แต่เอากิ่งไม้ฟาดโสมป่าอย่างบ้าคลั่ง
ให้มันโม้ ให้มันขี้โม้ โม้จนวัวบินขึ้นฟ้าได้แล้วมั้ง!
โสมป่าถูกตีจนร้องโอดโอย ไม่กล้าพ่นคำเยินยออีก มันจึงอธิบายข้อดีของการเก็บมันไว้อย่างซื่อสัตย์
"ถ้าท่านเก็บฉันไว้ ฉันจะสร้างมูลค่าให้มากขึ้นได้"
"ขอแค่มีแปลงเพาะปลูกวิญญาณชั้นเลิศให้ฉัน วันหนึ่งฉันสามารถแบ่งร่างแยกได้ห้าร่าง ให้ท่านกลืนกินได้ตามสบาย"
กิ่งไม้ที่เยี่ยหยางกำลังเฆี่ยนโสมป่าหยุดลง และลอยนิ่งอยู่ตรงหน้ามัน
"มะ ไม่ต้องเป็นแปลงเพาะปลูกวิญญาณชั้นเลิศก็ได้ ขอแค่คุณภาพไม่แย่เกินไป ฉันก็สามารถแบ่งร่างแยกได้ห้าร่างในหนึ่งวัน!"
โสมป่าพืชวิญญาณพูดจบในรวดเดียว
จากนั้น มันก็หมอบราบกับพื้น รอคอยคำตัดสินขั้นสุดท้าย
เยี่ยหยางกวาดสายตามองหน้าต่างระบบของตัวเอง
เมื่อก่อนไม่ได้ดูรายละเอียดของหน้าต่างระบบเรื่องแปลงเพาะปลูกอย่างละเอียด ที่แท้แปลงเพาะปลูกในหน้าต่างระบบ ก็สามารถใช้ปลูกพืชวิญญาณได้ด้วยเหรอ
โสมป่าต้นนี้นอกจากจะขี้โม้แล้ว ก็ถือว่าฉลาดใช้ได้ มีมูลค่าการใช้งานไม่น้อย เก็บไว้ก่อนก็แล้วกัน
ใครจะไปปฏิเสธการตื่นมาตอนเช้าแล้วนอนเฉยๆ ก็ได้แต้มปราณมาฟรีๆ ได้ล่ะ
อย่างน้อยเยี่ยหยางก็ปฏิเสธไม่ลง
ในเมื่อตัดสินใจเก็บโสมป่าไว้แล้ว เยี่ยหยางก็อยากจะทดสอบดูว่ามันทำได้จริงหรือเปล่า
เขาบังคับกิ่งไม้ที่ลอยอยู่ตรงหน้าโสมป่า ให้ม้วนตัวโสมป่าทั้งต้น แล้วโยนมันไปที่พื้นที่ว่างแห่งหนึ่งในพื้นที่หลบภัย
คลิกปุ่มใช้งานแปลงเพาะปลูกบนหน้าต่างระบบ
เพียงชั่วอึดใจ ดินแดนที่แห้งแล้งจนกลายเป็นทะเลทราย กลับชุ่มชื้นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
ทรายสีเหลืองขาวกลายเป็นดินสีดำที่อุดมสมบูรณ์ บนผิวดินราวกับมีไอน้ำชุ่มชื้นลอยอยู่
"นะ นี่มัน"
คนตระกูลเยี่ยและตระกูลจางต่างอ้าปากค้าง เอามือขยี้ตากันถ้วนหน้า
"หรือฉันจะตาฝาดไป"
"คงงั้นแหละ ไม่งั้นฉันจะเห็นดินแดนแห้งแล้งค่อยๆ เปลี่ยนเป็นแปลงเพาะปลูกวิญญาณได้ยังไง!"